Letter from an Unknown Woman (1948)

Letter from an Unknown Woman

Letter from an Unknown Woman (1948) hollywood : Max Ophüls ♥♥♥♡

การถูกหลงลืมเป็นสิ่งน่าหวาดสะพรึงยิ่ง! ชายกลางคนได้รับจดหมายจากหญิงสาวแปลกหน้า แท้จริงแล้วกลับคืออดีตคนรักเคยใกล้ชิด นี่ฉันหลงลืมเธอไปสนิทได้อย่างไร นั่นเป็นสิ่งไม่น่าให้อภัยตนเองเสียจริง

ความทรงจำ ในมุมชาวตะวันตกเป็นสิ่งสำคัญทรงคุณค่ายิ่ง เพราะการไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้นชาตินี้จึงต้องพยายามทำทุกสิ่งอย่างให้ประสบความสำเร็จ เสร็จสร้างชื่อเสียงกลายเป็นตำนานลือเล่าขาน จักได้คงอยู่กาลนานค้างฟ้า ตายแล้วไม่ดับสูญสิ้นเสียเปล่า

ด้วยเหตุนี้การถูกหลงลืมจึงเป็นอะไรที่เจ็บปวดรวดร้าว โดยเฉพาะความรักจากชายที่ตนชื่นชอบหลงใหล แถมยังเคยร่วมรักหลับนอน แม้ทั้งชีวิตจะพยายามหลบซ่อนไม่เปิดเผยตัวตนแท้จริงออกไป แต่สุดท้ายก็มิอาจปกปิดหักห้ามใจ กลายเป็นโศกนาฎกรรมความตาย รับไม่ได้ที่ถูกลืมเลือน

Letter from an Unknown Woman เป็นภาพยนตร์โรแมนติกประเภทรักเขาข้างเดียว! เธอไม่แคร์ก็ช่าง ขอแค่ฉันได้ทุ่มเททำบางสิ่งอย่างสนองใจปรารถนาก็เหลือเฟือมากแล้ว แต่ความรู้สึกที่ไม่ได้รับการเติมเต็มนั้นมันเพียงพอจริงๆนะหรือ?

ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังต่อภาพรวม เพราะปกติแล้ว ‘สไตล์ Ophüls’ จะมีความโฉบเฉี่ยวฉวัดเฉวียนมากกว่านี้ แต่หนังถูก Universal Pictures บีบบังคับให้ต้องประณีประณอม เพราะต้องการให้ออกมาลักษณะ ‘Hollywood Classical’ ถึงโปรดักชั่นจะดีเยี่ยมแต่คุณภาพกลับถดถอยไปตามกาลเวลา เฉกเช่นเดียวกับการแสดงของ Joan Fontaine ตอนออกฉายได้รับคำชมล้นหลาม แต่ปัจจุบันกลับดูวอกแวก รุกรี้รน จนเกิดความน่ารำคาญไปเสียหน่อย


Max Ophüls ชื่อจริง Maximillian Oppenheime (1902 – 1957) ปรมาจารย์ผู้กำกับสัญชาติ German เชื้อสาย Jews เกิดที่ Saarbrücken, German Empire ครอบครัวเจ้าของโรงงาน/กิจการขายสิ่งทอทุกรูปแบบ แต่ด้วยความสนใจวงการแสดงหนีไปเข้าร่วมคณะละครเวที Aachen Theatre จากนักแสดงไต่เต้าเป็นผู้กำกับ ผู้จัดการโรงละคร มุ่งสู่วงการภาพยนตร์เริ่มจาก Dialogue Director กำกับหนังสั้น Dann schon lieber Lebertran (1931), หนังยาว Die verliebte Firma (1931), โด่งดังสุดในเยอรมันคือ Liebelei (1933), หลังจาก Nazi แสดงความเหยียดหยามก้าวร้าวต่อชาว Jews อพยพสู่ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ตามด้วยอเมริกาตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 โด่งดังกับ The Exile (1947), Letter from an Unknown Woman (1948), หวนกลับฝรั่งเศสกลายเป็นตำนานกับ La Ronde (1950), Le Plaisir (1952), The Earrings of Madame de… (1953), Lola Montès (1955) และผลงานสุดท้ายสร้างไม่เสร็จ Les Amants de Montparnasse (1958)

ความสนใจของ Ophüls มีคำเรียกว่า ‘woman film’ ตัวละครนำมักเป็นเพศหญิงชื่อขึ้นต้น ‘L’ (มาจาก Lady) เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ชู้สาว นอกใจ ในสังคมชั้นสูงที่ทุกสิ่งอย่างดูหรูหรา ฟู่ฟ่า ระยิบระยับ งามตา แต่เบื้องลึกภายในจิตใจคน บางสิ่งอย่างผิดปกติหลบซ่อนอยู่เสมอ

Letter from an Unknown Woman ดัดแปลงจากเรื่องสั้น Brief einer Unbekannten (1922) แต่งโดย Stefan Zweig (1881 – 1942) นักเขียน/นักข่าว สัญชาติ Austrian เชื้อสาย Jews, นำเสนอเรื่องราวของนักเขียนคนหนึ่ง (ไม่รู้ว่าแทนด้วย Zweig เองเลยหรือเปล่านะ?) อ่านจดหมายลึกลับจากหญิงสาวแปลกหน้า ก่อนค้นพบว่าเธอคือคนใกล้ตัวมากๆแต่กลับหลงลืมจดจำไม่ได้

ดัดแปลงบทภาพยนตร์โดย Howard Koch (1901 – 1995) สัญชาติอเมริกัน เชื้อสาย Jews โด่งดังกับ Casablanca (1942), Shining Victory (1941), แต่การเขียนบท Mission to Moscow (1943) ทำให้โดนตีตราว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และถูก Hollywood Blacklist ตั้งแต่ปี 1951

พื้นหลัง Vienna เริ่มต้นปี ค.ศ. 1900, Lisa Berndle (รับบทโดย Joan Fontaine) เด็กหญิงสาวแรกรุ่น ตกหลุมรักแรกพบนักเปียโนอัจฉริยะ Stefan Brand (รับบทโดย Louis Jourdan) เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่อพาร์ทเม้นท์หลังเดียวกัน เธอพยายามแอบทำหลายสิ่งอย่างเพื่อเขาโดยมิได้หวังผลตอบแทนอะไร แต่โชคชะตาทำให้พลัดพรากจาก เพราะแม่ได้แต่งงานใหม่จำต้องย้ายสู่ Linz

หนึ่งปีผ่านไป Lisa เติบโตเป็นหญิงสาว ออกจากบ้านหวนกลับมา Vienna ทำงานเป็นนางแบบเสื้อผ้าสตรี ทุกค่ำคืนจะแอบไปดักเฝ้ารอคอย Stefan จนเขาสังเกตพบเจอ ชักชวนไปดินเนอร์ ท่องเที่ยวรัตติกาล ก่อนลงเอยห้องหอร่วมรักหลับนอน ตั้งมั่นหมายจะกลับมาพบเจอกันอีก แต่การงานรัดตัวทำให้ทั้งสองพลัดพรากจากกันอีกครั้ง

อีกสิบปีผ่านไป Lisa ได้แต่งงานกับ Johann (รับบโดย Marcel Journet) วันหนึ่งระหว่างรับชมอุปรากร The Magic Flute พบเห็น Stefan กลายเป็นนักเปียโนตกอับ รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นต้องการหลบหนีกลับบ้าน แต่เขากลับมาดักรอพบเจอพร่ำถึงความทรงจำอันเลือนลาง ค่ำคืนถัดมาเธอจึงลักลอบแอบไปพบเจอยังอพาร์ทเมนท์หลังเก่า แต่เขากลับหลงลืมสนิท จดจำอดีตไม่ได้อีกต่อไป สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวหัวจิตใจแตกสลาย

เกร็ด: เรื่องราวของหนังค่อนข้างซื่อตรงต่อนวนิยาย แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ให้ได้รับอนุมัติผ่าน Hays Code อาทิ
– พระเอกจากเขียนนวนิยาย กลายเป็นนักดนตรี
– ชื่อตัวละคร ในนวนิยายพระเอกคือ R. (กลายมาเป็น Stefan Brand), หญิงไร้นาม (กลายมาเป็น Lisa Berndle), แม่ (Frau Berndle), สามีแม่ (Herr Kastner)
– Lisa ร่วมรักหลับนอนกับ Stefan ทั้งหมดสามค่ำคืน ตัดทอนเหลือเพียงวันเดียว และหนังใช้การไปดินเนอร์ ท่องเที่ยวรัตติกาล เทียบแทน Sex Scene
– Lisa ไม่ได้แต่งงานกับใคร แต่เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ
– เหตุผลที่ Lisa หลบหนีออกจากห้องของ Stefan เพราะเขาเข้าใจผิดครุ่นคิดว่าเธอคือโสเภณี จึงรู้สึกอับอายขายขี้หน้ายินยอมรับไม่ได้
– เนื่องจากในนวนิยายไม่มีตัวละคร Johann ดังนั้นจึงไม่มีการท้าดวล อารัมบท-ปัจฉิมบท


Joan Fontaine ชื่อจริง Joan de Beauvoir de Havilland (1917 – 2013) นักแสดงหญิงสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Tokyo, Japan บิดาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ Imperial University, ส่วนมารดา Lilian Augusta Ruse de Havilland Fontaine (1886–1975) คืออดีตนักแสดงละครเวทีชื่อดัง ต้นตระกูลสืบเชื้อสายขุนนางอังกฤษ หลังจากครอบครัวหย่าร้าง แม่พาเธอและพี่สาว Olivia de Havilland อพยพสู่สหรัฐอเมริกา โตขึ้นเดินตามรอยเท้าแม่และพี่เป็นนักแสดงละครเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก No More Ladies (1935), เซ็นสัญญากับ RKO Picture เริ่มมีชื่อเสียงจาก The Man Who Found Himself (1937), A Damsel in Distress (1937), Gunga Din (1939), The Women (1939), ย้ายมาสังกัด David O. Selznick แสดงนำ Rebecca (1940), Suspicion (1941)**คว้า Oscar: Best Actress

รับบท Lisa Berndle จากเด็กหญิงสาวอ่อนวัยไร้เดียงสา นิสัยขี้เล่นซุกซน จนเมื่อตกหลุมรักแรกพบ Stefan Brand ไม่ต้องการใครอื่นนอกจากเขา เติบโตขึ้นพัฒนาตัวเองกลายเป็นสุภาพสตรี ได้มีโอกาสครองคู่แนบชิดแม้เพียงค่ำคืนเดียวก็เหลือเฟือเกินพอ ใช้เวลาต่อจากนี้เพื่อหลงลืมอดีต แต่งงานใหม่ แต่การหวนกลับมาพบเจอกันครั้งนั้น ทำให้ทุกสิ่งอย่างวาดฝันไว้พลังทลายลงโดยพริบตา

Fontaine ขณะนั้นอายุย่างเข้า 30 ปี (แก่กว่า Louis Jourdan เสียอีกนะ) เริ่มต้นเป็นเด็กสาวอายุ 16 ปี แค่นี้ก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่แล้ว แต่ต้องชื่นชมความทุ่มเทพยายาม ใช้สายตาท่วงท่าทางลีลาสร้างความวอกแวก ซุกซน แสดงออกอย่างใสซื่อไร้เดียงสา พอไปวัดไปวาได้ระดับหนึ่ง, เติบโตขึ้นเป็นสาวถึงค่อยดูดีสมวัย เวลาสวมใส่เสื้อผ้าช่างสง่างามตาราศีจับ พรอดรักดินเนอร์ด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำ แต่พอหวนกลับมาพบเจอเต็มไปด้วยความชอกช้ำ พร่ำน้ำตาไหลหลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

นักวิจารณ์สมัยนั้นต่างยกย่องสรรเสริญการแสดงของ Fontaine สามารถสวมบทบาทเด็ก-หญิงสาว-กลางคน ได้อย่างดูดีมีสง่าราศี แต่กาลเวลาเมื่อการมาถึงของ Method Acting ทำให้อะไรๆดูเฉิ่มเฉย จากเคยสมจริงกลายเป็นฝืนธรรมชาติ แต่ขอเรียกว่าคลาสสิกแล้วกัน ไม่ได้ย่ำแย่ถึงระดับขั้นนั้นสักเท่าไหร่

เกร็ด: ในบรรดาผลงานการแสดงของตนเอง Fontaine บอกชื่นชอบ Letter from an Unknown Woman (1948) มากที่สุด


Louis Jourdan ชื่อเกิด Louis Robert Gendre (1921 – 2015) นักแสดงสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Marselle โตขึ้นเข้าเรียนการแสดงยัง École Dramatique จบออกมามีผลงานละครเวที เข้าตาผู้กำกับ Marc Allégret ชักชวนมาเป็นผู้ช่วยตากล้อง แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก Le Corsaire (1939) แต่สร้างไม่เสร็จเพราะการมาถึงของสงครามโลกครั้งที่สอง, ข้ามน้ำข้ามทะเลเซ็นสัญญาในสังกัด David O. Selznick ผลงาน Hollywood เรื่องแรก The Paradine Case (1947), ผลงานเด่นๆ Letter from an Unknown Woman (1948), Madame Bovary (1949), Gigi (1958) ฯ

รับบท Stefan Brand นักเปียโนได้รับขนานนามว่าเด็กอัจฉริยะ แต่พอเติบโตขึ้นเหมือนว่าสูญเสียอะไรบางอย่าง ฝีมือการเล่นตกลงจนน่าใจหาย ส่วนหนึ่งอาจเพราะเคยได้ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา เที่ยวเตร่พาสาวขึ้นห้องไม่ซ้ำหน้า กระทั่งว่าพบเจอหญิงแปลกหน้าไม่รู้จักชื่อ เธอคือผู้มีความเข้าใจถึงสิ่งที่ขาดหายไปในหัวใจเขาอย่างลึกซึ้ง แต่แค่เพียงค่ำคืนเดียวก็สาบสูญไร้ร่องรอยชั่วนิรันดร์ หวนกลับมาพบเจอสิบปีให้หลังจึงจดจำไม่ได้ สุดท้ายได้รับเพียงจดหมาย ทุกสิ่งอย่างก็สายเกินแก้ไข

แบบเดียวกับ Gigi เลยละ นอกจากภาพลักษณ์หล่อเหลาเจ้าชู้ของ Jourdan ไม่เห็นด้านการแสดงจะมีฝีมือโดดเด่นอะไร คงสไตล์คลาสสิก ลีลาด้วยคำพูด ท่าทาง พยายามกลั่นอารมณ์แต่สัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งอยู่ภายใน ไม่ต่างจากชายอุดมคติเหมือนรูปปั้น แค่ว่ากาลเวลาค่อยๆแตกหักเปราะบางจนไร้ราคา


ถ่ายภาพโดย Franz Planer (1894 – 1963) ตากล้องสัญชาติ Austria-Hungary เชื้อสาย Jews มีผลงานตั้งแต่ยุคหนังเงียบในยุโรป ก่อนอพยพสู่ Hollywood ตั้งแต่ปี 1937 ผลงานเด่นๆ อาทิ Holiday (1938), Letter from an Unknown Woman (1948), Death of a Salesman (1951), Roman Holiday (1953), King of Kings (1961), Breakfast at Tiffany’s (1961), The Children’s Hour (1961) ฯ

หนังทั้งเรื่องถ่ายทำในสตูดิโอของ Universal และ Republic เพราะต้องจำลองสร้างฉากเมือง Vienna ค.ศ. 1900 ขึ้นใหม่ทั้งหมด (สถานที่จริงคงยังเต็มไปด้วยสภาพปรักหักพังจากสงคราม)

ปกติแล้ว ‘สไตล์ Ophüls’ งานภาพจะไม่มีหยุดอยู่นิ่งกับที่ ต้องมีการขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลาด้วยเครน ไร้ทิศทางซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง แต่หนังเรื่องนี้สตูดิโอ Universal พยายามกีดกันเยื้อแย่งไม่ให้ใช้เครนบ่อยจนเกินไป (คงเพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณ) แม้ไม่พึงพอใจเท่าไหร่แต่ก็ต้องประณีประณอมยอมความ เพราะยังเหลือสัญญากับ Selznick อีกหลายปีทีเดียว

หนังมีช็อตหนึ่งที่ตราตรึงมากๆ แม้โตเป็นสาวแล้วแต่ Lisa ระหว่างรับฟัง Stefan กำลังเล่นเปียโน ทำตัวเล็กลีบนั่งจับจ้องมองเขาอยู่ด้านข้างเปียโน นัยยะถึงการยกยอปอปั้น เชิดชูชายคนรัก ช่างสูงส่งเลิศเลอค่ากว่าตนเองเป็นไหนๆ

โปรดักชั่นหนังของ Ophüls เลื่องลือชาในความไฮโซเลิศหรูหรา เสื้อผ้าหน้าผม เครื่องประดับงามตา ฉากพื้นหลังออกแบบให้ดูมีราคาอลังกาวิจิตร เหล่านี้แม้ฟุ่มเฟือยแต่สะท้อนความเพ้อใฝ่ฝันของผู้ชม (ที่มักเป็นชนชั้นกลาง-ล่าง) โหยหาไขว่คว้า อยากที่จะไต่เต้าขึ้นไปมีชีวิตสุขสบายแบบนั้นบ้าง

ตัดต่อโดย Ted J. Kent (1901 – 1986) สัญชาติอเมริกัน สร้างชื่อจากผลงาน Universal Monster ผลงานเด่นๆ อาทิ The Invisible Man (1933), Bride of Frankenstein (1935), My Man Godfrey (1936), Show Boat (1936), Letter from an Unknown Woman (1948), Father Goose (1964) ฯ

อารัมบทด้วยเรื่องราวของ Stefan Brand หลังจากถูกท้าดวลแบบไม่ทราบสาเหตุ ตั้งใจจะหลบหลีกหนีเอาตัวรอด เดินทางกลับมายังอพาร์ทเม้นท์ได้รับจดหมายจากหญิงนิรนาม เปิดออกอ่าน

เรื่องราวของหนังดำเนินเรื่องผ่านจดหมาย เสียงอ่านบรรยายของ Lisa Berndle ถึงสามช่วงเวลาสำคัญสุดของชีวิต
– ช่วงแรก, การย้ายเข้ามาอพาร์ทเม้นท์หลังนี้ของ Stefan Brand
– ช่วงสอง, หนึ่งปีถัดมา ค่ำคืนแห่งการพบเจอ พรอดรัก
– ช่วงสาม, สิบปีถัดมา หวนกลับมาพบเจอ แต่กลับหลงลืมจดจำกันไม่ได้

ปัจฉิมบทตัดกลับมาเมื่อ Stefan Brand อ่านจดหมายจบ เข้าใจเหตุผลที่มาที่ไปของการท้าดวลครั้งนี้ ตัดสินใจไม่หลบหนี และพร้อมเผชิญหน้าต่อสู้ เรียกคืนความเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ ฆ่าได้หยามไม่ได้


เพลงประกอบด้วย Daniele Amfitheatrof (1901 – 1983) สัญชาติรัสเซีย แต่ไปร่ำเรียนวิชาดนตรียังประเทศอิตาลี และอพยพสู่อเมริกา กลายเป็นนักแต่งเพลงภาพยนตร์ ผลงานเด่นๆ อาทิ Lassie Come Home (1943), Guest Wife (1945), Song of the South (1946), Letter from an Unknown Woman (1948) ฯ

Main Theme จัดเต็มวงออเครสต้า ด้วยท่วงทำนองมีความพริ้วไหวดั่งสายน้ำ สอดคล้องรับ ‘สไตล์ Ophüls’ ที่กล้องมีการเคลื่อนไหลต่อเนื่อง มอบสัมผัสแห่งความเพ้อใฝ่ฝัน ทำให้จิตวิญญาณเคลื่อนคล้อย ล่องลอย วาบหวิว ใจหายวาบเมื่อรับรู้สิ่งกำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

สำหรับบทเพลงคลาสสิก/โอเปร่า ประกอบด้วย
– Franz Liszt: Un sospiro
– Johann Strauss Sr.: Radetzky-Marsch, Op. 228
– Johann Strauss II: Wiener Blut, Op. 354
– Wolfgang Amadeus Mozart: The Magic Flute

บรรดาผลงานของ Franz Liszt (1811 – 1886) คีตกวียุค Romantic สัญชาติ Hungarian โดยส่วนตัวลุ่มหลงใหลในความไพเราะที่สุดคือ Three Concert Études ประกอบด้วย
– Étude No. 1, Il lamento (แปลว่า The Lament)
– Étude No. 2, La leggierezza (แปลว่า The Lightness)
– และ Étude No. 3, Un sospiro (แปลว่า A Sigh)

โดยเฉพาะ Un sospiro ความระยิบระยับของแสงดาวบนฟากฟ้า ช่างดูสวยงามอร่ามตา แต่ทำไมหนาฉันกลับไม่รู้สึกเป็นสุขเลยสักนิด ‘ทอดถอนหายใจ’ ราวกับบางสิ่งอย่างข้างในจิตใจเว้นว่างขาดหายไป ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้รับการเติมเต็มเสียที

ความหวาดกลัวจะไม่ได้รับการยินยอมรับ คงคือเหตุผลหลักๆทำให้เด็กหญิงไม่เร่งรีบร้อนพูดบอก แสดงออกความต้องการต่อชายคนที่ตนตกหลุมรักล่วงรู้ ค่อยๆให้เวลาเคลื่อนคล้อยดำเนินไป และเติบโตขึ้นเมื่่อไหร่ให้เขาค้นพบเธอด้วยตนเองย่อมดีกว่า

พฤติกรรมการแสดงออกของ Lisa แม้เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ถือว่า’เป็นตัวของตนเองสูง!’ ผิดอะไรที่ฉันจะตกหลุมรัก มีความครุ่นคิดอ่าน ตัดสินใจทำอะไรด้วยตนเอง ลักษณะดังกล่าวสะท้อนค่านิยม Feminist ไม่ยินยอมให้ใครไหนหรือกฎกรอบทางสังคม ควบคุม ครอบงำ บีบบังคับ ปฏิเสธขัดขืนเสียงเพรียกเรียกร้องจากหัวใจ

ขณะที่บุรุษในภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่างมองหญิงสาวไม่ต่างอะไรกับ ‘วัตถุทางเพศ’ ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของโดยไม่ใคร่สนใจอะไรอื่น แถมพยายามควบคุม ครอบงำ บีบบังคับให้ตามคำสั่ง
– Stefan Brand เปลี่ยนสาวไม่เลือกหน้าพาขึ้นห้อง
– Johann Stauffer ยินยอมรับไม่ได้ถ้าภรรยาลักลอบมีชู้นอกใจ รู้สึกเสียเกียรติ เสียหน้าตาบารมีในสังคม
– รวมถึงแม่ และสามีคนใหม่ Herr Kastner พยายามสรรหาจับคู่ครองให้ได้แต่งงาน
ฯลฯ

Stefan Brand แม้คืออัจฉริยะด้านดนตรี แต่มีโลกทัศนคติคับแคบต่อการใช้ชีวิต สิ่งขาดหายไปภายในจิตวิญญาณของเขาคือ ‘ความรัก’ ไม่เคยได้รับการเติมเต็มจากใคร นั่นเพราะเจ้าตัวก็ไม่ครุ่นคิดมอบมันให้ใคร แค่จดจำหญิงสาวคนหนึ่งยังทำไม่ได้ ไร้ซึ่งความเป็นลูกผู้ชาย ไม่แปลกอะไรเมื่อถึงจุดหนึ่งฐานะทางสังคมจะค่อยๆตกต่ำลงเรื่อยๆ

ความคาดหวังของ Lisa จากเคยยกยอปอปั้นชายหนุ่มที่ตนคลุ้มคลั่งไคล้หลงใหล กาลเวลาทำให้ทุกสิ่งอย่างแปรเปลี่ยนไป จากอยู่สูงเกินเอื้อมกลับตกต่ำต้อยกว่าตน นั่นเป็นสิ่งยินยอมรับไม่ได้ในทัศนคติของเธอ ทำไมผู้ชายดีๆถึงกลายเป็นแบบนี้! ใช้เวลาเฮือกสุดท้ายของชีวิต เขียนจดหมายพรรณาความทรงจำช่วงเวลาสุขล้ำค่าที่สุด จากนั้นปล่อยให้โชคชะตานำพา มีลมหายใจอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอ

ผู้กำกับ Max Ophüls เป็นชาวเยอรมันเชื้อสายยิว หลบหนีสงครามโลกครั้งที่สองสู่สหรัฐอเมริกา, Letter from an Unknown Woman น่าจะคือจดหมายรักฉบับสุดท้ายเขียนถึงประเทศเยอรมันนี เปรียบตนเองกับหญิงสาวเคยตกหลุมรักอดีตอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร (ของ Weimar Republic) ปัจจุบันกลายมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ตกต่ำต้อยไร้ค่า (แถมทำเป็นหลงลืมเลือนตนเองไปแล้วอีกต่างหาก!) นั่นทำให้จิตใจของเขาเจ็บปวดรวดร้าวแทบแตกสลาย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไร? ถึงแม้มิได้รับการจดจำ/เป็นที่ต้องการ แต่ความรักคือสิ่งสวยงามควรปรากฎในจิตใจมนุษย์ จะทำให้เราสามารถไต่เต้าเติบโต เติมเต็มสิ่งขาดหายภายใน มีพลังครุ่นคิดตัดสินใจ และกล้า’เป็นตัวของตนเอง’


แม้เสียงตอบรับคำวิจารณ์ค่อนข้างดีเมื่อตอนออกฉาย แต่เห็นว่าหนังไม่ทำเงินสักเท่าไหร่ กาลเวลาแม้จะยังเป็นที่รักของใครหลายๆคน แต่คุณภาพค่อยๆตกต่ำลงตามกาลเวลา

ส่วนตัวค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้ แต่รู้สึกเสียดายอะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะไดเรคชั่นผู้กำกับ Max Ophüls ถ้าไม่ถูกบดบังวิสัยทัศน์ คาดว่าผลลัพท์ต้องออกมาดียอดเยี่ยมกว่านี้แน่

แนะนำคอหนัง Classic Romance รักเขาข้างเดียว, หลงใหลบทเพลงคลาสสิก Mozart, Strauss, แฟชั่นดีไซเนอร์ ออกแบบเสื้อผ้าหน้าผม ฉากพื้นหลัง, แฟนๆผู้กำกับ Max Ophüls และนักแสดงนำ Joan Fontaine, Louis Jourdan ไม่ควรพลาด

จัดเรต PG กับความหมกมุ่นในรักข้างเดียว

คำโปรย | จดหมายรัก Letter from an Unknown Woman ของ Max Ophüls คงยอดเยี่ยมได้กว่านี้ ถ้าไม่ถูกบดบังวิสัยทัศน์จาก Hollywood
คุณภาพ | คลาสสิก
ส่วนตัว | ชื่นชอบ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of