Nanook of the North (1922)

Nanook of the North

Nanook of the North (1922) : Robert J. Flaherty

พบกับหนังสารคดียาวเรื่องแรกของโลก (first feature-length documentary) ถ่ายทำกับสถานที่จริงตอนเหนือของ Quebec ประเทศ Canada บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ Nanook และครอบครัวของเขา เรียนการสร้าง Eskimo และวิธีการเอาต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย นี่เป็นหนังที่สวยงามและทรงพลังอย่างมาก ควรค่ายิ่งที่จะ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ผมกับหนังแนวสารคดี ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกันนัก เพราะสารคดีมักมีการนำเสนอที่ไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นลุ้นระทึก ถ้าไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความสนใจจริงๆ ผมก็มักจะหลับกลางเรื่องเสมอ สำหรับ Nanook of the North ผมไปพบเจอจากลิส Greatest Documentaries of All Time ของนิตยสาร Sight & Sound จัดอันดับเมื่อปี 2014 ซึ่ง Nanook of the North อยู่อันดับ 7 จาก 10 อันดับ โดยอันดับ 1 คือ Man with A Movie Camera ก็เลยลองเสี่ยงดูสักหน่อย หนังความยาวแค่ 79 นาทีเท่านั้น คงไม่หลับกลางเรื่องแน่ๆ

ในยุคแรกๆของภาพยนตร์ ยังไม่มีคำว่า Documentary เกิดขึ้นมาก่อน หนังแนวนี้จะถูกเรียกรวมว่า Drama เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิตทั่วๆไป สิ่งที่หนังเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นๆในสมัยนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการจัดฉาก มีเรื่องราว นักแสดงมีการสวมบทบาท แต่กับ Nanook มันคือเรื่องจริง เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และดำเนินเรื่องอยู่ในสถานที่จริง ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังแนวสารคดี Documentary เรื่องแรกของโลก

แต่ในความเป็นจริงนั้น หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีส่วนประกอบของความจริงทั้งหมด ภาพที่เราเห็นส่วนใหญ่เป็นการจัดฉากขึ้น Nanook ชื่อจริงของเขาคือ Allakariallak, ภรรยาของเขาก็ไม่ใช่ภรรยาจริงๆ เป็นชาว Inuk ที่ผู้กำกับเลือกมาให้รับบท, การล่า Seal นั้น จริงๆแล้วชาว Inuk จะใช้ปืน แต่หนังเราจะเห็นใช้มีดและหอก, ฉากใน Eskimo จริงๆนั้นมืดเกินไปไม่สามารถถ่ายได้ ภาพที่เห็นคือผนังเปิดออกด้านหนึ่งให้แสงส่องเข้ามาได้ ฯ เชื่อว่าความจริงเหล่านี้หลายคนพอได้รู้จะเริ่มคิดว่า แล้วนี่มันยังจะเรียกว่าเป็นหนังสารคดีได้ยังไง มันก็คือ Drama ทั่วๆไปนี่แหละ … ก็จริงครับ มันไม่น่าจะเรียกว่าสารคดีได้แล้ว แต่เหตุผลที่หนังเรื่องนี้ถูกจัดให้เป็นหนังสารคดี เพราะสิ่งที่เกิดจากการจัดฉากขึ้นนี้ คือเหตุการณ์จริงๆ ฉากการล่าแมวน้ำ มันคือการล่าจริงๆ แมวน้ำตัวเป็นๆ วิธีการจริง เจ็บจริง ตายจริง การบันทึกภาพที่ใจความสำคัญมันคือ ‘ความจริง’ นี่แหละ สารคดี

ผู้กำกับ เขียนบท และช่างภาพ Robert J. Flaherty เขาได้รับการขนานนามว่า “บิดาแห่งหนังสารคดี” (Father of the Documentary) ได้ฉายานี้ก็เพราะ Nanook of the North เรื่องนี่แหละ แนวคิดของเขาคือต้องการนำเสนอ ‘ภาพ’ ความจริง และการต่อสู้ระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ (humanity against the elements) ผลงานของเขาจะยึดหลังการนำเสนอที่เรียกว่า ‘กึ่งสารคดี’ คือ มีการจัดฉาก มีบท แต่จะไม่มีการกำกับการแสดง ให้ผู้เข้าฉากทำอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดเรื่องราวตามแผนที่วางไว้ มีหนังของ Flaherty เรื่องอื่นๆที่ผมพอจะเคยได้ยินชื่อบ้าง อาทิ Moana (1926), Tabu (1931) เขียนบทร่วมกับ F. W. Murnau, Man of Aran (1934), Elephant Boy (1937) มาจากหนึ่งในนิทาน The Jungle Book (1894) , Louisiana Story (1948) แต่ก็ไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ได้เท่ากับ Nanook of the North อีกแล้ว

จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 1913 ทีมสำรวจเกาะ Belcher นำโดย Sir.William Mackenzie ได้ว่าจ้าง Robert J.Flaherty ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกเรือให้นำกล้อง (motion picture camera) เพื่อบันทึกภาพวิถีชีวิตของชาว Inuk โดยทีแรก Flaherty ซึ่งไม่เคยใช้กล้องมาก่อนก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ แต่เมื่อเขาได้ลองทำแล้วก็ไม่คิดทำอะไรอย่างอื่นเลย งานการไม่สนใจ วันๆเอาแต่ถ่ายโน่นถ่ายนี่ พอทีมสำรวจเดินทางกลับไปที่ Toronto ฟีล์มความยาว 30,000 feet ในห้องตัดต่อ เกิดความสะเพร่าของทีมงาน มอดจากไฟบุหรี่ทำให้ฟีล์มติดไฟ ไหม้เสียหายไปอย่างเยอะ กระนั้นก็ยังเหลือพอให้ตัดต่อหนังสำเร็จได้ ผลลัพท์ขณะนั้นออกมาไม่เป็นที่พอใจ Flaherty เลยเพราะหนังมันไม่มีเรื่องราวอะไร เป็นเหมือนเอาเหตุการณ์ต่างๆมาเรียงต่อกันเท่านั้น แบบนี้ผู้ชมต้องเบื่อแน่ๆ เพราะเขาดูแล้วยังไม่ชอบเลย “It was utterly inept, simply a scene of this or that, no relation, no thread of story or continuity whatever, and it must have bored the audience to distraction. Certainly it bored me.”

ด้วยเหตุนี้ Flaherty จึงออกระดมทุนเพื่อถ่ายหนังใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทขายขนสัตว์ของฝรั่งเศส Revillon Frères เขาเดินทางกลับขึ้นเหนือเพื่อเริ่มถ่ายทำหนังในวันที่ 15 สิงหาคมปี 1920 โดยใช้กล้อง Akeley motion-picture camera ที่ซื้อมาใหม่ 2 ตัว (เขาเรียกชื่อย่อกล้องว่า the aggie) มีการคัดเลือกนักแสดง ซักซ้อม เลือกสถานที่ถ่ายทำ ใช้เวลาร่วม 1 ปีถึงสำเร็จ เราจะเห็นในหนังมี Trading Post ที่ชาว Inuk ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนขนสัตว์กับอาวุธ ซึ่งเจ้าของ Trading Post ก็คือบริษัทที่ให้ทุนสร้างหนัง Revillon Frères นั่นเอง

ขณะชมหนังเรื่องนี้ ผมแนะนำให้มองข้ามความจริงหลายๆที่ผมเล่ามานะครับ เพื่ออรรถรสที่ยอดเยี่ยมในการชม ผมเข้าใจเหตุผลที่ทำไม Flaherty ถึงต้องสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้น ก็เพื่อที่จะไม่ให้หนังเบื่อเกินไป สมัยนั้นมันยังไม่มีกฎ หรือรูปแบบกำหนดว่าสารคดีต้องมีรูปแบบอย่างไร เรื่องราวใน Nanook ยังไงก็ถือว่าคือภาพความจริง นั่นคือสิ่งที่ชาว Inuk ทำ, Eskimo ก็สร้างขึ้นจริงๆ จากความรู้และวิธีการจริง แม้จะมีการปรุงแต่งบ้าง แต่ก็เพื่อสร้างเรื่องราว ให้ดูสนุกยิ่งขึ้น ความรู้ที่ได้จากหนังเรื่องนี้ต่างหากที่ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก

ที่ผมแนะนำหนังเรื่องนี้ให้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ไม่ใช่เพราะมันเป็นหนังสารคดีนะครับ เรื่องราวและวิถีการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติต่างหากที่ผมอยากให้เห็น ครั้งหนึ่งมนุษย์อย่างเราๆก็เคยมีชีวิตเป็นแบบนั้น ก่อนที่เราจะรวมตัวกลายเป็นชุมชนสร้างอารยธรรม มนุษย์เคยต่อสู้กับธรรมชาติ แพ้บ้างชนะบ้าง ความเจริญของโลกทำให้พวกเราลืมไปว่า ครั้งหนึ่งมนุษย์ต้องพึ่งพาธรรมชาติแบบใกล้ชนิดแบบในหนัง ปัจจุบันแทบทุกคนจะมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวไปแล้ว ทั้งๆที่จริงๆมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ ที่โลกร้อนก็เพราะเราเปิดแอร์ ดูทีวี เล่นเน็ต ใช้ตู้เย็น ขับถ่ายของเสีย ทิ้งขยะ ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ธรรมชาติใกล้ถึงจุดวิกฤต ไม่รู้ในอนาคตจะเหลือให้ลูกหลานเราได้เห็นมากแค่ไหน

ช่วงท้ายของหนัง จะมีเหตุการณ์ที่ Nanook และครอบครัวไม่สามารถกลับ Eskimo ที่สร้างไว้ได้ทันค่ำ แต่บังเอิญเจอ Eskimo ร้างกลางทางแห่งหนึ่งพอดี จึงเข้าไปอาศัยหลับนอน ในชีวิตจริง 2 ปีหลังจากหนังฉาย Allakariallak ที่รับบทเป็น Nanook เสียชีวิตจากการหลงทางในพายุหิมะ ธรรมชาติมันช่างโหดร้าย โอกาสที่คนเหล่านี้จะมีชีวิตรอดไปจนแก่ตายแทบเป็นไปไม่ได้เลย นั่นมันเมื่อเกือบร้อยปีก่อนนะครับ ไม่อยากคิดเลยถ้ายังมีคนที่มีชีวิตอยู่แบบนั้นจริงๆในปัจจุบัน พวกเขาจะลำบากแค่ไหน

ผมแนะนำหนังเรื่องนี้กับนักดูหนังทุกคนเลยนะครับ หนังสารคดี/เงียบ/ขาว-ดำ 3 สเป็คนี้ถือว่าโหดมาก คิดว่าคนดูสมัยนี้ส่วนใหญ่เห็น 3 อย่างนี้คงขอผ่านเป็นแน่ แต่ผมการันตีความไม่ธรรมดาม แนะนำให้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” จัดเรต 15+ สำหรับภาพ … ที่อาจทำให้ท่านถึงกับอ๊วกออกมาได้

คำโปรย : “Nanook of the North หนังสารคดีเรื่องแรกของโลก ที่มีความสวยงาม ยิ่งใหญ่ และตราตรึงอย่างมาก ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
คุณภาพ : LEGENDARY
ความชอบLOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of