Night Mail

Night Mail (1936) British : Harry Watt, Basil Wright ♥♥♥♥

สารคดีบันทึกภาพการทำงานไปรษณีย์รถไฟ เดินทางจาก London มุ่งสู่ Glasgow, Scotland โดยไม่หยุดจอดสถานีไหน ยุคสมัยนั้นเขาทำกันอย่างไร? ได้รับการยกย่อง “Masterpiece of the British Documentary Film Movement”

หลังจากรับชม Turksib (1930) ไปเมื่อวันก่อน ทำให้ผมมีความสนอกสนใจ Night Mail (1936) หลังรับชมแล้วรู้สึกชื่นชอบหลงใหล เป็นการรับ-ส่งจดหมายด้วยไปรษณีย์รถไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจ … การรับ-ส่งพัสดุทางรถไฟในปัจจุบันยังพอมีอยู่นะครับ แต่ไม่ใช่แบบขบวนไปรษณีย์รถไฟเพียงอย่างเดียวแบบในหนัง (ยุคสมัยนั้นใช้รถไฟทั้งขบวนในการรับ-ส่ง คัดแยกจดหมายบนตู้โบกี้นั้นเลย)

รับชมในปัจจุบัน เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้สึกว่าสารคดีสั้นเรื่องนี้มีความน่าตื่นตาตื่นใจอะไร? แต่เราต้องมองปีที่สรรค์สร้าง ค.ศ. 1936 ภาพยนตร์ขณะนั้นยังเต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย ต้องใช้การถ่ายทำแบบหนังเงียบ (เพราะรถไฟเสียงดังมากๆ) แล้วนำไปใส่เสียงเอาภายหลัง (Post-Production) ทั้งการพูดคุยสนทนาและสารพัด ‘Sound Effect’ มีความสมจริง แนบเนียนอย่างมากๆ

แต่สิ่งน่าประทับใจที่สุดของหนัง คือลีลาตัดต่อด้วยเทคนิค ‘montage’ ใครเคยรับชม Turksib (1930) ก็อาจสัมผัสถึงอิทธิพลการใช้จังหวะ (rythm) ความต่อเนื่อง (continue) เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้การดำเนินเรื่องราว

I saw Turksib when it came to London in 1930 and I was absolutely knocked out by it. It was the first time I had seen a film that used montage in such a powerful way. I knew that I wanted to make a film like that.

Harry Watt

ก่อนอื่นของกล่าวถึง British Documentary Film Movement คือกลุ่มเคลื่อนไหวของผู้สร้างสารคดี ณ ประเทศอังกฤษ ช่วงระหว่างทศวรรษ 30s-40s ริเริ่มต้นโดย John Grierson (1898-1972) บิดาแห่งวงการสารคดี สัญชาติ Scottish, เมื่อปี ค.ศ. 1930 ก่อตั้งกลุ่ม Film Unit ในสังกัด Empire Marketing Board (หน่วยงานสำหรับโปรโมทกิจการค้าขายของจักรวรรดิอังกฤษ) รวบรวมบรรดานักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ๆอย่าง Basil Wright, Edgar Anstey, Stuart Legg, Paul Rotha, Arthur Elton, Humphrey Jennings, Harry Watt, Alberto Cavalcanti ฯ

สามปีถัดมาเมื่อ Empire Marketing Board ถูกสั่งยุบกิจการ, Grierson อพยพย้ายสู่ General Post Office (GPO) แล้วดึงเอาทีมงานเก่าทั้งหมดมาสานต่อ GPO Film Unit ควบคุมงานสร้างภาพยนตร์สารคดี อาทิ Song of Ceylon (1934), Coal Face (1935), Night Mail (1936), London Can Take It! (1940) ฯ

