Bay of Angels (1963) French : Jacques Demy ♥♥♥♥

ทิวทัศน์สวยๆของ Baie des Anges (Bay of the Angels) แห่งเมือง Nice หมดสิ้นความงามลงทันที เมื่อ Jeanne Moreau สูญเงินกับการพนันรูเล็ต แต่ไม่เคยเข็ดหลากจำ หวนกลับมาชอกช้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้เป็นบทเรียนสอนการยับยั้งชั่งใจ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

โลภะ (Greed) หนี่งในสามกิเลสใหญ่ (อกุศลมูล ๓: โลภ โกรธ หลง) ถือเป็นรากเหง้าแห่งความชั่วร้าย เพราะคือต้นสาเหตุให้สิ่งมีชีวิตก่อกรรมทำเข็น ผิดศีล ผิดกฎหมาย ระรานผู้อื่น สร้างปัญหาให้สังคม

คนยุคสมัยนี้คงจะย้อนคำถามกลับว่า โลภแล้วมันผิดอะไร? คือมันก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าคุณไม่ระรานใคร อยากใช้เงินแทงหมดหน้าตักก็เรื่องของมึง แต่ถ้าเมื่อไหร่เลือดขี้นหน้า มิอาจควบคุมตนเอง สูญเสียสติสัมปชัญญะ นั่นคือปัญหาสังคมที่ต้องมีผู้ชดใช้ รับผิดชอบต่อหายนะบังเกิดขี้น

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายจากการเล่นพนัน โอกาสชนะ 99% แต่มันกลับออก 1% พระเจ้าช่วยทอดกล้วยได้อย่างไร! นั่นกลายเป็นบทเรียนสอนใจถึง ‘ความเป็นไปได้’ เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เป็นไปไม่ได้ ชีวิตไม่ว่าจะในหรือนอกบ่อนการพนัน ล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยง และการต้องตัดสินใจ มันอาจสำเร็จ-ล้มเหลว กำไร-ขาดทุน ทำอย่างไรถึงควบคุมตนเองให้มีสติ ครุ่นคิดด้วยเหตุละผล สามารถเลือกหนทางเดินที่คุ้มค่า แล้วไม่สูญเสียใจเอาภายหลัง (ต่อให้ทำธุรกิจแล้วเจ๊ง แต่ถ้าเรารู้สีกดีที่ได้ทำ/สร้างประโยชน์ต่อสังคม มันก็คือกำไรของชีวิตนะครับ)

Bay of Angels (1963) อาจไม่ใช่ผลงานที่ถูกกล่าวถึงนักในปัจจุบัน เพราะถ้ามองผิวเผินแทบไม่เห็นความเป็น Jacques Demy แต่เมื่อวิเคราะห์ลงรายละเอียดลึกๆ หนังเต็มไปด้วย ‘จังหวะ’ ลีลานำเสนอ ที่ยังคงเอ่อล้นด้วยวิสัยทัศน์ สไตล์ลายเซ็นต์ เป็นตัวของตนเอง แทบไม่แตกต่างจากผลงานอื่นๆ … คล้ายๆกับ Lola (1961) สรรค์สร้างด้วยแนวคิด ‘musical without music’ ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้หัวใจคุณเต้นระทึก มิอาจสงบลงโดยง่าย (ปรับเปลี่ยนแรงบันดาลใจจาก Max Ophüls มาเป็น Robert Bresson)


Jacques Demy (1931-90) ผู้กำกับสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Pontchâteau, Loire-Atlantique เมืองท่าทางตะวันตกของฝรั่งเศส ครอบครัวเปิดกิจการร้านซ่อมรถ จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สอง ดินแดนแห่งนี้ถูกใช้เป็นจุดจอดท่าเรือรบ มีทหารพันธมิตรขึ้นฝั่งมากมาย ตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตีทิ้งระเบิด แล้วทุกสิ่งอย่างก็ราบเรียบหน้ากลอง, ช่วงหลังสงคราม Demy ถูกส่งไปโรงเรียนมัธยมยังเมือง Nantes ค้นพบความหลงใหลในภาพยนตร์ พออายุ 18 ออกเดินทางสู่กรุง Paris ได้เป็นลูกศิษย์ของ Georges Rouquier (ผู้กำกับสารคดี) และ Paul Grimault (นักทำอนิเมเตอร์ชื่อดัง), สรรค์สร้างหนังสั้นเรื่องแรก Dead Horizons (1951), ตามด้วยสารคดีขนาดสั้น The clog maker of the Loire Valley (1956), และภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Lola (1961)

