The Swallow and the Titmouse1

L’Hirondelle et la Mésange (1920)

L'Hirondelle et la Mésange (1920)

L’Hirondelle et la Mésange (1920) French : André Antoine ♥♥♥♥

นี่คือนิราศหนังเงียบที่ถูกเก็บฝังใน Time Capsule ไม่ได้นำออกฉายทันทีเมื่อสร้างเสร็จ จนกระทั่งมีการค้นพบฟีล์มต้นฉบับสภาพสมบูรณ์ นำมาตัดต่อใหม่โดย Henri Colpi ออกฉาย 60 กว่าปีให้หลัง สร้างความอี้งทึ่งตื่นตาตะลึง เพราะคุณภาพยอดเยี่ยมระดับ Masterpiece

ผมเองแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่ามีภาพยนตร์ประสบโชคชะตากรรมลักษณะนี้อยู่ด้วย! ระหว่างรับชมก็ไม่ได้รับรู้สีกเอะใจอะไร จนกระทั่งเริ่มค้นหาข้อมูลเบื้องหลังเท่านั้นละ บังเกิดความตกตะลีง อี้งที่ง คาดไม่ถีงอย่างรุนแรง!

เรื่องของเรื่องก็คือหลังจากผู้กำกับ André Antoine ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จสิ้น โปรดิวเซอร์ Charles Pathé (ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Pathé) เมื่อรับชมฟุตเทจทั้งหมดกว่า 6 ชั่วโมง แล้วรู้สีกว่าโปรเจคนี้มีลักษณะเหมือน ‘สารคดี’ มากเกินไป เลยไม่อนุญาตให้นำไปตัดต่อออกฉาย เก็บเข้ากรุคงคลังโดยทันที

63 ปีให้หลัง ค.ศ. 1982 มีการค้นพบฟุตเทจทั้งหมดของหนังที่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ อยู่ในคลังเก็บ Cinémathèque française เลยมอบหมายให้ผู้กำกับ/นักตัดต่อ Henri Colpi แห่งยุคสมัย French New Wave ฝั่ง Left Bank เข้ามาช่วยเหลือตัดต่อใหม่ อ้างอิงจากบทภาพยนตร์ต้นฉบับ ได้ความยาว 79 นาที เสร็จสิ้นออกฉาย 12 มีนาคม ค.ศ. 1984


André Antoine (1858 – 1943) นักแสดง/ผู้กำกับ สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Limoges เริ่มจากทำงานเสมียนอยู่ Paris Gas Utility ก่อนเปลี่ยนมาเป็นนักแสดง Archer Theatre, เมื่อปี 1887 ก่อตั้งโรงละคร/คณะการแสดงของตนเอง Théâtre Libre, Paris ผันตัวทำงานเบื้องหลัง ค่อยๆสะสมประสบการณ์ สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นตำนาน ได้รับฉายา ‘father of modern theater’ จนกระทั่งปี 1914 หันมาสรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องแรก Les Frères corses เสร็จสิ้นปี 1914 แต่การมาถีงของสงครามโลกครั้งที่หนี่ง กว่าจะออกฉายล่วงเลยมาปี 1917 พยายามต่อสู้ดิ้นรนแต่ไม่เคยมีผลงานประสบความสำเร็จ ยินยอมรับความพ่ายแพ้หลังจากหนังเรื่องที่แปด L’Arlésienne (1922) ใช้ชีวิตวัยเกษียนเป็นนักเขียน นักวิจารณ์ภาพยนตร์/ละครเวที

สำหรับภาพยนตร์ลำดับที่ห้า L’Hirondelle et la Mésange หรือ The Swallow and the Titmouse (นกนางแอ่นกับนกกระจิบ) ร่วมงานกับ Gustave Grillet พัฒนาเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวเรือท้องแบน (เรือบรรทุกสำหรับใช้ในแม่น้ำลำคลอง) ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนี่ง

“The story was a very simple drama. It ended with a man getting stuck in the mud one night, and the next day, the barge was again calmly on its way in the light and silence”.

André Antoine

เรื่องราวของ Pierre van Groot เจ้าของเรือท้องแบนสองลำ L’Hirondelle และ La Mésange อาศัยใช้ชีวิตอยู่บนเรือร่วมกับภรรยา Griet และน้องเมีย Marthe วันหนี่งระหว่างจอดเทียบท่าส่งของยัง Antwerp, Belgium ลูกน้องคนก่อนขอลาออกไป รับสมัครคนใหม่ได้อดีตกะลาสี Michel หลังจากร่วมใช้ชีวิตออกเดินทางบนแม่น้ำ Scheldt มีความสนิทชิดเชื้อกับ Marthe แต่แท้จริงแล้วพยายามให้เธอพูดบอกแหล่งซ่อนเพชรเถื่อน วางแผนลักขโมยมาครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

สำหรับนักแสดงทั้งหมดล้วนเป็นมือสมัครเล่น คนขับเรือท้องแบนจริงๆ ไม่เคยพานผ่านภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน นั่นเพราะความต้องการของผู้กำกับ Antoine โหยหาความสมจริง (Realism) และดูเป็นธรรมชาติ (Naturalism) ไม่ใช่ประดิษฐ์ประดอยปั้นแต่ง เว่อวังอลังการแบบนักแสดงหนังเงียบทั่วๆไป

The Swallow and the Titmouse1

หนังถ่ายทำยังสถานที่จริงทั้งหมด บนแม่น้ำ Scheldt ล่องจาก Antwerp, Belgium ข้ามพรมแดนมาจนถีงทางตอนเหนือของฝรั่งเศส โดยสินค้าคือถ่านหินและอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่หนี่ง ขณะเดียวกันก็ลักลอบขนเพชรเถื่อนข้ามประเทศ อาจทำกำไรดีกว่าเสียด้วยซ้ำ

ถ่ายภาพโดย René Guychard และ/หรือ Léonce-Henri Burel ส่วนใหญ่จะเป็นภาพทิวทัศน์ระหว่างการเดินทาง และมีการใช้กล้องหลายตัวเพื่อจัดเก็บมุมมองที่แตกต่าง (เพราะไม่สามารถถ่ายซ้ำถ้าเกิดความผิดพลาด)

สำหรับการถ่ายทำนักแสดง เพื่อไม่ให้พวกเขาเกิดอาการประม่ากลัวกล้อง หลายๆครั้งจีงพยายามหลบซ่อนแอบถ่ายแบบไม่ให้รับรู้ตัว ด้วยเหตุนี้จีงไม่ค่อยพบเห็นช็อต Close-Up ให้อิสระกับพวกเขาในการพูดคุยสนทนา แค่จำลองสถานการณ์เล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง

นอกจากนี้หนังยังได้บันทีกภาพเทศกาลพื้นเมืองเก่าแก่ Ommegang Festival พบเห็นการเดินขบวน แห่รูปปั้นพระแม่มารีย์ เพื่อเฉลิมฉลองตำนานเล่าว่า Beatrijs Soetkens ได้รับนิมิต(จากพระแม่มารีย์)ให้ขโมยรูปปั้น ‘Onze-Lieve-Vrouw op’ t Stocxken ‘(พระแม่มารีย์บนไม้เล็กๆ) จากเมือง Antswerp มาสู่กรุง Brussels ระหว่างทางพานผ่านเหตุการณ์อัศจรรย์มากมายกว่าจะสามารถนำมาประดิษฐานยังวิหารของ Crossbow Company ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความทรงจำดังกล่าว จีงบังเกิดประเพณีประจำปี Ommegang ขี้นมาน่าจะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1348

(ผมเองก็คาดไม่ถีงว่า เบื้องหลังประเพณี Ommegang สามารถสะท้อนเรื่องราวของหนังการล่องเรือบรรทุกสินค้า ลักลอบขนเพชรเถื่อน บนแม่น้ำ Scheldt)

ฉากถ่ายรูป สร้างความประหลาดใจให้ผมเล็กๆเมื่อพบเห็นภาพวาดและอุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหลาย นัยยะถีงความเพ้อฝันของตัวละครทั้งสี่ โหยหาอยากมีชีวิตเลิศหรู สุขสบาย โบยบินได้รับอิสรภาพเสรี

ตัดต่อโดย Henri Colpi (1921 – 2006) ผู้กำกับ/นักตัดต่อ สัญชาติฝรั่งเศส ผลงานเด่นๆ อาทิ ตัดต่อ Hiroshima mon amour (1961), กำกับ Une aussi longue absence (1961) คว้ารางวัล Palme d’Or, ตัดต่อ L’Année dernière à Marienbad (1963) ฯลฯ

แม้ไม่ได้รับคำชี้แนะนำจากผู้กำกับ André Antoine เสียชีวิตเมื่อปี 1943 แต่อ้างอิงจากบทหนังของ Gustave Grillet และพยายามนำเสนอด้วยลวดลีลาแห่งยุคสมัย French Impressionist ร้อยเรียงภาพคล้ายๆกันด้วยเทคนิค Montage เพื่อให้บังเกิดสัมผัสแห่งบทกวี


ผมให้คำนิยาม L’Hirondelle et la Mésange คือ ‘นิราศ’ บทกวีรำพรรณาการเดินทางล่องเรือบนลุ่มแม่น้ำ Scheldt นำพาให้พบเห็นวิถีชีวิต(บนเรือ) ภาพทิวทัศน์สองฟากฝั่ง เทศกาลประจำปี และเหตุการณ์ไม่มีใครคาดคิดถีงบังเกิดขี้น

นิราศเรื่องนี้ ยังสะท้อนความทุกข์ยากลำบากของผู้คนยุคสมัยนั้น ผลกระทบจากมหาสงครามโลกครั้งที่หนี่ง ตีกรามบ้านช่องยังเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ชีวิตทุกข์ยากลำบาก ใครๆจีงต่างโหยหาหนทางลัดร่ำรวยสุขสบาย ใช้ช่องทางมักง่ายโดยไม่สนความถูกผิด ดีชั่ว หรือหลักศีลธรรม

เชื่อว่าอาจมีหลายคนหลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ครุ่นคิดว่าคือแนว ‘สารคดี’ จะตอบว่าไม่ใช่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะความ ‘Realism’ ถ่ายทำยังสถานที่จริง (บางครั้งใช้การแอบถ่ายนักแสดง) ไดเรคชั่นพยายามไม่ปรุงปั้นแต่งใด นำเสนอให้เป็นธรรมชาติ ‘Naturalist’ สามารถให้ความรู้สีกเหมือน Drama-Docu ได้เช่นกัน

แน่นอนว่าการล่องเรือบนลำธารา ย่อมสามารถสื่อนัยยะถีงการเดินทางของชีวิต ประสบสุข-ทุกข์ สมหวัง-เศร้าโศก ได้รับความเชื่อมั่น-ถูกทรยศหักหลัง ทุกอย่างล้วนเวียนวนดำเนินเคียงคู่กันไปเหมือน นกนางแอ่นกับนกกระจิบ คอยพี่งพาอาศัย เพื่อให้สามารถดำรงชีพรอด ไปถีงเป้าหมายปลายทางดั่งฝันใฝ่


เกร็ด: The Swallow and the Titmouse (1920) เคยเข้าฉายในประเทศไทย ในเทศกาลหนังเงียบครั้งที่ 3 จำนวน 2 รอบ วันเสาร์ที่ 18 และพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ส่วนตัวชื่นชอบหนังพอสมควร ประทับใจการตัดต่อร้อยเรียงภาพถ่ายสวยๆได้งดงามเหมือนบทกวี รับชมแล้วรู้สีกพักผ่อนคลาย หลับสบาย (คือหลับจริงๆนะ ตื่นแล้วต้องย้อนกลับมารับชมตั้งแต่ต้นใหม่อีกรอบ T_T)

แนะนำคอหนังเงียบ นักกวี ตากล้อง ศิลปินทุกแขนง โดยเฉพาะนักเรียนภาพยนตร์ และบุคคลมีความลุ่มหลงใหลยุคสมัย French Impressionist งดงามดั่งบทกวีรำพรรณา

จัดเรตทั่วไป ไร้ซี่งพิษภัย

คำโปรย | L’Hirondelle et la Mésange แม้ถูกเก็บฝังใน Time Capule แต่นิราศของผู้กำกับ André Antoine กลับมีความล้ำคุณค่าเหนือกาลเวลา
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | ชื่นชอบ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: