Gatchaman Crowds & Insight

Gatchaman Crowds

Gatchaman Crowds (2013) ♥♥♥♥♥

(4/4/2020) ยุคสมัยที่เส้นแบ่งบางๆเลือนลางจางหาย, นามธรรมกลายเป็นสิ่งรูปธรรมจับต้องได้, ศัตรูอาจไม่เลวชั่วเสมอไป, โลกเสมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน, Hajime Ichinose คือเด็กสาวผู้เริ่มต้นเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ Gatchaman ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่าง กล้าทำสิ่งที่แตกต่าง เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองโลกในแง่ดี ไม่มีอะไรสามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่น

Gatchaman Crowds ถือได้ว่าเป็นอนิเมะซีรีย์ที่สะท้อนแนวคิด ปรัชญา ค่านิยม โลกยุคสมัย Millennium ที่เส้นแบ่งบางๆระหว่างทุกสิ่งอย่างเลือนลางจางหาย ทั้งในเชิงรูปธรรม-นามธรรม, ร่างกาย-จิตใจ, แนวความคิดดี-ชั่ว ไม่จำเป็นอีกต่อไป, และอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งขาดไม่ได้

ผมไม่เคยรับชมต้นฉบับ Science Ninja Team Gatchaman (1972-74) รวมไปถึงภาคต่อ Gatchaman II (1978) และ Gatchaman Fighter (1979) แต่ยุคสมัยนั้นอนิเมะชุดนี้เห็นว่าได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม, Gatchaman Crowds & Insight น่าจะถือว่าเป็นการตีความใหม่ให้มีความเป็น Modern จับต้องได้มากขึ้นในยุคสมัยปัจจุบัน

และจากที่ได้เคยแค่เขียนพรรณาความหลงใหล คลั่งไคล้ โปรดปรานอนิเมะเรื่องนี้ในคราก่อน หวนกลับมารับชมครานี้อมยิ้มกริ่ม ด้วยความเข้าใจในศาสตร์ภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถครุ่นคิดวิเคราะห์ ตรัสรู้อะไรๆมากมายที่ซ้อนเร้นอยู่ภายใน แต่จะให้ลงรายละเอียดแบบที่บรรยาย Evangelion คงไม่ไหวแล้วละ เอาแค่ที่ใจอยากคงพอให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ


Gatchaman Crowds สรรค์สร้างโดย Tatsunoko Production หนึ่งในสตูดิโออนิเมะเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1962 เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ดั้งเดิมของ Science Ninja Team Gatchaman (1972-74) เห็นว่าได้แรงบันดาลใจจาก Kamen Rider (1971) [รับอิทธิพลจากการ์ตูนแนว Superhero ของอเมริกามาอีกทอด] ปรับแต่งขบวนการห้าสีให้เป็นองค์กรระดับจักรวาล ต่อสู้ศัตรู/เอเลี่ยนต่างดาวที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย

เกร็ด: ขณะที่ Kamen Rider ใช้หลากหลายสีสื่อแทนชื่อเรียก/ตัวตนของ Superhero, Gatchaman เปลี่ยนมาเป็นสรรพสัตว์ (นก) เรียกขานตัวเองว่า Space Ninja Team ประกอบด้วยตัวละคร
– Ken the Eagle
– Joe the Condor
– Jun the Swan
– Jinpei the Swallow
– Ryu the Owl

ความนิยมของ Gatchaman แม้ไม่ยืนยงคงกระพัน โด่งดังเทียบเท่า Kamen Rider (ที่จนถึงปัจจุบันก็ยังมีซีรีย์ตอนใหม่ๆออกฉายอยู่เรื่อยๆ) แต่ก็ยังอยู่ในใจแฟนๆ/คออนิเมะรุ่นเก่า [จะว่าไป Kamen Rider สร้างง่ายกว่ามากๆ เพราะเป็น Live-Action ใช้ทุนสร้างน้อยกว่า, ขณะที่ Gatchaman นั้นเป็นอนิเมะทุนสูง ถ้าไม่ได้ฉายช่วงเวลา Primetime ก็ต้องลุ้นเอาแต่ยอดขาย Blu-ray/DVD]

นั่นเองคือสาเหตุให้ Kenji Nakamura (เกิดปี 1970) ผู้กำกับ/นักอนิเมเตอร์ แม้ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ด้วยใจรักในอนิเมะคลาสสิกและแนว Superhero ก่อนหน้านี้เคยมีส่วนร่วม/สรรค์สร้าง
– The Big O (2003) อาจเรียกได้ว่า Batman ฉบับ Mecha
– GeGeGe no Kitarō (2008) ฉบับตีความใหม่ของมังงะ GeGeGe no Kitarō (1960-69)

แต่ผลงานที่น่าสนใจมากสุดของ Nakamura คือ C – Control (2011) เป็น Original Series สะท้อนช่วงเวลาวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์เมื่อปี 2007-08 (เมืองไทยเรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) ซึ่งตัวของ Nakamura ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น้อยทีเดียว นำมาสรรค์สร้างเป็นอนิเมะซีรีย์ 11 ตอน ผสมผสานแนวคิด สอดไส้ปรัชญาเศรษฐศาสตร์ ได้รับคำชมล้นหลามจากผู้ชมฝั่งตะวันตก (แต่ขายแทบไม่ออกในฝั่งเอเชีย)

สำหรับ Gatchaman Crowds คงเป็นความหลงใหล คลั่งไคล้ส่วนตัวของ Nakamura เมื่อได้รับโอกาสจาก Tatsunoko Production นำแนวคิดซีรีย์ดั้งเดิมมาปรับประยุกต์ ตีความใหม่ ใส่มุมมองโลกยุคสมัย Millennium และยังนำตัวร้ายระดับพระกาฬ Berg Katze หวนกลับมาให้ผู้ชมรุ่นเก่าได้สั่นสะท้านหัวใจ (จะว่าไปตัวร้าย Berg Katze ของซีรีย์ Gatchaman สามารถเปรียบได้กับ Joker ของจักรวาล Batman)

เรื่องราวของ Gatchaman Crowds นำเสนอช่วงฤดูร้อนปี 2015 (อนิเมะออกฉายปี 2013) พื้นหลังเมือง Tachikawa ที่กลายเป็นมหานครแห่งสองถัดจากกรุง Tokyo, ผู้พิทักษ์ขบวนการ Gatchaman คือหน่วยรบปกป้องโลก ได้รับพลังพิเศษจาก NOTE ทำให้สามารถสวมชุดเกราะ ต่อสู้ศัตรู ภัยพิบัติ และเอเลี่ยนต่างดาวที่เข้ามารุกราน

Hajime Ichinose เด็กสาวอายุ 16 ปี ได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของ G-Crew ด้วยความ Hyper เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความเชื่อมั่น คิดสร้างสรรค์ ในตนเอง แรกเริ่มราวกับตัวปัญหา สร้างความว้าวุ่นวายขัดแย้งให้สมาชิกคนอื่นๆไปทั่ว แต่ไม่นานเมื่อข้อเท็จจริงต่างๆได้รับการเปิดเผย ตัวตนธาตุแท้ของเธอกลายเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยินยอมรับนับถือจากทุกคน สามารถกอบกู้ด้วยวิธีการอันแปลกประหลาด เฉพาะตัว โดยไม่มีใครคาดคิดถึง


ตอนแรกๆสำหรับผู้ชมส่วนใหญ่คงส่ายหัวกับความ Hyper มากไปของ Hajime Ichinose ซึ่งสะท้อนถึงการมองผู้อื่น/ตัวละคร เพียงเปลือกภายนอก ‘First Impression’ ของตัวคุณเอง เมื่อไหร่ที่ใครสามารถเปิดใจ อดรนทนรับชมต่อไปสักสามสี่ตอน โดยไม่รู้ตัวคุณอาจตกหลุมรักเธอแบบโงหัวไม่ขึ้น ค้นพบความสวยงามที่หลบซ่อนเร้นอยู่ภายใน … นั่นคือสิ่งที่ผมเห็นว่าคือ Masterpiece ของอนิเมะเรื่องนี้

จัดเรต 13+ กับความติสต์ของตัวละคร

คำโปรย | Gatchaman Crows & Insight คือมาสเตอร์พีซของวงการอนิเมะ และแนวภาพยนตร์ Superhero
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | รื่