จนช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง GPO Film Unit ถูกควบรวมโดยกระทรวงสื่อสาร (Ministry of Information) กลายมาเป็น Crown Film Unit สำหรับสรรค์สร้างภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ (Grierson ไม่ได้มีส่วนร่วมกับ Crown Film Unit แต่ย้ายไปเข้าร่วม National Film Board of Canada สร้างหนังชวนเชื่อให้แคนาดาแทน) อาทิ Listen to Britain (1942), Fires Were Started (1943), Daybreak in Udi (1949) ฯ ก่อนถูกยุบเมื่อปี ค.ศ. 1952 ถือว่าคือจุดสิ้นสุดของ British Documentary Film Movement

อิทธิพลของ British Documentary Film Movement ถือว่ามากล้นต่อวงการสารคดี เพราะยุคสมัยก่อนหน้านั้นยังไม่มีการแบ่งแยกแยะ ภาพยนตร์ก็คือภาพยนตร์ จนกระทั่ง Grierson คือบุคคลแรกริเริ่มต้นใช้คำว่า ‘documentary’ ในบทความวิจารณ์โคตรหนังเงียบ Moana (1926) ของผู้กำกับ Robert J. Flaherty ให้นิยามถึงภาพยนตร์สำหรับการศึกษา เผยแพร่ความรู้ นำเสนอภาพเหตุการณ์บังเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ด้วยการปรุงแต่งสร้างเรื่องราว (non-fiction)

Moana deserves to rank with those few works of the screen that have the right to last, to live. It is a visual account of events in the daily life of a Polynesian youth, and being such, has documentary value. But it is more than that. It is a poetic interpretation of life, and it is this poetic interpretation that gives the film its distinction.

John Grierson วิจารณ์ภาพยนตร์ Moana (1926) ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ New York Sun ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1926

สำหรับ Night Mail มีจุดเริ่มต้นจาก John Grierson ระหว่างเป็นหัวหน้า GPO Film Unit เมื่อปี ค.ศ. 1935 เรียกตัว Harry Watt และ Basil Wright มาพูดคุยโปรเจคภาพยนตร์เกี่ยวกับไปรษณีย์รถไฟ (Postal Train) สาย London-Glasgow ให้บริการโดย London, Midland and Scottish Railway (LMS)

I was interested in the Night Mail because it seemed to me a symbol of modern industry and communication. It is a piece of machinery that is vital to the life of the country, and it is also a symbol of the way in which people are linked together by modern means of transport.

John Grierson

Basil Wright (1907-87) นักวิจารณ์/ผู้สร้างสารคดี สัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Sutton, Surrey หลังเรียนจบจาก Cambridge University เป็นบุคคลแรกได้รับชักชวนจาก John Grierson เข้าร่วม Film Unit ของ Empire Marketing Board กำกับสารคดีเรื่องแรก Conquest (1930), ก่อนติดตามมายัง GPO Film Unit โด่งดังกับ Song of Ceylon (1934), Night Mail (1936) ฯ

Harry Watt (1906-87) ผู้กำกับสารคดีสัญชาติ Scottish เกิดที่ Edinburgh โตขึ้นเข้าเรียน Edinburgh University ยังไม่ทันสำเร็จการศึกษา อาสาสมัคร Merchant Navy จนกระทั่งมีโอกาสเดินทางสู่ London ได้รับชักชวนจาก John Grierson เข้าร่วม Film Unit ของ Empire Marketing Board เคยเป็นผู้ช่วยถ่ายทำ Man of Aran (1934), ก่อนติดตามมายัง GPO Film Unit กำกับสารคดีข่าว The March of Time (1936), แล้วโด่งดังกับ Night Mail (1936), ร่วมกำกับ London Can Take It! (1940) ฯ

เนื่องจาก Watt ไม่เคยรับรู้จักไปรษณีย์รถไฟมาก่อน จึงเป็นหน้าที่ของ Wright ในการพัฒนาบทร่าง วางแผนการทำงาน ร่วมกันค้นคว้าหาข้อมูล จากนั้นทั้งสองออกเดินทางไปกับขบวนรถไฟ(อยู่หลายรอบ) นำเอาสิ่งใหม่ๆพบเจอมาปรับปรุงแก้ไข เห็นว่าใช้เวลาเตรียมงานสร้างไม่น้อยกว่า 6 เดือน

Night Mail was a chance to make a film that was both entertaining and educational. We wanted to show the public how the postal service worked, and we wanted to do it in a way that was both visually interesting and informative.

Harry Watt

We were also interested in the people who worked on the night mail. They were a close-knit community, and they worked together in a very efficient way. We wanted to show the human side of the Night Mail, as well as the technical side. We wanted to show the people who worked on the train, and the people who used the train, and the people who depended on the train. We wanted to show the whole operation, from the mail being sorted in the Post Office to the mail being delivered to the people who had ordered it.

Basil Wright

เครดิตถ่ายภาพประกอบด้วย H.E. Fowle (Listen to Britain) และ Jonah Jones ใช้เวลาโปรดักชั่นนานถึง 4 เดือน เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยีสมัยนั้น ทำให้ต้องถ่ายทำตามแบบหนังเงียบ ด้วยกล้องยี่ห้อ Newman-Sinclair ฟีล์ม 35mm ที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด สะดวกต่อการติดตั้ง แต่บันทึกภาพได้ครั้งละแค่ 2 นาที แล้วค่อยนำไปใส่เสียงภายหลัง (Post-Production) โดยผู้กำกับเสียง Alberto Cavalcanti

งานภาพของหนังอาจไม่ได้มีเทคนิคอะไรหวือหวา แต่บางครั้งก็มีมุมกล้องที่ดูน่าอึ่งทึ่งอยู่เล็กๆ แทบทุกช็อตถ่ายบนขาตั้ง (Tripod) ขยับเคลื่อนไหวได้แค่เพียง Tilting, Panning (รวมถึง Whip-Pan), ใช้เพียงแสงธรรมชาติ (ทั้งๆหนังชื่อ Night Mail แต่ส่วนใหญ่กลับถ่ายทำตอนกลางวัน), และยังมีภาพถ่ายมุมสูงจากเฮลิคอปเตอร์ (Aerial Shots)

นอกจากภายในตู้โดยสารไปรษณีย์รถไฟ ถ่ายทำยังสตูดิโอ GPO Film Unit ณ Blackheath (ตั้งใจว่าจะให้บันทึกเสียงได้ แต่สุดท้ายก็ต้องทำ Post-Production อยู่ดี) ฉากอื่นๆล้วนใช้สถานที่จริงทั้งหมด อาทิ สถานีรถไฟ Euston Station, สถานีเชื่อมต่อ Crewe Station, ส่วนทิวทัศน์ภายนอก พบเห็นรถไฟเคลื่อนพานผ่าน Warrington, Cheshire ตามด้วย Wigan, Greater Manchester และ Beattock Summit, Scotland (ไม่ได้เรียงลำดับ)


ตัดต่อโดย Basil Wright, หนังไม่ได้ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองตัวละครใด แต่ใช้การติดตามไปรษณีย์รถไฟ (Postal Train) สาย London-Glasglow โดยสามารถแบ่งออกเป็นครึ่งแรก-ครึ่งหลัง

  • ครึ่งแรก ถ่ายทำภายนอกขบวนรถไฟ พบเห็นทิวทัศน์ข้างทาง สถานีสับราง พนักงานซ่อมบำรุง รวมถึงวิธีการรับ-ส่งจดหมายขึ้นขบวนรถไฟ (โดยไม่ต้องแวะจอด) จนกระทั่งมาถึงสถานีกลาง London
  • ครึ่งหลัง เริ่มจากขนถ่ายจดหมายสู่สถานีกลาง ทำการคัดแยกส่งขึ้นขบวนรถไฟ London มุ่งสู่ Glasglow จากนั้นบันทึกภาพภายในตู้โดยสารไปรษณีย์รถไฟยามค่ำคืน พนักงานทำการคัดแยกจดหมาย และรับ-ส่งพัสดุขึ้น-ลง

