จัน ดารา (2001)

จัน ดารา 2544

จัน ดารา (พ.ศ.2544) หนังไทย : นนทรีย์ นิมิบุตร ♥♥♡

หนึ่งในหนังไทยประเภทนาฏกรรมเชิงสังวาส (Erotic) ที่ใครๆคงรู้จักกัน ดัดแปลงจากนวนิยาย เรื่องของจัน ดารา แต่งโดยอุษณา เพลิงธรรม โดยผู้กำกับนนทรีย์ นิมิบุตร ต้องถือว่าเป็นฉบับที่มีการตีความจัน ดารา ในแบบมีชั้นเชิง ลีลา และมีความเป็น Cinematic ค่อนข้างสูง แต่อาจเข้าใจยาก ดูไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ กับคนที่ไม่เคยอ่านนวนิยาย หรือเคยรับชมฉบับ พ.ศ. 2555-2556 ที่ดัดแปลงโดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล มาก่อนแล้ว

คงมีหลายคนคิดว่า จัน ดารา เคยได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาเพียง 2 ครั้ง แต่จริงๆคือ 3 ครั้งนะครับ
1) ฉบับ พ.ศ. 2520 กำกับโดย รัตน์ เศรษฐภักดี เขียนบทโดย ส. อาสนจินดา นำแสดงโดย สมบูรณ์ สุขีนัย (จัน) อรัญญา นามวงศ์ (บุญเลื่อง) ศิริขวัญ นันทศิริ (แก้ว) ประจวบ ฤกษ์ยามดี (บุญชัย) ภิญโญ ปานนุ้ย (เคน) เข้าฉาย 11 มีนาคม พ.ศ. 2520
2) ฉบับ พ.ศ. 2544 กำกับและเขียนบทโดย นนทรีย์ นิมิบุตร นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ (คุณหลวง) คริสตี้ ชุง (บุญเลื่อง) เอกรัตน์ สารสุข (จัน) ครรชิต ถ้ำทอง (เคน) และ ภัทรวรินทร์ ทิมกุล (แก้ว) เข้าฉาย 28 กันยายน พ.ศ. 2544
3) ฉบับ พ.ศ. 2555 – 2556 กำกับและเขียนบทโดย หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ (จัน), รฐา โพธิ์งาม (บุญเลื่อง), ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ (หลวงวิสนันท์เดชา), โช นิชิโนะ (แก้ว), ชัยพล พูพาร์ต (เคน) จัดฉายเป็นภาพยนตร์ทวิภาค ได้แก่ จัน ดารา ปฐมบท (พ.ศ. 2555) และ จัน ดารา ปัจฉิมบท (พ.ศ. 2556)

จัน ดาราฉบับ พ.ศ. 2520 คาดการณ์ว่าฟีล์มสูญหายไปแล้ว ใครสนใจอยากรู้รายละเอียด คลิกตามไปที่ลิ้งค์เลยนะครับ
LINK: http://webboard.sanook.com/forum/?topic=3645898

ผมเลือก จัน ดารา ฉบับ พ.ศ. 2544 มาเขียนในวันนี้ คงเป็นเรื่องเดียวใน 3 ฉบับ ด้วยความที่มีความโดดเด่นในการตีความมากที่สุด ในแง่ของความเป็นศิลปะทางภาพยนตร์ ที่ต้องบอกว่าน่าประทับใจพอสมควร แม้โดยรวมของหนังจะหาความสนุก บันเทิงเริงรมย์ไม่ได้เท่าไหร่ แต่ผมถือว่านี่เป็นจัน ดารา ฉบับที่น่าพูดถึงและควรได้รับการจดจำที่สุด

จากนวนิยายสุดคลาสสิก ‘เรื่องของจัน ดารา’ ของนักประพันธ์ชั้นครู อุษณา เพลิงธรรม (ประมูล อุณหธูป) (2463-2530) ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงใน สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ (2507-2509) ต่อมาได้พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกโดย สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น (2509) และมีการตีพิมพ์รวมเล่มเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นนทรีย์ นิมิบุตร หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ 2499 อันธพาลครองเมือง (พ.ศ. 2540) และ นางนาก (พ.ศ. 2542) จนปลุกกระแสหนังไทยให้ตื่นขึ้น หลังจากซบเซาไปในช่วง พ.ศ. 2530-2540 ได้รับโอกาสกับไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ให้อิสระเลือกทำหนังตามความสนใจของตนเอง คุณอุ๋ยจึงเลือก ‘เรื่องของจัน ดารา’ มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ด้วยความตั้งใจที่ว่า ‘ภาพยนตร์เรื่องจันดาราไม่ได้เน้นไปด้านเซ็กส์ แต่จะเน้นไปที่การให้ข้อคิดเกี่ยวกับผลจากกามารมณ์มากกว่า’

เรื่องราวแนวนาฏกรรมเชิงกามวิสัย บันทึกชีวิตของจัน ดารา ผ่านมุมมองของเขาที่เห็นว่าคนรอบข้างล้วนมีพฤติกรรมและจิตใจจ่อมจมอยู่ในกามวิปริต และตัวเขาเองที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ก็ตกเป็นเหยื่อกามตัณหาในลักษณะเดียวกัน, เนื้อเรื่องยังแสดงถึงอคติหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นความรักฉันญาติมิตร ความรักใคร่ฉันชู้สาว ความเกลียดชังหวาดกลัวและต้องการแก้แค้น ชนิดที่ตัวละครแต่ละตัวล้วนเป็นกระจกสะท้อนพฤติกรรมของกันและกัน, อุษณา เพลิงธรรม ผู้เขียนได้ให้คำนำหน้านวนิยาย ‘ขอบอกกล่าวไว้เสียด้วยว่า เป็นเรื่องอ่านเล่นซึ่งไม่ใช่ของสำหรับเด็ก และเป็นของแสลงอย่างยิ่งสำหรับบุคคลประเภทมือถือสากปากถือศีล’

นำแสดงโดย เอกรัตน์ สารสุข รับบท จัน ดารา เด็ก, จันเป็นชายหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวขุนนางร่ำรวยมั่งคั่ง มารดาถึงแก่กรรมตั้งแต่เขาแรกเกิด หลวงวิสนันทเดชาผู้เป็นบิดาจึงกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเขา และไม่อนาทรสนใจในความเป็นอยู่และประพฤติทารุณต่อเขาเสมอมา, ชื่อจัน มาจาก จัญไร หลวงวิสนันทเดชาเป็นผู้ตั้งนามให้ และเนื่องจากจันได้พบเห็นพฤติกรรมลามกอนาจารของหลวงวิสนันทเดชามาแต่เด็ก ทำให้เขาเติบใหญ่ขึ้นมาโดยมีอุปนิสัยและความประพฤติทำนองเดียวกัน

จะเรียกว่า จัน ดาราคือผู้ถูกกระทำก็ได้ นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกก็พบแต่ความเคียดแค้นชิงชัง ความไร้เยื่อใยดีของผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อ ทำให้จันโหยหาความรักเป็นที่สุด (ปมโอดิปุส), โดยไม่รู้ตัว จันเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อ แม้รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่มิอาจยับยั้งชั่งใจในแรงขับของสัญชาตญาณดิบในตัวได้ จนตกเป็นทาสของมัน มารู้ตัวอีกทีทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว

สันติสุข พรหมศิริ พลิกบทบาท จากชายหนุ่มหน้าตาใสซื่อ (แบบบุญชู) กลายเป็น หลวงวิสนันทเดชา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลสยาม ครั้งหนุ่มได้ตกลงสมรสกับดารา พิจิตรวานิช หญิงสาวผู้ถูกฉุดคร่ารุมโทรม เพื่อช่วยรับเป็นบิดาเด็กในครรภ์ ซึ่งต่อมาก็คือ จัน กับข้อแม้แลกด้วยทรัพย์สมบัติของครอบครัวพิจิตรวานิช, แม้ดำรงอยู่ในเกียรติและฐานะอันสูงส่งแห่งวงสังคม แต่ในจิตใจของหลวงวิสนันทเดชา มีความวิปริตทางกามมากพอกับความใคร่ในกามคุณ เขากระทำชำเราสตรีไม่เลือกหน้า แม้กระทั่งบุตรสาวของตนเอง

คุณหลวง ผู้ไม่รู้ก่อกรรมทำเวรอะไรมา เกิดความเคียดแค้นอย่างที่สุดต่อจัน เพราะความไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตน เป็นลูกติดท้องมีเชื้อโจร จึงไม่เกิดความเกรงใจใยดี ทุบตี ด่าท่อ โดยไม่สนว่าจะเป็นตายร้ายดี, ด้วยความที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว คุณหลวงราออกจากราชการ และใช้ชีวิตอย่างไม่สนคำครหาของใคร ใช้กามเป็นเครื่องบำบัดระบายความทุกข์ที่อัดแน่นสุมอยู่ในหัวอก ไม่สนว่าจะเป็นใคร ที่ไหน หรือมีคนแอบดูอยู่ ความเสียใจเจ็บปวดจากหญิงสาวที่ตนรักที่สุดต้องมาพรากจากไป ไอ้เด็กเวร ไอ้เด็กระยำ เชื่อว่าถ้าไม่ได้กามารณ์ช่วยไว้ คุณหลวงคงกลายเป็นบ้าแน่ๆ

ภัทรวรินทร์ ทิมกุล รับบทวิไลเรข วิสนันท์ (แก้ว) บุตรีของหลวงวิสนันทเดชากับวาด แม่เลี้ยงของจัน ผู้ถูกเสี้ยมสอนจากพ่อ ให้มีความจงเกลียดจงชังจันมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาจึงอ้างว่าถูกจันกระทำชำเรา เป็นเหตุให้ต้องถูกขับออกจากบ้านวิสนันท์ แต่ภายหลัง แก้วได้ร่วมประเวณีกับหลวงวิสนันทเดชาผู้เป็นบิดาจนตั้งครรภ์ จึงจำต้องสมรสกับจันเพื่อรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล และเธอยังมีความรักร่วมเพศกับบุญเลื่อง อนุภริยาของบิดาด้วย

กับคนที่อ่านนวนิยายหรือดู จัน ดารา ฉบับหม่อมน้อย จริงๆแล้วแก้วไม่ได้ท้องกับหลวงวิสนันทเดชา แต่เป็น ขจรเป็นบุตรของบุญเลื่องกับหลวงวิสนันทเดชา ที่หนังฉบับนี้ตัดตัวละครนี้ออกไป, กระนั้นผมว่า ท้องกับพ่อ แรงกว่าท้องกับลูกพี่ลูกน้องเยอะเลยนะครับ

หากเปรียบเทียบ จันคือเด็กที่โตมาแบบขาดความรัก แก้วจักคือเด็กที่โตมาแบบได้รับความรักมากเกินไป ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่แบบตามใจจนเสียคน ไม่สามารถทำอะไรด้วยตนเองได้, การที่จันต้องแต่งงานกับแก้ว เปรียบเหมือนเอาปลากัดสองตัวใส่ตู้เดียวกัน ไม่มีใครยอมใคร อยู่ด้วยกันไม่ได้, ลูกคนแรกของแก้วเกิดมาผิดปกติ ส่วนคนที่สองก็ไม่ยอมรับ ทำให้ตนเองแท้ง สุดท้ายเธอกลายเป็นทอมบอย โชคชะตาตัวของตัวละครนี้ ทั้งน่าสงสารและน่าสมเพศ

คริสตี้ ชุง รับบท บุญเลื่อง/คุณบี๋ เป็นกุลสตรีมีความสามารถมากในทางศิลปวิทยา นับถือศาสนาคริตส์ แต่มักมากในกามกิจ เป็นทั้งอนุภริยาของหลวงวิสนันทเดชา แล้วยังได้สมสู่กับจันและแก้ว บุตรของหลวงวิสนันทเดชาด้วย

บุญเลื่อง คือตัวอย่างของผู้หญิงที่ไม่รู้จักยับยั้งความต้องการของตนเอง ไม่สนอะไร ต่อให้ให้ผิดเพศผิดธรรมชาติ แค่ทำให้ตนพึงพอใจก็ทำได้ทุกสิ่งอย่าง, กับฉากกระบือลือลั่น จันเอาน้ำแข็งลูบไล้หลังของคุณบุญเรื่อง นี่เป็นการยั่วกิเลสของเด็กหนุ่ม ไม่มีผู้ใหญ่จิตใจปกติร้องขอให้ทำเช่นนั้นแน่ และนั่นทำให้จันยับยั้งชั่งใจตนเองไม่ได้ เขาจึงกลายเป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งของเธอ

