Jacques Offenbach: Can Can Polka

Jacques Offenbach: Can Can Polka

เพลง Can Can Polka หลายคนอาจเคยได้ยินได้ฟังมา แต่ไม่รู้ว่าใครแต่งและจุดเริ่มต้นมาจากอะไร วันนี้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ

คีตกวีที่ประพันธ์เพลงนี้ชื่อ Jacques Offenbach เกิดในเยอรมันปี 1819 ในครอบครัวชาวยิว ชื่อเดิมของเขาคือ Jacob หรือ Jakob Offenbach มีพ่อเป็นนักดนตรี เมื่ออายุได้ 6 ขวบ พ่อสอน Jacob เล่นไวโอลิน ไม่นานนักก็สามารถเล่นเอง แต่งเพลงเองและหัดเต้นได้ ตอนอายุ 9 ขวบหันมาจับเชลโล และกลายอัจฉริยะ (cellist virtuoso), พี่ชายของเขา Julius Offenbach (แก่กว่า 4 ปี) ก็เติบโตขึ้นเป็นนักดนตรี เมื่อพ่อพาพวกเขาไปย้ายไปอยู่ Paris ฝรั่งเศส ได้เข้าร่วมกับ Paris Conservatoire ทำให้ทั้งสองได้เปลี่ยนชื่อและสัญชาติเป็นฝรั่งเศส จาก Jacob กลายเป็น Jacques และ Julius เป็น Jules, ขณะที่พี่ชายประสบความสำเร็จใน Paris แต่ Jacques ไม่ค่อยชอบชีวิตในโรงเรียนเท่าไหร่ เมื่อโตขึ้นเขาจึงเดินทางกลับเยอรมันบ้านเกิด

เขาเริ่มเขียน Opera ในปี 1853-1855 ร่วมกับ Florimond Ronger (Hervé) เป็นการแสดง 1 Act เล็กๆได้จัดแสดงที่ Théâtre Déjazet ในชื่อ Oyayaye ou La reine des îles เมื่อ 26 มิถุนายน 1855 ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี แม้จะมีนักวิจารณ์บางคนที่พูดว่า “a charming piece of nonsense” สไตล์ของ Jacques มักจะทำ Opera Comedy ที่เน้นเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม

ก่อนหน้าปี 1858 Offenbach ได้ประพันธ์ Opera หลายเรื่อง และได้รับความนิยมอย่างมาก แต่เขายังไม่เคยประพันธ์ full-length opera เลยสักเรื่อง ซึ่งในปีนั้นเขาได้เขียน Orphée aux enfers (Orpheus in the Underworld) เปิดการแสดงที่ Théâtre des Bouffes-Parisiens ในเมือง Paris เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 1858 มีการแสดง 2 Act ใช้นักแสดง 228 คน ขณะฉายได้ถือว่าประสบความสำเร็จปานกลาง แต่ภายหลังเมื่อปี 1860 Carl Binder ได้นำเอาเพลงท่อนหนึ่งใน Act 2 Scene 2 ชื่อ Infernal Galop มาเรียบเรียงใหม่ เป็นท่อนที่มีความสนุกสนานตื่นเต้น ต่อมาท่อนนี้ถูกเรียกในชื่อสากลว่า Can Can Polka

เมื่อพูดถึง Can Can จะต้องพูดถึงการเต้นเสมอ ในยุค 1840s จะมีการเต้นประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากใน music hall คือการเต้นที่ใช้พลังงานสูง (high-energy) ในปัจจุบันมักพบเห็นได้ในการแสดง Cabaret เดิมทีการเต้นแบบนี้จะทั้งกับเพศชายและเพศหญิง แต่ต่อมาเหลือแต่เพศหญิงเท่านั้น ซึ่งมักจะมีการยกกระโปรงขึ้น เท้าใส่ส้นสูงแล้วกระโดดเตะ (high kick) จินตนาการภาพไม่ออกดูในคลิปนะครับ

จุดเริ่มต้นของการเต้น Can Can ว่ากันว่าอาจพัฒนามาจากการเต้น Quadrille ที่มีการดัดแปลงเปลี่ยนไป ช่วงยุค 1820s Charles Mazurier ที่มีชื่อเสียงเรื่องการแสดงผาดโผน (acrobatics) มีท่าเต้นหนึ่งที่ถือว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น คือกระโดดแยกขา (grand écart หรือ jump splits)

ในศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงที่แฟชั่นเสื้อผ้า ผู้หญิงนิยมใส่ Pantalettes ทำให้เวลาเต้นผู้ชมจะสามารถมองเห็นอะไรวับๆแวมๆที่อยู่ในกระโปรงได้ ทำให้การแสดงนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มโสเภณี ว่ากันว่านักเต้นมืออาชีพบางคน เพียงแค่ออกไปเต้นโชว์ ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง ก็ได้เงินมากพอจะเลี้ยงดูตนเองได้

การแสดงของกลุ่มที่ถือว่าน่าจะสร้างชื่อให้กับการเต้น Can Can มาที่สุดก็คือ Moulin Rouge (แปลว่า Red Hill) เป็นกลุ่มนักแสดง Cabaret สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งวงตั้งแต่ปี 1889 มีผู้เรียกการเต้น Can Can ของ Moulin Rouge ว่าเป็นจิตวิญญาต้นกำเนิดการเต้นสมัยใหม่ (spiritual birthplace of the modern form) มีนักแสดงดังๆอย่าง La Goulue และ Jane Avril ที่ว่ากันว่าค่าตัวพวกเธอสูงที่สุดในนักแสดง Cabaret สมัยนั้นเลย, แม้ Moulin Rouge จะประสบปัญหามากมาย แต่ปัจจุบันกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Moulin Rouge ยังเปิดการแสดงอยู่ในฝรั่งเศสนะครับ ใครมีโอกาสไปก็ถามคนท้องถิ่นได้เลย น่าจะเป็นที่รู้จักแน่ๆ

ชื่อ can-can นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า เรื่องอื้อฉาว (tittle-tattle หรือ scandle) แต่เมื่อพูดถึงการเต้นจะหมายถึง coin-coin ที่เพี้ยนมาเป็น can-can, ในช่วงแรกๆบ้างก็เรียกว่า chahut แปลจากภาษาฝรั่งเศสว่า หนวกหู (noise) หรือโกลาหน (uproar)

Can Can

ภาพวาด Moulin Rouge โดย Toulouse-Lautrec ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้น Can Can อยู่

สำหรับวงการภาพยนตร์ มีหนังหลายเรื่องที่เอาเพลง Can Can ไปดัดแปลงสร้าง รวมถึง Moulin Rouge ที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จัก เวอร์ชั่นที่ดังๆอาทิ Moulin Rouge (1952) กำกับโดย John Huston, French Cancan (1955) กำกับโดย Jean Renoir และ Moulin Rouge! (2001) โดย Baz Luhrmann

ผมรู้จักเพลงนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนเปียโนนะครับ เป็นเพลงแรกๆที่น่าจะเคยได้เล่นเลย ด้วยทำนองที่สนุกสนาน โน๊ตไม่ยาก หัดเล่นไม่นานก็เป็น ตอนนี้อาจจะเล่นไม่ได้แล้วแต่ยังสามารถฮัมเป็นตัวโน๊ตตามได้เรื่อยๆ, ที่ผมเลือกรีวิวเพลงนี้ก็เพราะรู้สึกช่วงนี้ได้ยินบ่อยมากจนเริ่มรำคาญในหนังแนว Painter & Artist ก็ได้ยินอยู่หลายเรื่อง (งานศิลปะก็มักมีเพลงที่เป็นศิลปะ) จึงเอามาเขียนแนะนำ มันไม่ได้มีแค่หนัง 3 เรื่องที่ผมเอ่ยมาย่อหน้าที่แล้วนะครับ ผมว่ามีเป็นร้อยๆ พันๆเรื่องที่มีการนำเพลง Can-Can ไปใช้ประกอบหนัง เพลงนี้มันกลายเป็นนานาชาติสากลไปแล้ว ที่ถ้าคุณไม่รู้จักจะเรียกว่าโคตรเชย จะเรียกว่า Can Can, Can Can Suite หรือ Can Can Polka เรียกอะไรก็ได้นะครับ ถือว่าเข้าใจตรงกันหมด เวลาได้ยินเพลงนี้ขึ้นทีไร ก็ต้องมีการเต้นครับ ขาจะหยุดไม่ได้ ผู้ชายสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเต้นเพลงนี้กันแล้วเหลือแต่ผู้หญิง ผู้ชายจะกลายเป็นคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด เจี้ยวจ้าวอยู่ข้างล่างเวทีแทน แนะรู้จักไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์นะครับ

TAGLINE | “Can Can Polka ได้ยินแล้วต้องลุกมาเต้น ผู้หญิงยกกระโปรงกระโดดเตะเท้าสูง ส่วนผู้ชายยืนกรี๊ดกร๊าด เจี้ยวจ้าวอยู่ข้างล่างเวที”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LOVE 

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of