Classe Tous Risques (1960)

The Big Risk

Classe Tous Risques (1960) French : Claude Sautet ♥♥♥♥

Lino Ventura รับบทโจรปล้นฆ่า แต่งงานแล้วมีลูกชาย-หญิง ขณะกำลังหลบหนีการไล่ล่าตามตัว ถูกตำรวจยิงโต้ตอบโดนภรรยาเสียชีวิต จำต้องหาทางพาลูกยังเล็กทั้งสองเอาตัวรอดต่อ เพื่อนเก่าทอดทิ้ง ได้มิตรภาพใหม่กับคนแปลกหน้า รับบทโดย Jean-Paul Belmondo มองมุมหนึ่งก็น่าสงสารเห็นใจ แต่อาชญากรเช่นนี้ไม่ใช่สาสมต่อความชั่วที่ก่อหรอกหรือ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Classe Tous Risques แปลตรงตัวคือ Consider All Risks ฉบับฉายอเมริกาใช้ชื่อ The Big Risk ความเสี่ยงที่อาชญากรต้องแบกรับผิดชอบจากสิ่งที่ตนก่อ อยากมีครอบครัวจำต้องหลบๆซ่อนๆ ผิดพลาดพลั้งมีคนเสียชีวิตมันความผิดใคร? ลูกๆชาย-หญิง ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลย ต้องสูญเสียแม่-พ่อ เติบโตขึ้นพวกเขาจะกลายเป็นเช่นไร?

นี่เป็นภาพยนตร์ที่น่าจะทำให้คนคิดก่ออาชญากรรม เกิดสติยับยั้งชั่งใจขึ้นมา นี่เราคิดทบทวนรอบคอบทุกสิ่งอย่างแล้วหรือยัง อยากปล้นฆ่ากระทำร้ายผู้อื่น แล้วถ้ามันหวนย้อนกลับมาเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวเรา กรรมสนองกรรมจะรู้สึกเช่นไร แค่นี้ก็ถือว่าทรงคุณค่าระดับ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ในบรรดาหนังแนวอาชญากรรมระดับขึ้นหิ้งของฝรั่งเศสทศวรรษ 50s อาทิ Touchez pas au grisbi (1954), Rififi (1955), Bob le flambeur (1956) ไม่มีเรื่องไหนที่ผมมองว่าทรงคุณค่าในด้านมนุษยธรรมเลยนะ โดดเด่นลึกล้ำงดงามทางศิลปะก็ใช่อยู่ แต่เนื้อหามิได้แฝงสาระข้อคิดอันเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตสักเท่าไหร่ ผิดกับ Classe Tour Risques วินาทีที่ภรรยาถูกลูกหลงเสียชีวิต นั่นทำเอาผมอึ้งทึ่งช็อคไปเลย! แล้วยังมีอีกหลายๆฉากถัดมาที่เจ็บปวดรวดร้าวใจอย่างสุดๆ ขณะที่ไฮไลท์คือการมาถึงของ Jean-Paul Belmondo พลิกบทบาทตรงกันข้ามกับ Breathless (1960) มิตรแท้จากคนแปลกหน้า กลายเป็นว่าพี่แกโคตรหล่อเท่ห์ขึ้นมาทันตา

น่าเสียดายที่ตอนออกฉาย หนังเรื่องนี้ Flop ดับสนิท แม้คำวิจารณ์จะไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แต่เพราะการมาถึงของ Breathless (1960) ได้สร้างปรากฎการณ์พลิกโฉมหน้าวงการภาพยนตร์โดยสิ้นเชิง ช้าล้าหลังเพียงเดือนเดียว ถูกกระแสคลื่นลูกใหม่ถาโถมบดบังมิดสนิท ทำเอาผู้กำกับ Claude Sautet ประกาศเลิกสร้างภาพยนตร์ไปเลยละ (แต่ไม่กี่ปีถัดจากนั้นก็หวนกลับมา)

Claude Sautet (1924 – 2000) ผู้กำกับ นักเขียนบทภาพยนตร์ สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Montrouge, Hauts-de-Seine, ตั้งแต่เด็กมีความสนใจวาดรูป แกะสลัก โตขึ้นทำงานเป็นนักวิจารณ์ดนตรี พัสดีประจำสถานพินิจ ไปๆมาๆเลือกเข้าเรียนภาพยนตร์ที่ IDHEC กลายเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ถูกดึงตัวมาคุมงานสร้างแทน Bonjour sourire (1955) ตามด้วย The Tiger Attacks (1959) [เรื่องนี้ไม่รับเครดิต] แม้ทั้งสองเรื่องคุณภาพค่อนข้างย่ำแย่ แต่ไดเรคชั่นการทำงานถูกใจ Lino Ventura หลังจากซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลง Classe Tous Risques เลยขอให้ Sautet มาเป็นผู้กำกับให้

José Giovanni (1923 – 2004) อดีตนักโทษประหารชีวิตจากการก่ออาชญากรรม ปล้น-ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองในช่วง Occupied France (ตอนที่ฝรั่งเศสถูก Nazi ยึดครองในช่วง WW2) หลังจากถูกจับเคยพยายามหลบหนีเอาตัวรอดแต่ไม่สำเร็จ นำประสบการณ์นั้นมาเขียนนิยาย Le Trou (1957) วางขายประสบความสำเร็จล้มหลามจนได้รับอภัยโทษลดเหลือเพียงใช้แรงงานหนักหลายปี ผลงานถัดมา Classe Tous Risques (1958) นำจากเรื่องเล่าของอดีตเพื่อนนักโทษ Abel Danos พบเจอพูดคุยกับประมาณ 30 กว่าประโยคได้ ล่วงรับรู้ว่าเป็นสมาชิกแก๊งค์ Henri Lafont กับ Pierre Bonny ในสังกัดของ French Gestapo หลบลี้ภัยอยู่อิตาลีหลายปีกับภรรยาและลูกชาย-สาว ก่อนโดนจับได้รับโทษประหารชีวิตยิงเป้า

เกร็ด: นิยายอาชญากรรมของ Giovanni ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะความที่เจ้าตัวคืออดีตอาชญากร ลับล่วงรู้วงใน มากด้วยรายละเอียดที่คนภายนอกไม่เคยรับรู้มาก่อน ผลงานได้รับดัดแปลงเป็นภาพยนตร์นับไม่ถ้วน อาทิ Le Trou (1960), Classe tous risques (1960), Le Deuxième souffle (1966), Les Aventuriers (1967) ฯ

การพบเจอครั้งแรกของ Giovanni สอบถาม Sautet ที่ตอนนั้นยังไม่ใช่ผู้กำกับมีชื่อในวงการ ได้รับคำตอบที่ทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนแท้กันจนวันตาย

“I asked him what was the first image that came to his mind after reading the book. He answered: ‘A man is walking down the street. Ten meters behind him, two children.’ He had immediately grasped the film’s emotional backbone. In a single sentence. I knew he couldn’t fail.”

Giovanni เคยตอบคำถามสัมภาษณ์ ถึงภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายของตนเอง เรื่องไหนชื่นชอบประทับใจมากสุด?

“Classe tous risques is the best film adaptation of any of my books. It doesn’t have any nightclub scenes. It doesn’t treat the subject as folklore. And it has more heart than Le deuxième souffle.”

เรื่องราวของ Abel Davos (รับบทโดย Lino Ventura) หลบหนีโทษประหารสู่ Milan แต่ระหว่างหาทางกลับฝรั่งเศสโดยเรือ ถูกตำรวจล้อมจับยิงปะทะจนภรรยาเสียชีวิต หลบซ่อนตัวอยู่ Nice โทรติดต่อเพื่อนเก่า Riton (รับบทโดย Michel Ardan) ให้ร่วมมือกับ Fargier (รับบทโดย Claude Cerval) หาทางช่วยเหลือเขากลับ Paris แต่ทั้งคู่กลับหาข้ออ้างไม่ยอมเสี่ยงตาย มอบหมายให้หนุ่มหน้าใส Éric Stark (รับบทโดย Jean-Paul Belmondo) ปลอมตัวเป็นคนขับรถพยาบาลไปรับ ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ Abel Davos รับรู้เลยว่าใครคือมิตรแท้/จอมปลอมสำหรับเขา

Lino Ventura (1919 – 1987) นักแสดงสัญชาติอิตาเลี่ยน เกิดที่ Parma, Emilia-Romagna แต่มาโด่งดังกลายเป็นตำนานกับวงการภาพยนตร์ฝรั่งเศส ถึงขนาดได้รับการโหวตติดอันดับ 23 ชาร์ท ‘100 greatest Frenchmen’ หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค แจ้งเกิดกับ Touchez pas au grisbi (1954) ตามด้วย Elevator to the Gallows (1958), Army of Shadows (1969), La bonne année (1973), Les misérables (1982) ฯ

ด้วยสัญชาติญาณโจรฝังรากลึก Abel Davos เมื่อพบเจอตำรวจก็อัตโนมัติยกปืนขึ้นยิงต่อสู้ ทั้งๆอาจไม่มีอะไรในกอไผ่กลับกลายมาเป็นโศกนาฎกรรม รู้สึกผิดหวังในตนเองอย่างยิ่งยวด แต่ตอนนี้ยังยอมแพ้ไม่ได้เพราะหลงเหลือภาระลูกรักอีกสองคน ยินยอมรับน้ำใจมิตรภาพจากคนแปลกหน้า กระทำการบางสิ่งอย่างเหมือนหมาจนตรอก สุดท้ายหลังจากตำรวจจับกุม Éric Stark เหนื่อยหน่ายกับการหลบหนี เข้ามอบตัวแล้วถูกตัดสินประหารชีวิต

มันมีความแปลกอย่างหนึ่งก็คือ Ventura ไม่เคยแสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆออกมาทางสีหน้า แต่กลับมีความเอ่อล้นหนักอึ้งในทุกๆคำพูดการกระทำของเขา ซาบซึ้งใจต่อทุกคนผู้ให้การช่วยเหลือ รู้ซึ้งเต็มอกกับเพื่อนเก่าปากดีแต่พึ่งพาไม่ได้ และเข้าใจลึกซึ้งกับโลกอาชญากรรม เคยทำอะไรไว้เลยได้รับผลกรรมตอบสนอง

Jean-Paul Belmondo (เกิดปี 1933) นักแสดงสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Neuilly-sur-Seine ตอนเด็กมีความสนใจด้านกีฬามวยสมัครเล่น สถิติ 3 ไฟต์ชนะรวด แต่เลิกชกเพราะเห็นหน้าตัวเองในกระจกแล้วรับไม่ได้ โตขึ้นหลังจากปลดประจำการทหาร เข้าเรียน Conservatoire of Dramatic Arts จบมาเป็นนักแสดงละครเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก On Foot, on Horse, and on Wheels (1957), เข้าตาผู้กำกับ Jean-Luc Godard ชักชวนมาเล่นหนังสั้น Charlotte and Her Boyfriend (1958) และแจ้งเกิดกลายเป็นตำนานกับ Breathless (1960)

รับบท Éric Stark หนุ่มหน้าใส เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มอันธพาลไม่นาน หาได้รู้จักเคยพบเจอหน้า Abel Davos แต่อาสาสมัครเสี่ยงตายปลอมตัวเป็นคนขับรถพยาบาลไปรับถึงเมือง Nice ซึ่งเมื่อเอาตัวรอดกลับมา Paris ยังต้องให้ที่หลบซ่อนพึ่งพักพิง พาเด็กๆไปส่งยังบ้านแม่ (ของ Abel) ส่งเสียงเตือนเมื่อถูกตำรวจล้อมจับ กลายเป็นมิตรภาพลูกผู้ชายที่หาได้ยากยิ่งโดยแท้

เพราะความที่ Breathless (1960) ออกฉายก่อนหน้าเรื่องนี้เพียงเดือนเดียว ขโมยซีนความโด่งดังพลุแตกของ Belmondo ไปหมดเกลี้ยง พอผู้ชมเห็นการแสดงขั้วตรงข้ามของเขาในเรื่องนี้คงหงุดหงิดคับข้องใจ คิดว่านี่ไม่ใช่บทบาทเหมาะสมแม้แต่น้อย

แต่ถ้าคุณรับชมผลงานของ Belmondo มาหลายๆเรื่อง จะรับรู้ว่าการแสดงใน Breathless (1960) ถือว่าหลอกลวงที่สุดแล้ว ตัวตนจริงๆของเขาคล้ายคลึงกับหนังเรื่องนี้กว่ามาก นิสัยกวนๆแต่จิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น ดูไม่เหมือนมาดนักเลงเลยสักนิด ไอ้เด็กเมื่อวานซืนยังเหมาะสมกว่า!

ฉากที่เจ๋งมากๆของ Belmondo คือระหว่างทางกลับ Paris เห็นหญิงสาวคนหนึ่งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ลงไปช่วยพูดคุยกับชายคนนั้น (แฟนหนุ่ม?) พอไม่ยอมฟังก็ฮุคหมัด หันมาพูดประโยคโคตรเท่ห์

“The one good thing about me is my left.”

เกร็ด: เพื่อเตรียมตัวแสดง Sautet แนะนำให้ Belmondo รับชม Seven Men from Now (1956) กับ Rio Bravo (1959) เพื่อทำความเข้าใจแนวคิด ‘the beginning of a beautiful friendship’

สามนักแสดงสมทบที่ต้องพูดถึงเลย Sandra Milo (เกิดปี 1933) นักแสดงหญิงสัญชาติอิตาเลี่ยน โด่งดังในบทชู้รัก 8½ (1963) และ Juliet of the Spirits (1965) ของผู้กำกับ Federico Fellini, รับบท Liliane สาวหน้าหวานที่ Éric Stark ช่วยเหลือไว้ หลงคารมของเขายินยอมให้การช่วยเหลือ Abel Davos พวกเขากลับมาพบเจอกันอีก และเธอก็มอบกายใจให้กับเขา

(เรื่องราวของ Éric Stark กับ Liliane มองได้เป็นการสะท้อนจุดเริ่มต้นของ Abel Davos ก่อนที่เขาจะกลายเป็นนักโทษหลบหนี มีภรรยาและลูกสองคน)

Marcel Dalio (1899 – 1983) นักแสดงสมทบชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศส เป็นตำนานกับ Grand Illusion (1937), The Rules of the Game (1939), ทั้งยังบทเล็กๆใน Casablanca (1942), To Have and Have Not (1944) ฯ รับบท Arthur Gibelin นายหน้าค้าเพชรที่ถูก Abel Davos ตลบหลังด้วยการนำของปลอมมาปล้น เป็นเหตุให้ต้องโร่ฟ้องตำรวจ และถูกเก็บในเวลาต่อมา

Christian Duvaleix นักแสดงที่รับบท Thérèse Davos (ภรรยาของ Abel Davos) นั่นคือภรรยาตัวจริงของผู้แต่งนิยาย José Giovanni ให้มายืมตัวรับเชิญ เหมือนว่าเธออยากพูดบอกกล่าวอะไรบางอย่างกับสามี แต่เลือกเก็บซ่อนมันไว้ภายในจิตใจ เดินวิ่งตามหลัง จูงลูกมาติดๆ ชี้ชักนำพาไปทางไหนก็ตามนั้น เพราะนั่นคือโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่กว่า

ถ่ายภาพโดย Ghislain Cloquet สัญชาติ Belgian อพยพย้ายมาทำงานฝรั่งเศส เคยคว้า Oscar: Best Cinematography เรื่อง Tess (1979) ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Night and Fog (1956), Le Trou (1960)} Au Hasard Balthazar (1966), Mouchette (1967), The Young Girls of Rochefort (1967), Love and Death (1975) ฯ

หนังทั้งเรื่องถ่ายทำยังสถานที่จริง เริ่มต้นจาก Milan, Italy เน้นให้มีสัมผัสของ Neorealism ตามด้วย Nice และ Paris, France

สิ่งโดดเด่นมากๆในงานภาพคือการใช้ Long-Take หลายครั้งเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่ขลุ่ย อาทิ พบเจอ Abel Davos ครั้งแรกขณะขึ้นบันไดเลื่อน ลากยาวไปเลยจากชั้นล่างถึงชั้นบน, ภรรยาและลูกๆเดินตรงไปขึ้นขบวนรถไฟ, ขณะขับรถหนีตำรวจ หลบสิ่งกีดขวาง ฯ เพราะโดยปกติแล้วหนังที่นิยม Long Take ก็มักจะใช้ไดเรคชั่นนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เดี๋ยวสั้นเดี๋ยวยาวสลับไปตามอารมณ์ฉันแบบนี้ นี่ถืิอเป็นลักษณะการสร้างความแตกต่างให้กับหนัง จนน่าจะกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของผู้กำกับ Sautet เลยกระมัง

(เห็นว่าด้วยไดเรคชั่นเดี๋ยว Short-Take เดี๋ยว Long-Take สร้างความประทับใจให้ผู้กำกับ Robert Bresson เป็นอย่างมาก จนต้องติดต่อขอตัวตากล้อง Cloquet มาร่วมงานอยู่หลายครั้ง)

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นกับ Medium Shot เหมือนหนังจะไม่ได้พยายามให้ศีรษะของนักแสดงอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางภาพ (แบบที่มันควรเป็น) แต่คือมักเห็นเต็มครึ่งตัว แล้วส่วนหัวจะจัดวางอยู่ด้านบนถ้าแบ่งออกเป็นสามส่วน (ดูภาพประกอบ) นี่ดูเป็นความจงใจมากกว่าข้อผิดพลาดทางเทคนิค อาจสื่อถึงความหัวสูง ไฮโซ เห็นแก่ตัว ของตัวละครเหล่านี้ในโลกอาชญากรรม ต่างสน ‘ตนเอง’ ไว้ก่อนเสมอ เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว จัดว่าคือบุคคลอยู่นอกระเบียบกฎกรอบเกณฑ์ทางสังคม

ตัดต่อโดย Albert Jurgenson สัญชาติฝรั่งเศส ผลงานเด่น อาทิ Providence (1977), Le coup du parapluie (1980), Garde à vue (1981), Smoking/No Smoking (1993)

หนังแบ่งออกได้เป็น 3 องก์ พร้อมเสียงบรรยายประกอบเรื่องราว
– องก์แรก ดำเนินเรื่องใน Milan ใช้มุมมองการเล่าเรื่องของ Abel Davos ขณะหลบหนีเอาตัวรอดข้ามผ่านแดน
– องก์สอง เมื่อ Abel ติดอยู่ที่ Nice โทรติดต่อขอความช่วยเหลือจาก Riton, Fargier ต่างปัดความรับผิดชอบ นำไปสู่การมาถึงของ Éric Stark ปลอมตัวนำพาเขาออกมาได้
– องก์สาม ณ Paris สลับไปมาระหว่าง Abel Davos กับ Éric Stark

ขณะที่ Breathless ใช้เทคนิค Jump-Cut ถือกำเนิดยุคสมัยใหม่ (Modern Film) หนังเรื่องนี้ถือว่า Old-Fashion พบเห็นการใช้ Cross-Cutting บ่อยมาก ทั้งสองเทคนิคนี้ใช้สื่อนัยยะความหมายเดียวกันคือ รวบรัดเวลาให้ดำเนินเคลื่อนผ่านไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ต่างแค่ว่า Jump-Cut มันจะกระตุกๆเร่งรีบสักหน่อย Cross-Cutting มีความลื่นไหลเป็นธรรมชาติกว่า

เพลงประกอบโดย Georges Delerue (1925 – 1992) หนึ่งในนักแต่งเพลงระดับตำนาน สัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของรางวัล Oscar: Best Original Score เรื่อง A Little Romance (1980) ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Jules and Jim (1962), Le Mépris (1963), Anne of the Thousand Days (1969), The Conformist (1970), The Day of the Dolphin (1973), Julia (1977), Agnes of God (1985), Platoon (1986) ฯ

หนังใช้เพลงประกอบเพื่อสะท้อนห้วงอารมณ์ของตัวละครในบางช่วงเวลาออกมา ขณะออกเดินทาง ถึงเป้าหมาย หรือนั่งนอนอยู่คนเดียว เป็นการเติมเต็มเรื่องราวแทนภาษาพูด (คุ้นๆว่าไม่มีขณะบทเพลงดังซ้อนทับการสนทนา) สื่อสารด้วยสัมผัสทางความรู้สึก

Main Theme เต็มไปด้วยความลึกลับพิศวง อันตรายหลบซ่อนอยู่ทุกฝีก้าว นี่สะท้อนถึงโลกอาชญากรรมในหนัง แทบจะไม่มีใครไหนน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีบางคนหายากยิ่ง ในความแปลกหน้ากลับเปี่ยมด้วยมนุษยธรรม มิตรภาพของคนวัดกันในวันตกทุกข์ได้ยาก

Classe Tous Risques นำเสนอสิ่งที่ต้องแลกมากับการเป็นอาชญากรรม จริงอยู่เราอาจมีชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า ร่ำรวย บ้านหลังใหญ่ รถสปอตสุดเท่ห์ นาฬิกาไม่ต้องยืมเพื่อน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องหวาดหวั่นวิตกระแวง กลัวการถูกตำรวจพบเจอจับได้ เพื่อนกันทรยศหักหลัง ครอบครัวภรรยาลูกจะปลอดภัยไหม เรียกได้ว่ารอบด้านเต็มไปด้วยอันตรายทุกฝีก้าว จิตใจหาได้พบเจอความสงบสุขแม้แต่น้อย

สรุปง่ายๆก็คือการเป็นอาชญากรรม มันอาจทำให้คุณมีความสุขทางกาย แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีทางพบเจอความสุขทางใจอย่างแน่นอน

ถึงกระนั้นต่อให้ทุกทิศทางรอบด้านมืดมิดสนิทเพียงใด ก็ยังมีประกายแสงสว่างเล็กๆปรากฎอยู่ ความมีน้ำใจไมตรีจากคนแปลกหน้า ไม่เคยพบเจอรู้จักกันมาก่อนแต่กลับให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือทุกสิ่งอย่างแบบไม่หวังผลตอบแทนใดๆ นั่นอาจจะเหมือน ‘เพชรในโคลนตม’ สิ่งล้ำค่าในสถานที่ไม่ควรค่า แต่ไม่ว่าจะแห่งหนไหน เพชรก็ยังคือเพชรวันยังค่ำมิใช่หรือ

ความโชคดีของ Abel Davos ที่ได้พบเจอ Éric Stark เปรียบก็คง ‘เข็มในมหาสมุทร’ ในชีวิตจริงนี่แทบเป็นไปไม่ได้จะพบเจอในโลกอชาญากร เพราะทุกคนที่เลือกทางเดินสายนี้ ล้วนต้องมีความเห็นแก่ตน สนผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง (ไม่เช่นนั้นจะเป็นอาชญากรไปทำไม!) เกียรติและศักดิ์ศรีคือคำอ้างที่เสมือนหน้ากาก สวมไว้เพื่อตนเองรู้สึกภาคภูมิ น่านับหน้าถือตา แต่กระทำความชั่วก็คือคนเลว นี่ไม่ใช่สิ่งอ้างมุมมองของฉันไม่ผิดได้เสียที่ไหน กฎแห่งกรรมตายไปจะตอบคำถามคุณเองเดี๋ยวก็รู้

ถึงความล้มเหลวของ Classe Tous Risques จะทำให้ผู้กำกับ Claude Sautet ประกาศขอเลิกสร้างภาพยนตร์ แต่เขาก็หวนกลับมาเป็น Script Doctor ช่วยเหลือขัดเกลาบทหนังหลายๆเรื่องให้ได้ดี จนสร้างความเชื่อมั่นใจให้ตนเองกำกับภาพยนตร์เรื่องถัดไป The Dictator’s Guns (1965) กว่าจะเริ่มประสบความสำเร็จก็ช่วงทศวรรษ 70s และผลงานได้รับยกย่องสูงสุดคือ Un coeur en hiver (1992) คว้ารางวัล Silver Lion: Best Director เทศกาลหนังเมือง Venice

สิ่งที่โดยส่วนตัวชื่นชอบหนังเรื่องนี้มากๆ คือการแสดงของ Jean-Paul Belmondo ทำให้ทัศนคติของผมต่อพี่แกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นี่ต่างหากควรเป็นภาพลักษณ์ลูกผู้ชายตัวจริง โคตรเท่ห์! ไม่ใช่จิ๊กโก๋เก๊าเจ้งแบบ Breathless (1960)

แนะนำคอหนังอาชญากรรม ปล้นฆ่า แฝงข้อคิดดีๆ, ชื่นชอบนิยายของ José Giovanni, นักโทษติดคุก สถานพินิจดัดสันดาน ถ้าผู้คุมนำไปเปิดได้จะเจ๋งมากๆ, รู้จักผู้กำกับ Claude Sautet และแฟนๆนักแสดง Lino Ventura, Jean-Paul Belmondo, Sandra Milo ไม่ควรพลาด

จัดเรต 15+ กับการทรยศ หักหลัง ปล้นฆ่า ทั้งหมดคืออาชญากรรม

TAGLINE | “Classe Tous Risques ของผู้กำกับ Claude Sautet ใช้ทุกความเสี่ยงอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะ Jean-Paul Belmondo กลายเป็นลูกผู้ชายตัวจริง โคตรเท่ห์!”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of