นางนาก (1999)

นางนาก

นางนาก (พ.ศ. ๒๕๔๒) : นนทรีย์ นิมิบุตร ♥♥♥♡

ในยุคที่หนังไทยราวกับได้ตายท้องกลม แต่ความรักของผู้สร้างยังคงอยู่นิรันดร์ พยายามรังสรรค์นำเสนอมุมมองสิ่งแปลกใหม่ คาดหวังแค่ปลุกแม่นากให้ฟื้นตื่น แต่ความสำเร็จกว่า ๑๕๐ ล้านบาท สามารถคืนชีพวงการภาพยนตร์ไทย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ทองปาน (1976)

ทองปาน

ทองปาน (พ.ศ. ๒๕๑๙) : ไพจง ไหลสกุล, สุรชัย จันทิมาธร, ยุทธนา มุกดาสนิท, รัศมี เผ่าเหลืองทอง ♥♥♥♡

ภาพยนตร์ ‘ประหลาด’ ของไทย หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพัฒนาชนบทของรัฐบาล ต่อการสร้างเขื่อนผามอง กั้นแม่น้ำโขง ช่วงหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งพอหนังเสร็จประจวบกับการมาถึงของ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ จึงถูกแบนห้ามฉาย ต้องอ้อมโลกไปโด่งดังไกล กว่าจะได้หวนกลับมาสู่สายตาคนไทย

ผู้แทนนอกสภา (1983)

ผู้แทนนอกสภา

ผู้แทนนอกสภา (พ.ศ. ๒๕๒๖) : สุรสีห์ ผาธรรม ♥♥♡

อุดมคติแห่งประชาธิปไทย แม้ว่าผู้สร้างต้องการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องเหมาะสมต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไฉนกลับให้ตอนจบลงเอยอย่างนั้นเสียละ! นี่มันสะท้อนความหมดสิ้นหวังทางการเมือง คนดีไม่มีที่ยืนในสังคมไทย

เปนชู้กับผี (2006)

เปนชู้กับผี

เปนชู้กับผี (พ.ศ. ๒๕๔๙) : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ♥♥♥♥

หนึ่งในหนังผีไทย ได้รับการยกย่องกล่าวขวัญว่ามีความน่าหวาดสะพรึงกลัวที่สุด แต่แน่ใจแล้วหรือว่านี่คือหนังผี? การไม่ยินยอมรับตนเอง สูญเสียสิ้นศรัทธา เปนเหตุให้ทุกสิ่งอย่างเวียนวนหวนกลับคืนสู่จุดเริ่มต้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก! รัฐประหาร พ.ศ. ๒๕๔๙ ก็เช่นกัน

หมานคร (2004)

หมานคร

หมานคร (พ.ศ. ๒๕๔๗) : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ♥♥♥♥

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เกิด เติบโตขึ้นในกรุงเทพหมานคร พบเห็นความวุ่นวาย เร่งรีบร้อน เห็นแก่ตัวของชาวเมืองหลวง ตั้งใจถ่ายทอดวิถีชีวิต โลกทัศนคติผู้คน ด้วยมุมมองส่วนตน ‘Magical Realism’ เว่อวังอลังการสุดโต่ง สรวงสวรรค์หรือขุมนรกก็แล้วแต่ใครจะมองเห็น

ฟ้าทะลายโจร (2000)

ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓) : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ♥♥♥♥

‘หนังไทย คือความบันเทิงราคาถูก’ คำกล่าวนี้ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ทั้งจริงและเจ็บปวด! รวบรวมความชื่นชอบวัยเด็ก นำเสนอด้วยมุมมองคนรุ่นใหม่ ให้เหมือนบันทึกประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ไทย สร้างเอกลักษณ์ให้โลกประจักษ์ชื่นชม พร้อมอับอายขายขี้หน้าไปพร้อมๆกัน

มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2001)

มนต์รักทรานซิสเตอร์

มนต์รักทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. ๒๕๔๔) : เป็นเอก รัตนเรือง ♥♥♥♥

ต่อให้ร่ำรวยเงินทองแค่ไหนก็แดกไม่ได้ เวลาขี้ออกมามันทรมาน! ภาพยนตร์ลำดับสามของ เป็นเอก รัตนเรือง ในช่วงวัยกำลังจัดจ้าน อหังการ ดัดแปลงจากหนังสือที่ตนเองไม่ได้ชื่นชอบสักเท่าไหร่ (แต่แฟนสาวขณะนั้นชอบ) แต่มองเป็นความท้าทายผสมอารมณ์ลูกทุ่ง เสียดสีสังคมได้อย่างแสบกระสันต์, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

มหา’ลัย เหมืองแร่ (2005)

มหา

มหา’ลัย เหมืองแร่ (พ.ศ. ๒๕๔๘) : จิระ มะลิกุล ♥♥♥♡

ณ จุดตกต่ำสุดในชีวิตของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ สอบตกโดนรีไทร์ เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา เลยถูกพ่อส่งไปทำงานกรรมกรเหมืองแร่ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เรียนรู้จักความยากลำบาก เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด กลายเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่า มากยิ่งกว่าการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

15 ค่ำ เดือน 11 (2002)

15 ค่ำเดือน 11

๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๕) : จิระ มะลิกุล ♥♥♥♡

เกิดเป็นคนยุคสมัยนี้แบบ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ช่างแสนลำบากยากเข็น ตกอยู่กึ่งกลางระหว่างถูก-ผิด ศรัทธา-ผลประโยชน์ ตำนานความเชื่อโบราณ-วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แต่ถึงจะอึดอัดเครียดคลั่งแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องปล่อยวางจากความหมกมุ่นยึดติด, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ช่างมันฉันไม่แคร์ (1986)

ช่างมันฉันไม่แคร์

ช่างมันฉันไม่แคร์ (พ.ศ. ๒๕๒๙) : หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ♥♥♥♡

ช่างมันฉันไม่แคร์ เป็นคำตัดพ้อรำพันของ สินจัย หงษ์ไทย (เปล่งพานิช) และ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ต่อชายคนรักที่นิสัยเปลี่ยนแปลง และสภาพสังคมไทยหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ แค่เพียงกว่าสิบปี อะไรๆกลับมีแต่เลวร้ายเสื่อมทรามลง ทอดถอนลมหายใจ ปลงอย่างอ่อนแรง หวนกลับคืนสู่ธรรมชาติท้องทุ่งนา ไขว่คว้าหาความสงบสุขทางใจเสียยังดีกว่า

เวลาในขวดแก้ว (1991)

เวลาในขวดแก้ว

เวลาในขวดแก้ว (พ.ศ. ๒๕๓๔) : ประยูร วงศ์ชื่น, อมรศรี เย็นสำราญ, อนุกูล จาโรทก ♥♥♥♡

ครอบครัวแตกแยก พ่อ เลิกรากับ แม่ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาวัยรุ่นหลงทางผิด แล้วเมื่อประเทศชาติแตกแยก ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ รัฐบาล ใช้ความรุนแรงกับ นักศึกษา/ประชาชน เฉกเช่นนั้นจักเกิดความวุ่นวายอะไร?, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ดาวคะนอง (2016)

ดาวคะนอง

ดาวคะนอง (พ.ศ. ๒๕๕๙) : อโนชา สุวิชากรพงศ์ ♥♥♥♡

อดีตเริ่มเลือนหาย ความทรงจำกระจัดกระจาย แต่มันกลับมาโดดเด่นชัดอีกครั้งเมื่อประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ อันเป็นชวนเหตุให้ อโนชา สุวิชากรพงศ์ นำพาตัวเองหวนกลับสู่จุดเริ่มต้น เมื่อปีที่ฉันเกิดตรงกับเหตุการณ์ ๖ ตุลา พ.ศ. ๒๕๑๙ สร้างพื้นที่ความทรงจำให้พี่น้องชาวไทย ยินยอมได้อย่างไรเมื่อเผด็จการยึดครองประเทศ!

อินทรีทอง (1970)

อินทรีทอง

อินทรีทอง (พ.ศ. ๒๕๑๓) : มิตร ชัยบัญชา ♥♥♡

มิตร ชัยบัญชา เป็นนักแสดงที่ดี แต่เรื่องการกำกับยังถือว่าอ่อนด้อยประสบการณ์นัก, สำหรับผลงานสุดท้ายในชีวิต เน้นขายความอลังการงานสร้าง ต่อสู้บู๊สุดมันส์ระหว่าง แดง vs. เหลืองทอง, โจร vs. ตำรวจ, คอมมิวนิสต์ vs. ประชาธิปไตย คงไม่มีใครสวมหน้ากากอินทรี แล้วจะยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว

เกิดเป็นหงส์ (1966)

เกิดเป็นหงส์ (พ.ศ. ๒๕๐๙) : คุณาวุฒิ ♥♥♥♥

เพชรา เชาวราษฎร์ เกิดในตระกูลชนชั้นสูง พร้อมด้วยรูป ทรัพย์ เชื้อสายขัตติยะ แต่การมาถึงของโลกยุคสมัยทุนนิยม ทำให้ถูกฉุดคร่าลงมาตกต่ำ ถึงกระนั้นก็ไม่ขอละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นหงส์ ให้ฝูงแร้งกาเชยชมดอมดมได้โดยง่าย นอกเสียจาก มิตร ชัยบัญญา สุดที่รักแห่งดวงใจ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

จุฬาตรีคูณ (1967)

จุฬาตรีคูณ

จุฬาตรีคูณ (พ.ศ. ๒๕๑๐) : ดอกดิน กัญญามาลย์ ♥♥♥♥

แม้คุณภาพฟีล์ม 16mm ที่คงเหลือถึงปัจจุบันจะไม่ค่อยสวยงามนัก แต่โศกนาฎกรรมความรักระหว่าง อริยวรรต (มิตร ชัยบัญชา) กับ ดารารายพิลาส (เพชรา เชาวราษฎร์) ดัดแปลงจากนวนิยายของ พนมเทียน ช่างงดงามตราตรึงยิ่งนัก และบทเพลงจุฬาตรีคูณ ขับร้องโดย มัณฑนา โมรากุล (วงสุนทราภรณ์) เพราะพริ้งเหนือกาลเวลา, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ไทรโศก (1967)

ไทรโศก

ไทรโศก (พ.ศ. ๒๕๑๐) : คุณาวุฒิ ♥♥♥♡

หนึ่งในการแสดงยอดเยี่ยมที่สุดของ มิตร ชัยบัญชา รับบทพร้อมกัน ๒ ตัวละคร หนึ่งไอ้บ้าใบ้ผู้โชคร้าย สองคือลูกชาย(ของไอ้ใบ้นะแหละ) เฉลียวฉลาด หล่อเหลา มาดผู้ดี ใครๆต่างเคลิบเคลิ้มตกหลุมรัก ประกบสามนักแสดง โสภา สถาพร, รักชนก จินดาวรรณ และบุศรา นฤมิตร ซึ่งโชคชะตาชีวิตจริงของพวกเธอ สะท้อนการปรับตัวภายใต้ ‘ร่มเงายุคสมัยของ เพชรา เชาวราษฏร์’ ได้อย่างน่าขนหัวลุก

บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (1962)

บันทึกรักของพิมพ์ฉวี

บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (พ.ศ. ๒๕๐๕) : ศิริ ศิริจินดา ♥♥♥♡

ผลงานการแสดงเรื่องแรกของ เพชรา เชาวราษฎร์ ประกบว่าที่คู่ขวัญตลอดกาล มิตร ชัยบัญชา ต่อให้ชายคนรักจะเลวชั่วต่ำทรามสักเพียงใด แต่ไม่มีอะไรในโลกนี้ จะยกโทษให้อภัยกันไม่ได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

เพชรตัดเพชร (1966)

เพชรตัดเพชร

เพชรตัดเพชร (พ.ศ. ๒๕๐๙) : วิจิตร คุณาวุฒิ, พร้อมสิน สีบุญเรือง, ประกอบ แก้วประเสริฐ ♥♥♥♡

โปรดักชั่นระดับ Hollywood โกอินเตอร์ไกลถึงฮ่องกง แต่คงคุณภาพแบบไทยๆ มิตร ชัยบัญชา เฉือนคมตัดกับ ลือชัย นฤนาท ทำเอาหนัง James Bond ยังต้องชิดซ้าย แค่เพียงฉายเดือนกว่าๆรายรับเกิน ๓ ล้านบาท ขึ้นแท่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลขณะนั้นโดยทันที

ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 (1990)

ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44

ส.อ.ว.ห้อง ๒ รุ่น ๔๔ (พ.ศ. ๒๕๓๓) : บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ♥♥♥♡

จินตหรา สุขพัฒน์ สำเร็จการศึกษามัธยมปลาย ห้อง ๒ รุ่น ๔๔ โรงเรียนสตรีอรุณรัชต์วิทยา ทั้งๆที่สนิทสนมกับเพื่อนร่วมชั้นทุกคนเป็นอย่างดี แต่เมื่อต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตก็เริ่มเหินห่าง เพราะความแตกต่างทางสังคม ครอบครัว และเป้าหมายอุดมการณ์เพ้อฝัน ค่อยๆเรียนรู้จักโลกกว้าง ที่ผู้หญิงยังไม่ได้รับสิทธิ โอกาส ความเสมอภาคเท่าเทียมกับบุรุษ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ผีเสื้อและดอกไม้ (1985)

ผีเสื้อและดอกไม้

ผีเสื้อและดอกไม้ (พ.ศ. ๒๕๒๘) : ยุทธนา มุกดาสนิท ♥♥♥♥

ผีเสื้อและดอกไม้ เป็นสิ่งเคียงคู่เกื้อหนุนพึ่งพากันและกันอย่างขาดไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ชาย-หญิง ฮูยัน-มิมปี แม้เติบโตขึ้นบนโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบาก แต่ชีวิตก็ยังมีสิ่งสวยงามให้เชยชม, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”