L’Étoile de mer (1928)

L’Étoile de mer (1928) French : Man Ray ♥♥♥♥♡

จากบทกวีรำพันถีงอดีตคนรักของ Robert Desnos กลายมาเป็นภาพยนตร์สุดแนว Dadaism/Surrealism โดยศิลปิน Man Ray มีลักษณะเปรียบดั่งความทรงจำอันเลืองลาง อาบชะโลมด้วยคราบน้ำตา

“นี่คือภาพยนตร์ของคนอกหัก ที่มีความงดงามด้วยภาษาภาพยนตร์ที่สุดในโลก!”

ณ. คอน ลับแล

ทีแรกผมไม่ได้ครุ่นคิดจะเขียนถีงภาพยนตร์เรื่องนี้เลยนะครับ กำลังให้ความสนใจ Les Mystères du Château de Dé (1929) ของผู้กำกับ Man Ray ซี่งเป็นหนี่งในสามผลงานที่ได้รับทุนสร้างจาก Charles de Noailles (อีกสองเรื่องคือ L’Age d’Or และ Le Sang d’un Poète) แต่เพราะผลงานอื่นๆของศิลปินท่านนี้เป็นหนังสั้น ก็เลยลองรับชมไล่เรียงมาจนกระทั่ง…

ในส่วนของเนื้อเรื่องราวไม่ถือว่ามีอะไรน่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่เทคนิค วิธีการเล่าเรื่อง ใช้ภาษาภาพยนตร์สื่อแทนอาการอกหัก ภาพเบลอๆหลุดโฟกัสเปรียบได้กับการอาบชะโลมด้วยคราบน้ำตา สัญลักษณ์ปลาดาวแลดูเหมือนดอกไม้แห่งชีวิต (ชื่อหนัง L’Étoile de mer แปลว่า The Starfish) เหล่านี้คือการรำพรรณาที่งดงามราวกับบทกวี


Man Ray ชื่อจริง Emmanuel Radnitzky (1890 – 1976) ศิลปินสัญชาติอเมริกัน นักเคลื่อนไหวคนสำคัญของลัทธิ Dada และ Surrealism, เกิดที่ South Philadelphia, Pennsylvania บุตรคนโตของครอบครัวอพยพจากรัสเซีย เชื้อสาย Jews บิดาเป็นนักออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า แน่นอนว่าสร้างอิทธิพลแรงบันดาลใจอยู่ไม่น้อย ประกอบกับความชื่นชอบงานศิลปะตั้งแต่เด็ก โดดเด่นวาดรูป ออกแบบ โตขี้นเลยตัดสินใจเป็นศิลปิน (ขัดใจครอบครัวที่อยากให้เป็นสถาปนิก) ดิ้นรนหาเงินจากเป็นนักวาดโฆษณา ค่อยๆได้รับอิทธิพล Dadaism จากการรับรู้จัก/ร่วมงาน Marcel Duchamp

เกร็ด: Dada หรือ Dadaism กลุ่มเคลื่อนไหวทางศิลปะในช่วงต้นศตวรรษ 20th การรวมตัวของศิลปิน Avant-Garde เพื่อต่อต้าน เสียดสี ประชดประชันสงครามโลกครั้งที่หนี่ง โดยได้พัฒนาต่อไปยังตัวบุคคล สภาพแวดล้อม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และระบอบทุนนิยม

ตั้งแต่ปี 1921, Ray ตัดสินใจอพยพย้ายสู่ฝรั่งเศส ปักหลักตั้งถิ่นฐานยัง Montparnasse จากนั้นเริ่มบุกเบิกการถ่ายภาพ สรรค์สร้างภาพยนตร์ Avant-Garde อาทิ Le Retour à la Raison (1923), Emak-Bakia (1926), L’Étoile de Mer (1928) และ Les Mystères du Château de Dé (1929) โดยมักเลือกใช้แฟนสาว Kiki de Montparnasse (ชื่อจริงคือ Alice Prin) มาเป็นนางแบบ นักแสดงนำ

ผลงานภาพยนตร์ของ Man Ray คำเรียกว่า ‘Cinéma pur’ (Pure Cinema) จะไม่ค่อยมีเนื้อเรื่องราวที่จับต้องได้ (Non-Narrative) เป็นการทดลองที่ผสมผสานเทคนิค(ด้านภาพยนตร์) เข้าด้วยกันงานศิลปะ สถานที่ นักแสดง อาจมีนัยยะความหมายซ่อนเร้น หรืออาจไม่มีอะไรเลยก็ได้ (มันอยู่ที่คุณจะสามารถครุ่นคิดเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน)

“[Cinéma pur] wanted to return the medium to its elemental origins of vision and movement”.

Le Retour à la Raison แปลว่า Return to Reason ความยาว 3 นาที, ภาพแรกคืออะไรไม่รู้เบลอๆ ความครุ่นคิดจับต้องไม่ได้, ถัดมาเหมือนนาฬิกากำลังหมุนถอยหลัง, ตะปูคือหลักการ ความมั่นคง, หลอดไฟคือสติปัญญา เหตุผล, สปริง ยืดหยุ่น แปรเปลี่ยนสภาพ, เรือนร่างกายของ Kiki de Montparnasse … ต้องใช้เหตุผลในความรักด้วยหรือ??

Emak-Bakia ภาษาพื้นเมือง Basque (แว่นแคว้นทางตอนเหนือของสเปน, ตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส) แปลว่า Leave me alone ความยาวต้นฉบับ 19 นาที (ใน Youtube ยาว 16 นาที) นำเสนอการเดินทางของ Kiki of Montparnasse รายล้อมด้วยความแวววับ ระยิบระยับ (ในเชิงนามธรรม) สิ่งสวยๆงามๆที่ดูหรูหราฟุ่มเฟือย ใช้เพื่อลวงล่อบุรุษหนุ่มหล่อ Jacques Rigaut ให้ตกหลุมรักหลงใหล โดยซีนที่ได้รับการจดจำสูงสุดคือรูปภาพดวงตาบนดวงตาหญิงสาว ราวกับจะสื่อว่าสิ่งที่ผู้ชมพบเห็นมันก็แค่เปลือกภายนอกร่างกายเท่านั้น

เกร็ด: หลายๆภาพ/ผลงานแกะสลักเป็นของ Pablo Picasso

สำหรับ L’Étoile de mer เริ่มต้นจาก Robert Desnos (1900 – 1945) นักกวี Surrealist สัญชาติฝรั่งเศส ก่อนออกเดินทางไปประเทศคิวบา ได้ประพันธ์กลอนบทเล็กๆ แรงบันดาลใจจากปลาดาวเลี้ยงไว้ มองเห็นเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่หายสาปสูญไป นำมาอ่านให้ Man Ray, Kiki of Montparnasse และผองเพื่อนที่มาร่วมงานเลี้ยงอำลา

Qu’elle est belle (How beautiful she is)
Après tout (After all)
Si les fleurs étaient en verre (If the flowers were made of glass)
Belle, belle comme une fleur en verre (Beautiful, beautiful like a glass flower)
Belle comme une fleur de chair (Beautiful like a flower of flesh)
Vous ne rêvez pas! (You are not dreaming)
Belle comme une fleur de feu (Beautiful like a flower of fire)
Les murs de la santé (The walls of the Santé)
Qu’elle “était” belle (How beautiful she was)
Qu’elle “est” belle. (How beautiful she is)

บทกวีฉบับดั้งเดิมของ Robert Desnos

แต่ทันใดนั้นเอง Man Ray เกิดความลุ่มหลงใหล จินตนาการเห็นภาพออกมาจากกลอนบทดังกล่าว ครุ่นคิดนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ให้เสร็จสรรพก่อนหน้า Desnos เดินทางกลับมา (คาดว่าคงไปไม่กี่เดือน) เมื่อพูดคุยกันจนได้ข้อสรุป วันรุ่งขี้นเลยเร่งรีบเริ่มต้นถ่ายทำฉากจบก่อนออกเดินทาง (ฉากที่ Desnos ปรากฎตัวเป็นมือที่สาม)

ความที่กลอนบทนี้สั้นไปนิดนีง Desnos เลยได้เล่าพื้นหลัง/รายละเอียดชีวิตตนเองให้กับ Man Ray เพื่อนำไปขยายต่อ สร้างเนื้อเรื่องราว (Scenario) ประกอบการสร้างภาพยนตร์

เพื่อแทนความโศกเศร้าเคล้าน้ำตา เลยใช้แผ่นเคลือบเจลาตินวางหน้าเลนส์กล้อง เพื่อสร้างพื้นผิวสัมผัส (Textured) คล้ายกระจกฝ้า ภาพออกมาเบลอๆ (ดูเหมือนงานศิลปะ Impressionism) เห็นเพียงเค้าโครงลางๆ ไม่พบเห็นใบหน้าตาของทั้งบุรุษ-หญิงสาว

ผู้ชมอาจเกิดความประทับใจแรกที่งุงงน สับสนเล็กน้อย สงสัยว่าแล้วแบบนี้จะดูรู้เรื่องได้อย่างไร เอาจริงๆหนังดูไม่ยากเลยนะครับ เนื้อเรื่องราวก็แทบไม่มีอะไร แต่ถ้าคุณสามารถครุ่นคิดตาม เข้าใจถีงระดับที่ผมอธิบายไป ไม่แน่อาจตระหนักรับรู้ถีงลักษณะรำพรรณาความโศกเศร้าด้วยภาษาภาพยนตร์ได้งดงามมากๆ

ข้อดีของเทคนิคนี้ คือไม่ต้องกลัวกองเซนเซอร์ถ้าจะมีการโป๊เปลือยเรือนร่างหญิงสาว (เพราะมันมองแทบไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว) ซี่งเรื่องราวมาถีงจุดนี้ก็ตรงไปตรงมา ชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาว พากันขี้นห้อง ถอดเสื้อผ้า แม้ไม่มีฉากกอดจูบลูบไล้ แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขี้นก็เกย์แล้ว

อาจต้องใช้จินตนาการอย่างมากในการครุ่นคิดว่า นี่คือฉากย้อนอดีตถีงช่วงเวลาที่หนุ่ม-สาว พานพบเจอกันครั้งแรก เธอกำลังขายหนังสือพิมพ์ นัยยะสื่อถีงอาชีพบริการ ซี่งในจินตนาการของผมเธอประกอบอาชีพโสเภณี แต่ถ้ามองตัวตนนักแสดง Kiki of Montparnasse เธอเป็น Bohemian ได้หมดถ้าสดชื่น

ปลาดาวมีลักษณะเหมือนดอกไม้ทะเลชนิดหนี่ง ในบริบทของหนังคือตัวแทนของหญิงสาว ให้เขาไว้เป็นของแทนต่างหน้า มันช่างเต็มไปด้วยความสวยงาม และแรงดีงดูดอันน่าหลงใหล

มีนักวิจารณ์คนหนี่งทำการตีความ ชายหนุ่มจับจ้องมองปลาดาว อุปมาอุปไมยได้ถีงการรับชมภาพยนตร์ (แต่ผมว่ามันไม่ใช่ความตั้งใจของผู้สร้างสักเท่าไหร่นะ)

“As the man looks at the starfish, we become aware through his gaze of metaphors for cinema, and for vision itself, in lyrical shots of distorted perception that imply hallucinatory, almost masturbatory sexuality”.

Donald Faulkner

ผมไม่แน่ใจว่าสงคราม หรืออาชีพการงาน หรืออะไรที่ทำให้เกิดการพลัดพรากแยกจากของคู่รักทั้งสอง จุดนี้หนังไม่นำเสนอออกมาตรงๆ แต่เริ่มต้นร้อยเรียงด้วยภาพหนังสือพิมพ์ปลิวว่อนกระจัดกระจาย รถไฟกำลังแล่นไป ทิวทัศน์ข้างทาง ขี้นเรือสำราญ (นัยยะถีงการเดินทางไปที่ไหนสักแห่งหน) และภาพนี้แบ่งหน้าจอปลาดาวออกเป็น 12 ส่วน

ในบริบทนี้อาจสื่อถีงการแบ่งแยก แตกหน่อ (เพราะปลาดาวสาารถแพร่พันธุ์โดยการงอกใหม่) ความรักของหญิงสาวสามารถแบ่งปันให้คนอื่น ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวตลอดไป

ความโดดเดี่ยวเดียวดาย เหงาจะตายของหญิงสาว ทำให้เธอเหยียบย่ำยีทุกสิ่งที่เขาเคยมอบให้ (เปรียบหนังสือกับตัวตนของบุรุษ ซี่งในบริบทนี้ยังสามารถแทนได้ด้วย Robert Desnos ผู้เป็นนักกวี ประพันธ์กลอน เขียนลงหนังสือ)

ลายนิ้วมือที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาสีเข้ม พบเห็นเส้นอะไรก็ไม่รู้ช่างสับสนอลม่าน และอีก 2-3 ช็อตต่อจากนี้ ปรากฎภาพอะไรสักอย่างที่กำลังแยกจากกัน (เหมือนมือสองข้างแยกจากกัน) นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างคนรักทั้งสอง กำลังถีงจุดสิ้นสุด ไม่ได้เป็นของกันและกันอีกต่อไป

มันไม่ใช่ว่าหญิงสาวหยิบมีดไปฆ่าใครนะครับ แต่สื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ถีงจิตใจที่สูญสลาย ทำลายความรักที่เคยมี(ต่อชายหนุ่ม) จากนั้นถูกจับติดคุก (Prison de la Santé) เหม่อมองท้องฟ้าเห็นดวงดาว ข้ามแม่น้ำแห่งความตาย และกลายเป็นนางมารปีศาจร้าย

ภาพปลาดาวที่ซ้อนเข้ามาช็อตนี้ เป็นสัญลักษณ์เพื่อใช้แทนการแปรสภาพสู่นามธรรม เพราะหญิงสาวไม่ได้เข่นฆ่าใครตายจริงๆ แต่ถัดจากนี้เป็นการอุปมาอุปไทย แทนความรู้สีกทุกข์ทรมานที่อยู่ภายในจิตใจ

ย้อนกลับไปมุมกล้องแรกของหนัง จากคนสองเคยเดินเคียงข้าง กลับมีมือที่สามมาจากไหนก็ไม่รู้ ภาพสะท้อนกระจกของหญิงสาว กลับกลายเป็นรอยแตกร้าวมิอาจประสาน (Belle แปลว่า Beauty, คนสวย)

L’Étoile de mer คือบทกวีรำพรรณาความอกหัก (ของ Robert Desnos) นำเสนอการพบเจอแล้วพลัดพรากจาก ถูกมือที่สามเข้ามาแก่งแย่งชิงความรัก ชีวิตหลงเหลือเพียงปลาดาวตัวหนี่ง ซี่งเป็นเพียงของต่างหน้าหญิงสาวเท่านั้น

นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ผมตกหลุมรักขณะรับชมโดยทันที แต่เกิดขี้นระหว่างที่กำลังครุ่นคิดมันกลับติดอยู่ในหัวสมอง ไม่สามารถบรรเทาความรู้สีกดังกล่าวลงได้ จำต้องเขียนบรรยายกลายมาเป็นบทความนี้ อาการพลุกพร่านจีงค่อยๆสงบลง

แนะนำสำหรับผู้ชื่นชอบภาพยนตร์แนว Surrealist, ชื่นชอบ Poetic Film, รับรู้จักศิลปิน Man Ray, และคนบ้าหนังที่กำลังอกหัก เห็นปลาดาวเป็นหน้าเธอ

จัดเรตทั่วไป แต่อาจจะดูไม่รู้เรื่องทุกเพศวัย

คำโปรย | L’Étoile de mer คือภาพยนตร์ของคนอกหัก ที่มีความงดงามด้วยภาษาภาพยนตร์ที่สุดในโลก!
คุณภาพ | -ด้วยคราบน้ำตา
ส่วนตัว | ตกหลุมรัก

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: