Vivaldi: The Four Seasons

The Four Seasons

Vivaldi: The Four Seasons

ความมหัศจรรย์ของ The Four Seasons (1725) สี่บทเพลง Violin Concerto ของคีตกวีเอกสัญชาติอิตาเลี่ยน Antonio Vivaldi (1678 – 1741) แห่งยุคสมัย Baroque คือผู้ฟังสามารถหลับตา จินตนาการถึงฤดูกาล สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายลม แสงแดด ใบไม้ร่วง และหิมะหนาวเหน็บ

Liszt: Un Sospiro

Liszt: Un Sospiro

ทอดถอนลมหายใจเมื่อเหม่อล่องลอยออกไป พบเห็นดวงดาวดาราระยิบระยับสาดส่องทอประกายแสง รู้สึกอิจฉาริษยาความเจิดจรัสจร้า อยากได้รับการจดจำเช่นนั้นบ้าง แต่นั่งนิ่งอยู่เฉยๆมันจะมีประโยชน์อะไร ต้องเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นก้าวเดิน ความสำเร็จเริ่มต้นที่การเอาชนะใจตนเอง, บทเพลงมีความไพเราะเพราะพริ้งที่สุดของ Franz Liszt และคือบทเรียนด่านสุดท้ายของผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเปียโน

The Last Rose of Summer

The Last Rose of Summer

The Last Rose of Summer

จากบทกวีประพันธ์โดย Thomas Moore สัญชาติไอริช เมื่อปี ค.ศ. 1805 กลายเป็นแรงบันดาลนับไม่ถ้วนให้กับบทเพลงไพเราะมากมาย เริ่มต้นจาก John Andrew Stevenson แม้แต่ Beethoven, Mendelssohn ยังเคยเรียบเรียงใส่ผลงานของตนเอง

Holst: The Planets

The Planets

Holst: The Planets

เทียบกับวงการภาพยนตร์ คงต้องเรียกความยิ่งใหญ่ของบทเพลง The Planets, Op. 32 ประพันธ์โดยคีตกวีสัญชาติอังกฤษ Gustav Holst ว่าระดับ ‘Symphonic Blockbuster’ เปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ปี 1918 ประกอบด้วย 7 Movement พรรณาถึง 7 ดาวเคราะห์ของระบบสุริยะขณะนั้น

Mozart: Requiem

Mozart Requiem

Mozart: Requiem

ผลงานชิ้นสุดท้ายของ Wolfgang Amadeus Mozart ทว่าตัวเขาพลันด่วนเสียชีวิตลงก่อนด้วยโรคไตและไข้รากสาดใหญ่ ต่อมาเป็น Franz Xaver Süssmayr หนึ่งในลูกศิษย์ที่ภรรยาหม้าย Constanze ร้องขอให้ช่วยแต่งต่อครึ่งหลังให้เสร็จ เพื่อมิให้ Count Franz von Walsegg ผู้ว่าจ้าง Mozart ประพันธ์บทเพลงนี้ ฉกฉวยนำไปเป็นผลงานของตนเอง

Sarasate: Zigeunerweisen

Zigeunerweisen

Sarasate: Zigeunerweisen

คีตกวีสัญชาติสเปน Pablo de Sarasate ประพันธ์ Zigeunerweisen (Gypsy Airs), Op. 20 ขึ้นเมื่อปี 1847 บันทึกลงแผ่นครั่งปี 1904 ประมาณนาทีที่ 3 กว่าๆ เผลอพูดให้คำแนะนำนักดนตรี ติดลงในแผ่นเสียง ผู้ฟังที่กำลังเคลิบเคลิ้มสมัยนั้น พอได้ยินต่างสะดุ้งตกใจนึกว่าเสียงผี กลายเป็นตำนานอมตะของบทเพลงนี้โดยพลัน, ขณะที่ในเมืองไทยก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี นำมาประพันธ์เป็นบทกลอนเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (ค.ศ. 1934) ตั้งชื่อว่า คิดถึง (จันทร์กระจ่างฟ้า)

George Gershwin: Rhapsody in Blue

rhapsody in blue

George Gershwin: Rhapsody in Blue

บทเพลงพรรณาความงดงามของป่าคอนกรีตแห่งมหานคร New York แจ้งเกิดให้กับคีตกวีอายุสั้น George Gershwin ด้วยการทดลองผสมผสานดนตรีคลาสสิก เข้ากับ Jazz (เรียกว่า Orchestral-Jazz) แม้ตอนแสดงรอบปฐมทัศน์จะได้รับเสียงค่อนข้างแตก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป Rhapsody in Blue ได้กลายเป็นอีกหนึ่งในบทเพลงอมตะ สัญลักษณ์แทนประเทศอเมริกา