Gatchaman Crowds (2013)

(16/11/2015) พูดกันถึงฮีโร่ สมัยนี้คงจะไม่ Marvel ก็ DC ถ้าที่ญี่ปุ่นมันก็มีเยอะนะ แต่จะไม่มีเป็นแบบจักรวาลเหมือนกับฝั่งอเมริกา วันนี้จะมารีวิวฮีโร่กลุ่มหนึ่ง บอกไว้ก่อนว่าผมไม่เคยดู Original ของ Gatchaman เลยนะ ไม่รู้จะไปหาดูที่ไหนเพราะมันเก่ามากๆ อนิเมะเรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเอา Original มา remake หรือทำซ้ำนะ แค่เอาชื่อมา แล้วแต่งใหม่หมดเลย มี reference ถึง original Gatchaman อยู่นิดนึง ตอนผมดูเรื่องนี้ครั้งแรก ดูได้ 3 ตอนแล้วลบทิ้ง ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมาดูอีกครั้ง ด้วยสาเหตุอะไรจำไม่ได้ เห้ย! เรื่องนี้กลายเป็น อนิเมะที่ผมชอบมากๆๆ ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน และชอบที่สุดด้วย

ดนตรีแนวอิเล็กโทร Electro ไม่ค่อยใช่แนวผมสักเท่าไหร่ ตอนที่ Tron Legacy ฉายก็โอเคนะ มันดู Future ดี แต่กับ Gatchaman Crowds ฟังครั้งแรกๆจะรู้สึกแปลกๆ ดนตรีมัน Dance มาก ไม่รู้สึกว่ามันจะเข้ากับเรื่องตรงไหนเลย แต่ขอให้อดทนไว้ เมื่อดูถึงจุดๆหนึ่งจะรู้สึกเลยว่า ความแตกต่างคือส่วนผสมที่ใช่และลงตัวมาก ดนตรี Gatchaman Crowds ต้องแบบนี้และ เป็น Electro เป็น Future เป็น Dance มันส์ๆแบบนี้แหละ ผมให้เครดิตกับ Taku Iwasaki ผู้ประพันธ์เพลงประกอบของ Gatchaman Crowds เลือกดนตรีได้ใช่จริงๆ

ลองทนฟังดูสักเพลงนะครับ ไม่ใช่ op/ed นะ เป็น ost ไม่ลุกขึ้นมา dance ให้รู้กันไปสิ

สิ่งที่ทำให้ผมลบเครื่องนี้ทิ้งตอนดูครั้งแรก ก็เพราะ Hajime Ichinose ยัยนี่มันอะไรกัน นิสัยของหล่อนร้ายประมาณ Suzumiya Haruhi เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ทำตัวแปลกๆ High Tension มากๆ ถ้าสามารถทนหล่อนได้ประมาณสัก 3-4 ตอน จะเปลี่ยนจากเกลียดเป็นหลงรัก จากรักกลายเป็นรักมากๆไปในทันที นี่เป็นตัวละครที่มีนิสัยซื่อตรงต่อความรู้สึกเอามากๆ คนที่ไม่รู้จักตัวตนของเธอ ไม่มีทางเข้าใจแท้จริงแล้วเธอเป็นฮีโร่ที่เหนือกว่าฮีโร่เรื่องอื่นเป็นไหนๆ ในจักรวาล Marvel/DC หรือฮีโร่ฝั่งอเมริกา เรามักจะพบว่าฮีโร่มักจะมีด้านลบ และมีโอกาสเข้าสู่ด้านมืดได้อยู่เรื่อยๆ แทบจะทุกคนเลย แต่ตรรกนี้หาได้ยากในฝั่งเอเชียและญี่ปุ่น ฮีโร่ฝั่งเราเมื่อเขาได้ตระหนักถึงความจริงและความถูกต้องแล้ว เขาจะยึดมั่นในสิ่งนั้นจนวันตาย ยากที่จะกลับใจมาเป็นฝั่งร้าย (หาได้น้อย) สำหรับ Hajime Ichinose เธอยืนอยู่ในจุดนั้นตั้งแต่ตอนแรกของอนิเมะโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย สำหรับตัวละครนี้ต้องยกนิ้ให้คน 2 คน คนแรกคือ Character Design ไม่รู้ว่าใคร กับนักพากย์ Maaya Uchida เรื่องนี้ทุ่มสุดตัวจริงๆ พากย์ Hajime นี่ยากมากๆ

ความสุดยอดของอนิเมะเรื่องนี้ อยู่ดีตัวร้ายมันไม่ใช่ตัวร้ายที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ แต่เป็นตัวร้ายระดับนามธรรมที่ถูกตีความให้เป็นรูปธรรม … คนอ่านคงจะ เห้ย! อะไรกัน มีแบบนี้ด้วยเหรอ … ใช่แล้วครับ นี่คือ Gatchaman Crowds คนที่ดูเรื่องนี้ ถ้าไม่ชอบไปเลย ก็เกลียดไปเลย สำหรับภาค Crowds ตัวร้ายคือ จิตสำนึกภายในของมนุษย์ ผมเรียกว่าจิตสำนึกที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง เป็นการต่อสู้ที่รับรองว่าคิดไม่ถึงทีเดียว แถมตอนจบ จะบอกว่าจบได้ลึกซึ้งมาก การแก้ปัญหาของ Gatchaman Crowds  ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะตัวร้าย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อแก้ปัญหา คนที่ดูเรื่องนี้โดยไม่คิดอะไร รับประกันได้ว่ามึนแน่นอน แต่ถ้าดูแล้วคิดตาม เรื่องนี้ผมดู 1 Episode หยุด 2-3 นาที เพื่อคิดตาม ตัวละครแต่ละตัวทำแบบนี้เพื่ออะไร การกระทำแบบนี้สื่อถึงอะไร ผมรับประกันนะครับไม่มีใครจับทางอนิเมะ หรือคาดเดาได้ว่าตอนต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไงแน่นอน คือ เรื่องนี้มันเกินความคาดหมายในทุกแง่มุมเลย มีอนิเมะไม่กี่เรื่องนะครับที่ผมต้องหยุดพักหายใจเวลาดูจบ Episode (อย่าง Ghost in the Shell, Psycho Pass) จะพบวามันยอดเยี่ยมจริงๆนครับ (หมายเหตุ ตอนจบของภาคนี้ มันมีเวอร์ชั่น director cut ด้วย ให้ไปหาเวอร์ชั่นนี้มาดูนะครับ จะได้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงแบบจริงๆ) ยกนิ้วให้คนเขียนบท Toshiya Ono นายสุดยอดมาก

การ design ฉากก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ character ที่สุดยอด แต่ภาพฉาก การเคลื่อนไหว Mechanic ลืมบอกไปว่านี่เป็นอนิเมะแนวแปลงร่าง มีท่าโจมตี มีสู้กับผู้ร้าย มี Monster ที่ไม่ใช่ Monster (จะเรียกว่า Monster แบบนามธรรมก็ได้) ผมชอบการออกแบบ architect สิ่งก่อสร้างในเรื่องนี้นะ ดูเป็นเหลี่ยมเป็นมุม มีเส้น มีกรอบชัดเจน องค์ประกอบนี้เข้ากับดนตรีประกอบด้วย รวมถึงสีที่ใช้ เป็นสีสว่าง หนังสดใสมาก ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในโลกอนาคตที่สุดแสนไฮเทค

เครดิตทั้งหมด ต้องยกนิ้วให้กับผู้กำกับ Kenji Nakamura เราเคยเห็นผลงานเขาจากการเป็น Production Coordination ให้กับ Cowboy Bebop, กำกับตอนให้กับ The Big O และ Mononoke ถือว่าผลงานใช้ได้เลยนะครับ

ให้คะแนนเรื่องนี้ แน่นอนเต็มสิบให้ร้อย คำแนะนำผมคือให้วัดดวงและอดทนดูนะครับ เรื่องนี้ใครชอบคือชอบมาก ใครไม่ชอบคงเกลียดมากทีเดียว

คำโปรย : “Hajime Ichinose เธอคือสุดยอดตัวละครแห่ง Gatchaman Crowds ที่เอาชนะตัวร้ายความคิด เป็นงานระดับ Masterpiece สุดยอดทั้งภาพแสงสีเสียงดนตรีเทคนิค ”
คุณภาพLEGENDARY
ความชอบFAVORI

gatchaman crowds insight
Gatchaman Crowds Insight (2015)