Demy ครุ่นคิดวางแผนจะสรรค์สร้าง The Umbrellas of Cherbourg เป็นโปรเจคลำดับถัดไป แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในการหาทุนสักเท่าไหร่ ซึ่งระหว่างมองหาโปรดิวเซอร์ในเทศกาลหนังเมือง Cannes ใครบางคนแนะนำให้เขารู้จักโลกแห่งการพนัน (ก่อนหน้านี้ Demy ไม่เคยเข้าคาสิโนมาก่อน แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยว่าสิ่งเกิดขึ้นในหนัง ใกล้เคียงกับชีวิตจริงที่เขาประสบพบเจอสักเพียงไหน)

(คาดว่า)หลังจากหมดตัว เดินทางกลับกรุง Paris แล้วเริ่มต้นเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้โดยทันที นำจากประสบการณ์ของตนเอง โดยเลือกพื้นหลัง Baie des Anges (Bay of the Angels) แห่งเมือง Nice ปรัมปราท้องถิ่นเล่าว่า เทวดานำพาร่างของนักบุญ Réparate (ค.ศ. 235-250) ที่ถูกทรมาน ประหารตัดคอโดยจักรพรรดิ Decius แล้วปล่อยให้ล่องลอยจากเมือง Judea มาเกยตื้นยังอ่าวแห่งนี้ ซึ่งร่างของเธอได้ถูกเก็บฝังไว้ใต้มหาวิหาร Nice Cathedral (Basilique-Cathédrale Sainte-Marie et Sainte-Réparate de Nice)

เกร็ด: ถ้าตามเรื่องเล่าของชาวประมงท้องถิ่น สถานที่แห่งนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ ปลาฉลามนางฟ้า (Angel shark) ลักษณะคล้ายปลากระเบนแต่ไม่มีครีบก้น หากินตามพื้นทะเล ไม่ได้ทำอันตรายต่อมนุษย์ แต่ถูกชาวประมงสมัยก่อนไล่ล่าเพราะเป็นตัวการทำลายแห กัปดักปลา ปัจจุบันใกล้หมดสูญพันธุ์เต็มทน

เรื่องราวของ Jean Fournier (รับบทโดย Claude Mann) นายธนาคารหนุ่ม โสด อาศัยอยู่กับบิดา ได้รับคำชักชวนจากเพื่อนร่วมงาน Caron (รับบทโดย Paul Guers) ให้รู้จักกับโลกแห่งการพนัน รูเล็ต หลังจากทดลองเล่น แทงถูกหลายงวด ก็เริ่มเกิดความลุ่มหลงใหล ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวออกเดินทางสู่ Baie des Anges แล้วได้พบเจอกับ Jackie (รับบทโดย Jeanne Moreau) นักเลงการพนัน วันๆอาศัยอยู่แต่ในบ่อน แนะนำให้เขารู้จักกับโลกที่คนทั่วไปเคยพบเห็นแค่ในภาพยนตร์ แต่เธอก็มีอารมณ์ขึ้นๆลงๆอยู่กับโชคและดวงชะตา เรียกว่าเป็นทั้งนางฟ้าและปีศาจ (ขึ้นอยู่กับความสำเร็จ-ล้มเหลวในการพนัน)


Claude Mann (เกิดปี 1940) นักแสดง สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Antony, Seine (ปัจจุบันคือจังหวัด Hauts-de-Seine) เริ่มต้นจากเขียนบทหนังสั้น Les amours jaunes (1958) จึงมีโอกาสรู้จักผู้กำกับ Jacques Demy ได้รับคำชักชวนให้รับบทนำ Bay of Angels (1963), ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ The Sleeping Car Murder (1965), Army of Shadows (1969), India Song (1975) ฯ

รับบท Jean Fournier ชายหนุ่มผู้กำลังมีความเบื่อหน่ายในอาชีพการงาน วันๆทำแต่สิ่งซ้ำซากจำเจ หลังได้รับชักชวนจากเพื่อนสนิท Caron พบเห็นรถหรู ความอู่ฟู่จากในการใช้ชีวิต ตัดสินใจขัดคำสั่งบิดา ลิ้มลองเล่นการพนันขันต่อ เพียงครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง เลยใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว ทำในสิ่งไม่เคยคิดวาดฝันมาก่อน

การได้รับรู้จัก Jackie ทำให้ชีวิตของ Jean ขึ้นๆลงๆ ขาดความมั่นคง เอาแน่เอานอนไม่ได้ แรกๆก็ยินยอมรับไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่ก็มิอาจทำใจเลิกรา พลัดพรากจาก เพราะเธอได้ทำให้เขาเปิดมุมอง โลกทัศน์ใหม่ เรียนรู้จักการใช้ชีวิตเลิศหรู สุขสบาย เงินทองไม่ได้มีความหมาย เทียบไม่ได้กับความพึงพอใจ ได้ทำในสิ่งเต็มไปด้วยสีสันแม้ในช่วงเวลาอันแสนสั้น