ในฉบับนี้ ตัวละครอื่นๆที่ถูกลดบทบาทไปมาก อาทิ วาด แม่เลี้ยงของจัน ที่เป็นเหมือนคนใช้มากกว่าแม่/ภรรยา, เคน ที่ดูเป็นเด็กบ้านนอกร่านกาม มากกว่าเพื่อนรักเพื่อนสนิทของจัน, และไฮซิน หญิงสาวคนรักของจัก ที่ตายจากไปตั้งแต่กลางเรื่อง ฯ

ความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่เทคนิคการนำเสนอ และการออกแบบ

ถ่ายภาพโดย ณัฐวุฒิ กิตติคุณ, ความสวยงามคือการจัดแสงและโทนสีของหนัง มีทั้งสีน้ำตาล แสงอ่อนๆ ในฉากกลางวัน หรือห้องของคุณบุญเลื่อง/ห้องนอนก็จะดูสว่างจ้า ให้ความรู้สึกอบอุ่น ราวกับอยู่ในความฝันที่เป็นสุข, ฉากกลางคืนก็จะมืดๆหม่นๆ ใช้สีเย็น การจัดแสงให้ความรู้สึกหดหู่เศร้าหมอง, หนังชอบมีการค่อยๆเคลื่อนกล้องเข้า สร้างความพิศวงว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กชายค่อยๆเดินตรงเข้าไปที่ประตูห้อง เปิดออกมาเห็นคุณหลวงกำลังเอากับแม่วาด ฯ มีงานภาพลักษณะนี้บ่อยครั้งมาก (บางครั้งจะได้ยินเสียงนำก่อนด้วย)

ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวินิกุล, หนังใช้มุมมองของ จัน เล่าเรื่อง โดยมีเสียงบรรยายเล่าเหตุการณ์ เหมือนจากบันทึกไดอารี่ส่วนตัว (ในนวนิยาย นี่เป็นบันทึกชีวิตที่จันเขียนขึ้นเองตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก่อนวัยอันควรของเขา) เรื่องราวของหนังจึงมีลักษณะเป็นเหมือน อัตชีวประวัติ ของจัน แต่หนังไม่ได้มีคำอธิบายทุกฉากนะครับ หลายครั้งที่ใช้ภาพเล่าเรื่อง ไม่ได้พูดออกมา อาทิ ตอนคุณหลวงเป็นอัมพาต หนังไม่มีพูดคำว่า อัมพาตเลย แต่เราจะเห็นคุณหลวงนั่งในรถเข็น นอนบนเตียง เดินไม่ได้ (ต้องอุ้มเข้าหลุมหลบระเบิด) คงมีหลายคนสงสัยว่าคุณหลวงเป็นอะไร ทำไมถึงอยู่ดีๆเป็นอัมพาตขึ้นมา จริงๆหนังมีคำตอบอยู๋นะครับ แต่ถ้าคิดเองไม่ได้ หานวนิยายมาอ่าน หรือดูจัน ดาราฉบับหม่อมน้อย จะเข้าใจได้ทันที

ไฮไลท์การตัดต่อที่ผมชอบมากคือช่วงท้าย ที่ใช้ภาพเล่าเรื่องและการตัดต่อแบบเฟดย้อนเวลาจากตอนโตกลับกลายเป็นเด็ก จนเป็นทารก แล้วยังย้อนไปอีก ถึงตอนที่จันเกิด แม่ที่ถูกข่มขืน ฉากนี้ไม่มีคำพูดบรรยายออกมา เป็นภาพเล่าเรื่องล้วนๆ ถ้าคุณไม่อ่านเรื่องราวจากภาพ ไม่มีวันเข้าใจแน่นอน

เพลงประกอบโดย ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ และ ภควัฒน์ ไววิทยะ, ชื่อของ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ คอหนังไทยควรจดจำไว้ให้ดีนะครับ ถือเป็นคนทำเพลงประกอบน่าจะมือหนึ่งของไทยเลยละ อาทิ นางนาก, บางระจัน, โหมโรง, ก้านกล้วย ฯ และจัน ดารา ฉบับหม่อมน้อยก็ทำเพลงให้ด้วยนะครับ, เป็นคนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานพอสมควร ในยุคนั้นผมเห็นชื่อพี่แกบ่อยในเครดิตจนจำชื่อได้ เป็นอีกหนึ่งสุดยอดฝีมือในวงการหนังไทยเลยละครับ, กับจัน ดาราฉบับนี้ จะมีเสียงเดี่ยวไวโอลิน ที่เด่นมากๆ (บรรเลงโดย ทัศนา นาควัชระ) ได้ยินบ่อยจนจำทำนองติดหูได้ ให้ความรู้สึกเจ็บปวด โหยหวน นี่คงแทนด้วยสิ่งที่อยู่ในใจของจัน เป็นแน่

ข้อคิดของจัน ดารา คือเรื่องราวที่สอดแทรกประเด็นของ กฎแห่งกรรม อะไรๆที่คุณหลวงทำ พอแก่ตัวก็จะย้อนกลับมาเกิดกับตนเอง โดยจัน (คนที่คุณหลวงกระทำ) เช่น เงื่อนไขการแต่งงาน, บ้าน ทรัพย์สิน กองมรดก, การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฯ เช่นกับกับจัน อะไรที่เขาทำกับคุณหลวงก็ได้รับผลกรรมเช่นกัน แต่เราจะไม่เห็นชัดเท่าไหร่ในหนัง (นี่เป็นประเด็นที่ถูกตัดออก ใครอยากรู้ไปหา ฉบับของหม่อมน้อยมาดูเพิ่มนะครับ) มีคำพูดหนึ่งที่ผมไปเจอชอบมา ขอ Quote มานะครับ

‘วัยเด็กก็เลวร้าย โตขึ้นมาก็สร้างปัญหา ตอนชราก็ไม่เหลือใคร’

หนังที่เพศหญิงเป็นเหยื่อกามารมณ์ของเพศชาย แฝงประเด็น Feminist ที่รุนแรงเสมอนะครับ ในหนังคุณหลวงมีภรรยาทั้งหมด 3 คน หนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว (เธอเปรียบดั่งช้างเท้าหน้า เพราะเป็นคนเลือกคุณหลวงให้มาแต่งงานด้วย) สองคือแม่วาด ที่ยอมตามคุณหลวงทุกอย่าง ที่เปรียบดั่งช้างเท้าหลัง สามคือบุญเลื่อง หญิงสาวรุ่นใหม่ การศึกษาสูงมีความคิดอ่านเป็นของตนเอง (เป็นช้างเท้าเสมอกัน) แต่กระนั้นเมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องเพศ ผู้หญิงยังคงต้องง้อตามเอาใจผู้ชาย ไม่สามารถทำตัวสูงส่งหรือมีอำนาจเหนือกว่าได้ (นี่ผมไม่ได้พูดถึงเหล่าคนใช้ไร้นามมากมายที่ตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ในหนังนะครับ คนกลุ่มนั้นยิ่งไม่มีปากมีเสียงอะไรเลย)

หนังจำเป็นต้องมี Sex รุนแรง โจ๋งครึ่มขนาดนั้นเลยหรือ? ใช่ครับ หนังใช้ Sex เป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจทางการเมืองของตัวละครในหนัง อย่างการที่คุณบุญเลื่องมี Sex กับจัน เพราะรู้ว่าต่อไปจันต้องได้เป็นใหญ่ในบ้าน การเอื้ออำนวยคนที่ต่อไปจะเป็นผลประโยชน์ต่อตน นี่เป็นเหมือนการสร้างบุญคุณให้ตอบแทน แต่สิ่งที่เป็นของแลกเปลี่ยน ไม่ใช่มาตราเงินทอง แต่เป็นโลภโลกีย์ กามตัณหา มันเลยต้องใส่ความรุนแรงที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่า การมี Sex คือการสร้างสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง, ในฉบับของหม่อมน้อย จะมีประเด็นเรื่อง Sex แทนด้วยพลังอำนาจ นะครับ คือให้เห็นไอ้จ้อนของคุณหลวงที่มีขนาดใหญ่แบบชัด (ก็ไม่ชัดมากนะ) ความใหญ่ของอวัยะเพศชาย แสดงถึง อำนาจ บารมี อิทธิพลที่มีต่อเพศหญิง ที่ทำให้หลงใหล เคลิบเคลิ้มมากกว่า คนที่อวัยวะเพศเล็ก

มีคนวิเคราะห์ว่าหนังเรื่องนี้ อาจมีนัยยะแฝงการเมืองของผู้แต่ง กับจันดาราฉบับนี้ คงเห็นไม่ชัดแน่ แต่กับคนที่เคยดูจัน ดารา ฉบับของหม่อมน้อย น่าจะพอรู้สึกได้ ว่ามีการเปรียบเปรยถึงช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นขณะผู้แต่งอุษณา เพลิงธรรม ยังเป็นเด็กน้อย แต่ผมขอยังไม่พูดถึงในครานี้แล้วกันนะครับ ไว้ว่างๆแล้วคิดได้จะมาใส่เพิ่มให้

พ.ศ. 2544 เป็นปีแห่งสุริโยไท, บางระจัน, มือปืน/โลก/ พระ/จัน หนังต่างประเทศก็อย่าง Harry Potter and the Sorcereržs Stone, Pearl Harbor และ The Mummy Returns ที่กวาดรายได้เกิน 100 ล้านบาท, สำหรับจัน ดารา ออกฉายเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2544 ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 37 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 8 หนังไทยทำเงินสูงสุดแห่งปี (น่าจะได้กำไรอยู่นะครับ)

LINK อ้างอิง: https://www.siamzone.com/movie/news/433

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบฉบับของหม่อมน้อยมากกว่านะครับ เพราะมันย่อยง่าย สวยงามกว่า สามารถซึมซับเรื่องราวทั้งหมดได้โดยทันที แต่จัน ดารา ฉบับนนทรีย์ นิมิบุตรนี้ มีการตีความทางศิลปะภาพยนตร์สูงกว่ามาก ทำให้หนังมีความท้าทายในการรับชมที่สูงกว่า, ผมเคยดูฉบับพ.ศ. 2544 มาก่อนแล้วไปดูฉบับของหม่อมน้อย แล้วกลับมาดูฉบับนี้อีกรอบ จึงมองเห็น วิธีการนำเสนอของคุณนนทรีย์ มีความเป็น Cinematic ค่อนข้างสูง หลายอย่างไม่มีการอธิบาย ใช้ภาพเล่าเรื่อง ที่ทำให้ผู้ชมต้องคิดจินตนาการเอาเอง นี่คือถ้าคุณไม่เคยอ่านนวนิยาย หรือเข้าใจเรื่องราวอย่างถ่องแท้มาก่อน ดูหนังฉบับนี้อาจไม่ค่อยเข้าใจอะไรเสียเท่าไหร่, ถ้าคุณไม่ใช่คอหนังที่ชอบความท้าทาย ผมขอแนะนำให้ไปดูฉบับของหม่อมน้อยจะดีกว่านะครับ ฉบับพ.ศ.2544 สงวนไว้กับคนชื่นชอบในสไตล์ศิลปิน ชอบสังเกตคิดวิเคราะห์ รับรองได้อรรรถ รสชาติที่เหนือกว่าเป็นแน่

แนะนำกับคอหนังไทยแนว Erotic อยากเห็นฉากที่ใครๆเขาก็พูดถึงกัน (มันก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่หรอก), ชอบการแสดงของคุณสันติสุข พรหมศิริ นี่เป็นการพลิกบทบาทที่น่าทึ่งทีเดียว, เพลงประกอบเพราะๆของคุณชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ และแฟนหนังของนนทรีย์ นิมิบุตรไม่ควรพลาดเลย

จัดเรต 13+ ไม่ได้ประชดนะครับ หนังมีภาพโป๊เปลือย ฉากอีโรติกปานกลาง แต่ดูแล้วคงไม่ได้สนองกามารมณ์สักเท่าไหร่ ถ้าฉบับหม่อมน้อยผมจะจัดเรต 15+ ในความรุนแรงและโป๊เปลือยที่มองเห็น สัมผัสได้ชัดกว่า

TAGLINE | “จัน ดารา ของนนทรีย์ นิมิบุตร มีการตีความในเชิงศิลปะภาพยนตร์ค่อนข้างสูง แต่อาจเข้าใจยากเกินไปสำหรับคนไม่เคยอ่านนวนิยาย หรือดูฉบับอื่นมาก่อน”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of