Letter Never Sent (1960)

Letter Never Send

Letter Never Sent (1960) USSR : Mikhail Kalatozov ♥♥♥♥

หนึ่งในภาพยนตร์ขาว-ดำ มีความสวยงามที่สุดในโลก, เรื่องราวของนักธรณีวิทยา 4 คน ออกสำรวจค้นหาสายแร่เพชรในดินแดนแถบไซบีเรีย แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันประจบกับฤดูหนาวกำลังย่างกรายเข้ามา พวกเขาจึงต้องพยายามหาทางดิ้นรนเอาตัวรอด

หนังแนว Survival ที่มีความสวยงาม ทรงพลัง มักไม่ใช่แค่เรื่องราวหรือตัวละครที่ต้องทนทุกข์ยากลำบาก แต่ยังทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ ขนแบกหามอุปกรณ์กล้อง บุกป่าฝ่าดง เสี่ยงท้าความตายเข้าไปยังสถานที่จริง นับตั้งแต่ Nanook of the North (1922), Way Down East (1920), Letter Never Sent (1960), Aguirre, the Wrath of God (1972) ล่าสุดก็ The Revenant (2015) ยังคงพบเห็นได้อยู่เรื่อยๆ ผู้กำกับที่มีทัศนะ ‘ความยากลำบากในการสร้างสรรค์ คือส่วนล้ำค่าที่สุดในผลงานศิลปะ’

Letter Never Sent เป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายขีดความสามารถผู้สร้าง และข้อจำกัดของเทคโนโลยีสมัยนั้น มีหลายฉากทำให้ผมอ้าปากค้าง และ 1 ช็อตตะลึงงัน เมื่อธรรมชาติได้แปรสภาพกลายเป็นนามธรรมแห่งความว่างเปล่า ตัวละครเดินจากด้านซ้ายไปขวา ท่ามกลางพายุหิมะขาวโพลนหมดจรด และพระอาทิตย์ปรากฎขึ้นลอยเหนือศีรษะ ก็ไม่รู้ฉากนี้ถ่ายทำสถานที่จริงหรือในสตูดิโอ แต่ถือว่ามีความสวยงามตราตรึง ทรงพลังอย่างที่สุด

(คุณอาจฉงนสงสัย นี่มันภาพอะไร สวยตรงไหน? ไปหาหนังดูเสียนะครับ แล้วอาจรับรู้ได้โดยพลัน)

Mikhail Kalatozov (1903 – 1973) ผู้กำกับสร้างภาพยนตร์สัญชาติ Georgian เกิดที่ Tiflis, Russian Empire (ปัจจุบันประเทศ Georgia) ในครอบครัวผู้ดีชั้นสูงตระกูล Amirejibi เรียนจบเศรษฐศาสตร์ แต่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆเพราะยังไม่ถูกใจ ก่อนลงเอยเป็นนักแสดง ตามด้วยตากล้อง ผู้กำกับสารคดีอาทิ Salt for Svanetia (1930) ฯ พอพ้นยุคหนังเงียบสมัครเรียนที่ Russian State Institute of Performing Arts จบออกมาย้ายไปอยู่ Leningrad ทำงานกับ Lenfilm สร้างภาพยนตร์ชวนเชื่อในช่วงสงครามโลกหลายเรื่อง

หลังจากได้พบเจอรู้จัก ร่วมงานกับตากล้อง Sergei Urusevsky ครั้งแรกเรื่อง The First Echelon (1955) มีสามผลงาน Masterpiece ตามมา The Cranes Are Flying (1957), Letter Never Sent (1960), I Am Cuba (1964) ได้ทำการปฏิวัติภาษาภาพยนตร์ เทคนิคการถ่ายภาพไปโดยสิ้นเชิง รับชมสมัยนี้ยังคงได้อึ้งทึ่งอ้าปากค้างอย่างแน่นอน

หลังจากความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ The Cranes Are Flying (1957) คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes ผลงานถัดมาเลือกดัดแปลงละครเวทีที่กำลังได้รับความนิยมใน Moscow Theater เรื่อง Neotpravlennoye pismo แต่งโดย Valeri Osipov (1930 – 1987) นักเขียนที่ชื่นชอบการผจญภัย เดินทางไปทั่วรัสเซียเพื่อสรรหาแรงบันดาลใจ