คงไม่ผิดอะไรจะมองว่าตัวละครนี้ คือตัวตายตัวแทนของผู้กำกับ Demy ไม่รู้ว่าแค่เสี้ยวส่วนหนึ่ง หรือแทบทั้งหมดที่เขาประสบเข้ากับตนเอง ต้องชมการแสดงของ Mann แม้ไม่ได้จัดจ้านเหมือน Jeanne Moreau แต่สะท้อนภาพคนธรรมดาๆ จับพลัดจับพลูยืนอยู่ใจกลางมรสุม ถูกฟัดถูกเหวี่ยง อารมณ์ผันแปรเปลี่ยน จนมีสภาพบอบช้ำ ระกำ ทุกข์ทรมานทั้งร่างกายจิตใจ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งจึงมิอาจอดรนทนต่อทั้ง Jackie และสถานที่แห่งนี้ได้อีกต่อไป

เมื่อตอนที่ผมอ่านเจอว่า ผู้กำกับ Demy มีรสนิยมรักร่วมเพศ (น่าจะเป็น Bisexual) ก็ยังมีความลังเลใจนิดๆ แต่หลังจากรับชมทั้ง Lola (1961) และ Bay of Angels (1963) ถึงเริ่มตระหนักการนำเสนอตัวละครชาย พยายามสร้างภาพภายนอกให้ดูดี เข้มแข็งแกร็ง แต่ภายในนั้นอ่อนแอ ปวกเปียก พึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้ มักศิโรราบต่อหญิงสาว ยินยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองคู่ ปกปิดบังตัวตน/ธาตุแท้จริงของตนเอง … แม้ว่า Demy สมรสกับ Agnès Varda และมีบุตรร่วมกัน แต่เขายังชื่นชอบใช้ชีวิตนอกบ้าน อาศัยอยู่กับชายคู่ขา และลาจากโลกนี้ไปเพราะติดเชื้อ HIV (แต่งงานเพื่อเป็นข้ออ้างบังหน้า ปกปิดรสนิยมส่วนตัวเท่านั้น)


Jeanne Moreau (1928-2017) นักแสดงสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Paris มารดาเป็นชาวอังกฤษ (เธอจีงสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจน) ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีโอกาสรับชมการแสดงละครเวทีของ Jean Anouilh เกิดความมุ่งมั่นต้องการเอาดีด้านนี้ เข้าศีกษาต่อยัง Conservatoire de Paris จนมีโอกาสร่วมคณะการแสดง Comédie-Française ตั้งแต่ปี 1947 ไม่นานก็ได้รับบทนำ สะสมประสบการณ์อยู่เป็นทศวรรษ, ส่วนภาพยนตร์ ช่วงต้นทศวรรษ 50s รับเล่นเพียงตัวประกอบ (ยังมุ่งมั่นกับละครเวทีมากกว่า) จนกระทั่งความสำเร็จของ Elevator to the Gallows (1958) และ The Lovers (1959) ** คว้ารางวัล Best Actress จากเทศกาลหนังเมือง Venice ถีงค่อยหันมาเอาจริงจังกับวงการภาพยนตร์ ติดตามด้วย Seven Days… Seven Nights (1960) ** คว้ารางวัล Best Actress จากเทศกาลหนังเมือง Cannes, La notte (1961), Jules and Jim (1962), The Trial (1962), Chimes at Midnight (1965), Viva Maria! (1965) ** คว้ารางวัล BAFTA Award: Best Foreign Actress, The Old Lady Who Walked in the Sea (1992) ** คว้ารางวัล César Award: Best Actress

รับบท Jacqueline ‘Jackie’ Demaistre สาวผมบลอนด์ ทอดทิ้งสามีและบุตรชาย เพื่อสนองความลุ่มหลงใหลในการพนัน พร้อมเข้าหาใครก็ตามที่สามารถนำโชคลาภสู่ตนเอง หนึ่งในนั้นก็คือ Jean Fournier หลังกอบโกยทำกำไรก็ยินยอมพร้อมพลีกายถวาย แต่พอหมดตัวเมื่อไหร่ก็เตรียมตีตนจากไป จิตใจเอาแน่เอานอนไม่ได้ โหยหาอิสรภาพ สนเพียงสิ่งตอบสนองความพึงพอใจส่วนตัวเท่านั้น

Moreau มีโอกาสรับชม Lola (1961) แล้วเกิดความประทับใจในไดเรคชั่นของ Jacques Demy จึงเสนอตัวเข้าไปขอร่วมงาน ไม่สนว่าโปรเจคอะไรก็ได้ทั้งนั้น … แม้ว่าผลงานเรื่องแรกของ Demy จะประสบความสำเร็จไม่น้อย แต่เขาถือว่าหน้าใหม่ในวงการ ยังไม่ได้มีชื่อเสียงสักเท่าไหร่ ซึ่งการติดต่อเข้าหาของนักแสดงระดับคุณภาพอย่าง Moreau สร้างความประหลาดใจ ไม่เคยพบเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน

แต่เมื่อตอนออกฉาย บรรดานักวิจารณ์ต่างส่ายหัวกับการแสดงของ Moreau กล่าวว่าเหมือนคนติดยา กำลังลงแดง ไม่สามารถควบคุมตนเอง คลุ้มบ้าคลั่ง ใกล้สูญเสียสติแตก โดยเฉพาะภาพภายนอกดูอัปลักษณ์เหลือทน

Moreau, for example, in Bay of Angels,piles herself with outsized boas, eyelashes, cigarette lighters, corsets, wigs. This is supposed to prove that she’s psychologically doomed.

Manny Farber

แต่นั่นไม่ใช่รายละเอียดของตัวละครหรอกหรือ? สิ่งที่เธอนำเสนอออกมาก็คือหญิงสาวในสภาพเหมือนคนติดยา กำลังลงแดง ไม่สามารถควบคุมตนเอง คลุ้มบ้าคลั่ง ใกล้สูญเสียสติแตก … สมจริงถึงขนาดนักวิจารณ์สมัยนั้นแยกแยะไม่ออก บอกไม่ได้ว่านั่นคือการแสดง ก็คิดดูเองแล้วกันว่ามันสุดยอดเยี่ยมขนาดไหน!

ผมเองก็รู้สึกไม่ชอบค่อยชอบผมบลอนด์ และการแต่งหน้าของ Moreau ดูจอมปลอม เละเทะมากๆ แต่หลังจากรับชมไปเรื่อยๆก็เริ่มตระหนักว่านั่นคือภาพสะท้อนสภาวะจิตใจ เต็มไปด้วยความอัปลักษณ์ วิปลาส เพราะเธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความโละโมบโลภมาก ทำราวกับนั่นคือธรรมชาติชีวิต สัจธรรมความจริง มีได้ก็ต้องมีเสีย แพ้-ชนะ รวย-จน ขอแค่ทำแล้วสนองความพึงพอใจ อะไรหลังจากนั้นก็ช่างหัวมัน

โดยรวมถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทน่าประทับใจโคตรๆของ Moreau อาจมีภาพลักษณ์ไม่ตราตรึงเท่า Jules and Jim (1962) แต่สีสัน ความจัดจ้านในการแสดง มิอาจคาดคะเนอารมณ์ ผันแปรเปลี่ยนแทบทุกวินาที นั่นยังคงสไตล์ลายเซ็นต์ ตัวตนของเธอที่ได้รับการยกย่องระดับตำนาน


ถ่ายภาพโดย Jean Rabier (1927-2016) สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Montfort-L’Amaury จากเป็นศิลปินวาดรูป ผันสู่ทำงานตากล้องภาพยนตร์ เริ่มจากควบคุมกล้อง (Camera Operator) ถ่ายทำหนังสั้นตั้งแต่ปี 1948, ผู้ช่วย Henri Decaë ถ่ายทำ Crèvecoeur (1955), Le Beau Serge (1958), Elevator to the Gallows (1958), The 400 Blows (1959), จากนั้นได้รับการผลักดันจาก Claude Chabrol เป็นตากล้องเต็มตัว/ขาประจำตั้งแต่ Wise Guys (1961), ผลงานโด่งดัง อาทิ Cléo from 5 to 7 (1962), Bay of Angels (1963), The Umbrellas of Cherbourg (1964), Le Bonheur (1965) ฯ

ผมคาดคิดว่า Agnès Varda น่าจะเป็นคนแนะนำ Rabier ให้ผู้กำกับ/สามี Demy เพราะความประทับใจจากการร่วมงานก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งพอเปลี่ยนจาก Raoul Coutard (ร่วมงานตอน Lola (1961)) ก็ทำให้หนังมีไดเรคชั่นการถ่ายภาพที่แตกต่างออกไปพอสมควรเลยละ

สไตล์ของ Rabier จะไม่ขยับเคลื่อนเลื่อนกล้องให้โฉบเฉี่ยวเหมือนการเริงระบำ (นั่นเป็นลีลาของ Coutard) แต่เน้นความเชื่องช้า นุ่มนวล ค่อยๆสร้างจุดดึงดูดสายตา เก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ จัดจ้านด้านการใช้แสง-สีสัน วางองค์ประกอบภาพให้พบเห็นเฉพาะส่วนน่าสนใจเท่านั้น

เริ่มต้นภาพยนตร์ด้วย Iris Shot ค่อยๆลืมตา ขยายวงกลมออกให้เห็นภาพที่กำลังจับจ้อง ซี่งก็คือตัวละครของ Jeanne Moreau กำลังเดินเลียบ Promenade des Anglais (แปลว่า English Walkway) ซี่งกล้องเคลื่อนถอยด้วยความเร็ว (ตั้งกล้องบนรถ แล้วขับเคลื่อนออกไป) บันทีกภาพทิวทัศน์ Baie des Anges ตั้งแต่ต้นจนปลายหาดเลยกระมัง

เหมือนว่าผู้กำกับ Demy ได้แรงบันดาลไดเรคชั่นภาพยนตร์เรื่องนี้จาก Robert Bresson ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด กระบวนการ โดยเฉพาะ Pickpocket (1959) ดูจบสามารถฝีกหัดล้วงกระเป๋าได้โดยทันที! … ซี่งสำหรับ Bay of Angels (1963) เริ่มตั้งแต่เดินเข้าบ่อน จ่ายค่าสมาชิก แลกเงิน วางชิป รูเล็ตหมุน ลูกเหล็กหล่น เจ้ามือเก็บโกย จ่ายค่าตอบแทน ต่อให้ผู้ชมไม่เคยเข้าคาสิโนเล่นการพนัน ก็จะสามารถทำความใจกระบวนการทั้งหมดได้โดยทันที!

นอกจากนี้หนังยังจับจ้อง สังเกตว่าการถ่ายภาพจะโฟกัสที่สองตัวละครหลัก Jean และ Jackie (ช่วงแรกๆจะคือ Jean กับ Caron) ต่อให้อยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่ว่าจะในคาสิโน หรือริมชายหาด Baie des Anges ผู้คนพลุกพล่านขนาดไหน ก็ถูกทำให้ไม่มีความโดดเด่นน่าสนใจไปกว่าหนุ่ม-สาวคู่นี้ … นี่เป็นการสร้างโลกส่วนตัวให้พวกเขา มีเพียงเราสอง สิ่งต่างๆรอบข้างแม้มีความสวยงดงามขนาดไหน ก็ไม่ได้ความสลักสำคัญอันใด

หรือเวลาพูดคุยสนทนา ก็มักถ่ายตัวละครแบบหน้าตรง วางตำแหน่งให้อยู่กี่งกลางเฟรม แล้วตัดสลับไปมาตามบุคคลที่เป็นผู้พูด … ไดเรคชั่นดังกล่าวเป็นการสร้าง ‘จังหวะ’ (Rhythm) ในการตัดต่อให้กับหนัง เพื่อเข้าแนวคิด ‘musical without music’ ได้อย่างเนียนๆ

ตัดต่อโดย Anne-Marie Cotret (เกิดปี 1930) ขาประจำผู้กำกับ Jacques Demy ตั้งแต่ Lola (1961)

หนังดำเนินเรื่องโดยใช้มุมมอง/สายตาตัวละคร Jean Fournier ตั้งแต่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนร่วมงาน Caron ให้รู้จักกับการพนัน รูเล็ต ใช้ช่วงเวลาวันหยุดยาวออกเดินทางสู่ Baie des Anges เรียนรู้จักวิถีชีวิตของนักพนันจาก Jackie แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนั้น เขาจะสามารถละเลิก หรือกลายเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ

เรื่องราวของหนังสามารถแบ่งออกเป็น 4 องก์ แยกแยะตามวันคืนที่ Jean ได้พบเจอกับ Jackie

  • แนะนำให้รู้จักกับการพนัน
    • Jean ได้รับการชักชวนจาก Caron ให้รู้จักกับการพนัน
    • ใช้เวลาช่วงวันหยุด ออกเดินทางสู่ Baie des Anges
  • วันคืนแรกเมื่อได้รับรู้จัก Jackie
    • Jean เข้าไปในบ่อนที่เมือง Nice กลายเป็นตัวนำโชคให้ Jackie
    • หลังทำเงินได้พอสมควร ออกมาพักผ่อน เดินเล่นริมชายหาด ดินเนอร์หรู
    • ทีแรกตั้งใจจะแยกย้ายแต่ Jackie ยืนกรานจะกลับไปเล่นการพนัน จนหมดเนื้อหมดตัว
    • เมื่อเงินหมด ไม่รู้จะไปไหน ทั้งสองเลยกลับมาที่ห้องพัก ร่วมรักหลับนอน
  • วันคืนสองที่ยังคงปลักอยู่กับ Jackie
    • เช้าวันใหม่ ในตอนแรกตั้งใจจะแยกย้ายจากลา
    • แต่ Jackie ก็หวนกลับมาหา Jean ขณะกำลังนอนตากแดดบนพื้นกรวดหิน
    • หวนกลับเข้าคาสิโน Jackie ใช้มารยาหญิงหลอกเอาเงิน ร่วมเล่นกับ Jean ทำเงินมากมายมหาศาล
    • จับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าหรู เช่าห้องพักราคาแพง
    • ค่ำคืนนั้นกลับเข้าบ่อน หมดเนื้อหมดตัวอีกครั้ง
  • วันคืนสาม ถึงเวลาเพียงพอได้แล้วกับวังเวียนวัฏจักรดังกล่าว
    • เมื่อต้องออกจากโรงแรมหรู พวกเขาก็กลับสู่ห้องพักโกโรโกโส
    • Jean ส่งโทรเลขไปขอเงินบิดา แต่ Jackie กลับหวนกลับเข้าคาสิโน
    • Jean ยื่นคำขาดต่อ Jackie จากนี้จะไม่รอคอยเธออีกต่อไป

สังเกตเรื่องราวแต่ละวันของหนัง เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเวียนวน ซ้ำไปซ้ำมา เช้าร่ำรวย-บ่ายใช้สอย-ค่ำหมดตัว-ดึกดื่นแยกทาง จุดประสงค์เพื่อเป็นการสะท้อนวัฏจักรของนักเล่นการพนัน ไม่มีทางจะหาความมั่นคง ยั่งยืนยง เดี๋ยวขึ้น-เดี๋ยวลง เดี๋ยวรวย-เดี๋ยวจน หรือจะเรียกว่า ‘จังหวะชีวิต’ ดำเนินไปเหมือนท่วงทำนองดนตรี

และทุกครั้งเมื่อตัวละครกำลังเล่นพนันอย่างออกอรรถรส จะมีการ Cross-Cutting ซ้อนใบหน้า-ชิป-รูเล็ต พร้อมเสียงเพลงประกอบท่วงทำนองมักคุ้นหู (จะได้ยินเพลงเดิมซ้ำๆตลอดทั้งเรื่อง) ผมไม่ค่อยอยากเรียกช่วงเวลาแห่งสุข เพราะมันเกิดขึ้นแค่ไม่กี่เสี้ยววินาที และอีกไม่เกินวันหลังจากนี้พวกเขาก็จะสูญหมดตัว ตกอยู่ในความทุกข์โดยทันที

เพลงประกอบโดย Michel Jean Legrand (1932-2019) สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Paris เป็นบุตรของนักแต่งเพลง/วาทยากรชื่อดัง Raymond Legrand มีอัจฉริยภาพด้านเปียโนตั้งแต่เด็ก พออายุ 10-11 ขวบ เข้าศึกษา Conservatoire de Paris ค้นพบความสนใจดนตรีแจ๊สและการประพันธ์เพลง จบออกร่วมทัวร์การแสดงของ Maurice Chevalier (เป็นนักเปียโน) จากนั้นออกอัลบัมแรก I Love Paris (1954) ได้รับความนิยมอย่างคาดไม่ถึง, สำหรับภาพยนตร์เริ่มต้นจาก Les Amants Du Tage (1954), โด่งดังกับ L’Amérique insolite (1958), A Woman Is a Woman (1960), ร่วมงานกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ Jacques Demy ตั้งแต่ Lola (1961), The Umbrellas of Cherbourg (1964), The Young Girls of Rochefort (1966), กระทั่งคว้า Oscar: Best Score จาก Summer of ’42 (1971), The Thomas Crown Affair (1968) และ Yentl (1983)

งานเพลงของ Legrand คลุกเคล้าด้วยกลิ่นอาย Jazz เต็มไปด้วยสีสัน ลีลายั่วเย้ายวน ท่วงทำนองจัดจ้าน แม้บทเพลงอย่าง Le Jeu (แปลว่า The Game) จะบรรเลงด้วยเปียโนเพียงอย่างเดียว ก็ยังมอบสัมผัสอันรุกเร้าให้หัวใจเต้นระริกรัว ได้ยินครั้งแรกตั้งแต่ Opening Credit แล้วกลายเป็น Motif ดังขึ้นทุกครั้งระหว่างตัวละครกำลังเพลิดเพลิน ปล่อยตัวกายใจไปกับการละเล่นพนัน ซ้อนภาพรูเล็ตหมุนติ้วๆ เวียนวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้จักเข็ดหลากจำ

เพราะบทเพลง Le Jeu ได้ยินจนคุ้นหู จดจำฝังใจ หลายคนอาจไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่า Legrand เขียนเพลงอื่นด้วยเช่นกัน และที่ถือเป็น Main Theme แท้จริงของหนังก็คือ La Baie des Anges พรรณาความงดงามของอ่าวนางฟ้า ด้วยการรัวเสียง Banjo งดงาม ตราตรึง แต่ไม่ใช่สิ่งผู้ชมจะสังเกตเห็นกันสักเท่าไหร่

เท่าที่ผมสังเกตชื่อเพลงในอัลบัม นอกจาก Le Jeu ทั้งหมดล้วนตั้งชื่ออ้างอิงตามสถานที่ที่อยู่ในหนัง La Baie Des Anges, Retour D’Enghien (แปลว่า Back from English Walkway), Une Aube À Monte-Carlo (แปลว่า A Dawn In Monte-Carlo), Souper Au Négresco (แปลว่า Dinner at Négresco)

ผมนำบทเพลง Une Aube À Monte-Carlo ท่วงทำนอง Jazz แบบเบาๆ มอบสัมผัสยามเช้าที่หนุ่ม-สาว ต่างกำลังมึนเมามาย เพราะได้พ่ายแพ้ต่อการพนัน สูญเสียสิ้นทุกสิ่งอย่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อจากนี้ชีวิตจะดำเนินไปเช่นไร มันล่องลอยอย่างช่างไร้ทิศทาง เป้าหมาย แต่ตราบยังมีชีวิตก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไป

Baie des Anges (Bay of the Angels) แห่งเมือง Nice เป็นสถานที่ที่พบเห็นจากหนังแล้วสวยงามตาจริงๆ ดูสะอาด น่าท่องเที่ยว เหมาะสำหรับไปพักผ่อน แวะเข้าบ่อนการพนันสักหน่อยก็น่าสนใจ แต่ผมละไม่อยากจินตนาการเปลี่ยนแปลงของสถานที่นี้สักเท่าไหร่ คาดเดาได้เลยว่าปัจจุบันต้องเต็มไปด้วยโรงแรมหรู ตึกสูงใหญ่ คาสิโนมากมาย ผู้คนแออัด เบียดเสียด แทบไม่มีพื้นที่หายใจ … อ่าวนางฟ้าแห่งนี้ คงหลงเหลืออยู่เพียงในความทรงจำ (และบนสวรรค์)

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ความโลภกับการพนันคือสิ่งๆเดียวกัน จริงๆไม่ใช่นะครับ

  • โลภะ เป็นคำภาษาบาลี มีรากศัพท์มาจาก ลุภ แปลว่า อยากได้, ติดข้อง, ต้องการ เมื่อแปลงคำว่า อุ ที่ ลุ เป็น โอ จึงกลายเป็น โลภ หมายถึง ความอยากได้ ติดข้อง, ต้องการ (กลายเป็นคำนาม)
  • ส่วนการพนัน (gambling) หมายถึง การละเล่นชนิดหนึ่งเพื่อเอาเงินทอง หรือสิ่งข้าวของอื่นใดด้วยการเสี่ยงโชค โดยการทำนาย คาดเดาผลลัพท์ที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคต

ความโลภ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพนันขันต่อ ยังรวมไปถึงอาการอยากได้โน่นนี่นั่น ต้นสาเหตุให้กระทำผิดศีล ผิดกฎหมาย ลักขโมยสิ่งข้าวของ พูดจาโป้ปด หลอกลวงผู้อื่น ข่มขืนกระทำชำเรา ฯ ล้วนเพื่อตอบสนองความพึงพอใจ ไม่ใคร่สนอะไรจะบังเกิดขึ้นติดตามมา

ขณะที่การพนัน คือเสี้ยวส่วนหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บังเกิดความละโมบโลภ ต้องการได้รับชัยชนะ ครอบครองสิ่งของ เงินทอง เพื่อให้บังเกิดความภาคภูมิ พึงพอใจ ตอบสนองความต้องการภายใน … ต่อให้อ้างว่าเล่นแค่พอเพียง เท่าที่มี แต่วินาทีที่คุณลงชิป วางเงิน บังเกิดความต้องการเอาชนะ นั่นถือเป็นความโลภแล้วนะครับ!

Bay of Angels (1963) นำเสนอเรื่องราวของความโลภ ที่ถ้ามองผิวเผินจากภายนอก ช่างดูสวยงามตา น่าหลงใหล เหมือนหญิงสาว Jackie เต็มไปด้วยเสน่ห์ หนุ่มๆอยากชิดใกล้ แต่เมื่อไหร่เริ่มหมกมุ่นยึดติด เอาจริงเอาจัง สิ่งอัปลักษณ์ภายในจักค่อยๆเปิดเผยธาตุแท้จริงออกมา แสดงอารมณ์ที่กวัดแกว่ง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ประเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ปากว่าตาขยิบ พร้อมตีจากไปอย่างไร้เยื่อใยความสัมพันธ์

หนังจงใจนำเสนอการกระทำของตัวละครซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า เข้าบ่อนการพนัน เดี๋ยวแพ้-เดี๋ยวชนะ เดี๋ยวรวย-เดี๋ยวจน วนซ้ำไปซ้ำมา สำหรับผู้ชมแค่สองสามครั้งก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ส่ายหน้าหนี แต่ในชีวิตจริงคนแบบ Jackie (และ Jean) สามารถพบเห็นทั่วๆไป รู้ทั้งรู้ว่าต้องเกิดอะไร แต่กลับยังไม่สามารถปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงตนเอง ว่ายเวียนวนอยู่ในอกุศลมูล หมกมุ่นยึดติดกับสิ่งไร้สาระ … ก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของคนพรรค์นั้นเถอะนะ เขาคงมีกรรมหนักที่แบกเอาไว้ ไม่สามารถปลดปล่อยวางลงได้ เพียงนำเรื่องราวดังกล่าวมาเป็นบทเรียนสอนใจ อย่าให้มันเกิดขึ้นกับตนเองก็เพียงพอแล้วละ

น่าเสียดายที่ไม่มีรายละเอียดว่า ประสบการณ์เข้าบ่อนคาสิโนของผู้กำกับ Demy ดี-ร้าย รวย-จน ประสบความสำเร็จ-ล้มเหลวสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขานำเสนอออกมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถเรียกว่า ‘จังหวะชีวิต’ เพื่อให้ผู้ชมเกิดความตระหนัก เรียนรู้ เข้าใจบางสิ่งเกี่ยวกับความละโมบโลภมาก มันไม่ผิดอะไรหรอกนะที่จะเข้าบ่อนการพนัน เปิดหูเปิดตา เปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ แต่ทำอย่างไรถึงสามารถควบคุมตนเอง ไม่ให้ลุ่มหลงระเริงไปกับสิ่งลวงหลอกตาเหล่านั้น


เนื้อหาของหนัง อาจเหมือนไม่ได้ให้ข้อคิดอะไรเกี่ยวกับการพนันขันต่อ (บางคนมองว่า หนังส่งเสริมการเล่นพนันเสียด้วยซ้ำ!) แต่การไม่ยัดเยียดศีลธรรม มโนธรรม (แค่กล่าวถึงตอนต้นเพียงนิดๆเท่านั้น) จะทำให้ผู้ชมสามารถครุ่นคิด บังเกิดสติ ตระหนักถึงประโยชน์-โทษ หายนะจากเรื่องราวดังกล่าวได้ด้วยตนเอง … คนที่ดูแบบผ่านๆไม่ครุ่นคิดตาม ก็อาจมองไม่เห็นคุณประโยชน์ของหนังที่กล่าวไป

อาจเพราะผมเคยมีประสบการณ์หมดหน้าตัก เลยรู้สึกว่าหนังทำออกมาได้บดขยี้หัวใจมากๆ แถมการตอกย้ำ ซ้ำเติม เจ๊งแล้วเจ๊งอีก ความไม่หลากจำของตัวละคร สร้างความห่อเหี่ยว ละเหี่ยใจ จะไปทนดื้อดึง โง่เขลาเบาปัญญาอยู่อย่างนั้นอีกทำไม … ท่าที่ดีอย่าไปยุ่งกับตั้งแต่แรกก็หมดสิ้นเรื่องแล้ว

ถึงผมไม่ชอบการพนัน แต่โคตรเห็นด้วยว่าเมืองไทยควรมีบ่อนถูกกฎหมาย เลิกอ้างเถอะว่ามันผิดศีลธรรม มโนธรรม ถ้าคนอยากทำกรรมก็เรื่องของมัน เหล้าเบียร์ขายได้ ล็อตเตอรี่ขายได้ แต่การพนันเล่นไม่ได้ บรรทัดฐานสังคมอยู่ตรงไหนกัน? การมีบ่อนถูกกฎหมายมันยังสามารถควบคุมอะไรๆได้อีกมาก (โดยเฉพาะพวกบ่อนเถื่อน และสินใต้โต๊ะ) แถมทำเงินให้รัฐอีกมากมายมหาศาล

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” จดจำความรู้สึกสูญเสีย หมดตัว และนิสัยดิ้อรั้นของตัวละคร ทบทวนย้อนกลับหาตนเอง ทำอย่างไรฉันถึงจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ลักษณะนั้น ไม่ใช่แค่การพนัน ชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงก็เฉกเช่นเดียวกัน

จัดเรต 15+ กับความหมุกมุ่นในการพนันขันต่อ จนคลุ้มบ้าคลั่ง เกินเยียวยา

คำโปรย | Jacques Demy สร้างจังหวะย้ำคิดย้ำทำให้ Bay of Angels จนทำให้ผู้ชมเข็ดหลากจำต่อการคลุ้มบ้าคลั่งของ Jeanne Moreau
คุณภาพ | ย้ำคิดย้ำทำ
ส่วนตัว | เข็ดหลากจำ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: