The Criminal Life of Archibaldo de la Cruz (1955) Mexican : Luis Buñuel ♥♥♥♡

เรื่องราวของ Archibaldo de la Cruz (รับบทโดย Ernesto Alonso) ผู้มีความหมกมุ่นที่จะก่ออาชญากรรม ต้องการเข่นฆ่าคนตาย แต่สุดท้ายไม่เคยได้กระทำ เพราะเป้าหมายล้วนมีเหตุให้ต้องเสียชีวิตจากไปก่อน เฉกเช่นนั้นแล้วเขาถือเป็นอาชญากรหรือไม่?

Luis Buñuel ชักชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามลักษณะเดียวกันว่า ผลงานภาพยนตร์ของเขาที่เต็มไปด้วยประเด็นเสียดสีสังคมการเมือง กระแนะกระแหนคริสตจักร ตั้งคำถามศีลธรรม จริยธรรม กฎกรอบเกณฑ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ เหล่านี้มีความผิดประการใด? สมควรได้รับโทษประหารชีวิตหรือไม่?

การครุ่นคิดไม่ใช่สิ่งผิด! ภาพยนตร์ก็เฉกเช่นเดียวกัน แต่คนที่รับรู้ รับชม แล้วนำไปตัดสินถูก-ผิด อ้างหลักการโน่นนี่นั่น ชอบธรรม ชั่ว-ดี ไม่ใช่พวกเขาเหล่านี้หรอกหรือที่เป็นฝ่ายผิด!

The Criminal Life of Archibaldo de la Cruz หรือ Rehearsal for a Crime เป็นหนึ่งในผลงานที่มักถูกมองข้ามของ Luis Buñuel ด้วยข้อจำกัดเงินทุน ระยะเวลาโปรดักชั่น คุณภาพโดยรวมห่างไกลผลงานเด่นๆโลกจดจำ ถึงอย่างนั้นคะแนนใน IMDB ค่อนข้างสูงถึง 7.8/10 ผมเลยลองเสี่ยงหามารับชม ไม่ได้ชอบมาก แต่ก็ไม่ผิดหวังอะไร


Luis Buñuel Portolés (1900 – 1983) สัญชาติ Spanish เกิดที่ Calanda, Aragon เป็นบุตรคนโตมีน้อง 6 คน, เมื่อตอนอายุได้ 4 ขวบครี่ง ครอบครัวอพยพย้ายสู่ Zaragoza ถิ่นที่อยู่อาศัยของคนมีฐานะ ชนชั้นกลาง ถูกส่งไปศีกษาร่ำเรียนเป็นบาทหลวงยัง Colegio del Salvador แต่หลังจากได้พานพบเห็นอะไรบางอย่าง จึงหมดสิ้นเสื่อมศรัทธาในศาสนา, อายุ 16 เข้าเรียนต่อยัง University of Madrid แรกเริ่มคณะเกษตร เปลี่ยนมาวิศวะ สุดท้ายคือปรัชญา, ความสนใจในภาพยนตร์เมื่อโอกาสรับชม Der müde Tod (1921) ของผู้กำกับ Fritz Lang, เมื่อปี 1925 มุ่งสู่กรุง Paris ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Jean Epstein, สรรค์สร้างผลงานเรื่องแรก Un Chien Andalou (1929), L’Age d’Or (1930)

การมาถึงของจอมพล Francisco สงครามกลางเมือง Spanish Civil War (1936-39) และภาพยนตร์/สารคดี Las Hurdes (1933) ถูกแบนห้ามฉายในสเปน ทำให้ Buñuel ตัดสินใจเดินทางมุ่งสู่ Hollywood ครุ่นคิดพัฒนาหลากหลายโปรเจคแต่ก็ไม่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งได้รับชักชวนจากโปรดิวเซอร์ Oscar Dancigers อพยพย้ายมาประเทศ Mexico ตั้งแต่ปี 1946 เริ่มต้นสรรค์สร้าง Gran Casino (1947) ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ยังได้รับโอกาสอีกครั้ง El Gran Calavera (1949) คราวนี้สามารถทำเงินถล่มทลาย

