L’Inhumaine (1924)

The Inhuman Woman นำเสนอเรื่องราวไร้ตรรกะ ผ่านตัวละครไร้สามัญสำนึก แถมผู้ชม/นักวิจารณ์สมัยนั้นเห็นพ้องกันว่าโคตรไร้สาระ! แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รวบรวมศิลปินหลากหลายแขนง ทดลองสรรค์สร้างผลงาน Avant-Garde งดงามระดับวิจิตรศิลป์

Le Sang d’un Poète (1930)

The Blood of a Poet

หลุดเข้าไปในโลกแห่งความฝันของ Jean Cocteau เมื่อศิลปินกำลังวาดภาพใบหน้า จู่ๆปากสามารถขยับเองได้ พยายามลบเลือนออกแต่มันกลับติดต่อมายังฝ่ามือ ส่งเสียงพูด เรียกร้องความสนใจ นำไปสัมผัสรูปปั้นแกะสลัก ถือกำเนิดชีวิตและจิตวิญญาณ

Giulietta degli spiriti (1965)

Juliet of the Spirits

Giulietta degli spiriti (1965) : Federico Fellini ♥♥♥♥

ราวกับภาคต่อของ 8½ (1963) โดยสลับจากอวตารผู้กำกับ Federico Fellini กลายมาเป็นศรีภรรยา Giulietta Masina รับบท Juliet ผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ผสมผสานระหว่างความจริง-เพ้อฝัน อดีต-ปัจจุบัน และเมื่อผีบอกว่าชายคนรักลักลอบมีชู้ ชีวิตคู่ของพวกเขาจะลงเอยเฉกเช่นไร

I’m Not There (2007)

I

I’m Not There (2007) : Todd Haynes ♥♥♥♥

วิธีการจะอธิบาย ‘อารมณ์ศิลปิน’ ของ Bob Dylan ให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด คือคัดเลือกหกนักแสดง ชาย-หญิง เด็ก-แก่ คนขาว-ผิวสี ดำเนินเรื่องอดีต-ปัจจุบัน ในโลกความจริง-เพ้อฝัน เพื่อสะท้อนตัวตนของเขาในแต่ละช่วงเวลาออกมา

Pink Floyd – The Wall (1982)

Pink Floyd The Wall

Pink Floyd – The Wall (1982) : Alan Parker ♥♥♡

มนุษย์สร้างบ้าน รั้วลวดหนาม ผนังกำแพง สำหรับปกป้องตนเองจากภยันตรายภายนอก แต่ขณะเดียวกันนั่นคือการแบ่งแยก กีดกัน กักขังตนเองอยู่ภายใน ค่อยๆก่อรากความเห็นแก่ตัว มองไม่เห็นสิ่งทรงคุณค่าทางจิตใจของผู้อื่นอีกต่อไป, ภาพยนตร์แนว Rock Opera เรต NC-17 นำเสนอรูปแบบ Surrealist รับชมปัจจุบันยังพบเห็นข้อเท็จจริงเหนือกาลเวลา

Yellow Submarine (1968)

Yellow Submarine

Yellow Submarine (1968) : George Dunning ♥♥♥♥♡

คุณอาจต้องสูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) ถึงสามารถทำความเข้าใจโคตรภาพยนตร์อนิเมชั่นระดับ Masterpiece เรื่องนี้! ที่สะท้อนชื่อเสียงความสำเร็จของ The Beatles ทำให้พวกเขาราวกับต้องอาศัยจมอยู่ในเรือดำน้ำ รายล้อมด้วยแรงกดดันรอบทิศทาง ไม่สามารถหลบลี้หนีไปไหน ล่องลอยอย่างไร้อิสรภาพเสรี

Neo Tokyo (1987)

Neo Tokyo

Neo Tokyo (1987) : Rintaro, Yoshiaki Kawajiri, Katsuhiro Ōtomo ♥♥♥♥

สามเรื่องสั้นไซไฟ Surrealist จากสามผู้กำกับดัง Rintaro (Metropolis), Yoshiaki Kawajiri (Ninja Scroll, Vampire Hunter D: Bloodlust) และ Katsuhiro Ōtomo (Akira, Steamboy) นำเสนอมุมมองกรุงโตเกียวแห่งอนาคต ในลักษณะลุ่มลึกซึ้งเกินกว่าใครหลายๆคนจะเข้าใจ

Neon Genesis Evangelion (1995-96)

Evangelian

Neon Genesis Evangelion (1995-96) : Hideaki Anno ♠♠♠♠♠

ผู้กำกับ Hideaki Anno เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เขาได้นำเอาประสบการณ์ตรงมาเป็นแนวความของอนิเมชั่นมาสเตอร์พีซ Neon Genesis Evangelion ถ้าโลกทั้งใบไม่มีอะไรสมควรค่าธำรงอยู่ ก็ทำลายมันเสียให้สิ้นซากวอดวาย

Birdman (2014)

Birdman

Birdman (2014) : Alejandro González Iñárritu ♥♥♥♥♡

อีโก้ที่อยู่ภายในความหมกมุ่นครุ่นคิดของ Alejandro González Iñárritu สงบลงได้เพราะการนั่งสมาธิทุกตื่นเช้า รังสรรค์สร้าง Birdman เพื่อปลดปล่อยมันให้ได้รับอิสรภาพล่องลอยโผบินบ้าง ไม่เช่นนั้นคงอึดอัดแน่นคลุ้มคลั่ง จนค่อยๆสูญเสียสติควบคุมตนเองไม่ได้แน่

21 Grams (2003)

21 Grams

21 Grams (2003) : Alejandro González Iñárritu ♥♥♥♥

มีการทดลองที่แม้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แต่ทำให้ใครๆเข้าใจว่าเมื่อมนุษย์เสียชีวิตจะมีบางสิ่งสูญหายไป นอกจากน้ำหนักร่างกาย 21 กรัม แล้วปริมาณในเชิงนามธรรมของผู้คนรอบข้างละ?

Meshes of the Afternoon (1943)

Meshes of the Afternoon

Meshes of the Afternoon (1943) : Maya Deren, Alexander Hammid ♥♥♥♥

โคตรหนังแนวทดลอง (Experimental Film) นำเสนอสภาพจิตใจของหญิงสาว ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งเสียสติแตก กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ David Lynch สรรค์สร้าง Lost Highway และ Mulholland Drive

Offret (1986)

The Sacrifice

Offret (1986) : Andrei Tarkovsky ♥♥♥♥

แนวคิดของชาวคริสเตียนและปรมาจารย์ผู้กำกับ Andrei Tarkovsky สิ่งทรงคุณค่าสูงสุดที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐแตกต่างจากเดรัจฉาน คือเรียนรู้จักการเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่น แม้บางครั้งอาจต้องแลกมาด้วยชีวิต ทรัพย์สิน และทุกคนรอบข้าง

Nostalghia (1983)

Nostalghia

Nostalghia (1983) : Andrei Tarkovsky ♥♥♥

เพราะไม่สามารถอดรนทนต่อความเผด็จการของสหภาพโซเวียต ปรมาจารย์ผู้กำกับ Andrei Tarkovsky เลยอพยพหลบหนีภัยมาอยู่ประเทศอิตาลี แต่ก็ยังคร่ำครวญหวนระลึกถึง’ภาพ’ผืนแผ่นดินบ้านเกิด ถ่ายทอดออกมาสู่ Nostalghia ด้วยความรวดร้าวระทมใจ

Stalker (1979)

Stalker

Stalker (1979) : Andrei Tarkovsky ♥♥♥♥

Stalker ในบริบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือผู้นำทางนักวิทยาศาสตร์ และนักเขียนนวนิยาย (ค้นหาความจริง vs. จินตนาการเพ้อฝัน) มุ่งสู่ Zone ดินแดนอันตรายที่บุคคลทั่วไปไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวข้องแว้ง โดยมีเป้าหมายคือ Room ห้องเล็กๆที่สามารถดลบันดาลได้ทุกสิ่งอย่าง

Opening Night (1977)

Opening Night

Opening Night (1977) : John Cassavetes ♥♥♥♥

นักแสดงละครเวทีชื่อดัง (รับบทโดย Gena Rowlands) ในค่ำคืน Opening Night พบเห็นแฟนคลับสาวแรกรุ่นถูกรถชนเสียชีวิต หมกมุ่นครุ่นยึดติดกับภาพทรงจำ ห้วงอารมณ์ความรู้สึกนั้น อันส่งผลกระทบต่อการแสดงค่อยๆปรับเปลี่ยนแปลงไป ในทางดีขึ้นหรือแย่ลงกันแน่?

Nashville (1975)

Nashville

Nashville (1975) : Robert Altman ♥♥♥♥

คงไม่ผิดอะไรจะเปรียบเทียบเมือง Nashville, Tennessee กับประเทศสหรัฐอเมริกาทศวรรษนั้น เต็มไปด้วยความโกลาหล สับสนวุ่นวาย ขณะที่บรรดานักร้องเพลงคันทรีทั้งหลาย การขึ้นแสดงบนเวทีแทบไม่ต่างอะไรกับการหาเสียงของนักการเมือง!

La Coquille et le clergyman (1928)

La Coquille et le Clergyman

La Coquille et le Clergyman (1928) : Germaine Dulac ♥♥♥♥

ความสำเร็จอันล้นหลามของ Un chien andalou (1928) ทำให้ใครๆต่างครุ่นคิดเข้าใจว่าคือ ‘ภาพยนตร์ Surrealist เรื่องแรกของโลก’ แต่แท้จริงแล้ว The Seashell and the Clergyman (1928) เรื่องนี้ต่างหากออกฉายก่อนหน้าหลายเดือนทีเดียว

The Man Who Fell to Earth (1976)

The Man Who Fell to Earth

The Man Who Fell to Earth (1976) : Nicolas Roeg ♥♥♡

David Bowie คือมนุษย์ต่างดาว’ตก’ลงมาบนโลก ใช้ความรู้ สามารถ สติปัญญา พัฒนาเทคโนโลยีก้าวล้ำหน้า เพื่อหาหนทางหวนกลับสู่ดาวเกิดของตนเอง แต่หลังจากได้ลิ้มลองรสน้ำเมา คลุกเคล้าอิสตรี อิ่มพลีกับระบบทุนนิยม ทำให้สายตาค่อยๆพร่ามืดบอด หลงลืมเป้าหมายตั้งใจ และชีวิต’ตก’ต่ำจมลงเรื่อยๆ

Performance (1970)

Performance

Performance (1970) : Donald Cammell & Nicolas Roeg ♥♥♥♡

โคตรหนัง Cult พยายามนำเสนอว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีภายนอก-ใน ที่สามารถ’แสดง’ออกมาได้ แต่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือตัวตนแท้จริง!, การันตีความดูไม่รู้เรื่อง ด้วยการตัดต่อระดับ Masterpiece ถ่ายทอดยุคสมัย 60′ Swinging London และมึนเมาไปกับวัฒนธรรม Bohemian/Hippie

Suspiria (2018)

Suspiria

Suspiria (2018) : Luca Guadagnino ♥♥♥♥

Suspiria ภาษาอิตาลี แปลว่า เสียงคราง, ทอดถอนหายใจ คงเป็นอาการของใครหลายๆคนเมื่อรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ชอบไม่ชอบอยู่ที่สามารถเข้าถึงนามธรรมซ่อนเร้นมากน้อยแค่ไหน เพราะทุกสิ่งอย่างคือกระจกสะท้อนกันได้ เกิด-ตาย ชาย-หญิง อดีต-ปัจจุบัน ความจริง-ความฝัน ภาพหลอน-เวทย์มนต์ เยอรมันตะวันออก-ตะวันตก เคลื่อนไหวทางการเมือง-พิธีกรรมแม่มด สุดท้ายอยู่ที่เราจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกันได้อย่างไร