Millennium Actress (2001)

Millennium Actress

Millennium Actress (2001)

อนิเมะฟีล์มวันนี้ เป็นเรื่องราวกึ่งอัตชีวประวัติของ Setsuko Hara หรือที่คนญี่ปุ่นมักจะจดจำเธอได้ในบท Noriko ของ Yasujirō Ozu แต่ใช่ว่าเธอจะเล่นแต่หนังของ Ozu เท่านั้น ยังมีหนังอีกมากที่คนสมัยนี้ไม่รู้จัก การได้ดูหนังเรื่องนี้ก็ทำเอาผมอยากตามหาหนังของเธอหลายๆเรื่องมาดู เพื่อจะได้เข้าใจเรื่องราวในหนังเรื่องนี้มากขึ้น

ผลิตโดยสตูดิโอ Studio Madhouse ก่อนปี 2001 สตูดิโอนี้มีผลงานขึ้นชื่ออย่าง Ninja Scroll อนิเมะซีรีย์อย่าง Cardcaptor Sakura สมัยนี้คงไม่มีคออนิเมะที่ไม่รู้จักสตูดิโอนี้ ถือว่าเป็นสตูดิโอชั้นนำและมีอายุกว่า 40 ปีแล้ว (เริ่มทำอนิเมะตั้งแต่ปี 1972)

ผู้กำกับ Satoshi Kon มีผลงาน debut เรื่องแรกคือ Perfect Blue เป็นหนังอนิเมะที่มีความซับซ้อนมาก ผมเคยดูรอบหนึ่งก็ยากที่เข้าใจ Millennium Actress ถือเป็นผลงานเรื่องที่สอง ที่ลดความซับซ้อนลงแต่ไปเน้นเทคนิคการเล่าเรื่องที่แปลก แตกต่าง ผมไม่คิดว่าผู้กำกับ Satoshi Kon จะเคยได้ดู Wild Strawberries หรอกนะ แต่วิธีการเล่าเรื่องโดยใช้ Flashback แล้วให้ตัวละครปัจจุบันเข้าไปอยู่ใน Flashback นั้นด้วย เป็นความเหมือนโดยบังเอิญแน่ๆ ผลงานต่อๆมาของ Satoshi ก็คือ Tokyo Godfather และ Paprika จะเห็นชัดเลยว่าสไตล์ของเขาคือ การสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อน คนที่ต้องการจะดูหนังของเขาให้เข้าใจจำต้องดูซ้ำหลายๆรอบ คอยสังเกตแทบจะทุกฉากว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมเปรียบหนังของ Satoshi เหมือนเขาวงกตหรือปริศนาให้เราหาทางออกและหาคำตอบ งานของเขามีแต่ อนิเมชั่นภาพวาด 2 มิติเท่านั้นที่จะทำได้ เพราะเขาสามารถใช้การวาดที่ต่อเนื่อง สร้างความซับซ้อนให้กับภาพเคลื่อนไหว สะท้อนถึงเรื่องราวที่ยุ่งเหยิง อลวล สร้างความฉงนให้คนดู

