
มหากาพย์การเดินทางของมนุษยชาติ พานผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง/วิวัฒนาการครั้งสำคัญ ค้นพบวัตถุลึกลับที่ไม่มีใครสามารถหาคำอธิบาย ทำได้เพียงเพลิดเพลินไปกับสุนทรียภาพยนตร์
hollywood, america film, united states

มหากาพย์การเดินทางของมนุษยชาติ พานผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง/วิวัฒนาการครั้งสำคัญ ค้นพบวัตถุลึกลับที่ไม่มีใครสามารถหาคำอธิบาย ทำได้เพียงเพลิดเพลินไปกับสุนทรียภาพยนตร์

สงครามเย็นคือช่วงเวลาที่ผู้คนเต็มไปด้วยความหวาดระแวง วิตกจริต จนแทบเสียสติ! ผู้กำกับ Stanley Kubrick เลยสรรค์สร้างผลงานมาสเตอร์พีซเรื่องนี้ด้วยการปลดปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ให้น้ำ(ลาย)แตก ขำกระจาย ระเบิดระบายอารมณ์อัดอั้น ด้วยเสียงหัวเราะอย่างคลุ้มบ้าคลั่ง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ด้วยความที่ผู้กำกับ Stanley Kubrick เพิ่งร่วมงานนักแสดง Kirk Douglas เลยยินยอมมาเป็นมือปืนรับจ้างภาพยนตร์ Spartacus (1960) เพราะคือโอกาสได้จับหนังใหญ่ระดับมหากาพย์ น่าเสียดายถ้าได้ควบคุมงานสร้างตั้งแต่เริ่มต้น ผลลัพท์อาจทำออกมาน่าสนใจกว่านี้

เส้นทางสู่เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ มักแลกมาด้วยหายนะอันเลวร้าย การเสียสละของทหารหาญมากมาย สูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิต และจิตวิญญาณ มันคุ้มค่ากันแล้วใช่ไหม?

การปล้นเงินพนันในสนามแข่งม้าครั้งนี้ ถูกวางแผนอย่างดีราวกับเกมหมากรุก แต่ละคนต่างมีหน้าที่เฉพาะของตนเอง และต้องร่วมมือกันเท่านั้นถึงโจรกรรมสำเร็จ

แม้ในมุมของผู้กำกับ Stanley Kubrick ยังมองผลงานเรื่องที่สองนี้ว่า “Student Level of Filmmaking” แต่ก็จัดเป็นหนังนัวร์คลาสสิก แพรวพราวด้วยลูกเล่นภาพยนตร์ นักมวยตกอับช่างเข้ากับสาวเต้นรับจ้าง

ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ Stanley Kubrick แต่หลังออกฉายเกิดความรู้สึกอับอาย รับไม่ได้กับคุณภาพ “a bumbling amateur film exercise” พยายามทำลายฟีล์มหนัง แต่ก็มีคนแอบเก็บรักษา ปัจจุบันได้รับการบูรณะ 4K Ultra HD

ไม่ใช่แค่แมลงสาปสายพันธ์ Judas Breed ที่วิวัฒนาการด้วยการลอกเลียนแบบ (Mimic) ความสามารถของผู้ล่า แต่ยังผู้กำกับ Guillermo del Toro สรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อทำการเคารพคารวะบรรดาโคตรหนัง Horror

Steven Spielberg ถูกสั่งห้ามกำกับหนังเรื่องอื่นระหว่างสรรค์สร้าง E.T. the Extra-Terrestrial (1982) จึงมอบหมายให้ Tobe Hooper เข้ามาดูแลงานสร้างเอง แต่เจ้าตัวในฐานะโปรดิวเซอร์แวะเวียนมากองถ่ายไม่เว้นวัน ชี้นิ้วสั่งโน่นนี่นั่น เสนอแนะนั่นโน่นนี่ … สรุปแล้วใครกันกำกับหนังเรื่องนี้?

สำรวจจิตวิทยาสังคมอเมริกันในทศวรรษ 1980s มีสภาพไม่ต่างจากผู้ป่วยจิตเภท! เบื้องหน้าพยายามสร้างภาพให้ดูดี ทำตัวเหมือนคนมีศีลธรรม แต่ลับหลังกลับแสดงอาการคลุ้มบ้าคลั่ง ระเบิดระบายอารมณ์อัดอั้น ฆาตกรอํามหิตไม่สนห่าเหวอะไรใครทั้งนั้น!

น่าจะเป็นผลงานยอดเยี่ยมที่สุดของตลกอ้วน-ผอม Laurel and Hardy หนังสั้นความยาว 29 นาทีที่จะทำให้คุณขบขำกลิ้ง ม้วนตกบันได ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไร เพียงความบันเทิงสุดคลาสสิก จบลงด้วยความชิบหายวายป่วน, คว้ารางวัล Oscar: Best Short Subject, Comedy

White Heat มีอยู่สองความหมาย อุณหภูมิร้อนมากๆจนแผ่แสงสีขาวออกมา, หรือการแสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรง คลุ้มบ้าคลั่ง ซึ่งสามารถสื่อถึงพฤติกรรมตัวละครของ James Cagney อาชญากรโรคจิต (Psychopath) ผู้มีความอำมหิต ไม่เคยไว้ใจใครนอกจากมารดา

The Roaring Twenties คือคำนิยามทศวรรษ 1920s เมื่อสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายห้ามขายสุรา (Prohibition Era) แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เกิดการลักลอบผลิต-ขนส่ง-จัดจำหน่ายเหล้าเถื่อน จนกลายเป็นยุคสมัยอาชญากรครองเมือง!

เพื่อนวัยเด็กสองคนเติบโตขึ้นด้วยทิศทางชีวิตแตกต่างตรงกันข้าม, Pat O’Brien (Angels) หันเข้าหาศาสนา บาทหลวงคอยให้การดูแลเด็กกำพร้า, James Cagney (Dirty Faces) กลายเป็นอาชญากร ปล้นเงินมาแบ่งปันความสุขชั่วครั้งคราว, ภาพยนตร์สอนธรรมเกี่ยวกับการเลือกเส้นทางชีวิต “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ในวงการตำรวจ Heat คือคำเรียกสถานการณ์ตึงเครียด เกิดเหตุการณ์รุนแรงจนต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงาน ไล่ล่าติดตามตัวคนร้าย ควบคุมความสงบโดยไว! ซึ่งในบริบทหนังถูกใช้แทนความอาฆาตแค้นครั้งใหญ่ของนักสืบ Glenn Ford ออกค้นหาฆาตกรเข่นฆ่าภรรยา เธอไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลยสักนิด!

อาจถือเป็นภาคต่อทางจิตวิญญาณของ The Woman in the Window (1944) นักแสดง+ทีมงานแทบจะยกชุดเดิม! เรื่องราวก็มีความละม้ายคล้าย Edward G. Robinson ถูกลวงล่อหลอกโดยมารยาหญิงของ Joan Bennett แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป!

ภาพวาดหญิงสาวในตู้กระจกหน้าร้าน (Shop Window) ช่างมีความน่าหลงใหล Edward G. Robinson ถึงขนาดเก็บนำไปครุ่นคิด จินตนาการเพ้อฝัน แต่พอได้พบเจอตัวจริงนั้น Joan Bennett กลับกลายเป็นสวยอันตราย (Femme Fatale) อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจสาวสวย

ได้แรงบันดาลจากคู่รักอาชญากร Clyde Barrow และ Bonnie Parker (Bonnie and Clyde) แต่การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ในยุคสมัยกองเซนเซอร์ Hays Code โดนสั่งห้ามโน่นนี่นั่น ถูกหั่นออกไปกว่า 15 นาที ถึงอย่างนั้นกลับยังได้รับการยกย่องกล่าวขวัญ กลายเป็นต้นแบบหนังนัวร์ (early Film Noir)

ผู้กำกับ Fritz Lang ตัดสินใจหลบหนีจาก Nazi Germany เดินทางมาสรรค์สร้างภาพยนตร์ Hollywood (เรื่องแรก) ระบายอารมณ์เกรี้ยวโกรธผ่านตัวละครของ Spencer Tracy เมื่อตำรวจจับผิดตัวแล้วถูกม็อบรุมประชาทัณฑ์ พอความจริงเป็นที่ประจักษ์ ใครจักคือผู้รับผิดชอบหายนะบังเกิดขึ้น?

หนังทุนต่ำเกรดบี ไม่มีนักแสดงชื่อดัง เรื่องราวอาจงั้นๆ แต่ลีลานำเสนอของผู้กำกับ Robert Aldrich มีความดิบ-เถื่อน บ้าระห่ำ (Hard-Boiled) ชักชวนตั้งคำถาม อะไรอยู่ในกระเป๋า? (MacGuffin) มันช่างลุ่มร้อน มอดไหม้ สร้างหวาดระแวงต่อการมาถึงของวันสิ้นโลก (Apocalyptic)