สำหรับ The Criminal Life of Archibaldo de la Cruz ดัดแปลงจาก Ensayo de un crimen (1944) แปลตรงตัวว่า Essay of crime แต่งโดย Rodolfo Usigli (1905-79) นักกวี นักเขียน ‘บิดาแห่ง Modern Mexican Theater’ โดยเป้าหมายของนวนิยายเล่มนี้เพื่อวิพากย์วิจารณ์สภาพสังคม การเมือง และวิถีชีวิตชนชั้นกลางตอนบน (Upper-Middle Class)

ดั้งเดิมนั้น Buñuel ร่วมงานกับ Usigli เพื่อดัดแปลงนวนิยายเล่มดังกล่าวสู่บทภาพยนตร์ แต่แค่เพียงสองสัปดาห์ก็ต่างแยกย้ายเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน, Usigli ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ แต่ Buñuel สนเพียงแนวคิดและบางเหตุการณ์เท่านั้น เลยเปลี่ยนมาร่วมงานกับ Eduardo Ugarte (1901-55) ผู้กำกับ/นักเขียน สัญชาติสเปน อพยพหลบหนีภัยสู่ Mexico ในช่วง Spanish Civil War (1936-39)

ความสนใจของ Buñuel คือการนำเสนอสภาวะจิตวิทยา สภาพจิตใจตัวละคร เพิ่มเติมเรื่องราววัยเด็ก สิ่งสัญลักษณ์กล่องเพลง (Music Box) แทรกใส่อิทธิพล Mexican Revolution (1910-20) และเป้าหมายฆาตกรรมคือหญิงสาวทั้งหมด (โดยให้พวกเธอกระทำการลวงล่อหลอกบางสิ่งอย่างจากพระเอก)


Ernesto Alonso (1917-2007) นักแสดง/ผู้กำกับ สัญชาติ Mexican เกิดที่ Aguascalientes ตั้งแต่เด็กอยากเป็นนักแสดง เริ่มต้นจากละครเวที ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 1938 ค่อยๆสะสมชื่อเสียงจนโด่งดังในช่วงทศวรรษ 40s เป็นผู้ให้เสียงบรรยาย Los Olvidados (1950) และรับบทนำ Ensayo de un crimen (1955)

รับบท Archibaldo de la Cruz ชายวัยกลางคน ชนชั้นกลางตอนบน ตั้งแต่เด็กเมื่อได้รับของขวัญกล่องเพลง รับฟังเรื่องเล่าของผู้ดูแล ทดลองอธิษฐานขอให้เธอตายจากไป แล้วจู่ๆถูกกระสุนลูกหลงเสียชีวิตในช่วง Mexican Revolution เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นภาพจดจำตราฝังใจ เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เมื่อมีโอกาสพบเจอกล่องเพลงนั้นอีกครั้ง จึงเกิดความครุ่นคิดอยากเข่นฆาตกรรมหญิงสาวที่ได้พบเจอ แต่จนแล้วจนรอดเป้าหมายมีเหตุเป็นไปก่อน(แทบ)ทุกครั้ง

ผมชอบความกระตือรือล้นที่ดูเหมือนเด็กน้อยของ Alonso เมื่อค้นพบเป้าหมาย ก็ครุ่นคิดอธิษฐาน ตระเตรียมแผนการ ค่อยๆก้าวย่างอย่างหุ่น แต่พอเหตุการณ์กลับตารปัตร ก็ทำท่าเซ็งเป็ด ซังกะตาย หลายครั้งเข้าก็เริ่มหมดสิ้นหวัง พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่แค่การครุ่นคิดไม่มีใครถือว่าเป็นอาชญากรรม แล้วทั้งหมดที่ทำไปนั้นมันผิดอะไร?

น่าเสียดายบทบาทนี้ไม่ได้ขายการแสดงสักเท่าไหร่ Alonso ก็ไม่ได้ผลักดันตนเอง ดูเพลิดเพลิน สนุกสนานที่ได้เล่น เมื่อเทียบกับ Arturo de Córdova จาก Él (1953) หรือ Fernando Rey เรื่อง Viridiana (1961) จึงพบเห็นความห่างชั้น(ด้านการแสดง)อยู่พอสมควร


ถ่ายภาพโดย Agustín Jiménez ตากล้องสัญชาติ Mexican ก่อนหน้านี้เคยร่วมงาน Luis Buñuel เรื่อง El bruto (1953), Wuthering Heights (1954) ฯ

งานภาพของหนังมีความลื่นไหล ‘สไตล์ Buñuel’ โดยให้ตัวละครคือจุดศูนย์กลางภาพ ขยับเคลื่อนเลื่อนเข้าออก ให้ความรู้สึกเหมือนผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราว เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไป โดดเด่นด้านการจัดแสง-เงาในบางที แต่ภาพรวมผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงคว้ารางวัล Silver Ariel: Best Cinematography [งานประกาศรางวัลเทียบเท่า Academy Award ของประเทศ Mexico]

จุดเริ่มต้นของหนังก็คือกล่องเพลง ‘Music Box’ เมื่อหมุนกลไกจักพบเห็นหุ่นสาวเริงระบำ (เรื่องราวของ Archibaldo ล้วนเวียนวนอยู่กับหญิงสาว ถูกลวงล่อหลอกสารพัดเพ ให้ตกหลุมรักแล้วทอดทิ้ง ลาจาก ตกตายไป) และหลังจากรับฟังเรื่องเล่าของผู้ดูแล (The Governess) ลองอธิษฐานขอพร ปรากฎว่าสมประสงค์ดั่งใจ ไม่ให้กลายเป็นภาพจำฝังใจได้ยังไงละ!

แซว: เรื่องเล่าของ The Governess แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องจริง (ก่อนหน้านี้เห็นส่งสัญญาณกับแม่ของ Archibaldo เพื่อบอกว่าให้ครุ่นคิดเรื่องเล่าขึ้นมาเองเลย) เป็นสิ่งครุ่นคิดเล่นๆ แต่งขึ้นหลอกเด็ก และได้รับผลกรรมติดตามทันอย่างรวดเร็ว

ยังไม่ทันไร Buñuel ก็ตั้งคำถามถึงเหตุผลของการเป็นแม่ชี แน่นอนว่าคำตอบของคนส่วนใหญ่ ย่อมอยากชิดใกล้พระเป็นเจ้า (ประเด็นนี้จะถูกนำไปล้อเลียน ขยายกลายเป็น Virdiana (1961)) แต่ถ้าให้เลือกระหว่างความเป็น-ตาย ยังไงก็ขอเอาชีวิตตัวรอดไว้ก่อน จะมีสักกี่คนที่ยินยอม(ฆ่าตัว)ตายเพื่อชิดใกล้พระเจ้ามากกว่า … ซึ่งความตายของแม่ชีคนนี้ ตกลิฟท์จากสรวงสวรรค์ลงสู่พื้นดิ้น เป็นการประชดประชันถึงความหมดสูญสิ้นศรัทธา

กล่องเพลงของ Archibaldo ถูกปล้นสะดม/สูญหายไปในช่วงระหว่าง Mexican Revolution หลายปีถัดมาถึงค่อยมีโอกาสพบเจออีกครั้งในร้านขายของแห่งหนึ่ง หลังจากซื้อมาครอบครอบ หมุนกลไกรับฟังบทเพลง พอดิบพอดีเริ่มต้นโกนหนวดเครา (ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ หวนกลับไปสู่ตัวตนวัยเด็กอีกครั้ง) และเมื่อเกิดรอยบาดแผล ทำให้หวนระลึกภาพจำ (ใช้เทคนิคปรับโฟกัสเบลอ-ชัด) มีเลือดไหลผ่านเลนส์หน้ากล้อง (ความทรงจำเปื้อนเลือด? โหยหาความรู้สึก/พึงพอใจที่เคยได้รับในช่วงขณะนั้น)