Millennium Actress ถือว่าไม่มีความซับซ้อนเลย เป็นผลงานเสมือน Healing คนดู บอกว่าผมก็ทำหนังที่คนดูเข้าใจง่ายๆก็เป็นนะ แต่กระนั้นลายเซ็นต์ของผู้กำกับก็ยังชัดเจนอยู่ วิธีการเล่าเรื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ย้อนอดีตทั้งหลาย ในหนังเริ่มเล่าเรื่องจากนักข่าว 2 คนไปสัมภาษณ์อดีตนักแสดงหญิงคนดัง ที่อายุมากและเกษียณไปแล้ว เรื่องราวจะเล่าถึงอดีตของเธอว่าผ่านอะไรมาบ้าง เล่นหนังเรื่องไหนบ้าง โดย 2 นักข่าวราวกับจะเข้าไปเหมือนเป็นคนคอยสังเกตการณ์อยู่ในความทรงจำนั้นด้วย ความแปลกคือ เรารู้ว่า 2 ตัวละครนั้น มันไม่มีตัวตนจริงๆใน Flashback แต่กลับเหมือนว่าทั้งสองคอยช่วยเหลือนางเอกอยู่เรื่อยๆ มันจะเป็นไปได้ยังไงใช่ไหม ผมมองว่าฉากที่เล่าย้อนอดีตทั้งหลาย เปรียบเหมือนจินตนาการของ 2 นักข่าว ที่วาดภาพให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย คิดแค่นี้ก็จบแล้วนะครับ หนังมันไม่ได้แฟนตาซีอะไรเลย เชื่อว่าบางคนอาจจะคิดไปว่า 2 นักข่าวนั้นอาจจะมีความสามารถพิเศษย้อนเวลาอะไรได้ (ที่คิดแบบนั้นเพราะสไตล์ของผู้กำกับคนนี้มันต้องมีเนื้อเรื่องที่ไม่ธรรมดา) ไม่ใช่ครับ เรื่องราวมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น นี่เป็นหนังที่ดูง่ายที่สุดของ Satoshi Kon แล้ว

ตอนหนังเรื่องนี้ฉาย Setsuko Hara ยังมีชีวิตอยู่นะครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเธอจะได้ดูหนังเรื่องนี้หรือเปล่า หรือมีการสัมภาษณ์จริงเกิดขึ้นหรือเปล่า หนังเขียนบทโดย Sadayuki Murai และ Satoshi Kon ร่วมเกลาบทต่อทีหลัง ภาพหนังทุกเรื่องที่มีใน Millennium Actress มีจริงทั้งหมด ส่วนตัวละครก็มีส่วนหนึ่งจริง แต่ตัวไหนจะแต่งเพิ่มบ้างผมก็ไม่รู้นะครับ เธอเข้าวงการภาพยนตร์ตอนอายุ 15 และเธอ retire ตอนปี 1963 จากนั้นก็ไม่ออกสื่อให้สัมภาษณ์ใดๆอีก ว่ากันว่าเหตุผลที่เธอ retire จริงๆ เพราะปีนั้นเป็นปีที่ Yasujirō Ozu เสียชีวิต และมีข่าวลือออกมาว่า ทั้งคู่แอบชอบคอกัน หลายปีให้หลัง มีคนสัมภาษณ์เธอว่าทำไมถึง retire เธอบอกว่าเธอเป็นคนไม่ชอบการแสดงเลย แต่ที่เล่นหนังก็เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเท่านั้น ในหนังจบที่เธอเสียชีวิต แต่ Setsuko Hara เพิ่งมาเสียเมื่อปี 2015 นี่เอง

ทีมพากย์ โดยเฉพาะนางเอก ใช้ถึง 3 คนพากย์ตามช่วงวัยของเธอ Fumiko Orikasa พากย์ตอนเด็ก เธอพากย์ Kuchiki Rukia ใน Bleach สำหรับวัยสาว Mami Koyama เคยพากย์ Arale ใน Dr.Slump ส่วนวัยชรา Miyoko Shōji คนรุ่นเราคงไม่รู้จักเธอกันแล้ว และยังมีอีก 2 หน่อที่เป็นนักข่าวตัวป่วน Shōzō Iizuka พากย์เป็น Genya จริงๆตัวละครนี้มีนักพากย์ 2 คน วัยเด็กกับวัยโต และอีกคนหนึ่ง Masaya Onosaka พากย์ Kyōji หลายคนอาจจำเสียง Masaya Onosaka ได้ คนนี้ถือว่าดังพอสมควรนะครับ บทดังๆก็ Spandine (One Piece), Shinji Hirako (Bleach)

ผมชอบฉากเปลี่ยนยุคของหนังเรื่องนี้มาก มีทั้งการหมุนกล้อง เลื่อนกล้อง เดินจากฉากหนึ่งไปฉากหนึ่ง จะมีก็แต่อนิเมะ 2 มิติเท่านั้นแหละที่ทำให้ภาพการเปลี่ยนยุคออกมาได้สวยงามขนาดนี้ และที่น่าทึ่งสุดๆคือ การที่หนังแต่ละเรื่องในแต่ละยุค มีจุดที่มีความคล้ายคลึง ต่อเนื่อง และเข้ากับหนังมากขนาดนี้ เชื่อว่าบางคนอาจมองว่ามันดูสับสนวุ่นวายสักนิด แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันสวยงามมากๆ เรียกว่า ความสวยงามในความอลม่านนั้น สีสัน การออกแบบฉากในหนังเราจะเห็นทั้งสีสวยสดสะดุดตา และโทนเข้า สลับไปมาตามอารมณ์ของฉากนั้นๆ ผมชอบฉากเปิดเรื่องมากๆนะ แวบแรกผมนึกถึง Mind Game ตั้งคำถามว่า หนังต้องการฉีกกรอบแนวคิดอะไรแค่ไหนกับฉากที่นางเอกเตรียมขึ้นจรวดออกเดินทาง ใครจะไปคิดว่าความหมายแท้จริงของฉากนี้ คือการที่เธอต้องการกลับมาสู่โลก กลับมาเป็นตัวตนของเธอที่แท้จริง (ที่ไปอยู่ดวงจันทร์ก็เหมือนที่ที่ไม่ใช่ตัวตนของเธอ ใช้คำว่า star ก็ได้) ช่วงท้ายจะมีฉากที่คนบนดวงจันทร์ขอร้องไม่ให้เธอไป แต่สุดท้ายเธอก็ไป (ชีวิตจริงคือเธอ retire) โอ้โหฉากนี้ ชอบสุดๆครับ

เพลงประกอบโดย Susumu Hirasawa เห็นว่า Satoshi Kon เป็นแฟนตัวยงของนักดนตรีคนนี้ สไตล์เพลงของ Millennium Actress มีส่วนผสมที่แปลกๆ ฟังแรกๆรู้สึกเหมือนจะหลอนๆ แต่ดูยิ่งใหญ่อลังการ หลายเพลงใช้เสียงดนตรีพื้นบ้าน เป็นดนตรีที่ฟังแล้วลื่นหู ฟังสบาย ไพเราะมากๆ สังเกตว่าหลายเพลงจะใช้เสียง guitar electric หรือเครื่องดนตรีไฟฟ้าประกอบด้วย ให้ความรู้สึกแปลกๆ ปกติเครื่องดนตรี electric จะใช้กับหนังแนวโลกอนาคต แต่เรื่องนี้มันออกไปทางอดีต เสียง electric สร้างความสับสนวุ่นวาย ซึ่งเข้ากับงานภาพและเรื่องราวที่มีเปลี่ยนฉาก เปลี่ยนยุคสมัยไปเรื่อยๆอย่างเร็วๆได้ลงตัวดี

ผมชอบหนังเรื่องนี้นะครับ แม้โดยรวมมันจะสั้นไปหน่อย และขาดจุดที่จะทำให้เราพีคได้ แต่ถ้ามองว่านี่เป็นหนังกึ่งอัตชีวประวัติ ก็ไม่แปลกที่มันจะไม่มีจุดที่ทำให้อารมณ์เราไปถึงจุดนั้น ผมชอบประเด็นของหนังที่ใส่ความรัก การค้นหาเข้ามา เมื่อเรายังเด็กโลกมันช่างห่างไกล เรามีความฝันและอยากทำตามสิ่งที่เราต้องการ เมื่อโตขึ้นได้พบกับโลก ความคิดหลายๆอย่างเปลี่ยน แต่เราจะยังคงไว้ซึ่งความฝันวัยเด็กได้หรือเปล่า เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเราโตพอที่จะนึกคิดกลับมาย้อนดูตัวเอง ความฝันที่เราเคยฝันยังจะจริงอยู่ได้หรือเปล่า หนังทั้งเรื่องดูแล้วรู้สึกเหมือนกับความฝัน แต่มีจุดหนึ่งที่ฉุดเรากลับมาในโลกความจริง คือโลกมันไม่ได้สวยงาม ฝันของเด็กหญิงที่ไม่มีทางเป็นจริง เธอเลือกที่จะไม่รู้ความจริง แต่ขอใช้ชีวิตอยู่กับมัน “ฉันไม่ใช่เด็กหญิงคนนั้นอีกต่อไปแล้ว” เป็นคำพูดที่โดนใจผมมากๆ เมื่อเราโตขึ้นและมองย้อนกลับไปดูตัวเอง มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะกลับไปเป็นตัวของเราเอง ภาพวาดบนกำแพง ที่ถึงเธอจะโตขึ้นแค่ไหน ความเยาว์ในวัยเด็กนั้นมันเป็นนิรันดร์ที่ไม่มีทางหวนกลับคืนมา ณ เวลานั้น ดูแล้วมันออกเศร้าๆนะ เพราะความฝันที่เด็กหญิงต้องการ แท้จริงแล้วมันจบสิ้นตั้งแต่วันแรกที่เธอคิดถึงมันแล้ว การตายของชายคนที่เธอฝันถึงนั้น ทำเอาผมนึกถึงหนังเรื่อง Atonement เลยครับ บทสรุปลงเอยที่ดูเหมือนคู่พระนางจะลงเอยกันได้ แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นเรื่องที่อีกตัวละครจินตนาการแต่งขึ้นมาให้ความรักทั้งสองสมหวัง ส่วนลูกกุญแจ เป็นอะไรที่ตรงตัวดีนะ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าข้างในกล่องที่ใช้กุญแจนี้ไขจะเป็นอะไร แต่การที่หนังไม่เฉลยว่าข้างในคืออะไร มองเปรียบเทียบได้เชิงเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าคู่และการค้นหา แต่เมื่อมีแค่ลูกกุญแจ มันคือความหมายของความไม่สมหวัง โดดเดี่ยว เป็นเอกเทศน์ คนดูหนังน่าจะเข้าใจนะครับ

นี่เป็นหนังที่สวยงามมากๆเรื่องหนึ่ง ได้รางวัลบ้างประปลายเพราะฉายปีเดียวกับ Spirited Away เข้าฉายที่อเมริกาปี 2003 ได้เข้าชิง Annie Award หลายสาขาแต่ก็ไม่ได้รางวัลไป งานของผู้กำกับคนนี้ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่พอได้ยินว่า จากผู้กำกับ Perfect Blue แล้วก็จะขยาดเป็นแน่ กลัวว่าหนังต้องดูยากเลยไม่ดู แต่ถ้าใครพลาดหนังเรื่องนี้ ผมถือว่าพลาดจริงๆ ความสวยงามมันไม่ใช่แค่ภาพ เพลง หรือเรื่องราว แต่รวมถึงความรู้สึก ความมุ่งมั่นของตัวละคร ที่สะท้อนให้เห็นวิถีของมายา ถึงฉันจะแสดงเป็นตัวละครมากมายหลายแบบ แต่ฉันยังคงความเป็นตัวตนของฉันเองได้หรือเปล่า

แนะนำหนังเรื่องนี้สำหรับทุกคนนะครับ สำหรับคนดูหนังทั่วไปหนังอาจจะดูยากสักนิด แต่ก็ไม่ถึงกับยากมาก คออนิเมะห้ามพลาด

คำโปรย : “Millennium Actress กำกับโดย Satoshi Kon หนังกึ่งอัตชีวประวัติของ Setsuko Hara ที่มีความสวยงาม การเล่าเรื่องที่แปลก ล้ำลึกแต่ยังเข้าใจได้ ภาพและเสียงที่โดดเด่น คออนิเมะไม่ควรพลาด”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบLOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of