Non Non Biyori & Repeat

Non Non Biyori

Non Non Biyori & Repeat (2013, 2015)

อนิเมะซีรีย์แนว Slice-Of-Life ประเภท Healing เรื่องราวในแต่ละวันของเด็กหญิงต่างวัย 4 คนในหมู่บ้านชนบทห่างไกล โรงเรียนของพวกเธอมีนักเรียนแค่ 5 คนเท่านั้น ใครชอบอนิเมะดูสบายๆ บรรยากาศผ่อนคลาย Slow-Life และแฝงแนวคิดการใช้ชีวิต แนะนำให้หามาดูเลยนะครับ

Non Non Biyori ออกฉายแล้ว 2 Seasons โดย ss แรกฉายเมื่อ Winter 2013 (ตุลาคม-ธันวาคม) และ ss2 ใช้ชื่อว่า Non Non Biyori Repeat ออกฉาย Summer 2015 (กรกฎาคม-กันยายน) ผมได้มีโอกาสดูช่วงประมาณตุลาคม 2015 เพราะได้ยินว่าอนิเมะมีบรรยากาศคล้ายๆกับ Natsume Yuujinchou ก็ไม่ผิดหวังเลย ใช้เวลา 2 วันก็ดูจบทั้ง 2 Seasons 24 ตอน เชื่อว่าคนที่ชอบ Natsume ก็น่าจะชอบ Non Non Biyori ด้วยนะครับ

สตูดิโอ Silver Link ยังถือว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการอนิเมะ ก่อตั้งเมื่อปี 2007 อนิเมะเรื่องแรกคือ Tayutama: Kiss on my Deity ฉายปี 2009 ผลการตอบรับไม่ค่อยดีมากนัก แต่อนิเมะเรื่องถัดมา Baka to Test to Shōkanjū ถือว่าเซอร์ไพรส์ใช้ได้ทีเดียว ผมดูแล้วฮามาก แต่ไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ เห็นมี season 2 ตามมาอย่างรวดเร็วในปีนั้นเลย ผลงานดังๆสร้างชื่อให้สตูดิโอนี้ก็คือ Fate/kaleid liner Prisma Illya (สงครามจอกโลลิ) และ Non Non Biyori ได้รับคำชมอย่างมาก และขายดีด้วย (ขายได้เฉลี่ยเกิน 5,000 แผ่น)

ดัดแปลงมาจากมังงะ เขียนโดย Atto ลงใน Monthly Comic Alive ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2009 เป็นอนิเมะโดยผู้กำกับ Shinya Kawatsura คนนี้ก็ถือว่ามีชื่อเสียงอยู่นะครับ เป็นผู้กำกับ .hack//Gift, Kokoro Connect และเป็น Episode Director ให้กับ .hack//Roots, Durarara!!, Toaru Majutsu no Index II และ Tsubasa Chronicle สำหรับ Non Non Biyori ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับ ทั้ง 2 seasons ถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ ถ่ายทอดใจความสำคัญของอนิเมะได้สวยงามมากๆ

ดัดแปลงบทโดย Reiko Yoshida เป็น Script Supervisor ร่วมกับ Fumihiko Shimo และ Yuka Yamada ภาพของอนิเมะ โดยเฉพาะพื้นหลังและการใช้สีถือว่าดูเป็นธรรมชาติสวยสดและงดงามมากๆ การจัดแสงที่เน้นแสงอ่อน (low key) ทำให้ภาพมีความนุ่มนวล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ต้องชม Art Direction โดย Anna Ooizumi (Btooom!) เธอมาจากสาย Background Art นะครับ ที่เคยวาดดังๆก็อย่าง Fullmetal Alchemist: Brotherhood, Mobile Suit Gundam OO ss2, Highschool of the Dead ตัวละครถือว่าออกแบบมาได้มีเอกลักษณ์โดย Mai Otsuka (ปกติเป็น Key Animator ให้กับ Tengen Toppa Gurren Lagann,Toradora! เคยออกแบบตัวละครให้กับ Shakugan no Shana)

เด็กหญิงที่เด็กสุดในกลุ่ม Renge Miyauchi พากย์โดย Kotori Koiwai นี่เป็นบทของตัวละครหลักที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงมากๆ หลังจากเริ่ม debut ตั้งแต่ปี 2011 กับ Blue Exorcist สำหรับ Renge เธอเพิ่งขึ้น ป.1 (ใช่ไหมเอ่ย) ยังคงมีโลกส่วนตัวสูง แต่การได้มาอยู่กับเด็กที่โตกว่า ทำให้เธอได้เปิดโลกทัศน์ ค้นพบ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และมองหาสิ่งที่จะกลายเป็นแนวทางการใช้ชีวิต ความไร้เดียงสา ใสซื่อ บริสุทธิ์ ที่ใครๆก็จะหลงรัก ปัจจุบันผมก็ยังไม่เข้าใจว่า Nyanpasū หมายความว่าอะไร เป็นคำทักทายแบบแมวๆที่น่ารักมากๆ

Hotaru Ichijo พากย์โดย Rie Murakawa อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า Hotaru แปลว่า หิ่งห้อย เด็กหญิง ป.5 ที่ย้ายจากเมืองใหญ่ตามครอบครัวมาที่ชนบท วิถีชีวิตที่นี่กับในเมืองที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมชอบมุมมองของตัวละครนี้นะ Hotaru ขณะอยู่บ้านก็มีนิสัยอย่างหนึ่ง แต่พอกับอยู่กับเพื่อนๆ ก็จะมีนิสัยอีกอย่างหนึ่ง (เป็นผู้ใหญ่ขึ้น) เปรียบเทียบคล้ายๆกับชีวิตในเมืองและชีวิตชนบทที่ต่างกัน นี่เป็นตัวละครที่คนเมืองน่าจะจับต้องได้มากที่สุดแล้ว ภายนอกเธอดูเหมือนผู้ใหญ่ แต่ข้างในเธอก็เด็กน้อยนะแหละ

Komari Koshigaya คนพี่ พากย์โดย Kana Asumi และ Natsumi Koshigaya คนน้อย พากย์โดย Ayane Sakura สองพี่น้องที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว คนพี่จะใสซื่อ คนน้องจะขี้เล่น ซุกซน ความสูงก็ต่างกันด้วย (น้องสูงกว่า) คนน้องจะถือเป็นคนตบมุก ส่วนคนพี่ก็จะโลลิจัดเลย (2 พี่น้องโตกว่า Hotaru นะครับ แต่ทั้งคู่กับคิดว่า Hotaru แก่กว่า …??)

Kazuho Miyauchi พี่สาว Renge และเป็นอาจารย์คนเดียวในโรงเรียน พากย์โดย Kaori Nazuka (Code Geass-Nunnally, Eureka Seven-Eureka) และ Dagashi-ya เจ้าของร้านขายขนม Kaede Kagayama พากย์โดย Rina Satō (A Certain Magical Index & Railgun – Misaka) สองผู้ใหญ่ในเรื่องที่มีบทมากที่สุดแล้ว ครูสุดขี้เกียจที่วันๆเอาแต่นอน นี่แหละตัวละครที่ Slow-Life ของแท้ และเจ้าของร้านขายขนมที่น่ารักมากๆ เธอเป็นเหมือนพี่สาวของ Renge เคยเป็นพี่เลี้ยงให้ด้วย ผมชอบสายตาของ Dagashi-ya ที่มักจะมอง Renge และบ่นพึมพัมว่า เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน Kazuho และ Kaede เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กนะครับ เรียนโรงเรียนเดียวกัน (ก็ที่นี่นะแหละ) ทั้งสองคือภาพที่โตขึ้นของเด็กๆ เป็นเหมือนเป้าหมายของการเติบโต เหมือนที่ Renge (น่าจะ)เคยพูดว่า โตขึ้นอยากจะเป็นแบบ Dagashi-ya

เพลงประกอบโดย Hiromi Mizutani ดนตรีเบาๆ ฟังแล้วสบายหู เสียงขลุ่ยน่าจะถือว่าเป็นเสียงประจำตัวของ Renge เป็นตัวแทนของการเติบโตและการผจญภัย เสียงกิ๋ง (Triangle) ฮาร์โมนิก้าแทนด้วยเสียงธรรมชาติ บางครั้งใช้กีตาร์สร้างจังหวะสนุกสนาน, ตื่นเต้น เสียงไวโอลินเต็มวงเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย

เพลง op/ed ของทั้ง 2 Seasons เพราะๆทั้งนั้นเลยนะครับ ตัดสินใจเลือกยากมาก ผมเลือกเพลงนี้มาให้ลองฟังแล้วกัน Ending ของ Non Non Biyori Repeat ชื่อเพลง Non Non Biyori แต่งโดย Zaq ร้องโดย 4 นักพากย์นำ Rie Murakawa, Ayane Sakura, Kana Asumi และ Kotori Koiwai

อนิเมะเรื่องนี้มีอะไรดี ที่ผมต้องเอามาแนะนำในวันสงกรานต์ปีนี้ … มันคือบรรยากาศของการกลับบ้านนะครับ ไม่ใช่ว่าดูแล้วจะคิดถึงบ้านนะครับ ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่ได้ดู Non Non Biyori จะคิดถึงชีวิตวัยเด็กมากกว่า ผมจำชีวิตช่วงประถมไม่ค่อยได้ แต่คิดว่าคงไม่ต่างอะไรจาก Non Non Biyori มากนัก วันๆที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสนใจอะไร เล่นสนุกไปวันๆ คนที่เกิดเติบโตในเมืองอาจจะไม่เห็นอะไรเท่าไหร่ แต่จะชอบ Hotaru ส่วนคนที่มีชีวิตชนบท วันๆอยู่กับท้องนา ภูเขา ป่าไม้ นี่แหละครับบรรยากาศแบบนี้แหละที่ถ้าตอนนี้เขาอยู่ในเมือง จะคิดถึงบ้านขึ้นมาทันที

บรรยากาศชนบทในญี่ปุ่นกับบ้านเราก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยนะครับ ทุ่งนา ต้นไม้ ภูเขา อาจต่างแค่บ้านเราไม่มีหิมะตก แต่วิถีชีวิต แนวคิด ผมว่าไม่ต่างกันเลย อนิเมะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดของตัวละครผู้ใหญ่ เพราะนี่คือโลกของเด็กๆ ขนาดพี่ชายของ Komari และ Natsumi นักเรียนคนที่ 5 ของโรงเรียนนี้ยังไม่ได้รับสิทธิ์ให้พูดสักคำ ครั้งหนึ่งในชีวิตทุกคนเคยเป็นเด็ก ตอนนั้นเรามักคิดว่าโลกเมื่อโตขึ้นจะต้องเป็นแบบที่เราวาดฝันไว้ พอโตขึ้นก็จะรู้ความจริง เวลานึกย้อนไปถึงสิ่งที่วาดฝันในวัยเด็ก คงตลกไม่น้อย เด็กน้อย…ฉันฝันแบบนั้นไปได้อย่างไร ผมคิดว่าวัยเด็กเป็นช่วงเวลาเดียวที่สามารถวาดความฝันออกมาได้โดยไม่มีอะไรมาเจือปน เป็นโลกที่บริสุทธิ์สวยงาม เหมือนกับโลกใน Non Non Biyori ที่ไม่มีความคิดแบบผู้ใหญ่เจือปนอยู่เลย … เมือง สัญลักษณ์ของความเป็นผู้ใหญ่ยังคงอยู่ห่างไกลจากพวกเธอมาก เชื่อว่ายังมีผู้ใหญ่อีกมากที่อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ถึงชีวิตจริงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าดูอนิเมะเรื่องนี้ไม่แน่ว่าคุณอาจจะรู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งก็ได้

Seasons 2 บางคนอาจจะเอะใจ Non Non Biyori Repeat ทำไมถึงใช้ Repeat เพราะ ss นี้ไม่ได้เล่าเรื่องต่อจาก ss1 นะครับ อนิเมะหยุดเวลาไว้ แล้วย้อนกลับไป 1 ปี เริ่มเรื่องด้วยช่วงเวลาเดียวกับ ss แรก เอาเหตุการณ์ที่ข้ามไปใน ss แรกมาเล่าเพิ่มเติม เสริมต่อใน ss2 ด้วยเหตุนี่ทำให้คุณสามารถหยิบ ss ไหนหรือตอนไหนขึ้นมาดูก่อนก็ได้ เพราะมันไม่ต่อเนื่องกันเลย และแต่ละตอนจะจบในตอนนั้นๆ ไม่มีตอนต่อกัน ถ้าใครจะดูแบบนี้ผมแนะนำให้ดู Repeat ตอน 1 ก่อนเลย เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาแรกสุดใน timeline ของเรื่องนะครับ แล้วถึงจะดูมั่วๆตอนไหนต่อก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากสับสนไล่ดูไปทีละตอนแบบคนปกติ ก็เข้าใจได้เหมือนกัน

ผมใส่หนังเรื่องนี้ในลิส “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” แนะนำอย่างมากับคออนิเมะทุกคนเลย ถ้าจำไม่ผิดอนิเมะไม่มีฉากเซอร์วิสนะครับ (แค่นี้ก็โลลิไม่พออีกเหรอ) เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ไม่มีพิษมีภัย ตอนที่ผมชอบที่สุด คือตอน Renge หัดขี่จักรยาน ถือเป็นช่วงเวลาที่สุขสุดๆในอนิเมะแล้ว มี 2 ความรู้สึกขณะดูคือ 1.รีบดูจนจบ พอจบแล้วก็อยากให้มีต่อ 2.ไม่อยากดูตอนต่อไปเลยเพราะกลัวมันจบ ผมเป็นแบบหลังครับ เรต G

คำโปรย : “โลกของพวกเธอมีความสวยงามที่บริสุทธิ์ Non Non Biyori จะทำให้คุณอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง”
คุณภาพ : RARE-GENDARY
ความชอบ : FAVORI

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of