เกร็ด: Osipov รวมเล่มตีพิมพ์นิยายเล่มนี้เมื่อปี 1973

เรื่องราวการผจญภัยหาสายแร่เพชรของสามนักธรณีวิทยา Fedorovich Sabinin (รับบทโดย Innokenti Smoktunovsky), Tanya (รับบทโดย Tatyana Samojlova), Andrei (รับบทโดย Vasili Livanov) และหนึ่งไกด์นำทาง Sergey Stepanovich (รับบทโดย Yevgeni Urbansky) ออกเดินทางโดยเครื่องบิน มุ่งตรงสู่ Taiga ป่าเขตหนาว (Boreal Forest) หรือป่าหิมะ (Snow Forest) ชีวนิเวศบนดิน มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กินพื้นที่ตั้งแต่ทวีปยุโรป สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ รัสเซีย ข้ามทวีปมายังอเมริกาและแคนาดา

(ในรูป สีเขียวคือพื้นที่ของอาณาเขตของ Taiga)

นำแสดงโดย Innokenty Smoktunovsky (1925 – 1994) นักแสดงเจ้าของฉายา ‘King of Soviet Actors’ เกิดที่ Tatyanovka, หมู่บ้านเล็กๆใน Siberian หลังเข้าร่วมกองกำลังทหารแดงช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นนักแสดงละครเวทีที่ Krasnoyarsk ก่อนย้ายมา Moscow ได้รับคำชักชวนจาก Georgy Tovstonogov สู่คณะ Bolshoi Drama Theatre โด่งดังจากการแสดงเรื่อง The Idiot (ดัดแปลงจากบทละครของ Fyodor Dostoyevsky เรื่องที่ผู้กำกับ Akira Kurosawa เคยสร้างภาพยนตร์ปี 1951) ทำให้ได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์เล่นหนังเรื่องแรก Nine Days of One Year (1962) สร้างโดย Mikhail Romm, ประสบความสำเร็จระดับนานาชาติกับ Hamlet (1964) ขนาด Laurence Olivier ยังเอ่ยปากชื่นชม คว้ารางวัล Lenin Prize เข้าชิง BAFTA Award: Best Actor, ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Letter Never Sent (1960), Watch Out for the Automobile (1966), Tchaikovsky (1969), Uncle Vanya (1970), The Mirror (1975) ของผู้กำกับ Andrei Tarkovsky, Little Tragedies (1979) ฯ

รับบท Fedorovich Sabinin หัวหน้ากลุ่มสำรวจทางธรณีวิทยา มีประสบการณ์ออกเดินทางหาสายแร่เพชรมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยพบเจออะไร มักใช้เวลาว่างนั่งข้างกองไฟเขียนจดหมาย หวนระลึกนึกถึงภรรยาแต่ไม่เคยได้ส่งถึงสักฉบับ

หนังมีถ่าย Close-Up ภาพระยะใกล้ค่อนข้างเยอะ ทำให้นักแสดงต้องถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสีหน้าดวงตา ต้องชมเลยว่าโคตรสมจริง ทั้งความหวาดกลัว หนาวเหน็บ ทุกข์ทรมาน คงเพราะพวกเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆระหว่างการถ่ายทำ, ฉากหนึ่งช่วงท้าย ขณะที่ Smoktunovsky เกาะท่อนไม้ไหลล่องลอยไปในกระแสน้ำ (เล่นเองไม่มีสตั๊นแมน) ชวนให้หวนระลึกถึง Lillian Gish ในเรื่อง Way Down East (1920) ของผู้กำกับ D. W. Griffith เป็นอย่างยิ่ง และช็อตหนึ่งที่ตัวละคร Sabinin เอามือข้างหนึ่งเคลื่อนปัดจุ่มลงในน้ำ นี่คงเป็นการเคารพคารวะหนังเรื่องนี้แน่ๆ

ตัวละครนี้ถือเป็นตัวแทนของผู้นำ(ประเทศ) ศูนย์รวมทางใจ ที่พึ่งพิงพาของทุกคนได้ฝากความหวังเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตัวเขาต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง ไปถึงจุดหมายปลายทางจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพื่อส่งต่อความหวังและความฝันให้คนรุ่นถัดไปได้มีอนาคตที่สดใส

Tatiana Samoilova (1934 – 2014) นักแสดงหญิงสัญชาติ Russian เกิดที่ Leningrad, Soviet Union (ปัจจุบันคือ St. Petersburg, Russia) เชื้อสาย Jews เป็นลูกสาวคนเดียวของนักแสดง Yevgeny Samoilov วัยเด็กมีความสนใจบัลเล่ต์และเรียนดนตรีจากแม่ เข้าเรียน Stanislavsky and Nemirovich-Danchenko Music Theatre จบออกมากลับเกิดความเบื่อหน่ายบัลเล่ต์ เปลี่ยนไปเรียนการแสดงที่ Boris Shchukin Theatre Institute กลายเป็นนักแสดงละครเวที ได้รับการชักชวนจาก Mikhail Kalatozov แสดงนำเรื่อง The Crane Are Flying (1957) โด่งดังชั่วข้ามคืน จนได้รับติดต่อให้ไปเล่นหนัง Hollywood แต่ถูกรัฐบาลของโซเวียตปิดกั้น (ช่วงนั้นสงครามเย็นกำลังคุกรุ่น) เลยสูญเสียสิ้นหมดโอกาส, ผลงานเด่นอื่นๆของเธอ อาทิ Letter Never Sent (1960), Anna Karenina (1967) ฯ

Tanya หญิงสาวจบใหม่ ออกสำรวจหาสายแร่เพชรนี้เป็นครั้งแรก, เธอเป็นคนรักของ Andrei ชื่นชอบความตื่นเต้น การผจญภัย เต็มเปี่ยมด้วยความเพ้อฝันทะเยอทะยาน ต้องการประสบพบเจอความสำเร็จ จะได้ใช้ชีวิตอิสระเริงร่าในเมืองหลวง

เสน่ห์ความงามของ Samoilova ช่างตราตรึงยิ่งนัก เธอเป็นตัวแทนความฝันของคนรัสเซียรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่ความอยากมีชีวิตที่สะดวกสบาย แต่เปี่ยมด้วยอุดมการณ์เสริมสร้างประเทศชาติให้มีความยิ่งใหญ่ มั่นคง เจริญรุ่งเรือง, ด้านการแสดงถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะตัวละครมีความหลากหลายทางอารมณ์ค่อนข้างสูง สุข-ทุกข์ ยิ้มแย้ม สดใส ยินดีปรีดา หวาดระแวง ขลาดเขลา สั่นกลัว ฯ มีความครบเครื่องเล่นได้ทุกบทบาทอย่างสมจริง ขาดเพียงโอกาสในความก้าวหน้า ทั้งๆที่สามารถค้างฟ้ายิ่งใหญ่ไปได้กว่านี้ แต่กลับเกษียณออกจากวงการเมื่อปี 1975

Vasily Livanov (เกิดปี 1935) นักแสดง นักเขียน ผู้กำกับสร้างภาพยนตร์/อนิเมชั่น เกิดที่ Moscow, ทั้งพ่อและปู่เป็นนักแสดงละครเวทีและผู้กำกับที่ Moscow Art Theatre เติบโตขึ้นห้อมล้อมด้วยนักแสดงชื่อดังมากมาย เข้าเรียนการแสดงที่ Boris Shchukin Theatre Institute จบออกมาได้รับบทนำแจ้งเกิดใน Letter Never Sent (1960) ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ The Bremen Town Musicians (1969), ภาพยนตร์ซีรีย์ Sherlock Holmes ตอน The Hound of the Baskervilles (1981) ฯ

Andrei หนุ่มแว่นจบใหม่ คนรักของ Tanya ออกสำรวจหาสายแร่เพชรนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน นิสัยรักสงบหลงใหลในธรรมชาติผืนป่า แต่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นหาความวุ่นวายใส่ตัว มีความเฉลียวฉลาดเก่งคณิตศาสตร์ และพร้อมเสียสละตนเองเพื่อบางสิ่งที่สำคัญกว่า

มีฉากหนึ่งที่ Livanov กับ Samoilova จะต้องร้องไห้อย่างเสียสติขณะหลงป่า ผู้กำกับ Kalatozov ตัดสินใจให้พวกเขาแหกปากกันท่ามกลางสภาพอากาศหิมะกำลังตก อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส ผลลัพท์ทำให้ Livanov เสียงหายเป็นเวลาสองสัปดาห์ ซึ่งพอเริ่มพูดได้ใหม่กลับแหบแห้งเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แต่นั่นกลายเป็นเอกลักษณ์จุดขายใหม่ที่ใครๆต่างชื่นชอบหลงใหล

หนุ่มแว่นมีความเพ้อฝันทะเยอทะยาน แต่จะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับหญิงสาว ทั้งสองพบเจอตกหลุมรักแรกพบ คงเพราะสามารถเติมเต็มกันและกันได้อย่างดี, ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของตรรกะ หลักการและเหตุผล ไม่ได้อยากเสียสละตนเอง แต่เพราะหน้าที่และแนวโน้มความเป็นไปได้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนอื่นสามารถเอาตัวรอดได้ ฉันเลยต้อง…

Yevgeni Urbansky (1932 – 1965) นักแสดงสัญชาติ Russian เกิดที่ Moscow มีชื่อเสียงจาก Kommunist (1958), Ballad of a Soldier (1959), Letter Never Sent (1960), Clear Skies (1961) ฯ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่น่าเสียดายอายุสั้นไปหน่อย เสียชีวิตขณะกำลังเล่นสตั๊นหนังเรื่องหนึ่ง

รับบทไกด์นำทาง Sergey Stepanovich เป็นคนเลือดร้อน หัวรุนแรง แต่มีความอ่อนโยน จิตใจกล้าหาญลูกผู้ชาย ในชีวิตตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่ง ทั้งๆที่รู้ว่าเธอมีแฟนแล้วแต่ยังหวนคำนึงถึง ไม่คิดจะแย่งชิงแต่อยากได้มาครองคู่

แค่ภาพลักษณ์ของ Urbansky ก็สร้างมิติตัวละครให้ดูน่ากลัว อันตราย แต่แท้จริงแล้วภายในกลับอ่อนไหว นุ่มนวล แค่ไม่รู้จะแสดงออกมาอย่างไรเพราะมันฝืนธรรมชาติของตนเอง, ตัวละครนี้ถือเป็นตัวแทนของวีรบุรุษผู้เสียสละแบบไม่คิดชีวิต เพื่ออุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าตน ทั้งเรื่องความรักและชีวิต

ถ่ายภาพโดย Sergey Urusevsky (1908 – 1904) ตากล้องระดับตำนานของ Russian เกิดที่ St. Petersburg เรียนจบจาก Imperial Academy of Arts ทำงานเป็น Camera Operator ตั้งแต่ปี 1937 มีชื่อเสียงจาก The Village Teacher (1947), Dream of a Cossack (1951) ฯ แต่ไฮไลท์ในอาชีพเกิดขึ้นเมื่อร่วมงานกับผู้กำกับ Mikhail Kalatozov

ใน The Cranes Are Flying (1957) ถือเป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ ที่การถ่ายภาพเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ ราวกับเป็นตัวละครหนึ่งของหนัง ด้วยเทคนิคถือกล้องเคลื่อนไหวไปมา (Handheld Camera), ยื่นเข้าหา, เหวี่ยงสะบัด, ซูมเข้าออก, Long-Take ยาวๆ ฯ สำหรับ Letter Never Sent ยังคงมุ่งเน้นการทดลองเพื่อสื่อความรู้สึกของหนังออกมาผ่านการถ่ายภาพ แต่จะมุ่งเน้นเพื่อก้าวผ่านข้อจำกัด ไปจนถึงจุดสุดที่เทคโนโลยีการถ่ายภาพขาว-ดำ สามารถนำเสนอได้ อาทิ มุมกล้องแปลกๆ, ถ่ายย้อนแสง เห็นพระอาทิตย์ตลอดเวลา, ค้นระยะไกลสุดที่สามารถมองเห็นได้, Fast-Forward, การใช้แสงธรรมชาติล้วนๆ ฯ

จริงๆมันก็มีหลายฉากที่สังเกตได้ว่าถ่ายทำในสตูดิโอ แต่บางฉากก็มีความก้ำกึ่งมากๆ ผมเองก็ยืนยันไม่ได้แยกไม่ออกทั้งหมด เพราะมีความกลมกลืนไปกับหนังอย่างแนบเนียนลงตัว

