Mimi o Sumaseba (1995)

ความรัก มักส่งเสียงกระซิบซาบจากภายใน ให้บุคคลผู้มีหัวใจสีชมพูได้รับอิทธิพล ค้นพบเป้าหมายชีวิต ครุ่นคิดถีงอนาคต ความฝัน อยากจับมือแล้วก้าวเดินเคียงข้างไปด้วยกัน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Hotarubi no Mori e (2011)

hotarubi no mori e

ดัดแปลงจาก One-Shot ของ Yuki Midorikawa ผู้แต่งมังงะ Natsume Yūjin-chō, เรื่องราวของ Gin ชายผมเงินสวมหน้ากากจิ้งจอก วันหนี่งพานพบเจอเด็กหญิง Hotaru พลัดหลงทางในป่าหลังศาลเจ้า บอกกับเธอว่าตนเองไม่สามารถแตะต้องตัวมนุษย์ได้ ร่างกายจักพลันสูญสลายชั่วนิรันดร์ แต่มีหรือเด็กหญิงจักยินยอมเชื่อฟัง กาลเวลากลับทำให้เธอค่อยๆเกิดความสัมพันธ์แม้ด้วยเงื่อนไขอันซับซ้อนนั้น

L’Hirondelle et la Mésange (1920)

L

นี่คือนิราศหนังเงียบที่ถูกเก็บฝังใน Time Capsule ไม่ได้นำออกฉายทันทีเมื่อสร้างเสร็จ จนกระทั่งมีการค้นพบฟีล์มต้นฉบับสภาพสมบูรณ์ นำมาตัดต่อใหม่โดย Henri Colpi ออกฉาย 60 กว่าปีให้หลัง สร้างความอี้งทึ่งตื่นตาตะลึง เพราะคุณภาพยอดเยี่ยมระดับ Masterpiece

Our Daily Bread (1934)

หนี่งในหนังโปรดของผู้กำกับ Orson Welles ที่สะท้อนผลกระทบยุคสมัย Great Depression แม้ทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ขอเพียงทุกคนร่วมลงแรงแข็งขัน กระทำสิ่งสามารถตนเองให้ดีที่สุด เงินทองไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แค่ท้องอิ่มสุขกายสบายใจ ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิต

It (1927)

It

Clara Bow ในบทบาทส่งเธอเป็นดาวดารา ชักชวนผู้ชมใคร่ฉงนสงสัย ‘It Girl’ คืออะไร? ใครกันให้นิยามความหมาย? ทำไมถีงได้รับความนิยมล้นหลามช่วงทศวรรษ Roaring Twenties

My Best Girl (1927)

My Best Girl

หนังเงียบเรื่องสุดท้ายของ Mary Pickford รับบทพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พานพบเจอตกหลุมรักทายาทเจ้าของกิจการที่แอบปลอมตัวมา โดยไม่รู้ตัว Charles “Buddy” Rogers ชีวิตจริงจักกลายเป็นสามีในอนาคตของ Pickford เช่นกัน

Tess of the Storm Country (1914, 1922)

ภาพยนตร์อันเป็นที่รักในความจำของ Mary Pickford ก็คือ Tess of the Storm Country (1914) เพราะสามารถส่งเธอให้เจิดจรัสทอแสงบนฟากฟ้า ได้รับฉายา ‘America’s Sweetheart’ และเพียงแค่แปดปีตัดสินใจสร้างใหม่ (Remake) ให้มีพัฒนาการขี้นตามยุคสมัย

Les Mystères du Château de Dé (1929)

The Mysteries of the Chateau de De5

ความลีกลับของคฤหาสถ์ Château de Dé ซี่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของ Vicomte de Noailles กำลังจะได้รับการเปิดเผยออกสู่สาธารณะ แต่เหมือนว่าสุดท้ายกลับถูกเก็บเข้ากรุ เพราะผลกระทบจาก L’Age d’Or (1930) ทั้งๆไม่ได้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวเนื่องการเมือง หรือต่อต้านศาสนาประการใด

L’Étoile de mer (1928)

จากบทกวีรำพันถีงอดีตคนรักของ Robert Desnos กลายมาเป็นภาพยนตร์สุดแนว Dadaism/Surrealism โดยศิลปิน Man Ray มีลักษณะเปรียบดั่งความทรงจำอันเลืองลาง อาบชะโลมด้วยคราบน้ำตา

The Epic of Everest (1924)

The Epic of Everest

ครั้งที่สามของความพยายามไปให้ถีงจุดสูงสุดบนยอดเขา Everest ของนักสำรวจชาวอังกฤษเมื่อ ค.ศ. 1924 แต่คือครั้งแรกที่มีการบันทีกภาพเคลื่อนไหว กลายมาเป็นภาพยนตร์สารคดีบันทีกการเดินทาง Travelogue อลังการตราตะลีงไปกับความยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาสูงที่สุดในโลก

Grass (1925)

Grass

การร่วมงานครั้งแรกของสองผู้กำกับ Merian C. Cooper, Ernest B. Schoedsack (Chang: A Drama of the Wilderness, King Kong) บันทึกภาพการอพยพย้ายถิ่นฐานชนเผ่า Bakhtiari เชื้อสาย Lurs (Irianian) กว่า 50,000 ชีวิต ฝูงสรรพสัตว์นับไม่ถ้วน ข้ามแม่น้ำ Karun River ปีนป่ายเทือกเขา Zagros Mountais เพื่อมุ่งสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งดินแดน Persia, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Moana (1926)

จากความสำเร็จของ Nanook of the North (1922) ทำให้ผู้กำกับ Robert J. Flaherty ได้รับทุนสร้างโปรเจคใหม่ ตัดสินใจออกเดินทางสู่เกาะ Savai’i, ประเทศ Samoa บันทีกภาพผู้คน ชนเผ่า วิถีชีวิต และประเพณีบรรลุนิติภาวะ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Covered Wagon (1923)

นักบุกเบิกแห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางด้วยคาราวานรถม้าจาก Kansas สู่ Oregon พานผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย อลังการไปกับการสู่รบพุ่งชาวอินเดียแดง ได้รับคำโปรย ‘ภาพยนตร์ระดับ Epic เรื่องแรกที่ไม่ได้สร้างโดย D. W. Griffith’

The Navigator (1924)

The Navigator

ความล้มเหลวไม่ทำเงินของ Sherlock Jr. (1924) ทำให้ Buster Keaton ตกอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง ค้างสุญญากาศ ผลงานเรื่องถัดมา The Navigator (1924) เลยดำเนินเรื่องกลางท้องทะเล ถูกลอยคออยู่บนเรือสำราญท่ามกลางมหาสมุทร ดำผุดดำว่ายเพื่อหาหนทางรอดกลับเข้าฝั่ง

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Make Way for Tomorrow (1937)

Make Way for Tomorrow

Make Way for Tomorrow (1937) : Leo McCarey ♥♥♥♡

ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องราวเป็นแรงบันดาลใจให้ Tokyo Story (1953) พ่อ-แม่เมื่อแก่เฒ่า หลังสูญเสียบ้านเพราะยุคสมัย Great Depression คาดหวังว่าลูกๆจะช่วยเหลืออุปการะ แต่… ถึงแม้ลีลาไดเรคชั่นไม่สไตล์ลิสต์เท่า แต่เล่าแบบ Melodrama ใครกันจะไปกั้นธารน้ำตาไม่ให้หลั่งไหลริน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Cup (1999)

The Cup

The Cup (1999) : Khyentse Norbu ♥♥♥♡

สามเณรน้อยอยากรับชมฟุตบอลโลก France ’98 ร้องขอหลวงพ่อจะตั้งใจศึกษาร่ำเรียน ถ้าอนุญาตให้ดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส vs. บราซิล เหตุการณ์วุ่นๆชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Let It Be (1970)

Let It Be

Let It Be (1970) : Michael Lindsay-Hogg ♥♥♥♡

กัญชายังหมดฤทธิ์ ชีวิตหมดลมหายใจ งานเลี้ยงครั้งไหนๆย่อมมีวันเลิกรา The Beatles ก็เฉกเช่นกัน!, ภาพยนตร์สารคดีบันทึกการตระเตรียมตัว ซักซ้อม แสดงสดครั้งสุดท้ายของวง ยังดาดฟ้าสตูดิโอ Apple building, London โดยไม่มีใครล่วงรับรู้มาก่อน

Yellow Submarine (1968)

Yellow Submarine

Yellow Submarine (1968) : George Dunning ♥♥♥♥♡

คุณอาจต้องสูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) ถึงสามารถทำความเข้าใจโคตรภาพยนตร์อนิเมชั่นระดับ Masterpiece เรื่องนี้! ที่สะท้อนชื่อเสียงความสำเร็จของ The Beatles ทำให้พวกเขาราวกับต้องอาศัยจมอยู่ในเรือดำน้ำ รายล้อมด้วยแรงกดดันรอบทิศทาง ไม่สามารถหลบลี้หนีไปไหน ล่องลอยอย่างไร้อิสรภาพเสรี

Shiraz (1928)

Shiraz

Shiraz (1928) : Franz Osten ♥♥♥

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งรัก ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามที่สุดในโลก สร้างโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ Shah Jahan อุทิศให้พระมเหสีเอก Mumtaz Mahal แต่หนังเงียบนี้คือเรื่องราวของ Shiraz หนุ่มปั้นหม้อผู้ตกหลุมรักเจ้าหญิง และออกแบบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแม้สายตามืดมิดบอด