ต่อกันเลยในรีวิวเดียว ผมคงไม่บรรยายสรรพคุณของภาคต่อ Gatchaman Crowds มาก เพียงจะบอกว่า เป็นภาคต่อที่อาจจะไม่สนุกเท่าภาคแรก แต่เนื้อหากับลึกซึ้งกว่าภาคแรก แถมตอนจบที่สุดยอดกว่าภาคแรกเอามากๆ

ทีมงานเรียกได้ว่ายกชุดมากจากภาคแรกเลย ผู้กำกับ นักเขียนบท ดนตรี จุดนี้ไม่ต้องพูดซ้ำเลยนะครับ เรียกได้ว่า ความตั้งใจยังคงเต็มเปี่ยม เพื่อสานต่อเรื่องราวของ Gatchaman Crowds

ตัวร้ายในภาคนี้คือ “บรรยากาศ” … ชั่นบรรยากาศเหรอ ไม่ใช่ครับ ถ้าเป็นคำสมัยนี้คง “ความรู้สึกจากการกด Like” อธิบายมาก ไปหาดูเอาเองดีกว่านะครับ ตัวร้ายตัวนี้เป็นอะไรเกิดจากความใสซื่อ ขนาดชื่อโจมตียัง Innocent บลาๆๆ แต่เพราะความใสซื่อนี่แหละ เป็นศัตรูที่น่ากลัวมากๆ ตอนดูภาคนี้ผมหาคำตอบไม่ได้เลยครับว่าจะแก้ปัญหายังไง คือถ้ากับตัวผมคนเดียว คำตอบคงไม่ยาก แต่ถ้าต้องสู้กับ บรรยากาศ ของคนทั่วโลก ผมหาคำตอบไม่ได้ว่าต้องทำยังไง วิธีการชนะครั้งนี้ของเหล่า Gatchaman เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากครับ พร้อมกับคำถามที่ว่า ฮีโร่คืออะไร มันทำให้เรายิ่งหลงรัก Hajime มากๆขึ้นไปอีก

คงมีคนคิดว่า ทำไมผมไม่เอ่ยถึงตัวละครอื่นเลย ใช่ครับ ตัวละครอื่นๆโดยเฉพาะภาค Insight ความสำคัญของตัวละครจากภาคแรกลดลงไปมาก จืดจางสุดๆ เพราะ insight ไปเน้นกับตัวละครใหม่และตัวร้ายใหม่ เหตุนี้แหละตัวละครอื่นของ Gatchaman Crowds ไม่มีใครเด่นพอให้เอ่ยถึงเหมือน Hajime เลยนะครับ

ผมเลือกไม่ถูกนะว่าชอบภาคไหนมากกว่า คือถ้าการเล่าเรื่องรวมๆ ภาคแรกจะลงตัวกว่า แต่ถ้าถามความพีค ตัวร้ายและการแก้ปัญหา ผมชอบภาค Insight มากกว่า ก็เลยเหมารวมแล้วกัน ผมชอบ Gatchaman Crowds มากๆ เพราะเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าไปคงมีแต่คนญี่ปุ่นนะที่คิดอะไรแบบนี้ได้ ตัวร้ายที่เป็นนามธรรม

ให้คะแนนเลยแล้วกัน ก็เท่ากับภาคแรกนะแหละ แต่ผมจะเปลี่ยนคำโปรยเท่านั้น ถ้ามีโอกาสก็ลองหาแผ่นแท้ดูนะครับ เห็นว่าร้าน animate จะมาตั้งสาขาที่ MBK แล้ว หวังว่าคนไทยเราคงจะได้มีโอกาสสนับสนุนของแท้ที่ถูกลิขสิทธิ์จากเจ้าของลิขสิทธิ์จริงๆ ที่ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่าย

คำโปรย : “เหนือชั้นขึ้นไปอีก กับเนื้อเรื่องและการแก้ปัญหาของ Gatchaman Crowds Insight คุณภาพยังจัดเต็ม คุณจะหลงรัก Hajime Ichinose มากขึ้นเป็นไหนๆ”
คุณภาพLEGENDARY
ความชอบFAVORI

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of