ในบรรดาเรื่องราวการถูกหลอกลวงของ Archibaldo เรื่องที่ Buñuel นำเสนอเป็นไคลน์แม็กซ์ลำดับสุดท้าย (แต่ค่อยๆแทรกคั่นระหว่างเรื่องราวทีละเล็ก) คือตอนของ Carlota หญิงสาวแสดงทีท่าว่ามีความบริสุทธิ์ ครองพรหมจรรย์เหมือนพระแม่มารีย์ ถึงขนาดจัดห้อง(พระ)ให้มีบรรยากาศมนต์ขลัง (โดดเด่นกับการจัดแสง-เงา) แต่แท้จริงแล้วนอกจากเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ (ทางกาย) ยังมิได้รักจริง (มีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว) ยินยอมตอบตกลงแต่งงาน เพราะต้องการเงินมาชดใช้หนี้สินครอบครัว

แสดงว่า(ในมุมมองของ Buñuel)นี่คือที่สุดแห่งการหลอกลวง อ้างว่าเป็นคนมีความเชื่อศรัทธาศาสนาอย่างแรงกล้า แต่แท้จริงแล้วกลับกลอก ปอกลอก ตารปัตรตรงกันข้ามภาพพบเห็นโดยสิ้นเชิง! (สมควรถูกเข่นฆ่าให้ตกตาย)

เรื่องราวของ Patricia ทำการลวงล่อชักจูงจมูก Archibaldo ถึงขนาดลากพามาถึงห้อง แต่แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์เพื่อยั่วโมโหสามี ที่ไม่ยินยอมให้ตนเองใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในบ่อย (นี่เป็นการเสียดสีชนชั้นกลางตอนบน ฐานะร่ำรวยแต่วันๆเอาแต่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เผาผลาญจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่เคยคิดหน้าคิดหลัง) สำเร็จเสร็จแล้วก็สร้างความกระอักอ่วน จากมือที่สามกลายเป็นหมาหัวเน่า เผ่นหลบหนีแทบไม่ทันท่วงที

แม้ว่าจะมีจดหมายลาตายของ Patricia แต่ผมเชื่อว่าใครๆก็น่าจะตระหนักได้ว่าต้องเป็นสามีของเธอ เล่นละครตบตา เข่นฆาตกรรมอย่างแนบเนียน ‘Perfect Crime’

วินาทีที่ Archibaldo รับทราบข่าวการเสียชีวิตของ Patricia อยู่ระหว่างการขี้นรูปดินเผา (หมุนๆสื่อถึงชีวิตที่เวียนวนกลับมาสู่จุดเริ่มต้น ซ้ำไปซ้ำมา) แต่ก็ยังเพิ่งเริ่มต้นไม่เป็นทรงสักเท่าไหร่ สะท้อนถึงชีวิตตัวละครขณะนั้น อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังในคฤหาสถ์หลังใหญ่ ไร้หญิงสาวเคียงข้างกาย วันๆเอาแต่เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา ไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่สักที (สภาพจิตใจก็ยังหมกมุ่นอยู่กับความทรงจำวัยเด็กนั้น)

แรกพบเจอ Lavinia ภาพที่ Archibaldo จับจ้องมอง จะพบเห็นเปลวเทียนพัฒนาสู่กองเพลิงลุกมอดไหม้ นั่นน่าจะสื่อถึงไฟราคะที่กำลังลุกโชติช่วงอยู่ภายในจิตใจ ตกหลุมรักแรกพบ ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ และเข่นฆาตกรรม

ผมมองหุ่นลองชุดของ Lavinia คือตัวแทนกายเนื้อ เปลือกภายนอก ‘doppelganger’ (มีการสลับเสื้อผ้าให้เข้าใจผิดตัว) ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวที่ Archibaldo สามารถครอบครองเป็นเจ้าของ แต่ไม่ใช่ตัวตน จิตวิญญาณแท้จริง ซึ่งเธอกำลังจะแต่งงานกับชายคู่หมั้น ทั้งหมดที่มีสัมพันธ์กับเขาก็เพียงแค่การล้อเล่นสนุก มารยาหญิง กลับกลอกปอกลอกไม่ต่างจากหญิงอื่น

เริ่มต้นด้วยความลุ่มร้อนของเพลิงราคะ แต่พอรับรู้ว่าถูกหลอก มิอาจสำเร็จสมปรารถนาก็เลยโยนหุ่นลองเสื้อเข้าเตาเผา ให้มันมอดไหม้วอดวาย จนไม่หลงเหลือรูปร่างหน้าตา เทียบได้กับจิตวิญญาณของ Archibaldo ค่อยๆหลอมละลาย สูญเสียสิ้นตัวตน … ผมรู้สึกว่าเรียวขาที่หลุดจากหุ่นเหมือนจะจงใจ (เพราะหลายๆผลงานของ Buñuel ก็มักจับจ้องมองเรียวขาสุดเซ็กซี่ของหญิงสาว) น่าจะสื่อถึงความยั่วเย้าของหญิงสาวที่ช่างยวนใจ

แซว1: Buñuel เล่าว่าเมื่อมีโอกาสพบเจอ Alfred Hitchcock เอาแต่พูดพร่ำถึงเรียวขา ไม่รู้เหมือนกันว่าหมกมุ่นอะไรหนักหนา

แซว2: เห็นว่าหนังมีหุ่นลองเสื้อแค่ตัวเดียวเท่านั้น ต้องเทคเดียวผ่าน ไม่มีซ้ำสอง

Archibaldo ครุ่นคิดแผนการเข่นฆาตกรรมว่าที่ภรรยา Carlota สังเกตว่าภาพจินตนาการมีควันโพยพุ่ง ไม่เห็นเปลวไฟ (ผิดกับ Lavinia) น่าจะสะท้อนถึงเพลิงราคะที่มอดดับ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วม ความต้องการแต่งงานกับเธออีกต่อไป … แต่ที่ยังคงตอบรับก็เพื่อจักเติมเต็มความต้องการจากภายใน ได้เข่นฆาตกรรมเป้าหมายโดยไม่มีใครมากีดกั้นขวาง สักที!

ซึ่งก่อนที่ในจินตนาการนี้ Archibaldo จะเข่นฆ่า Carlota บอกให้เธอพนมมือ พูดคำอธิษฐาน ขอพรพระผู้เป็นเจ้า … เอากับเขาสิ!

แทนที่จะถ่ายทำฉากพิธีสมรสแต่งงานระหว่าง Archibaldo กับ Carlota (คงเพื่อจะสื่อว่า การแต่งงานมันก็แค่พิธีกรรมลวงโลก ทั้งสองไม่ได้รักกันจริงจะถ่ายให้เห็นช่วงพิธีการทำไม) กลับนำเสนอการสนทนาของสามตัวละครนี้ โดยหัวข้อก็คือ … ลองไปตั้งใจฟังกันดูเองนะครับว่า Buñuel ต้องการเสียดสีล้อเลียนอะไร (ใบ้ให้ว่าเกี่ยวกับการเลือกข้างของคริสตจักร มีแบ่งซ้าย-ขวา พลเรือน-ทหาร)

นี่น่าจะคือช็อตที่อาจทำให้ใครหลายคนร้องอ๋อ! กล้องถ่ายภาพเคียงข้างฆาตกร (เข่นฆาตกรรม Carlota) เป็นการบอกใบ้อย่างตรงไปตรงมา(ที่สุดแล้ว) ว่าเนื้อเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Luis Buñuel

เจ้ากล่องเพลงนี้มันช่างลวงหลอกโลกทั้งเพ นอกจากเหตุการณ์วัยเด็กก็ไม่เคยทำให้คำอธิษฐานของ Archibaldo ประสบผลสำเร็จ ด้วยเหตุนี้เขาจึงโยนมันทิ้งลงน้ำ ให้จมลงในจิตใต้สำนึก หลงเหลือเพียงความทรงจำ แล้วเริ่มต้นก้าวเดินใหม่ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตัดสินใจอะไรๆด้วยตนเอง ฆ่า-ไม่ฆ่าตั๊กแตน (น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพ ‘metamorphosis’)

การได้หวนกลับมาพบเจอ Lavinia (ที่เล่าว่ายังไม่ได้แต่งงาน … แต่เด็กเลี้ยงแกะจะพูดความจริงนะฤา?) ทำให้ Archibaldo ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้เท้า ตัวช่วย หรือพึ่งพาคำอธิษฐาน(จากกล่องดนตรี)อีกต่อไป ก็ฉันเองนี่แหละ ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’ ออกเดินทาง(ร่วมกับผู้ชม)ไปยังสถานที่ที่สองเท้าสามารถก้าวดำเนินไป

นัยยะของฉากจบนี้ก็คือ Buñuel ไม่ได้สนที่จะง้องอนผู้ชม นักวิจารณ์ ตรูอยากจะสรรค์สร้างผลงานตามใจ ใครจะตำหนิต่อว่า ด่าพ่อล่องแม้งก็เรื่องของเมิง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวฉันทั้งนั้น

ตัดต่อโดย Jorge Busto และ Pablo Gómez, หนังดำเนินเรื่องผ่านการเล่าเรื่องย้อนอดีต (Flashback) จากความทรงจำของ Archibaldo de la Cruz สารภาพสิ่งบังเกิดขึ้นให้ตำรวจรับฟัง และตัดสินโทษทัณฑ์ของตนเอง

ผมขอแบ่งเรื่องราวออกเป็นคดีๆได้ทั้งหมด 5 เรื่อง ซึ่ง(แต่ละตอน)จะมีไดเรคชั่น และการหลอกลวง(ของหญิงสาวต่อ Archibaldo)ที่แตกต่างกันไป

  • ผู้ดูแล (The Governess) เล่าเรื่องหลอกเด็กให้ Archibaldo เลยถูกกระสุนลูกหลงเข้าที่ต้นคอ
    • เล่าย้อนอดีตเมื่อครั้น Archibaldo ยังเป็นเด็ก
  • หญิงสาวบวชเป็นแม่ชีเพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า ถูกตั้งคำถามจาก Archibaldo ถ้าฉันเข่นฆ่าเธอตอนนี้จะดีใจหรือเปล่าที่ได้เข้าใกล้พระองค์
    • หลังสิ้นสุดเรื่องเล่าย้อนอดีตของ Archibaldo แสดงความต้องการอยากเข่นฆ่าแม่ชีสาว เธอจึงวิ่งหลบหนีจนพลัดตกลิฟท์ด้วยตนเอง (แม้ไม่ได้ลงมือฆ่า แต่ก็ต้องถือว่า Archibaldo คือต้นสาเหตุการเสียชีวิตของเธอ)
  • Patricia Terrazas ลวงล่อหลอก Archibaldo มาที่ห้องของตน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างคืนดีกับสามี แต่วันต่อมากลับเขียนจดหมายลาตายแล้วใช้มีดโกนเชือดคอ
    • เล่าย้อนอดีต Archibaldo ถูก Patricia ลากเข้ามาพัวพันกับชีวิต แล้วเธอก็จากไปแบบพิศวง (ดูยังไงก็น่าจะเป็นสามีที่เชือดคอฆาตกรรมเธอ)
  • Lavinia เล่นแง่ปั่นหัว Archibaldo แต่เธอไม่ได้เสียชีวิต แค่หุ่นลองชุด(ที่มีใบหน้าเดียวกับเธอ)ถูกเผามอดไหม้
    • เล่าย้อนอดีต Archibaldo พยายามเข้าไปยุ่งย่าม เกี่ยวพันกับ Lavinia แต่เพราะเธอกำลังจะแต่งงาน เลยเต็มไปด้วยมารยา รักษาระยะห่างความสัมพันธ์
    • แม้ว่าตัวละครจะไม่ตกตายในหนัง แต่ชีวิตจริงของนักแสดงที่รับบท Miroslava Stern กินยานอนหลับเกินขนาด ฆ่าตัวตายไม่กี่วันหลังจากถ่ายหนังเสร็จสิ้น
  • Carlota Cervantes ทำตัวเหมือนหญิงสาวพรหมจรรย์ ยินยอมแต่งงานกับ Archibaldo เพียงเพื่อเงินทองมาปลดหนี้ครอบครัว เลยถูกแฟนหนุ่มตัวจริงยิงแสกหน้าเสียชีวิต
    • เล่าย้อนอดีตเรื่องราวของ Carlota แต่จะแทรกคั่นระหว่าง Patricia และ Lavinia และหลังจบประเด็นสาวทั้งสอง ก็นำเข้าสู่งานแต่งงานกับ Archibaldo

ในทางเทคนิค แต่ละคดีมีไดเรคชั่น ลำดับเรื่องราวที่สร้างสรรค์ มีความน่าสนใจ ถึงกระนั้นผมกลับรู้สึกว่าเรื่องราวของ Carlota ซึ่งต่อเนื่องจาก Lavinia สร้างปัญหาให้หนังพอสมควร เพราะมันเหมือนไคลน์แม็กซ์ของทั้งสองคดีอยู่ติดๆเคียงข้างกัน เลยยังปรับอารมณ์แทบไม่ทัน

ผมไม่แน่ใจว่ากล่องเพลง (Music Box) บรรเลงบทเพลงอะไร แต่นั่นกลายเป็น ‘motif’ ใช้แทนเพลงประกอบหนัง มักบรรเลงโดยออร์แกน หรือเครื่องสังเคราะห์เสียง จะได้ยินเฉพาะเวลาที่ตัวละครกำลังครุ่นคิดวางแผน ตั้งใจจะเข่นฆาตกรรมเป้าหมายเท่านั้น ซึ่งอาจมองว่าเป็นการสะท้อนสภาวะทางจิตใจ(ของตัวละคร)ก็ได้เช่นกัน


ความหมกมุ่นของ Archibaldo de la Cruz หนังชี้นำมากๆว่าเกิดจากอิทธิพล Mexican Revolution (1910-20) มีเพียงความรุนแรง ก่ออาชญากรรม พบเห็นคนตาย ถีงสามารถตอบสนองความต้องการจากภายใน แต่เมื่อมิอาจกระทำสำเร็จจีงพยายามป่าวประกาศ เรียกร้องความสนใจ โหยหาใครสักคนให้ตัดสินลงโทษทัณฑ์ แค่บอกว่าเป็นสิ่งที่ครุ่นคิดอยู่นั้นไม่ถูกต้อง … แต่ก็ไม่มีใครยืนยันคำตอบดังกล่าวให้เขาได้

ความหมกมุ่นของ Luis Buñuel ได้รับอิทธิพลจากสิ่งเคยประสบพบเห็นตั้งแต่วัยเด็กเช่นกัน นำเรื่องราวเหล่านั้นมาครุ่นคิดจินตนาการ สรรค์สร้างเป็นสื่อภาพยนตร์ (ใช้หญิงสาวเป็นสัญลักษณ์ ทำให้ตกหลุมรักแล้วทอดทิ้งขว้าง ลาจาก/ตกตายไป) เพียงแค่เนื้อหาสาระอาจมีความรุนแรง ตรงไปตรงมา ขัดแย้งต่อสังคม ไม่ถูกใจผู้ชมส่วนใหญ่ แต่มันก็หาใช่เรื่องถูก-ผิด ดี-ชั่วประการใด หรือทำให้ใครต้องเสียชีวิต (เพียงเพราะรับชมภาพยนตร์)

ในทางกฎหมาย การครุ่นคิดสิ่งชั่วร้ายแต่ยังไม่ทันได้กระทำ หรือทำแล้วไม่สัมฤทธิ์ผล ล้วนถือว่าไร้ข้อหาความผิดใดๆ ยกเว้นกรณีหลักฐานบ่งชี้ชัด หรือถูกจับคาหนังคาเขา ถึงอย่างนั้นบทลงโทษทัณฑ์ก็หาได้รุนแรงเทียบเท่าก่อเหตุสำเร็จเสร็จสรรพ

ไม่ใช่แค่พุทธศาสนาที่สอนว่า การครุ่นคิดสิ่งชั่วร้ายก็ทำให้ศีลเบาบางลง (ไม่ถึงขั้นศีลขาดนะครับ เพียงทำให้จิตใจหมกมุ่น มัวหมองหม่น) ผมก็เพิ่งค้นพบว่าศาสนาคริสต์ก็มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ลเหมือนกัน ‘ใครมองผู้หญิงด้วยจิตกำหนัด คนผู้นั้นได้ล่วงประเวณีในใจกับเธอคนนั้นแล้ว’

You have heard that it was said, ‘Do not commit adultery.’ But I tell you that anyone who looks at a woman to lust after her has already committed adultery with her in his heart.

Matthew 5:27-28

ถ้ามองในความตั้งใจของผู้กำกับ Buñuel ที่ชักชวนให้ผู้ชมตั้งคำถาม ภาพยนตร์ของตนมีความผิดอะไร? คนฝั่งเสรีจะตอบว่าก็ไม่เห็นผิดตรงไหน เพราะมันเป็นการนำเสนอความคิด โลกทัศนคติของผู้สร้าง ถ้าสามารถทำให้สังคมเกิดเปลี่ยนแปลง ย่อมถือว่างดงามทรงคุณค่า แต่บรรดานักอนุรักษ์(นิยม)จักด่าพ่อล่อแม้ง ความโฉดชั่วร้ายที่พบเห็นคือหนี่งในสาเหตุทำให้สังคมตกต่ำทรามทุกวี่วัน ชี้นำทางอาชญากรรม สร้างค่านิยมความเชื่ออย่างผิดๆให้กับผู้คน

สำหรับผมเองไม่ได้สนใจหรอกนะครับว่าการกระทำของตัวละคร หรือหนังของ Buñuel จะดี-ชั่ว ถูก-ผิด เพราะถ้าเราไม่นำเอามันมาติดใจตั้งแต่แรก จะกลายเป็นประเด็นให้ขบครุ่นคิดตั้งคำถามเหล่านี้ไปทำไม เพราะคำตอบที่ขี้นอยู่กับมุมมองส่วนบุคคล ไม่ว่าฝั่งไหนก็ล้วนเห็นแก่ตนทั้งนั้น (ไม่มีถูก-ไม่มีผิด)


หนังได้เสียงตอบรับค่อนข้างดีทีเดียว ในประเทศ Mexico ค่อนข้างประสบความสำเร็จพอสมควร ขณะที่ฝรั่งเศสได้รับการโหวตติดอันดับ 5 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Top 10 ประจำปีของนิตยสาร Cahiers du Cinéma

แม้ว่าหนังจะถูกหลงลืมเลือนไปตามกาลเวลา โอกาสได้รับการบูรณะคงเป็นไปได้ยากยิ่ง แต่ก็มักได้รับการพูดถึงเปรียบเทียบกับ Vertigo (1958) ของผู้กำกับ Alfred Hitchcock ในประเด็นความหมกมุ่น ‘obsessive’ ต้องการทำบางสิ่งอย่างอย่างแน่วแน่จริงจัง จนแปรสภาพเป็นความผิดปกติทางจิต

และหนังได้รับการโหวตติดอันดับ 47 ชาร์ท ‘100 best films of Mexican cinema’ โดยนิตยสาร Somos เมื่อปี 1994

ภาพรวมของหนังถือว่าน่าสนใจ แนวคิดดี น่าติดตาม แต่ลึกๆผมแอบผิดหวังเล็กๆในการลำดับเรื่องราว เอาจริงๆควรออกแบ่งแยกออกเป็นตอนๆไปเลยจะดีกว่า โดยเฉพาะเนื้อหาของ Carlota (หญิงสาวที่พระเอกขอแต่งงาน) พอแบ่งแยกแทรกคั่นระหว่างเรื่องราวอื่นๆ มันเลยไม่ปะติดปะต่อ แล้วพอจบจากไคลน์แม็กซ์ตอน Lavinia ก็นำเข้าไคลน์แม็กซ์ของ Carlota โดยทันที มันทำให้รู้สึกเหมือนมีสองจุดสุดยอดเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน (คือถ้าไม่มีเก็บกดสุดๆหรือมีอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง ก็คงทำสองครั้งติดๆไม่ไหวนะครับ –“)

แนะนำคอหนังอาชญากรรม (Crime) บรรยากาศระทึกขวัญ (Suspense) สำรวจสภาพจิตวิทยาตัวละคร (Psychological) และแฟนๆผู้กำกับ Luis Buñuel ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

จัดเรต 13+ กับพฤติกรรมหมกมุ่นต้องการก่ออาชญากรรม

คำโปรย | Criminal Life of Archibaldo de la Cruz คือถ้อยแถลงไขของ Luis Buñuel การครุ่นคิดไม่ใช่สิ่งผิด!
คุณภาพ | น่าสนใจ
ส่วนตัว | พอใช้ได้

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: