Akira (1988)

Akira

Akira (1988) : Katsuhiro Otomo

Akira แปลว่า สว่าง (bright) ในอนิเมะ Akira คือพลังที่มากมายมหาศาล เราสามารถตีความอนิเมะเรื่องนี้ได้หลากหลายมากๆ ทั้งในแง่ศาสนา, การใช้ชีวิต แต่ที่ผมสนใจก็คือ นี่อาจเป็นสาสน์ของญี่ปุ่นที่ส่งถึงอเมริกา เพื่อเตือนว่าบางสิ่งบางอย่างอย่าง (เช่น ระเบิดนิวเคลียร์) ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรใช้มันเพื่อนำทางสู่สันติ

นี่เป็นอนิเมะที่ดูยากเรื่องหนึ่ง ผมดูมาก็หลายรอบแต่ไม่ค่อยเข้าใจสาสน์ที่หนังพยายามสื่อออกมานัก ‘พลังอำนาจไม่ควรอยู่ในมือของคนที่ใช้มันเพื่อตอบสนองความต้องการของตน’ นี่คือความเข้าใจพื้นฐานที่น่าจะได้จากการดูแบบไม่คิดวิเคราะห์อะไรมาก แต่ความจริง มันลึกซึ้งกว่านั้นอีก ผมเปรียบความยากในการตีความอนิเมะเรื่องนี้พอๆกับ Solaris หรือ A Space Odyssey เพราะเราสามารถมองให้มันเป็นอะไรก็ได้ ตามความสนใจของคนที่ชม ผมไปอ่านเจอบทความวิเคราะห์ บ้างเปรียบ Akira คือพระเจ้า, การระเบิดตอนท้าย คือจุดสิ้นสุดของอารยธรรม, I Am Tetsuo คำพูดประโยคนี้คือ การเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล, นี่แหละครับที่เรียกว่าสุดยอดของหนังไซไฟ ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องที่ลึกล้ำ แต่การตีความยังหลากหลาย

ผู้กำกับ Katsuhiro Otomo ปีนี้ (2016) อายุย่าง 61 แล้ว Akira ถือเป็นการกำกับอนิเมะหนังใหญ่เต็มตัวเรื่องแรก ก่อนหน้านั้นเคยมีส่วนร่วมกำกับหนังสั้นเรื่องหนึ่งใน Neo Tokyo (1987) อีกผลงานที่ดังๆคือ Steamboy (2004) ที่กวาดรางวัลนับไม่ถ้วน แนวที่เขาชอบมากๆ คือไซไฟ ที่ต้องสร้างโลกของตนเองขึ้นมา ผมรู้สึกผู้กำกับที่มีผลงานในยุค 198x-199x มักจะวาดภาพโลกอนาคตเป็นแบบ dystopian (อารยธรรมที่ล่มสลาย-ตรงข้ามกับ utopia) เพราะสิ่งที่ดังๆในยุคที่พวกเขายังเด็กคือ ยาเสพติด, แก๊งค์นักเลง, สุรา-นารี เหตุที่มนุษย์หลงใหลในอบายมุขพวกนี้ในช่วงนั้น เพราะพวกผู้ใหญ่ต้องการลบภาพความทรงจำของสงครามที่โหดร้าย สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เขาลืมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้ เด็กที่โตมาและเห็นผู้ใหญ่เป็นแบบนี้ เมื่อถึงยุคของพวกเขา มันแน่นอนเลยว่าผลงานที่ออกมาจะสะท้อนแนวคิดโลกอนาคตที่เสื่อมโทรม ใกล้ถึงจุดล่มสลาย

จุดจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่น คือ เมื่อถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูก มันคือจุดสิ้นสุดของญี่ปุ่นยุคเก่า ในหนังใช้ Akira ที่แปลว่าแสงสว่าง มันคือแสงที่ทำให้เกิดจุดสิ้นสุดของยุคสมัย, ผมเปรียบพลังของ Akira เหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรเข้าไปสัมผัส ไม่ควรมีใครใช้พลังนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆทั้งสิ้น ผลกระทบของการถูกระเบิดนิวเคลียร์ ทำให้ญี่ปุ่นหันกลับมามองตัวเอง คนในชาติต่างร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไป แต่ใน Akira จะตรงกันข้าม เมื่อโลกถูกทำลาย ผู้คนกลับมีชีวิตที่เห็นแก่ตัว คอรัปชั่น ยาเสพติด อยู่กันเป็นแก๊งค์ มั่วสุม ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างไร้ค่า

เดิมนั้น Akira เป็นมังงะเขียนโดย Katsuhiro Otomo เริ่มตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1982 ลงในนิตยสาร Young Magazine (Seinen รายสัปดาห์) เห็นว่า Otomo ไม่ได้มีความตั้งใจจะดัดแปลง Akira ให้กลายเป็นอนิเมะ แต่เพราะผู้สร้างชื่นชอบผลงานก่อนหน้าเรื่อง Harmagedon ที่ Otomo เขียนบท จึงยื่นข้อเสนอให้ดัดแปลง Akira จากมังงะเป็นอนิเมะ Otomo ยอมรับข้อเสนอโดยเขาต้องมีส่วนร่วมในการออกแบบ ภายหลังเขาได้ตัดสินใจกำกับด้วย เรื่องราวในอนิเมะจะดัดแปลงมาจากครึ่งแรกของมังงะมาเปะๆ ทั้งการออกแบบตัวละคร และฉากพื้นหลัง ส่วนครึ่งหลังจะมีโครงสร้างที่เขียนขึ้นใหม่ มังงะเขียนเสร็จปี 1990 (หลังหนังหนังฉาย 2 ปี) ตอนจบในอนิเมะไม่เหมือนมังงะนะครับ ใครอยากรู้ตอนจบต่างกันยังไงไปลองหาอ่านเอง

นี่ถือเป็นอนิเมะทุนสูงมากๆ เห็นว่าใช้ทุนสร้างไปถึง 1.1 พันล้านเยน (เทียบค่าเงินในปัจจุบันคงไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านเยน) เป็นการร่วมทุนสร้างของจากค่ายต่างๆ Kodansha, Mainichi, Bandai, Hakuhodo, Toho, Laserdisc และ Sumitomo ผลิตโดย Tokyo Movie Shinsha สาเหตุที่ใช้ทุนเยอะขนาดนี้ เพราะอนิเมะเรื่องนี้มีการ breakthrough ที่สำคัญมากๆ คือ มีการพากย์เสียงก่อนที่จะเริ่มทำอนิเมชั่น นี่เป็นอนิเมะเรื่องแรก(ไม่แน่ใจว่าของญี่ปุ่นหรือของโลก)ที่ทำแบบนี้ สมัยก่อนเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ผู้สร้างมักจะทำอนิเมะจนเสร็จแล้วถึงมีการพากย์ภายหลัง แต่ใน Akira นักพากย์จะทำการให้เสียงโดยเห็นแค่ภาพร่างและ story board ที่เรียกว่า Animatic เท่านั้น และทีมงานจะไปทำให้ปากของตัวละครจะขยับตามคำพูดนั้นเปะๆ ทำให้ภาพมีความสมจริงมากๆ ซึ่งการทำแบบนี้เป็นการเพิ่มงานให้กับ animator อย่างมาก ต้องใช้ computer ช่วยเพื่อให้งานเสร็จตามกำหนด

ทีมพากย์นำโดย Mitsuo Iwata พากย์ Shōtarō Kaneda หมอนี่เสียงหล่อเหมือนพระเอกมากๆ ผลงานดังๆของเขา เช่น Ivankov (One Piece), Itsuki Takeuchi (Initial D) ด้วยความที่ Kaneda ถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นๆ เวลาเห็นใครถูกรังแกเหมือนที่ตนเคยถูกกระทำมา เขาก็จะเข้าไปช่วยเหลือเสมอ ในโลกยุค dystopian ผมเปรียบเขาคือฮีโร่เลยละ ไม่ว่าสิ่งนั้นเขาจะทำได้หรือไม่ แต่หลักการของเขาคือ เพื่อนกันต้องช่วยเหลือกัน ไม่เช่นนั้นจะให้ไปช่วยใคร

Nozomu Sasaki พากย์ Tetsuo Shima เสียงหมอนี่นักเลงสุดๆ ผลงานดังๆ เช่น Urameshi Yusuke-YuYu Hakusho, Mello-Death Note ตัวละคร Tetsuoเป็นอีกคนที่ถูกทิ้งมาแต่เด็ก แต่เขาได้รับการช่วยเหลือจาก Kaneda อยู่เรื่อยๆ แม้ว่า Kaneda จะไม่ต้องการอะไรตอบแทน แต่มันทำให้ Tetsuo รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กอมมือ ไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ เขาจึงต้องการพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นว่า สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องรับการช่วยเหลือจากใคร, Tetsuo มีนิสัยเย่อหยิ่ง จองหอง อวดเก่ง ตัวละครนี้เปรียบได้เหมือนกับอเมริกาชัดมากๆ เด็กนิสัยไม่ดีแต่มีอำนาจเหนือคนอื่น ซึ่งพอ Tetsuo พบว่าตัวเองมีพลัง เขาก็ใช้มันเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง … คงไม่ต้องเปรียบนะครับว่ายังไง

ถ้าเปรียบ Tetsuo คืออเมริกา แล้ว Kaneda ละ ผมไม่อยากเข้าข้างญี่ปุ่นมากนะครับ แต่คิดว่าเราคงต้องมองให้เห็นแบบนั้น เพราะนี่เป็นอนิเมะญี่ปุ่น จะไม่ให้เขาเป็นพระเอกได้ยังไง, กระนั้นหลังสงครามโลก ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจอเมริกานะครับ เหมือนกับ Kaneda ที่พยายามจะช่วยเพื่อนของเขาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ Tetsuo ถึงสุดท้ายจะช่วยไม่สำเร็จก็เถอะ

ส่วนเด็ก Esper หน้าแก่ 3 คนนั้น ผมรู้สึกคล้ายๆกับ A Space Odyssey ที่มี 3 ตัวละครใน Hibernate Capsule เปรียบเหมือนประเทศโลกที่ 3 ใน Akira ก็น่าจะความหมายเดียวกัน ประเทศเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ถ้าสามารถดึงเอาพลังแฝงที่ซ่อนไว้ออกมาได้ ส่วนนายพลกับด็อกเตอร์ ทั้งสองเป็นคนปลุกพลัง Akira ในตัว Tetsuo ขึ้นมา นั่นแสดงถึงพวกเขาคือชนวนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ในห้องประชุมที่มีแต่ผู้นำคอรัปชั่น เงินไม่ได้ทำให้คนมีอำนาจ นายพลทำการยึดอำนาจ และพยายามทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กระนั้นก็ไม่มีใครสามารถต่อกรกับมหาอำนาจ (Tetsuo) ได้ไม่ว่าจะกองทัพ หรือเด็ก Esper เลย สิ่งที่จัดการกับ Tetsuo ได้คือพลังอำนาจที่เหนือกว่า (พระเจ้า) หรือจะมองว่าเพราะเขาทำลายตัวเองก็ได้ (ไม่สามารถควบคุมพลังได้)

ถ้าใครเคยดู Blade Runner มาแล้ว จะรู้สึกคุ้นๆฉากใน Neo Tokyo มากๆ เพราะ Akira ถือว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Blade Runner ด้วยนะครับ

เพลงประกอบโดย Shoji Yamashiro ถ้าบอกว่าหมอนี่คือนักวิทยาศาสตร์ คงไม่มีใครเชื่อแน่ ผมไม่รู้ Otomo ไปทำยังไงเข้าถึงได้ด็อกเตอร์คนนี้มาทำเพลงประกอบให้ สงสัยเป็นงานอดิเรกของเขากระมัง ผมรู้สึกเพลงประกอบ Akira มันประหลาดมากๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน คือถ้ามาฟังทีละเพลงมันไม่เพราะเลยนะครับ เพลงอะไรก็ไม่รู้ แต่เมื่อประกอบเข้ากับอนิเมะเรื่องนี้ มันเข้ากันเสียอย่างงั้น มีส่วนผสมของเครื่องดนตรีพื้นบ้าน, เครื่องดนตรี electronic, บ้างได้ยินเหมือนเสียงกระดิ่งกิ๊งๆแบบในวัด, บ้างได้ยินเหมือนคนกำลังท่องบทสวด, บ้างก็เสียงกรีดร้อง เสียงโหยหวนของคนใกล้ตาย ฯ เพลงประกอบประหลาดๆแบบนี้ คงสื่อถึงความเสื่อมโทรม เละเทะของโลกยุค dystopia ผมไม่คิดว่าจะมีใครแต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้นะครับ

โลกยุค dystopia แบบใน Akira ผมคิดว่าผู้คนคงไม่เชื่อเรื่อง ‘ศาสนา’ กันแล้ว แต่ผู้กำกับกลับใส่เพลงประกอบ มีทั้งเสียงสวดมนต์ ที่ได้ยินแล้วได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในวัด นี่มันอะไรกัน? … ในอนิเมะมีอยู่ลัทธิหนึ่งที่เห็นชัดเลยคือ ลัทธิ Akira ที่เชื่อเรื่องการกลับมาของผู้สร้าง คนที่เชื่อใน Akira เพราะคาดหวังให้เขาเอาพลังไปใช้เพื่อสร้างโลกใหม่ แต่พลังของ Akira มีแต่ทำลายเท่านั้น มีประโยคหนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักที “การจะเริ่มต้นสร้างสิ่งใหม่ ต้องเริ่มจากทำลายของเดิม” (If you wanna build something new, you have to destroy the old first.) ผมไม่อยากตีความอนิเมะเรื่องนี้ไปทางศาสนามากนะครับ ขอเรียกว่า ‘ความเชื่อ’ แล้วกัน Akira คือ Cult Film (Cult คือ ลัทธิ ความเชื่อที่มีต่อบุคคลหรือสิ่งของ) ในโลกยุค dystopia นี่ไม่ใช่โลกที่ผู้คนจะมีชีวิตที่มีความสุข พวกเขาฝันถึงสวรรค์ paradise แต่ก็ได้แค่คิดไม่มีใครสามารถไปถึงได้ เพราะมันไม่เหลือใครหรือสิ่งที่จะสามารถพาความพวกเขาให้ไปถึงจุดนั้นได้อีกแล้ว ระเบิดนิวเคลียร์ (หรือ Akira) คือสิ่งที่ทำให้เกิดการล่มสลายของอารยธรรม ศาสนา และความเชื่อเก่า Akira กลายเป็นศาสดาคนใหม่ แต่มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ยอมรับ ส่วนใหญ่คิดว่า Akira มันก็แค่เรื่องแต่งเพื่อให้ผู้คนมีความหวังว่าเป็นทางไปสู่สวรรค์ เพลงประกอบหนังที่จงใจใช้เหมือนเป็นเพลงศาสนา ก็เพื่อสะท้อนให้ผู้ชมเห็นว่า โลกที่ไม่มีศาสนาเหลืออยู่แล้วจะเป็นยังไง ความเชื่อที่มีอยู่มันไม่เพียงพอจะทำให้โลกดำเนินต่อไปได้ โลกที่ไม่มีศาสนาแต่ใช้เพลงประกอบที่เหมือนเพลงศาสนา มัน ironic ดีนะครับ

พลังของ Akira คืออะไรกันแน่? คำตอบนี้มีหลากหลายมากๆ ขึ้นอยู่กับมุมมองความเข้าใจของแต่ละคนนะครับ เราอาจจะมองแค่ Akira คือเด็กคนหนึ่งที่มีพลังมาก เขาตายไปเมื่อ 20 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์เก็บรักษาเขาไว้โดยการแยกชิ้นส่วนต่างๆ ซ่อนไว้ในห้องแช่แข็งที่อุณหภูมิ 0 Kelvin คิดได้แค่นี้ก็แสดงว่าเข้าใจเรื่องราวของหนังแล้ว แต่ถ้าอยากเข้าใจให้มากกว่านั้นอีก ในหนังมีคำอธิบายเปรียบเทียบพลังของเขากับจุดกำเนิดของจักรวาล ในช่วงต้นๆบทความนี้มีคนเปรียบ Akira คือพลังของพระเจ้า ผมเปรียบเทียบกับอาวุธนิวเคลียร์ที่อเมริกาทิ้งใส่ญี่ปุ่น ย่อหน้าล่าสุดเปรียบเหมือนสิ่งที่ทำให้เกิดการสิ้นสุดของอารยธรรม ศาสนาและความเชื่อเก่า… สรุปแล้วพลังของ Akira คืออะไรกันแน่? ไม่รู้สิครับ ทุกอย่างที่ผมเล่ามามันก็คือ Akira ทั้งหมดนะแหละ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเชื่อแบบไหนก็ได้ เชื่อทุกอย่าง หรือไม่เชื่อสักอย่างเลยก็ได้ นี่แหละครับคือ Akira

นี่เป็นอนิเมะที่เราสามารถตีความอะไรจากมันได้หลากหลายมากๆนะครับ ไม่จำเป็นว่าคุณต้องมีความเห็นต่อหนังเหมือนผม มุมมองของผมอาจจะไม่ถูกเลยก็ได้ แต่แค่ได้คิดมันก็สนุกแล้วนะครับ ผมแนะนำคออนิเมะ คนที่ชอบหนังแนว dystopia โลกอนาคตที่ล่มสลาย คอไซไฟนี่ห้ามพลาด ดูแล้วได้คิดจนปวดหัวแน่ๆ จัดเรต R 18+ สำหรับความรุนแรง ทั้งภาพและเสียง

คำโปรย : “Akira นี่คือหนังอนิเมะที่คอหนังไซไฟ โลกอนาคต Dystopia ไม่ควรพลาด มันช่างแปลกประหลาด สวยงาม สมจริงและหลอนเข้ากระดูกดำ”
คุณภาพ : RARE-GENDARY
ความชอบLOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of