Prologue เริ่มต้นออกเดินทาง ช่วงเวลาประมาณ 5 นาทีแรกของหนัง ประกอบด้วย 5 Sequence (ความยาวไม่น้อยกว่า 30 วินาที) ช็อตแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไร ตั้งกล้องบนเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆบินทะยานขึ้น จากเห็นเพื่อนๆพรรคพวกวิ่งตามโบกมือลา ค่อยๆไกลลิบหายตาจนเหลือเป็นเพียงจุดเล็กๆมองอะไรแทบไม่เห็นแล้ว ซีนนี้ถือเป็นการทดลองเพื่อค้นหาระยะไกลสุดของกล้องที่จะสามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัด สำหรับการวิเคราะห์ตีความมีหลากหลายมาก อาทิ การเริ่มต้นเดินทางผจญภัย, เปรียบเทียบจุลภาคเป็นมหภาค, สะท้อนความสำคัญของมนุษย์ต่อธรรมชาติ ฯ

ช็อตที่สองตั้งกล้องไว้เฉยๆหยุดนิ่ง ให้นักแสดงเดินผ่านขณะลากเรือเข้าฝั่ง
ช็อตที่ 3-4 กล้องเคลื่อนติดตามตัวละคร (Tracking Shot) เข้าไปในพงไม้รกชัก
ช็อตที่ 5 เป็นการแพนกล้องจากมุมสูง เห็นนักแสดงเดินจากฝากหนึ่งไปอีกฝากหนึ่ง ขึ้นเรือพายล่องจากไป

ระหว่างชมหนังเรื่องนี้ ให้ตระหนักไปด้วยถึงข้อจำกัดของกล้องถ่ายภาพในยุคสมัยนั้น แล้วคุณจะรู้สึกว่าแค่ 5 ช็อตเปิดเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย เต็มไปด้วยความยุ่งยากวุ่นวายอย่างยิ่ง ไม่ได้มีความง่ายดายหยิบมือถือขึ้นมาก็ถ่ายได้แล้วเหมือนปัจจุบัน

– Lawrence of Arabia (1962) คือภาพยนตร์ที่ท้าทายขีดจำกัดของกล้อง Panavision ฟีล์ม 70mm สี Technicolor ด้วยความกว้างใหญ่ยาวไกลที่สุดในโลกทะเลทราย,
– ขณะที่ Letter Never Sent (1960) คือภาพยนตร์ที่ท้าทายขีดจำกัดของกล้องถ่ายภาพยุคก่อน ฟีล์มขาว-ดำ ไม่ใช่แค่ระยะไกลสุด แต่ยังเร่าร้อน-หนาวเหน็บที่สุดอีกด้วย

แทบทุกฉากของหนังถ่ายทำยังสถานที่จริง ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถควบคุมการจัดแสงได้เลย ต้องพึ่งพาใช้แสงจากธรรมชาติล้วนๆ, อาจยกเว้นในเต้นท์นี้กระมัง ที่มีตะเกียง กองไฟ สามารถใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง จัดวางตำแหน่งดีๆ สามารถมองเห็นใบหน้าของทั้ง 4 ได้ชัดทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้หลายช็อตที่ถ่ายติดพระอาทิตย์ (หรือบางครั้งอาจจะพระจันทร์) จึงเป็นภาพย้อนแสง เราจึงมองเห็นด้านหน้า/ใบหน้าของนักแสดง มีความมืดมิดดำสนิท, ภาพลักษณะนี้จะเริ่มเห็นตั้งแต่หลังไฟป่ามาเยือน เป็นเหตุให้พวกเขาพากันหลงป่า มืดบอดต่ออนาคต มองไม่เห็นว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไร ซึ่งพระอาทิตย์ที่ถ่ายติดแทบทุกช็อตนับจากนี้เช่นกัน เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แทนเป้าหมายของพวกเขา แสงสว่าง/หนทางออกที่ปลายทางความมืดมิด

ช็อตนี้เมฆบดบังดวงอาทิตย์ คือความหวังเลือนลางชอบกล

เนื่องจากการใช้กล้อง Handheld ถ่ายทำแบบ Long-Take ทำให้ตากล้องสามารถตามติดตัวละคร บางครั้งอยู่เฉยๆให้นักแสดงเดินเข้ามาหาหรือออกห่าง โฉบเฉี่ยวซ้ายขวา หลบต้นไม้ไปมา กระโดดน้ำลุยโคลน หรือแม้แต่เสี่ยงตายวิ่งผ่านกองเพลิง (ในฉากเสี่ยงตาย ผมว่าตากล้องมีความเสี่ยงสูงกว่านักแสดงมากๆ เพราะต้องถือกล้องเดินวิ่งไปตามด้วย หนักก็หนัก แถมถ้าล้มมาทีจบเห่ได้ตายแน่ๆ)

สำหรับภาพ Close-Up คงเป็นช็อตนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่จะถ่ายทำในสตูดิโอ เพราะพื้นหลังดูไม่ค่อยแนบเนียนเป็นธรรมชาติเสียเท่าไหร่, ในค่ำคืนที่แสนหนาวเหน็บ ชายหนุ่มและหญิงสาวในผ้าห่มผืนเดียวกัน กายใจของพวกเขาเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ทำอะไรไม่ได้นอกจากเงยหน้าแหงนมองท้องฟ้า ราวกับจะอธิษฐานขอพรพระผู้เป็นเจ้าบนสรวงสวรรค์ ดลบันดาลให้สามารถเอาตัวรอดข้ามพ้นผ่านวันคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ซ้อนภาพเป็นเทคนิคคลาสสิกที่ใช้สื่อความหมายการครุ่นคิดถึง หรือแสดงพลังอารมณ์ความต้องการที่อยู่ภายใน
– ตอนต้นเรื่อง Sabinin หวนคิดถึงภรรยาที่อยู่ห่างไกล ใบหน้าของเธอซ้อนทับเข้ากับเขา นัยยะถึงความเป็นของ’กันและกัน’
– ไฟ มักเป็นสัญลักษณ์ของ Passion ความเร่าร้อนแรง ตัณหาราคะ ซึ่งในบริบทนี้ มีการซ้อนทับใบหน้านักแสดง ตามด้วยขณะกำลังขุดดินหาสายแร่เพชร นัยยะถึง ‘ไฟแห่งการทำงาน’ เชื้อเพลิงพลังงานที่คอยกระตุ้นให้พวกเขาทำตามความฝันได้สำเร็จดั่งใจ
– ช่วงท้ายระหว่างที่ Sabinin กำลังลอยคอไหลตามกระแสน้ำ เป็นการซ้อนภาพ ‘ความฝัน’ หรือจะมองว่าคืออาการหลงละเมอ เห็นภาพหลอนก็ยังได้ เต็มไปด้วยความระยิบระยับ (สื่อถึง เพชรที่พวกเขาได้ค้นพบ) และภรรยาคนรักมาคอยให้กำลังใจ ฉุดรั้งไว้ไม่ยอมให้รีบตายจากไป

การที่หนังใช้ ‘ไฟป่า’ เป็นสิ่งทำลายความหวัง/ความเพ้อฝัน/ความสำเร็จของพวกเขา สะท้อนถึง ‘ไฟแห่ง passion’ ความต้องการที่เร่าร้อนรุนแรงสุมอยู่เต็มอก สักวันหนึ่งที่มันเกิดปะทุเพลิงขึ้นมา ย่อมสามารถมอดไหม้ทำลายทุกสิ่งอย่างที่สร้างมาให้กลายเป็นจุนได้

ตัดต่อโดย N. Anikina, เราสามารถแบ่งเรื่องราวออกได้เป็นสองช่วง
– ครึ่งแรก เป็นการผจญภัยค้นหาสายแร่เพชร เพื่อความฝัน อุดมการณ์ และความสำเร็จ ไม่ใช่แค่กับพวกเขาทั้งสี่ แต่คือความภาคภูมิใจของชาว Russia ทั้งประเทศ
– ครึ่งหลัง เมื่อสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้พวกเขาทั้งหลายต้องหาทางต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วย’ตัวเอง’ ไม่มีความช่วยเหลือใดๆสามารถเข้าถึง

หนังมีการใช้ Cross-cutting ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะกับครึ่งหลัง (ครึ่งแรกจะชอบการซ้อนภาพมากกว่า) เพื่อสร้างความต่อเนื่องที่แสนยาวนานให้กับการเดินทางไม่รู้จักสิ้นสุด

เพลงประกอบโดย Nikolai Kryukov (1908 – 1961) นักแต่งเพลงยอดฝีมือสัญชาติ Russian, ผลงานเด่น อาทิ Admiral Nakhimov (1946), The Tale of the Siberian Land (1948), Symphony of Life (1948), Letter Never Sent (1960) ฯ

หนังมีบทเพลงที่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีลักษณะ Expression สะท้อนอารมณ์ของแต่ละฉากได้อย่างตรงไปตรงมา มักใช้การเน้นเสียงเครื่องดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่ง (คล้ายๆ Sonata) โดดเด่นขึ้นมาจนสร้างสัมผัสที่แปลกประหลาด อาทิ Opening Credit จะมีเสียงเครื่องเป่า ไม่แน่ใจทูบาหรือเปล่า เสียงทุ้มต่ำลากยาวไปจนสุดลมหายใจแล้วยังดังอยู่ (ลักษณะนี้มันเข้ากับการถ่ายภาพ Long-Take ของหนังเหลือเกินนะ)

ในฉากที่ Tanya กับ Andrei กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจสุดเหวี่ยง ออกวิ่งฝ่าดงพงไม้อย่างรวดเร็วไม่สนใจอะไรรอบข้าง มุมกล้องมีทั้งติดตามด้านหลัง เคลื่อนด้านข้าง แล้ว Fast-Forward รวดเร็ว 2-3 เท่า บทเพลงในช่วงขณะนี้มีการไล่เสียงตัวโน๊ตไปมาราวกับขึ้น Roller coaster ในสวนสนุก แต่ให้สัมผัสอันเริงร่า สุขล้น ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

ไฮไลท์ของบทเพลงอยู่ช่วงที่ Sabinin สูญเสียเพื่อนร่วมเดินทางคนสุดท้าย ออกเดินทางต่อด้วยตัวคนเดียว บนเส้นทางที่เปล่าเปลี่ยว คุณอาจไม่ได้ตั้งใจฟังขณะที่เขาเดินผ่าน แต่มันมีเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆคลอเป็นพื้นหลัง ให้สัมผัสอันล่องลอย สิ้นหวัง ชีวิตใกล้ถึงจุดสิ้นสุด

“Those who are in any field of human activity, whether it is the development of wild abandoned land or a daring breakthrough into space, those who went and go the difficult road of the first, to Soviet people, this film is dedicated.”

ข้อความขึ้นต้นของหนังเรื่องนี้ เป็นการจ่าหัวจดหมายให้กำลังใจ ส่งถึงบุคคลผู้เป็น ‘นักบุกเบิก’ สำรวจหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นบนโลก, แต่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะสามารถทำสิ่งที่วาดฝันสำเร็จสมประสงค์ มีผู้ชนะย่อมต้องมีผู้แพ้ ความสำเร็จหนึ่งมาพร้อมกับความล้มเหลวของคนอื่น ทั้งสี่ตัวละครนักสำรวจของหนัง ก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถหวนกลับคืนพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่

เช่นกันสำหรับนักบุกเบิกภาพยนตร์, ถ้าใครติดตามวงการหนังของ Russia จะรู้ว่าทศวรรษ 50s เป็นช่วงขาลงของประเทศที่เคยยิ่งใหญ่ระดับมหาอำนาจโลก เพราะถึงช่วงวัยโรยราจากไปของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อย่าง Sergei Eisenstein, Vsevolod Pudovkin, Alexander Dovzhenko ฯ แล้วขาดทายาทสืบทอดสานต่อความยิ่งใหญ่ ใกล้เคียงสุดในทศวรรษนั้นก็คือ Mikhail Kalatozov เพราะการได้ร่วมงานกับตากล้อง Sergei Urusevsky สร้างสรรค์บุกเบิกสิ่งที่จะกลายเป็นภาษาภาพยนตร์รูปแบบใหม่ในยุค Modern Cinema ก่อนการมาถึงของ Andrei Tarkovsky, Sergei Parajanov ฯ

ในทศวรรษแห่งสงครามเย็น หนังเรื่องนี้ย่อมพยายามสื่อถึงการแข่งขัน/สำรวจอวกาศ ที่ขณะนั้นกำลังจะถึงจุดส่งมนุษย์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ชัยชนะตกเป็นของรัสเซีย Yuri Gagarin กับยาน Vostok โคจรรอบโลกวันที่ 12 เมษายน 1961 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 29 นาที ที่ระดับความสูง 187 ไมล์ (301 กิโลเมตร) ถือเป็นนักบินอวกาศคนแรกของโลกที่สามารถเดินทางรอบโลก แล้วหวนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

เมื่อพิจารณาถึงประเด็นนี้ คุณอาจได้กลิ่นตุๆของการชวนเชื่อ (Propaganda) เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างทัศนคติให้กับชาวรัสเซียในยุคสมัยสงครามเย็น มีความกล้าหาญเสียสละตนเอง ภาคภูมิใจเมื่อได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ, แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยติดใจประเด็นนี้สักเท่าไหร่ เพราะผมมัวแต่เพลิดเพลินกับการรับชมความงดงามของภาพและเสียง จนแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเนื้อเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหน มีสาระประโยชน์เช่นไร

เดิมนั้นหนังวางโปรแกรมฉายที่เทศกาลหนังเมือง Cannes แต่ต้องยกเลิกไปเพราะสร้างไม่เสร็จทัน (ถ้าได้ฉาย มีแนวโน้มสูงมาที่จะคว้าสักรางวัลติดมือกลับไปแน่นอน) นี่ทำให้พอออกฉายในรัสเซีย ไม่ได้รับการสนับสนุนส่งออกต่างประเทศมากเท่าที่ควร (คงเพราะถูกมองว่าเป็นแนวชวนเชื่อ) ผู้ชมต่างประเทศสมัยนั้นจึงแทบจะไม่รู้จักคุ้นหู จนกระทั่ง Francis Ford Coppola เมื่อปี 1995 ควักทุนส่วนตัวเพื่อทำการบูรณะ Restoration นำจัดจำหน่ายออกฉายในอเมริกา

ถ้าคุณเคยรับชม The Revenant (2015) ของผู้กำกับ Alejandro G. Iñárritu และตากล้องคู่ใจ Emmanuel Lubezki คงจะรู้สึกว่ามีความใกล้เคียงกับหนังเรื่องนี้มาก แต่ผมไปอ่านเจอว่า Iñárritu ให้สัมภาษณ์บอกว่า เพิ่งได้รับชมหนังเรื่องนี้ภายหลังสร้าง The Revenant เสร็จสิ้นแล้ว (แต่ The Cranes Are Flying กับ I Am Cuba เคยรับชมก่อนหน้านี้แล้วตามคำแนะนำของ Martin Scorsese) ไม่น่าเชื่อว่าจะมีความทรงพลังยิ่งใหญ่ใกล้เคียงกันขนาดนี้

“It’s funny, I recently saw Letter Never Sent, and I thought, thank god I never saw this, because I would have been paralyzed by it. It literally is powerfully close to The Revenant from a physical and visual experience.

– Alejandro Gonzalez Iñárritu ให้สัมภาษณ์กับ Deadline.com

ส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เต็มอิ่มหนำเพลิดเพลินกับความงดงามของการถ่ายภาพ เพลงประกอบอันทรงพลัง และความน่ารักน่าชังของ Tatyana Samojlova ที่จะตราติดตรึงใจผมตลอดไป, จริงๆถ้าหนังไม่ได้มีกลิ่นตุๆของการชวนเชื่ออยู่นะ คงได้หลงรักคลั่งไคล้ยิ่งๆกว่านี้เป็นแน่

แต่ถ้าแยกการให้คะแนนออกเป็น ภาพและเสียงเต็ม 10, การแสดงความทุ่มเทสัก 8, เนื้อเรื่องให้แค่ 5-6 เฉลี่ยแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่หนังอาจไม่สนุกเท่าไหร่ แต่ความงดงามเลอค่าทางศิลปะนั้นสมบูรณ์แบบ

แนะนำกับคอหนังแนว Survival ต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด, มีความสนใจหรือเคยท่องเที่ยว Russia ชื่นชอบ Siberia, นักธรณีวิทยา นักสำรวจทั้งหลาย, ช่างภาพ ตากล้องถ่ายทำภาพยนตร์, รู้จัก Mikhail Kalatozov, Sergei Urusevsky และนักแสดงนำ Tatyana Samojlova กับ Innokenti Smoktunovsky ไม่ควรพลาด

จัดเรต 15+ กับบรรยากาศ ความบ้าคลั่งของธรรมชาติ และความตาย

TAGLINE | “Letter Never Sent ของผู้กำกับ Mikhail Kalatozov และ Sergei Urusevsky ได้รับการส่งต่อ เปิดออกอ่านถึงมือผู้รับเรียบร้อยแล้ว”
QUALITY | RARE
MY SCORE | LIKE

 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of