Devdas (1955)

Devdas 1955

Devdas (1955) Indian : Bimal Roy ♥♥♥♥

จากวรรณกรรมที่ได้รับการดัดแปลงมากครั้งที่สุดของอินเดีย ชายหนุ่มนาม Devdas (นำแสดงโดย Dilip Kumar เจ้าของฉายา Tragedy King) ด้วยความแตกต่างทางวรรณะสังคม ถูกพ่อแม่ ครอบครัว คนรอบข้าง ต่อต้านไม่ให้แต่งงานกับเพื่อนรักบ้านข้าง Paro/Parvati (นำแสดงโดย Suchitra Sen) สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้มีแต่ทำให้ชีวิตชายหนุ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ผมรับชม Devdas มาก็หลายฉบับแล้ว บอกตามตรงไม่ค่อยประทับใจหนังเท่าไหร่ แม้จะมีเรื่องราวแฝงข้อคิดสอนใจที่ดีมากๆ แต่ถ้าไม่ดูยากก็มีความมากเกินไป จนกระทั่งได้มาพบหนังฉบับนี้ ที่ทำให้ผมขนลุกขนพองในความลงตัวทุกอย่าง แทบจะละสายตาจากหนังไม่ได้เลย ถ้าไม่ติดว่าคงไม่มีโอกาสรับชม Devadasu (1953) ฉบับภาษา Telugu ที่ได้รับการยกย่องว่าคือฉบับยอดเยี่ยมที่สุดแล้วละก็ [คือเรื่องนั้นมันมีใน Youtube นะครับ แต่หาซับไม่ได้เลยขอผ่านดีกว่า] คงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า Devdas ฉบับนี้มีความยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด

แต่ถ้าคุณหาฉบับนี้รับชมไม่ได้ [จริงๆก็มีใน Youtube นะครับ แต่เป็นซับอังกฤษ] จะหา Devdas (2002) ของผู้กำกับ Sanjay Leela Bhansali มารับชมก็ได้ คือเรื่องนั้นก็ยอดเยี่ยมอยู่นะ แต่ผมรู้สึกว่าหลายอย่างมัน’มาก’เกินไปเสียหน่อย

Devdas ต้นฉบับเป็นนวนิยายภาษา Bengali เขียนโดย Sarat Chandra Chattopadhyay หรือ Sarat Chandra Chatterjee (1876 – 1938) ตั้งแต่ตอนอายุ 17 (ปี 1901) แต่ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1917, ผลงานของ Chatterjee มักเกี่ยวกับวิถีชีวิต/lifestyle โศกนาฎกรรม การดิ้นรนของผู้คน และสะท้อนปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในรัฐ Bengal

เกิดที่ Devanandapur หมู่บ้านเล็กๆทางตอนเหนือของ West Bengal, พ่อของ Chatterjee เป็นคนเพ้อฝัน ทำการงานอะไรไม่ค่อยสำเร็จ ชื่นชอบการแต่งเรื่องเขียนนิยายแต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จสักครั้ง แต่ก็ได้ส่งต่อจินตนาการและความรักในวรรณกรรมให้กับลูกชาย, หลังจากพ่อเสียชีวิต อาศัยอยู่กับแม่ที่บ้านของปู่ Bhagalpur, Bihar

Chatterjee เป็นเด็กที่น่ารัก ชื่นชอบการผจญภัย เรียนเก่งสามารถข้ามชั้นได้ถึง 2 ครั้ง สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยแต่ไม่สามารถเข้าเรียนได้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน ด้วยเหตุนี้เขาจึงย้ายไปอยู่ย่างกุ้ง, พม่า ทำงานรถไฟเป็นเจ้าหน้าที่ Audit แต่งงานครั้งแรกมีลูก 1 คน แต่ทั้งสองเสียชีวิตจากโรคระบาด, แต่งงานครั้งที่ 2 แล้วย้ายมาอยู่ Kolkata ปี 1916 อุทิศตัวเองให้กับการเขียนหนังสือจนประสบความสำเร็จ

สำหรับ Devdas จะเห็นว่าเป็นตัวละครที่ตรงข้ามกับชีวิตของ Chatterjee ราวกับว่าเป็นความเพ้อฝันจินตนาการ ชีวิตวัยเด็กอยากที่จะร่ำรวยสุขสบาย แต่ขณะเดียวกันเขาคงครุ่นคิด ถ้าฉันมีชีวิตเช่นนั้นย่อมต้องถูกกีดกันตามฐานะวรรณะทางสังคมเป็นแน่, ความรู้สึกของ Devdas หลังจากไม่ได้แต่งงานกับ Parvati คงเหมือนตอนที่ภรรยาและลูกคนแรกของ Chatterjee เสียชีวิตไป ทุกข์เศร้าไม่มีอันทำอะไร ถ้าไม่ได้ว่าที่ภรรยาคนที่สองช่วยไว้ (นี่คงเป็นตัวแทนของ Chandramukhi) คงไม่มีทางผ่านเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นได้แน่

ความสำเร็จของนวนิยายเรื่องนี้ จนถึงปัจจุบัน (2016) ได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วทั้งหมด 16 ครั้ง ขอพูดถึงเฉพาะฉบับที่พอเป็นที่รู้จักนะครับ
– Devdas (1928) ฉบับแรกสุดเป็นหนังเงียบ กำกับโดย Naresh Mitra น่าเสียดายฟีล์มสูญหายไปหมดแล้ว
– Devdas (1935-1937) ของผู้กำกับ Pramathesh Barua สร้าง 3 เรื่อง 3 ภาษาออกฉายต่อปี (Bengali, Hindi, Assamese) เป็นฉบับแรกที่ประสบความสำเร็จล้นหลาม
– Devadasu (1953) ฉบับภาษา Telugu/Tamil ของผู้กำกับ Vedantam Raghavaiah นำแสดงโดย Akkineni Nageswara Rao (A.N.R.), Savitri Nissankararao และ Lalitha เป็นฉบับได้รับการยกย่องว่ามีความยอดเยี่ยมที่สุด
– Devdas (1955) ฉบับภาษา Hindi ของผู้กำกับ Bimal Roy นำแสดงโดย Dilip Kumar, Suchitra Sen และ Vyjayanthimala
– Devdas (1979) ฉบับภาษา Bengali ของผู้กำกับ Dilip Roy นำแสดงโดย Soumitra Chatterjee, Sumitra Mukherjee และ Supriya Choudhury
– Devdas (2002) ฉบับภาษา Hindi ของผู้กำกับ Sanjay Leela Bhansali นำแสดงโดย Shah Rukh Khan, Aishwarya Rai และ Madhuri Dixit

จากความสำเร็จอันล้นหลามของ Devadasu (1953) ฉบับภาษา Telugu/Tamil ทำให้ผู้กำกับดัง Bimal Roy เกิดความสนใจที่จะดัดแปลงสร้าง Devdas เป็นภาษา Hindi ว่าจ้าง Nabendu Ghosh นักเขียนนิยายชื่อดังให้ดัดแปลงบทภาพยนตร์ โดยอ้างอิงจากทั้งนิยายและจากหนังฉบับล่าสุดนี้

Bimal Roy (1909 – 1965) ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวอินเดีย เกิดที่ Suapur, Eastern Bengal and Assam (ปัจจุบันเป็นประเทศ Bangladesh) โตขึ้นย้ายมาอยู่ Calcatta ทำงานเป็นผู้ช่วยตากล้อง เคยเป็นช่างภาพนิ่งให้ผู้กำกับ Pramathesh Barua ขณะสร้างหนังเรื่อง Devdas หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ย้ายไป Bombay ปักหลังสร้างภาพยนตร์ที่นั่น, ความสนใจของ Roy มักในประเด็นสะท้อนสังคม นำเสนอความจริงอันทุกข์ยากลำบาก โดยได้แรงบันดาลใจจากหนังแนว Neorealist ผลงานดัง อาทิ Do Bigha Zamin (1953) [ได้รางวัล International Prize จากเทศกาลหนังเมือง Cannes], Parineeta (1954), Biraj Bahu (1954), Madhumati (1958), Sujata (1959) ฯ เป็นผู้กำกับคนแรกที่ได้รางวัล Best Film กับ Best Director จากงานประกาศรางวัล Filmfare Award ครั้งที่ 1 ส่วน National Film Award กวาดมาทั้งหมด 6 รางวัล

ตัวเลือกแรกของ Roy ในบท Devdas คือ Dilip Kumar (เกิดปี 1922) คงเพราะผลงานการแสดงนับตั้งแต่ Jogan (1950), Babul (1950), Tarana (1951) Hulchul (1951) Deedar (1951), Daag (1952), Uran Khatola (1955) ทำให้นักข่าวเริ่มตั้งฉายาให้ชายผู้นี้ว่า Tragedy King เล่นเรื่องไหนได้มีโศกนาฎกรรมเกิดขึ้นแน่

Dilip Kumar หรือ Muhammad Yusuf Khan นักแสดงสัญชาติอินเดีย Satyajit Ray ยกย่องชายผู้นี้ว่า ‘the ultimate method actor’ เป็นนักแสดงที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุด, ผลงานก็มีความหลากหลายแนว ซึ่งก็ล้วนประสบความสำเร็จแทบทั้งนั้น อาทิ Swashbuckling เรื่อง Ana (1952), ตลก Azaad (1955), Epic อิงประวัติศาสตร์ Mughal-e-Azam (1960), สะท้อนสังคม Ganga Jamuna (1961) ฯ

Devdas วัยเด็กมีนิสัยแก่นแก้ว ก้าวร้าว เอาแต่ใจ โดยไม่รู้ตัวแม้จะมีความสัมพันธ์แบบรัก-เกลียด (Love-Hate) กับเพื่อนหญิง Parvati แต่พอโตขึ้นกลับตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว, การถูกครอบครัวบังคับกดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น ทำให้ Devdas เกิดความต่อต้านไม่ยอมรับอย่างรุนแรง และความผิดหวังที่สูญเสีย Parvati ทำให้ชายหนุ่มต้องหันพึ่งสิ่งอบายมุข หาทางออกลงโทษตัวเองให้กับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือนนี้

เห็นว่า Kumar ศึกษาการแสดงของ A.N.R. อย่างละเอียดเลยละ นำหลายๆอย่างมาปรับใช้กับตัวเอง ซึ่งก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ยกย่อง A.N.R. จากใจจริง บางฉากแสดงได้ดีกว่าตนเสียอีก, กระนั้นการแสดงของ Kumar ก็ยังถือว่าตราตรึงอย่างยิ่ง สายตาเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา โหยหาความสุข ที่ในชีวิตไม่ได้ค้นพบสักวินาทีเดียว

สำหรับ Paro/Pravati เห็นว่า Kumar อยากได้ Meena Kumari มารับบท แต่สามีของเธอวางเงื่อนไขมากมายจนผู้กำกับมิอาจรับได้ สุดท้ายเลือก Suchitra Sen ที่มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จจากหนังภาษา Bengali มารับบทนำ

Suchitra Sen หรือ Roma Dasgupta (1931 – 2014) นักแสดงสัญชาติอินเดีย เกิดที่ Sen Bhanga, Greater Pabna ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ Bangladesh, ได้รับการเปรียบเทียบกับ Greta Garbo ทั้งนิสัยและความงาม แจ้งเกิดกับหนังภาษา Bengali ประกบคู่ขวัญพระนางกับ Uttam Kumar ต่อมาได้รับโอกาสเล่นหนัง Bollywood ประสบความสำเร็จสูงสุดจาก Devdas, Sen เป็นนักแสดงหญิงคนแรกของอินเดีย ที่คว้ารางวัลการแสดงระดับนานาชาติ Silver Prize for Best Actress จากเทศกาลหนังเมือง Moscow จากเรื่อง Saptapadi (1961)

ผลงานอื่นที่ดังๆ อาทิ Aandhi (1974), Deep Jwele Jaai (1959), Uttar Falguni (1963), Saat Paake Bandha (1963) ฯ

ตั้งแต่ปี 1979 เธอได้รีไทร์ออกจากวงการภาพยนตร์โดยสิ้นเชิง ขนาดว่ารัฐบาลอินเดียตังใจจะมองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Dadasaheb Phalke ให้เมื่อปี 2005 แต่เธอปฏิเสธที่จะรับ เพราะไม่ต้องการออกหน้าสื่ออีก

Paro/Pravati วัยเด็กมีความน่ารักน่าชัง เพื่อนรักเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของ Devdas ที่มักถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ, โตขึ้นหญิงสาวรู้ใจตนเองเป็นอย่างดีว่าต้องการใช้ชีวิตคู่รองมือรองเท้า แต่เพราะความแตกต่างทางฐานะวรรณะ จึงถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับคนอื่น เธอตั้งใจที่จะเสียตัวให้ Dev แต่เขากลับรั้งรีรอไม่แน่ใจ มันก็ไม่ใช่ความผิดของทั้งเขาและเธอ ถ้าจะโทษคงต้อง’สังคม’ของอินเดีย ที่ปลูกฝังความคิดความเชื่อผิดๆมานับแต่โบราณกาล

การแสดงของ Savitri Nissankararao ใน Devadasu (1953) ได้รับการกล่าวขานยกย่องว่าสมบูรณ์แบบ แต่เพราะผมไม่เคยดูฉบับนั้น เลยไม่สามารถเทียบกันได้ ซึ่งความโดดเด่นของ Suchitra Sen อยู่ที่การแสดงออกทางสีหน้าและลีลาน้ำเสียงคำพูด สามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดภายในออกมา มองเห็นได้ยิน สัมผัสรู้สึกรวดร้าวถึงทรวง

สำหรับ Chandramukhi เนื่องด้วยเป็นโสเภณีจึงหานักแสดงที่จะมารับบทได้ยาก Kumar ได้เล็ง Nargis ไว้ แต่เธอต้องการบท Pravati ไม่ยอมตกลง, ต่อมาเป็น Bina Rai, Suraiya ล้วนปฏิเสธ จึงมาตกลงที่ Vyjayanthimala นักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่, นักเขียนบท Nabendu Ghosh ให้สัมภาษณ์บอกว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับการเลือก Vyjayanthimala มารับบทเสียเท่าไหร่ แต่พวกเราไม่มีทางเลือก เพราะไม่มีใครอยากรับบท Chandramukhi’

Vyjayanthimala Bali (เกิดปี 1933) นักแสดง นักร้อง นักเต้น และนักการเมืองสัญชาติอินเดีย เกิดที่ Triplicane, Madras Presidency ได้รับการยกย่องว่าคือ ‘First Female Superstar of South Cinema’ มีผลงานเรื่องแรก Vazhkai (1949) ภาษา Tamil ตามด้วย Jeevitham (1950) ภาษา Telugu ทั้งสองเรื่องประสบความสำเร็จล้นหลาม จนทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรกของวงการภาพยนตร์อินเดียตอนใต้ กรุยทางสู่ Bollywood ผลงานดังๆ อาทิ Naya Daur (1957), Sadhna (1958), Madhumati (1958), Gunga Jumna (1961), Sangam (1964) ฯ

Chandramukhi คำอธิบายตรงตัวที่สุดคือ ‘the hooker with a heart of gold’ โสเภณีหัวใจทองคำ ถึงร่างกายเป็นของชายหลายคน แต่จิตใจเมื่อตกหลุมรัก Devdas ก็ทุ่มเททุกอย่างให้เพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้ครอบครองทั้งกายและใจ แต่ก็ทำให้จิตใจอิ่มเอิบด้วยสุขล้น

ไม่ใช่แค่การแสดงเท่านั้นที่โดดเด่น แต่ยังลีลาการเต้นถือว่าเต็มที่ เร้าใจ มีเท่าไหร่ใส่ไม่หยั่ง ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง, ในความเย่อหยิ่งจองหอง มีความนุ่มนวลอ่อนไหวที่ทำให้ชายหนุ่มหน้าไหนต่างตกหลุมใหลคลั่งไคล้ เพียงแค่ไม่ใช่กับตัวละคร Devdas ที่มองเธอด้วยเปลือกนอกอย่างก้าวร้าว ทำให้หญิงสาวเกิดความใคร่สงสัย มันจะมีทางไหมที่ฉันจะเอาชนะใจชายผู้นี้

กับบทบาทนี้ ทำให้ Vyjayanthimala ได้เข้าชิง Filmfare Award สาขา Best Supporting Actress ได้รางวัลด้วยนะครับแต่เธอปฏิเสธไม่ขอรับ เพราะคิดว่าบทบาทของตนเองไม่ใช่สาขาสมทบ ถือเป็นนักแสดงคนแรกที่ปฏิเสธรับรางวัลของ Filmfare Award ด้วย

ถ่ายภาพโดย Kamal Bose ขาประจำของผู้กำกับ Bimal Roy ร่วมงานกันมาตั้งแต่ Parineeta (1953), Do Bigha Zamin (1953), Bandini (1963), Sujata (1960) ได้รางวัล Filmfare Award: Best Cinematographer เป็นสถิติที่ 5 ครั้ง จาก Bandini (1964), Anokhi Raat (1970), Khamoshi (1971), Dastak (1972), Dharmatma (1976) [เรื่องเดียวที่เป็นภาพสี]

งานภาพสไตล์ Neorealist เน้นความสมจริง ธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้น มักไม่ค่อยมีการจัดแสง (ใช้แสงธรรมชาติ) งานภาพไม่จำเป็นต้องมีความสวยงาม แต่ตรงไปตรงมา ในมุมมองให้ความรู้สึกธรรมดาที่สุด

ตัดต่อไม่ขึ้นชื่อเครดิต, ใช้มุมมองของนิยายเป็นหลัก (สังเกตว่าฉากแรก Opening Credit เป็นเปิดหนังสือ) เสียงบรรยายโดย Bimal Roy หนังเริ่มต้นตั้งแต่ Devdas กับ Paro ยังเป็นเด็กเล็กเล่นสนุกสนานไม่คิดอะไร ใช้สายน้ำและดอกบัวแทนการเคลื่อนไปของเวลา ทั้งสองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่กว่าเราจะเห็นหน้าของพวกเขา ก็มีเล่นแง่ง้องอน ลีลาเล่นมุมกล้อง หาจังหวะเหมาะสมสวยงามที่สุด

ช่วงกลางเรื่องเมื่อ Devdas ได้พบเจอกับ Chandramukhi เธอเหมือนจะเป็นผู้หญิงมาแทนที่ Pravati แต่ในมุมกลับกัน เป็นคนนอกที่ตกหลุมรักชายหนุ่ม ทั้งๆที่เขาก็ไม่ยอมรับไม่สนใจ แต่เมื่อน้ำพึ่งเรือ เวลาผ่านไป จึงกลายเป็นเสือพึ่งป่า เมื่อเข้าใจตัวตนอันแท้จริง Devdas จึงเริ่มยอมรับ Pravati

แต่นี่เป็นเรื่องราวความรักระหว่าง Devdas กับ Pravati เมื่อพวกเขาแยกจากกันแล้ว มีบางครั้งที่กลับมาเจอ แต่ท้ายที่สุด เมื่อหนังตัดสลับไปมาระหว่างทั้งสอง จนวินาทีสุดท้ายปิดประตู พวกเขากลับไม่มีวันได้พบเจอกันอีก ราวกับอยู่คนละโลกภพภูมิ

เพลงประกอบโดย S. D. Burman ตำนานของวงการเพลง Bollywood มีผลงานอมตะอย่าง Baazi (1951), Pyaasa (1957), Kaagaz Ke Phool (1959), Guide (1965), Zindagi Zindagi (1972), Prem Nagar (1974) ฯ

สำหรับหนังเรื่องนี้ มี 2-3 บทเพลงที่ผมประทับใจมากๆ, เพลงแรก O Albele Panchi ขับร้องโดย Asha Bhosle กับ Usha Mangeshkar (ทั้งสองเป็นผู้หญิงที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ แต่ร้องเพลงเสียงเด็ก) ขณะที่ Devdas กับ Paro ยังเป็นเด็ก นี่เป็นบทเพลงชมนก เจ้านกเอ๋ยข้าอยากเชยชมเจ้า ทำไมบินหนีไปไกลจัง! ด้วยความน่ารักเรียบง่าย นี่เป็นวินาทีแรกที่ผมเกิดความประทับใจหนังเรื่องนี้เลยละ

เกร็ด: พอโตขึ้น ด้วยความผิดหวังในชีวิต Devdas เอาปืนมาไล่ยิงนกพวกนี้ที่สร้างความรำคาญ พาลให้หวนระลึกถึงความสุขวันวาน

อีกบทเพลง Ab Aage Teri Marzi ขับร้องโดย Lata Mangeshkar ครั้งแรกของ Devdas ที่ได้พบกับ Chandramukhi, ฉากนี้เป็นการโชว์ลีลาความสามารถของ Vyjayanthimala ที่ต้องบอกว่าสวยงามมีระดับมาก, หลายช็อตเป็นการ Close-Up ใบหน้า ซึ่งต่อให้คุณไม่เข้าใจความหมายของเนื้อร้อง จะยังรับรู้เรื่องราวผ่านสีหน้าอารมณ์ของตัวละครได้ทันที

เพลงนี้มีเซอร์ไพรส์ช็อตอยู่ตรง เงาของกระโปรงขณะหมุน

ขณะที่ไฮไลท์การเต้นอยู่ที่เพลง O Aanewaale Ruk Jaa ขับร้องโดย Lata Mangeshkar มีความน่าพิศวงอยู่ช็อตหนึ่ง Vyjayanthimala นั่งลงกับพื้น กล้องถ่ายมุมก้ม 180 องศา กระโปรงของเธอจัดวางรูปได้พอดิบดี เป็นช็อตที่มีความงดงามไม่น้อยทีเดียว

Devdas เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรัก ของคู่ชายหญิงที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่เด็ก แต่ถูกบริบททางสังคม ความแตกต่างทางชนชั้นวรรณะ ฐานะ ค่านิยม ความเชื่อ พ่อแม่พี่น้องคนรอบข้าง ต่างดูถูกเหยียดหยามบุคคลที่ต่ำต้อยกว่าตน ไม่อนุญาติ ปิดกั้นทุกวิถีทาง ไม่ให้การแต่งงานของทั้งสองบังเกิดขึ้น

มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าทั้งสองชายหญิงต่างยินยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตนเอง แต่เมื่อโลกได้พัฒนามาถึงจุดๆหนึ่งความเห็นต่างจึงเกิดขึ้น “ทำไมจะไม่ได้!” คำถามนี้เกิดขึ้นในใจของทั้งสอง ต่างพยายามต่อสู้เอาชนะ พาตัวให้ออกนอกกรอบบริบท ความยึดมั่นถือมั่นที่ฝังลึกในจิตใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จ ความโศกนาฎกรรมจึงเกิดขึ้นจากความทุกข์ เศร้าโศก ของการสูญเสีย รับไม่ได้ พ่ายแพ้อย่างหมดรูป

กับผู้ชมสมัยนี้คงขัดใจไม่น้อย เป็นฉันคงไม่ยื้อยักยินยอมฝืนทนตั้งแต่แรกแล้ว! ให้ลองจินตนาการนึกย้อนถึงอดีต ในยุคสมัยที่เรื่องพรรค์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ที่ใครสักคนจะสามารถคิด/ทำ เอาชนะหรือคิดให้หลุดกรอบจากสิ่งที่ครอบมาตลอดชีวิต เราจะเห็นว่า
– ครั้งหนึ่ง Parvati แสดงความต้องการเสียตัวให้ Devdas แต่เขาไม่ยอม
– อีกครั้งหนึ่ง Devdas หวนคืนกลับมา พูดจาเชิงชักชวนชู้สาว แต่ครานี้ Paro ไม่ยินยอม

ไม่ใช่โชคชะตาที่เล่นตลกกับพวกเขา แต่คือความรักอันมืดบอดที่เหนี่ยวรั้งไว้
– พ่อแม่ ครอบครัว คนรอบข้าง หลงใหลมัวเมาในเงินทอง ฐานะ วรรณะ มองเห็นแค่สิ่งภายนอก มืดบอดต่อสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ
– Devdas ตอนแรกไม่รู้ตนเอง แต่พอรับรู้ความต้องการของตนเอง จึงมิอาจอดรนทนต่อไปได้ เศร้าเสียใจพยายามให้ตนมืดบอด
– Pravati หลงรัก Devdas สุดหัวใจ แต่เธอไม่สามารถทำอะไรได้ ถูกพันธนาการเหนี่ยวรั้งไว้ไม่สามารถไปไหนได้ มองไม่เห็นแม้แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
– Chandramukhi ก็เช่นกัน เธอมอบความรักให้ Devdas อย่างมืดบอด ทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่ได้รับอะไรตอบแทน

บุคคลที่น่าเห็นใจสุดหนีไม่พ้น Devdas ผู้ซึ่งไม่เข้าใจอะไรเลย, ตอนแรกไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองหลงรัก Pravati กว่าจะเริ่มเข้าใจก็ตามคำบอกกล่าวจาก Chandramukhi แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว ที่พึ่งถัดมาของเขาคือสุราและความฟุ้งเฟ้อ เพื่อให้หลงลืมแต่กลับยิ่งจดจำ ความทุกข์กลายเป็นขมขื่น จากแค่ความไม่สมหวังในรัก รับรู้ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ชีวิตก็ไม่รู้จะมีค่าอยู่ต่อไปทำไม

สิ่งที่ฆ่า Devdas ไม่ใช่ตัวเขาเองนะครับ (เชื่อว่าหลายคนคงคิดโทษตัว Devdas ที่ไม่สามารถตัดใจจาก Pravati ได้ แต่ผมไม่มองเห็นเช่นนั้นเลย) “ความเชื่อ ค่านิยม” นี่ต่างหากคือสิ่งที่ฆ่า Devdas ให้ตายทั้งเป็น

ไม่มีใครรู้มนุษย์รับเอาความเชื่อ ค่านิยม มาตั้งแต่ยุคสมัยไหน? เมื่อไหร่? คงตั้งแต่อดีตกาล กำหนดเป็นกรอบประเพณี กฎเกณฑ์ข้อจำกัด เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อลูกหลานเหลนโหลน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้แสวงหาผลประโยชน์, เจ้าความเชื่อ ค่านิยมนี้ เป็นเสมือนกะลาที่ครอบกบหลายๆตัวไว้ ให้หลงคิดว่าดินแดนแห่งนี้ของตนกว้างใหญ่ไพศาลเป็นที่สุด ไม่สนไม่รับรู้โลกภายนอกว่าจะใหญ่โตกว่าเพียงใด และพยายามขัดขวางกบตัวอื่นที่ตั้งใจพยายามต่อสู้ดินรนเพื่อออกไป โง่หรือเปล่า? ไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย ต่อต้านถึงที่สุด

โศกนาฎกรรมของ Devdas เกิดจากความไม่สามารถเอาชนะกบตัวอื่น และตนเองถูกครอบงำด้วยความคิดอีกชั้นหนึ่ง ดิ้นรนพยายามทุกวิถีทาง สุดท้ายบาดเจ็บชอกช้ำ ถึงที่สุดแล้วไม่สามารถหลุดออกไปได้ จึงตรอมใจ จบสิ้น ทิ้งกายไว้ตรงนั้น (แต่จิตใจ/จิตวิญญาณ คงออกไปโบยบินโลดแล่น กลายเป็นอิสระหลังความตายโดยทันที)

ปัจจุบันเรื่องราวลักษณะนี้ใช่ว่าจะหมดไปนะครับ กับประเทศอื่นๆ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย ฯ ปัญหาความแตกต่างดูจะเจือจางลงมาก แต่ในอินเดียยังคงเป็นเรื่องเด่นชัดที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคม เพราะด้วยความแตกต่าง วรรณะ ความเชื่อ ที่ยังคงมีอยู่ ตราบใดมนุษย์ยังมีความแตกต่าง ไม่มีทางที่จะพบเจอความเสมอภาคในสังคม

ไม่มีรายงานทุนสร้างของหนัง แต่ทำเงินได้ ₹10.6 Crore ถือว่า Average ประสบความสำเร็จปานกลาง, คว้ารางวัล Certificate of Merit for the Third Best Feature Film in Hindi (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมลำดับที่สาม) จาก National Film Award, และได้ 3 รางวัลจาก Filmfare Award (สมัยนั้นยังไม่มีการประกาศรายชื่อหนังเข้าชิง)
– Best Actor (Dilip Kumar)
– Best Supporting Actor (Motilal)
– Best Supporting Actress (Vyjayanthimala) ** ไม่รับรางวัล

ส่วนตัวชื่นชอบประทับใจหนังเรื่องนี้มาก มีความคลาสสิกสวยงามลงตัว ไม่มีส่วนเกินความน่าเบื่อแม้แต่น้อย (ผมว่าคงเอาข้อดีข้อเสียของ Devadasu มาปรับให้หนังสมบูรณ์ที่สุดด้วยละ) ถือว่าเป็น Devdas ฉบับดูง่ายสนุกที่สุด เท่าที่สามารถหารับชมได้ในปัจจุบัน

แนะนำกับคอหนัง Bollywood ร้องเล่นเต้น, ชื่นชอบแนว Neorealist เรื่องราวสะท้อนปัญหาสังคม ค่านิยม การแต่งงาน, แฟนๆหนัง Bimal Roy, นักแสดง Dilip Kumar, Suchitra Sen, Vyjayanthimala และเพลงประกอบในตำนานของ S. D. Burman ไม่ควรพลาดเลย

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ มีลูกหัวดื้อด้าน ลองหาหนังเรื่องนี้มารับชมดูนะครับ แล้วคุณอาจมีทัศนคติบางอย่างที่จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!

จัดเรต 13+ กับความค่านิยม ความดื้อด้านที่เป็นกรอบครอบความคิดของคนสมัยก่อน

TAGLINE | “Devdas ฉบับปี 1955 ของ Bimal Roy มีความสมบูรณ์แบบแทบทุกสิ่ง แนะนำเป็นบทเรียนชีวิตได้อย่างสวยงาม”
QUALITY | RARE
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of