Beethoven: Symphony No. 5

Beethoven: Symphony No. 5

แท้น แท้น แท้น แทน, โน๊ตสี่ตัวแรกบทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 5 ในบันไดเสียง ซี ไมเนอร์ (Symphony No. 5 in C Minor) ของ Ludwig van Beethoven คือเรื่องบังเอิญหรือเปล่าที่ตรงกับรหัสมอร์ส (สั้น สั้น สั้น ยาว) ตัวอักษร V ซึ่งบทเพลงนี้มักถูกเรียกว่า ‘Victory Symphony’ ซิมโฟนีแห่งชัยชนะ

Ave Maria

Ave Maria

Ave Maria

คงมีหลายคนรู้จักบทเพลง Ave Maria (เอวา มารี) บทเพลงคำร้องสักการะพระแม่มารีย์ ที่มีความไพเราะงดงาม แต่ใครกันที่เป็นผู้ประพันธ์บทสวดอันเสนาะหูนี้?

Carl Orff: O Fortuna

o-fortuna

Carl Orff: O Fortuna

บทเพลงคลาสสิกที่ BBC ได้ทำการสำรวจจัดอันดับ ‘most listened to classical piece’ ได้ยินบ่อยครั้งสุดในรอบ 75 ปี คือ O Fortuna บทกวีภาษาละตินที่ใส่ Orchestra โดย Carl Orff คีตกวีชาวเยอรมัน เพื่อเปิดและปิดการแสดง Cantata ชื่อ Carmina Burana, การันตีว่าคุณต้องเคยได้ยินเพลงนี้แน่นอน

Beethoven: Symphony No. 7

Beethoven: Symphony No. 7

Beethoven: Symphony No. 7

Symphony No. 7 in A major, Op. 92 คือบทประพันธ์ที่ Ludwig van Beethoven บอกว่าเป็นผลงานดีที่สุดของตนเอง, โดยเฉพาะ Movement II Allegretto (A minor) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนการประกาศชัยชนะของ Arthur Wellesley, 1st Duke of Wellington ที่มีต่อ Joseph-Napoléon Bonaparte (พี่ชายของนโปเลียน)

Pachelbel: Canon

Pachelbel

Johann Pachelbel: Canon in D

หนึ่งในเพลงคลาสสิกที่มีความมหัศจรรย์ ทั้งจากตัวโน้ต ท่วงทำนอง วิธีการเล่น แนวคิดและอิทธิพล ที่แม้จะถูกแต่งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบัน (ศตวรรษที่ 21) ก็ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

Rachmaninoff: Rhapsody on a Theme of Paganini

Rachmaninoff: Rhapsody on a Theme of Paganini

หนึ่งในบทเพลง Classic ที่มีความไพเราะที่สุดในโลก Rhapsody on a Theme of Paganini In A Minor, Op. 43 – Variation #18 เมื่อนำไปบรรเลงควบคู่กับสิ่งต่างๆบนโลก จะทำให้สิ่งนั้นมีความสวยงามที่หาคำมาบรรยายไม่ได้

Edward Elgar: Salut d’Amour Op.12

Salut d

Edward Elgar: Salut d’Amour Op.12

หนึ่งในเพลง Duo ระหว่าง Piano และ Violin ที่มีความหวานแหวว โหยหาย คิดคำนึง อยากได้พบเจอที่สุด ประพันธ์โดย Sir Edward Elgar คีตกวีชาวอังกฤษผู้เป็น Conductors ประจำให้กับ London Symphony Orchestra Principal และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Master of the King’s Music ในปี 1924

Edvard Grieg: In the Hall of the Mountain King & Morning Mood

in the hall of the mountain king

Edvard Grieg: In the Hall of the Mountain King & Morning Mood

คีตกวีและนักเปียโนชาวนอร์เวย์ (Norwegian) Edvard Grieg เขาเป็นผู้นำเพลงคลาสสิคในยุคโรแมนติก (Romantic Era) เพลงที่ดังที่สุดของเขา แต่งขึ้นใช้ประกอบละครเวทีเรื่อง Peer Gynt ของ Henrik Ibsen มีทั้งหมด 4 ท่อน แต่ 2 ท่อนที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ Morning Mood และ In the Hall of the Mountain King

Richard Wagner: Ride of the Valkyries

ride of valkyrie

Richard Wagner: Ride of the Valkyries

“The Ride Of The Valkyries” เป็นเพลง prelude ใน Act 3 ของโอเปร่า Die Walküre ประพันธ์โดยคีตกวีชาวเยอรมัน Richard Wagner หรือที่คนมักจะเรียกเพลงนี้ติดปากว่า Wagner Theme ผมได้ยินเพลงนี้ประกอบในหนังมาก็หลายเรื่อง ล่าสุดงานประกาศรางวัล Oscar ครั้งที่ 88 ก็ยังได้ยิน เลยเอามาแนะนำให้รู้จักเสียหน่อย ผมคิดว่าคนอเมริกาส่วนมากน่าจะรู้จักเพลงนี้ คนไทยเองอาจเคยได้ยินบ้าง แต่ไม่รู้ว่าคือเพลงอะไร มีประวัติความเป็นมา และทำไมถึงฮิตกัน วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

Johann Strauss II: The Blue Danube

hqdefault

Johann Strauss II: The Blue Danube Op. 314

“The Waltz King” หรือที่ผู้คนรู้จักเขาในนาม Johann Strauss, Jr., the Younger, the Son หรือ Johann Baptist Strauss ย่อๆก็คือ Johann Strauss คีตกวีชาวออสเตรียชื่อดังในช่วงศตวรรษที่ 18 ฉายา Waltz King ก็มาจากผลงานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของคีตกวีคนนี้ โดยเฉพาะเพลง Waltz ซึ่งเพลงที่ดังที่สุดก็คือเพลงนี้ The Blue Danube

Rachmaninoff: Piano Concerto No.2 op.18

Rachmaninoff: Piano Concerto No.2 op.18

ผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยฟัง Rachmaninoff ครั้งแรกตอนไหน แต่ที่จำได้ดีที่สุดก็ตอนดู Nodame Cantabile ตอนนั้นก็ชอบนะ แต่ไม่ถึงกับชอบมากจนกระทั่งเมื่อครั้งหนึ่ง ผมได้ฟังบทวิเคราะห์เพลงนี้จาก Stephen Hough ก็เข้าใจและหลงรักเพลงนี้อย่างทันที ในที่สุดผมก็หาเจอ เพลงคลาสสิคที่ชอบที่สุด

J. S. BACH: Toccata and Fugue in D Minor

J. S. BACH: Toccata and Fugue in D Minor

ใครชอบเพลงนี้ ผมว่าคุณเป็นโรคจิตแล้ว ผมเป็นคนหนึ่งละที่ไม่ชอบเพลงนี้เลย โดยเฉพาะเวอร์ชั่นที่เล่นโดย Organ ไม่รู้เหมือนกันว่า Bach แต่งเพลงนี้ได้ยังไง เชื่อว่าคนที่เข้าโบสถ์ น่าจะอย่างน้อยเคยได้ยินเพลงนี้ เครื่องดนตรี Organ ในสมัยก่อนแทบจะหานอกโบสถ์ไม่ได้เลย เป็นเหมือนเครื่องดนตรีประจำโบสถ์ของศาสนาคริสต์ เป็นที่ถกเถียงกันนะครับว่า เพลงนี้จริงๆแล้ว Bach เป็นผู้ประพันธ์หรือเปล่า เพราะต้นฉบับที่มีลายเซ็นต์ของเขานั้นหายไปแล้ว โน๊ตฉบับที่เก่าสุดของเพลงนี้เขียนก็อปปี้ไว้โดย Johannes Ringk ซึ่ง Ringk เองก็เป็นนักเรียนของ Bach ด้วยเหตุนี้ใครๆก็คิดไปว่าเพลงนี้ประพันธ์โดย Bach

Beethoven: Sonata No. 17, “Tempest” 3rd Movement

Beethoven: Sonata No. 17, “Tempest” 3rd Movement

ผมรู้จักเพลง Tempest ครั้งแรกก็ตอนดู Zetsune no Tempest ตอนที่ผมดูอนิเมะครั้งแรกก็ไม่รู้หรอกว่ามีเพลงนี้ด้วย แต่หลังจากดูจบเพราะความชื่นชอบในตัวอนิเมะมากเลยลองค้นๆดู ก็พบว่าแท้จริงแล้วเพลง Tempest นั้น มีต้นฉบับมาจากเพลงคลาสสิคของคีตกวีชื่อดัง Beethoven เลยทีเดียว ลองฟังต้นฉบับกันแล้ว เทียบกับฉบับที่ Zetsune no Tempest แปลงไปเป็นออเครสต้า ให้ความรู้สึกเป็นยังไงบ้างเอ่ย