Trainspotting (1996)

Trainspotting

Trainspotting (1996) : Danny Boyle ♥♥♥♥

Train-Spotting กิจกรรมจับจ้องรถไฟเคลื่อนผ่านไปมา ในมุมคนทั่วไปคงมองว่าเป็นงานอดิเรกที่โคตรไร้สาระ แต่สำหรับบุคคลกำลังมึนเมาเสพยา นั่นคือช่วงเวลาอันสุดมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ (ผมก็อธิบายไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร) ก็เหมือนภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้คุณรู้สึกโคตรเสียเวลารับชม แต่สะท้อนวัฒนธรรม ค่านิยม และจิตวิญญาณชนชาวอังกฤษยุคสมัยนั้นออกมาได้อย่างตราตรึง

Pink Floyd – The Wall (1982)

Pink Floyd The Wall

Pink Floyd – The Wall (1982) : Alan Parker ♥♥♡

มนุษย์สร้างบ้าน รั้วลวดหนาม ผนังกำแพง สำหรับปกป้องตนเองจากภยันตรายภายนอก แต่ขณะเดียวกันนั่นคือการแบ่งแยก กีดกัน กักขังตนเองอยู่ภายใน ค่อยๆก่อรากความเห็นแก่ตัว มองไม่เห็นสิ่งทรงคุณค่าทางจิตใจของผู้อื่นอีกต่อไป, ภาพยนตร์แนว Rock Opera เรต NC-17 นำเสนอรูปแบบ Surrealist รับชมปัจจุบันยังพบเห็นข้อเท็จจริงเหนือกาลเวลา

Funny Games (1997)

Funny Game

Funny Games (1997) : Michael Haneke ♥♥♡

ผู้กำกับ Michael Haneke เขียนบทความ ‘Violence and the Media’ เพื่ออธิบายจุดประสงค์การสร้าง Funny Games ฉบับ 1997 และรีเมค 2007 โคลนมาเหมือนเปะเปลี่ยนแค่ภาษาและนักแสดง เพราะต้องการให้ผู้ชมตระหนักถึงอิทธิพลของสื่อ ที่ได้ปลูกฝังหยั่งรากลึกความรุนแรงเข้ามาในชีวิตประจำวันเรียบร้อยแล้ว

A Woman Under the Influence (1974)

A Woman Under the Influence

A Woman Under the Influence (1974) : John Cassavetes ♠♠♠♠♠

หญิงสาวตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ… เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้ผู้ชมตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าหดหู่ ภายใต้อิทธิพลคลุ้มคลั่งเสียสติแตกของตัวละคร เต็มไปด้วยความอึดอั้นอั้นทุกข์ทรมาน คือผลงาน Masterpiece ที่ผมโคตรเกลียด!

Performance (1970)

Performance

Performance (1970) : Donald Cammell & Nicolas Roeg ♥♥♥♡

โคตรหนัง Cult พยายามนำเสนอว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีภายนอก-ใน ที่สามารถ’แสดง’ออกมาได้ แต่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือตัวตนแท้จริง!, การันตีความดูไม่รู้เรื่อง ด้วยการตัดต่อระดับ Masterpiece ถ่ายทอดยุคสมัย 60′ Swinging London และมึนเมาไปกับวัฒนธรรม Bohemian/Hippie

Suspiria (2018)

Suspiria

Suspiria (2018) : Luca Guadagnino ♥♥♥♥

Suspiria ภาษาอิตาลี แปลว่า เสียงคราง, ทอดถอนหายใจ คงเป็นอาการของใครหลายๆคนเมื่อรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ชอบไม่ชอบอยู่ที่สามารถเข้าถึงนามธรรมซ่อนเร้นมากน้อยแค่ไหน เพราะทุกสิ่งอย่างคือกระจกสะท้อนกันได้ เกิด-ตาย ชาย-หญิง อดีต-ปัจจุบัน ความจริง-ความฝัน ภาพหลอน-เวทย์มนต์ เยอรมันตะวันออก-ตะวันตก เคลื่อนไหวทางการเมือง-พิธีกรรมแม่มด สุดท้ายอยู่ที่เราจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

Salò, or the 120 Days of Sodom (1975)

Salò

Salò, or the 120 Days of Sodom (1975) : Pier Paolo Pasolini ♥♥♡

ผลงาน Swan Song ของผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini ดัดแปลงจากวรรณกรรมชิ้นเอกของ Marquis de Sade ผู้ให้กำเนิดคำว่า Sadism ทำการสะท้อนเสียดสี ตีแผ่ความสุดโต่ง คอรัปชั่นคดโกงกินของชนชั้นปกครอง ต่อประชาชนคนทั่วไปผู้มิอาจโต้ตอบต่อกรทำอะไรได้ ช่างเป็นทรมานบันเทิงที่หาความเริงรมณ์ไม่ได้สักนิด

Funeral Parade of Roses (1969)

Funeral Parade of Roses

Funeral Parade of Roses (1969) : Toshio Matsumoto ♥♥♥♥

หลายๆไดเรคชั่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ Stanley Kubrick สร้าง A Clockwork Orange (1971) ต่างเพียงความรุนแรงที่สะสมในตัวเด็กชาย ได้แปรสภาพให้เขาเติบโตขึ้นกลายเป็นเกย์ ดำเนินเรื่องแบบไม่เรียงตามลำดับเวลา (Non-Chronological Order) ความจริง-ความฝัน อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ซ้อนทับกันอย่างเบลอๆ ดูยากยิ่งกว่า 8½ (1963) แต่คือ Masterpiece ของแนว LGBT ที่สั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ใต้ดินญี่ปุ่น

Anatomy of Hell (2004)

Anatomy of Hell (2004) : Catherine Breillat ♥♥♡

(mini Review) กายวิภาคเรือนร่างของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทั้งสวยงามและน่าขยะแขยง ขึ้นอยู่กับมุมมอง โลกทัศนคติ และรสนิยมส่วนบุคคล, ในชีวิตจริงคงไม่มีใครคิดทำอะไรโรคจิตวิปริตเหมือนหนังเรื่องนี้ แต่เมื่อมันถูกสร้างขึ้นมาเป็นเรื่องแต่ง ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า เพื่ออะไร?

Tetsuo: The Iron Man (1989)

Tetsuo

Tetsuo: The Iron Man (1989) : Shinya Tsukamoto ♥♥♥♡

โคตรหนัง Cult เรต NC-17 เรื่องนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘Japanese Eraserhead’ อัปลักษณ์ พิศดาร น่าขยะแขยง แต่มีความลึกล้ำระดับ Masterpiece, ชายคนหนึ่งติดโรคประหลาด ค่อยๆกลายร่างเป็นเหล็กก๊องแก๊ง เริ่มจากไอ้จ้อนควงสว่าน เลือดเนื้อหนังกลายเป็นสนิมเหล็กเน่าเกรอะกรัง แขนขาหน้าผม … โอ้ ไม่อยากสาธยาย ฯ นี่มีนัยยะสะท้อนถึงสังคมยุคใหม่ ผู้คนเสพติดเทคโนโลยี/วัตถุนิยม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ลองมองไปรอบๆตัว มีอะไรที่ไม่ได้สร้างด้วย ‘เหล็ก’ หลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า

mother! (2017)

mother 2017

mother! (2017)  : Darren Aronofsky ♥♥♥♥

เหมือนว่า Darren Aronofsky ผู้มีจิตศรัทธาแรงกล้า หลังจาก PI (1997), The Fountain (2006), Noah (2014) สร้างหนังอิงศาสนาอีกเรื่อง ครานี้วิพากย์การกระทำแสดงออกของมนุษย์ ต่อพระเจ้าและผืนแผ่นดินแม่ (Mother Earth), กระนั้นบทความนี้ ผมจะนำเสนออีกมุมมองหนึ่งของหนังด้วย ในประเด็น ‘แม่’ ที่ถูกรุกรานโดยการมีตัวตนของ ‘ลูก’ และพ่อผู้ไม่ยี่หร่าต่ออะไรทั้งนั้น

Cannibal Holocaust (1980)

Cannibal Holocaust

Cannibal Holocaust (1980)  : Ruggero Deodato ♥♥♥♡

คิดว่าทนไม่ได้ก็อย่าฝืน แต่ถ้าไหวก็พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาสาระด้วยนะครับ ใจความของหนังเรื่องนี้สะท้อนเสียดสีพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างเจ็บแสบ “กรรมใดใครก่อ กรรมนั่นย่อมคืนสนอง” ในระดับตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตั้งคำถามว่า ใครกันแน่ที่เป็น Cannibal?

The King and I (1956)

The King and I

The King and I (1956) hollywood : Walter Lang ♥♥♡

ผมพยายามมองหนังเรื่องนี้ให้เป็นประเทศสารขัณฑ์ แล้วตัดอคติอะไรๆหลายอย่างออกไป แต่ก็ทำไม่ได้เท่าไหร่ ถึงหนังจะยอดเยี่ยมในแง่การสร้าง เข้าชิง Oscar 9 สาขา ได้มา 5 รางวัล แต่ถ้าคุณเป็นคนไทยดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่แสดงความรังเกียจออกมา แปลว่าคุณอาจไม่มีใจรักชาติบ้านเกิดแม้แต่น้อย

Fritz the Cat (1972)

fritz the cat

Fritz the Cat (1972) hollywood : Ralph Bakshi ♥♥♡

หวังว่าคงไม่มีใครเห็นโปสเตอร์ หรือชื่อหนังแมว แล้วคิดว่าจะเป็นอนิเมชั่นน้องเหมียวสุดน่ารักนะครับ, ดัดแปลงจากการ์ตูนใต้ดินของ Robert Crumb อนิเมชั่นของอเมริกาเรื่องแรกที่ได้เรต X และประสบความสำเร็จที่สุดในโลก, ถ้าคุณเป็นพวกคิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรดีสักอย่าง หรือชอบแนว Satire เxยๆแบบ The Simpsons อนิเมะเรื่องนี้อาจเป็นสวรรค์เปียกของคุณ

Lust, Caution (2007)

Lust Caution

Lust, Caution (2007) : Ang Lee ♥♥♥♥♡

หนังรางวัล Golden Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice เรื่องที่ 2 ของปรมาจารย์ผู้กำกับ Ang Lee, หนัง Erotic ผสม Sadistic ที่มีความวิจิตรประณีตลุ่มลึก ถ้าไม่ใช่คนเอเชียคงไม่สามารถดื่มด่ำไปกับรสสัมผัสของหนังได้เป็นแน่

Last Tango in Paris (1972)

Last Tango in Paris

Last Tango in Paris (1972) : Bernardo Bertolucci ♥♥♡

โดยผู้กำกับชาวอิตาเลี่ยน Bernardo Bertolucci นำแสดงโดย Marlon Brando, Maria Schneider และ Jean-Pierre Léaud ถ่ายทำที่ Paris, France อีกหนึ่งหนังเรต X ที่มีเลิฟซีนอันเลื่องชื่อ… แต่เดี๋ยวก่อน Marlon Brando เนี่ยนะเล่นหนัง X … มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะครับ

In the Realm of the Senses (1976)

In the Realm of the Senses

In the Realm of the Senses (1976) : Nagisa Oshima ♥♥♥♥

ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับกับการบอกว่า นี่เป็นหนังที่ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” หนังเรต X สุด Cult เรื่องนี้ ถ้าคุณดูเพื่อสนองกามารมณ์ มันก็เหมือนหนังโป๊ทั่วๆไป แต่ถ้ามองเข้าไปให้เห็นสาระของมัน ต้องบอกว่าล้ำลึกสวยงามมากๆ แฝงข้อคิดต่อคนที่หลงใหล คลั่งไคล้ ยึดติด จนเลยเถิดเกินสามัญมนุษย์ ไม่แน่ถ้าคุณดูหนังเรื่องนี้แบบตั้งใจสุดๆ ตอนจบอาจไม่เกิดความอยากในกามารมณ์อีกต่อไปเลยก็ได้

Viridiana (1961)

Viridiana

Viridiana (1961) Spainish : Luis Buñuel ♥♥♥

หนังสัญชาติสเปนรางวัล Palme d’Or ของผู้กำกับ Luis Buñuel, Viridiana กำลังจะบวชเป็นแม่ชี ได้ถูกขอให้ไปเยี่ยมลุง (พ่อเลี้ยง) ผู้มีบุญคุณต่อเธอครั้งสุดท้ายก่อนละทางโลก แต่กิเลสของลุงเข้าครอบงำ อยู่ดีๆก็ขอ Viridiana แต่งงาน เธอไม่ยอม จึงวางยานอนหลับ แล้ว…, โอ้หนังของ Buñuel ทำไมมันเxย ได้ขนาดนี้

The Tin Drum (1979)

The Tin Drum

The Tin Drum (1979) German : Volker Schlöndorff 💔

(mini Review) หนังรางวัล Palme d’Or และ Oscar สาขา Best Foreign Language Film สัญชาติ German โดยผู้กำกับ Volker Schlöndorff ผมไม่เถียงว่านี่เป็นหนังที่มีคุณภาพดี แต่เรื่องราวที่โคตรบัดซบขนาดนี้ไม่ควรถูกสร้างมาตั้งแต่แรกแล้ว

A Clockwork Orange (1971)

A Clockwork Orange

A Clockwork Orange (1971) : Stanley Kubrick ♥♥♥♥♡

(9/7/2018) โลกอนาคตในจินตนาการของผู้กำกับ Stanley Kubrick มี Malcolm McDowell ถูกสังคมแปรสภาพด้วย Ludovico Technique ให้กลายเป็นเสมือนหุ่นจักรกล หลงเหลือเพียงรูปลักษณ์ภายนอกยังคงความเป็นมนุษย์ มิอาจครุ่นคิดตัดสินใจกระทำอะไรได้ด้วยตนเองอย่างอิสระเสรี