จริงๆเรายังสามารถแบ่งแยกปัจฉิมบท หรือบทสรุปของหนัง (ประมาณ 3-4 นาทีสุดท้าย) พบเห็นการร้อยเรียงภาพทิวทัศน์สองข้างทาง รวมถึงจากภายนอกพบเห็นไปรษณีย์รถไฟ เคลื่อนดำเนินจนถึงสถานีปลายทาง พร้อมคำอ่านบทกวีประพันธ์โดย W. H. Auden (ด้วยค่าจ้าง £3 ต่อสัปดาห์) และเพลงประกอบของ Benjamin Britten (ด้วยค่าจ้าง £5 ต่อสัปดาห์)

การเพิ่มเติม ‘poem sequence’ เกิดขึ้นหลังจากรอบทดลองฉาย Grierson รู้สึกว่าตอนจบมันยังขาดจิตวิญญาณของการรับ-ส่งจดหมาย “What about the people who write them and the people who get them?” ได้แรงบันดาลใจจากสองหนังเงียบ Old and New (1929) และ Sentimental Romance (1930) ของผู้กำกับ Sergei Eisenstein มีการนำเอาบทกวีมาใช้ปิดท้าย เลยมอบหมาย W. H. Auden เห็นว่าคลุกคลีอยู่ในกองถ่ายหลายเดือนกว่าจะแต่งเสร็จ

The poem was a brilliant stroke. It gave us the human touch we needed, and it also helped to break up the film’s documentary style.

Harry Watt อธิบายเหตุผลการทิ้งท้ายด้วย ‘poem sequence’

General Post Office (GPO) ของสหราชอาณาจักร เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อรัฐ (รัฐวิสาหกิจ) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1660 (ยุติกิจการเมื่อปี ค.ศ. 1969 เพื่อเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด Post Office Limited) เป็นองค์กรที่ถือว่ามีความสำคัญลำดับต้นๆ ยิ่งช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีด้านต่างๆพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การขนส่งมีความรวดเร็วทันสมัย ทำให้ผลประกอบการ/กำไรเพิ่มสูงขึ้นทุกๆปี ค.ศ. 1933 มีพนักงานจำนวนกว่า 250,000+ คน (มากที่สุดอันดับหนึ่งของอังกฤษ)

มองอย่างผิวเผิน Night Mail (1936) นำเสนอภาพการทำงานของไปรษณีย์รถไฟ ทั้งจากภายนอก-ใน (ขบวนรถไฟ) ขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ผู้ส่งจดหมาย ไปถึงผู้รับปลายทาง ต้องถือว่าเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องดำเนินตามลำดับขั้นตอน ด้วยพนักงานมากด้วยประสบการณ์ เพื่อไม่เกิดความผิดพลาดใดๆในการขนส่ง

วัตถุประสงค์หลักๆของหนังสั้นเรื่องนี้ เพื่อทำการโฆษณา (Advertise) ชวนเชื่อ (Propaganda) ผู้ชมพบเห็นประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานระบบไปรษณีย์ ‘Night Mail’ ที่มีความถูกต้อง แม่นยำ ล้ำสมัย ปลอดภัย การันตีจดหมายจากผู้ส่งถึงมือผู้รับ และบังเกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการกิจการไปรษณีย์ของ General Post Office

แต่ผลลัพท์ของหนังสั้น กลายเป็นบทกวีพรรณาถึงโลกยุคสมัยใหม่ (Modern World) ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้วิถีชีวิตปรับเปลี่ยนแปลงไป อย่างการขนส่งจดหมายโดยใช้ไปรษณีย์รถไฟ มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ เปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ (ในสายตาผู้ชมยุคสมัยนั้น)

We wanted to show how the Mail Train was a vital part of modern life, and how it helped to connect people all over the country.

Harry Watt

จดหมายคือสัญลักษณ์การสื่อสาร โดยมีไปรษณีย์รถไฟคอยรับ-ส่ง เชื่อมโยงบุคคลต่างที่-ต่างถิ่น ให้สามารถติดต่อหากัน นั่นถือเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ประเทศชาติก้าวดำเนินไปข้างหน้า พยากรณ์อนาคตว่า “การสื่อสาร จักกลายเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ขาดไม่ได้อีกต่อไป”

Night Mail is a film about the importance of communication. It shows how the mail train connects people all over the country, and how it helps to keep the nation running. The film is also a celebration of the people who work on the mail train, and of the technology that makes it possible. Night Mail is a reminder that communication is essential to our modern world, and that it is something that we should all cherish.

John Grierson

หนังฉายรอบปฐมทัศน์ยัง Cambridge Arts Theatre แม้เสียงจากวิจารณ์จะออกไปทางผสมๆ แต่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี ด้วยทุนสร้างเพียง £2,000 ปอนด์ ยังไงก็ทำกำไรกลับคืนมาอย่างล้นหลาม

A boring and self-indulgent film. It is a documentary film about the Night Mail train, but it is so slow and so full of poetical commentary that it is apt to bore anyone who is not a confirmed devotee of this type of film.

Mordaunt Hall นักวิจารณ์จาก The New York Times

Night Mail is a remarkable achievement. It is a documentary film which uses the most modern techniques of montage and sound to tell the story of the night mail train. The result is a vivid and exciting film which is both informative and entertaining.

นักวิจารณ์ Dilys Powell จากนิตยสาร TIMES

แต่กาลเวลาทำให้ Night Mail (1936) ได้รับการยกย่อง “Masterpiece of the British Documentary Film Movement” เหมือนจะเริ่มต้นจากนักวิจารณ์/ผู้กำกับ Lindsay Anderson กล่าวถึงอิทธิพลของหนังที่มากล้นต่อยุคสมัย British New Wave

Night Mail is a masterpiece of the British documentary film movement. It is a poetic and moving celebration of the working class, and it is also a technically brilliant film. The use of montage is particularly impressive, and the film’s narration by W. H. Auden is a classic of its kind. Night Mail is a film that everyone should see.

Lindsay Anderson

Night Mail is a triumph of British documentary filmmaking, a lyrical and poetic celebration of the night mail train and the men who work on it. With its striking black-and-white cinematography, its hauntingly beautiful narration by the poet and writer WH Auden, and its stirringly evocative score by Benjamin Britten, Night Mail is a film that has lost none of its power to move and inspire over the years. It is a classic of British cinema, and a must-see for anyone interested in the history of documentary filmmaking, the power of poetry, or the beauty of the natural world.

นักวิจารณ์ Peter Bradshaw จาก The Guardian

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 2K โดย British Film Institute แต่พบเห็นจัดจำหน่ายเพียง DVD หรือใครสนใจ Boxset ชื่อ The Soviet Influence: From Turksib to Night Mail (1930-36) พร้อมเบื้องหลังที่ยาวกว่าตัวหนังเสียอีก!

แม้หนังจะมีความเอื่อยเฉื่อย น่าเบื่อหน่ายอยู่นิดๆ แต่ส่วนตัวรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับวิธีการขนส่งไปรษณีย์ผ่านรถไฟ(สมัยนั้น)อยู่พอสมควร อึ้งทึ่งกับเบื้องหลังงานสร้างที่พอตระหนักถึงยุ่งยาก(สมัยนั้น)ก็เกิดความประทับใจอย่างมากๆ รวมถึงอิทธิพลจาก Turksib (1930) อาจเพราะรับชมสองเรื่องติดๆก็เลยสังเกตเห็นค่อนอย่างชัดเจน

แนะนำอย่างยิ่งกับคนทำงานไปรษณีย์ รวมถึงชื่นชอบการรถไฟ ได้พบเห็นประวัติศาสตร์การขนส่งที่น่าหลงใหล (ปัจจุบันไม่หลงเหลือแบบในหนังแล้วนะครับ) และโดยเฉพาะคอหนังสารคดี คำกล่าวขาน “Masterpiece of the British Documentary” ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

จัดเรตทั่วไป รับชมได้ทุกเพศวัย

คำโปรย | Night Mail สารคดีบันทึกภาพการทำงานไปรษณีย์รถไฟ ที่ยังมีความน่าตื่นตาตื่นใจ บทเรียนประศาสตร์ที่น่าหลงใหล
คุณภาพ | น่
ส่วนตัว | น่าสนใจ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: