Pyaasa (1957)

pyaasa

Pyaasa (1957)

จริงๆวันนี้ผมตั้งใจจะรีวิวเรื่องอื่นนะครับ แต่เมื่อวานได้ดูหนัง bollywood เรื่องนี้ก็อดใจไม่ได้ นี่เป็นหนังที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์กับศิลป์ได้ลงตัวมากๆ น่าเสียดายมากๆที่ subtitle เรื่องนี้มันขาดๆหายๆ ทำให้ผมไม่สามารถเข้าใจบทกวีที่พระเอกในเรื่องรำพันได้ แต่ก็ยังรู้ว่า นี่เป็นหนังที่คอหนังห้ามพลาดทีเดียว

Guru Dutt เขาคือผู้กำกับและเป็นนักแสดงด้วย ได้ฉายาว่า Orson Welles แห่ง bollywood คงด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะเขาสามารถเล่นและกำกับหนังได้ ตอนหนังเรื่องนี้ฉาย ยังไม่มีงานประกาศรางวัลใดๆ ซึ่งถ้ามีก็เชื่อว่า เครดิตทั้ง Actor และ Director คงไม่พลาดแน่ๆ สไตล์ของเขาจะชอบแนว Thriller กับ Comedy แต่ก็สามารถเล่น Drama หนักๆได้ ความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ ได้รับการจัดอันดับ 160 ใน Sight & Sound และ 100 best films ของ Time Magazine และติด Top 25 Must see Bollywood Films เท่านี้น่าจะการันตีความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ได้

ได้ยินว่าตอนแรกแคส Dilip Kumar เป็นพระเอก ว่าไป Dilip ก็ถือว่าดังมากๆช่วงนั้น แต่การที่ Dilip ปฏิเสธ ทำให้เขาต้องเล่นบทนี้เอง ผมกลับรู้สึกว่าลงตัวมากๆกลายเป็น masterpiece ไปเลย แสดงถึงความเป็นอัจฉริยะของ Guru Dutt เพราะเขาสามารถถ่ายทอดการแสดง ทั้งอารมณ์ สีหน้าออกมาได้ตรงตามที่ต้องการ

Pyaasa หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร เป็นเรื่องราวของกวีตกอัพ … ว่าไปก็คล้ายๆสุนทรภู่… ช่วงแรกๆงานของเขาไม่ได้รับการยอมรับ พี่น้องไม่คบหา แต่พระเอกเป็นคนที่ฉลาดและมีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ หนังเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ว่า “กวีที่ไพเราะไม่สามารถทำให้คนอิ่มท้องได้” หญิงที่เขาหลงรักและเธอหลงรักในกวีของเขา แต่เลือกแต่งกับชายคนที่ทำให้เธออิ่มท้อง เมื่อทั้งสองกลับมาเจอกัน เธอกลับหลงคร่ำครวญถึงกวีของชายคนรักเก่า (ในหนังมีฉาก Flashback ส่วนนี้คล้ายๆกับ Casablanca เลย) พล็อตฟังดูเชยๆนะ แต่ผมกลับรู้สึกว่านี่เป็นพล็อตที่มีความคลาสสิคมากๆ กวีที่พระเอกร่ายออกมาแต่ละบท ต่างแสดงถึงเหตุการณ์และอารมณ์ขณะนั้น ตอนขับกวีก็ขับออกมาได้ไพเราะมากๆ เหตุการณ์จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ผมคงไม่สปอยนะครับ แต่จะบอกว่าหลังจากนี้คือ เหตุการณ์ที่ผมชอบมากๆ

ผมเชื่อว่าตอนจบของ Pyaasa นั้นอาจขัดใจหลายๆคน แต่ผมกลับชอบมาก ชอบคำตอบของพระเอกและวิธีการคิดของเขา ผมไม่คิดว่าจะมีคนสมัยนี้ที่กล้าคิด กล้าทำแบบเขา อาจจะคิดแต่ทำไม่ได้ เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญมาก ต้องชม Guru Dutt ด้วยที่กล้าทำตอนจบแบบนี้ เพราะตั้งแต่ที่ผมดูหนัง bollywood มา ไม่มีหนังเรื่องไหนที่กล้าจบแบบนี้เลย เป็นการจบที่ตบหน้าทุกตัวละครในเรื่อง และเป็นการตบที่กระเทือนทั้งโลกเลยก็ว่าได้ (มันทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Peepli Life) “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ” ฟังดูพระเอกอาจเห็นแก่ตัว แต่ผมว่านี่เป็นคำตอบที่ถูกต้องมากๆ ถือเป็นประโยค(quote) ที่ได้รับการจดจำอย่างมากทีเดียว “.I’m not that Vijay”

นักเขียนบทคู่ใจของ Guru Dutt คือ Abrar Alvi ก็ถือว่าไม่ธรรมดามาก แม้ทั้งสองเหมือนจะมีปัญหากันช่วงหลังๆก่อนที่ Guru Dutt จะเสียชีวิต แต่ในเครดิตของ Guru Dutt จะขาดซึ่ง Abrar Alvi ไปไม่ได้

เรื่องการออกแบบในหนังเรื่องนี้ผมคงต้องไม่สามารถบรรยายได้ เพราะคุณภาพหนังที่ผมดูนั้นมันห่วยมาก แต่กระนั้นงานถ่ายภาพยังออกมาดูดีเลย ผมสังเกตเทคนิคการถ่ายหนังเรื่องนี้ จะเน้นที่โฟกัสหน้าของตัวละคร มากกว่าที่จะถ่ายฉากรอบๆ นี่ก็ใช่เลยครับ เพราะหนังเน้นขับอารมณ์ของตัวละครมากกว่าการบรรยายเหตุการณ์ เราจะเห็นหน้าตัวละครเต็มซีนบ่อยครั้ง ให้นักแสดงเค้นอารมณ์ออกมาเต็มที่ เพราะเหตุนี้กระมัง ถึงจะฟังไม่เข้าใจแต่ยังเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้ V. K. Murthy เป็นตากล้องขาประจำของ Guru Dutt คนนี้ก็ฝีมือไม่ธรรมดา ได้ Best Cinematographer จาก Filmfare Award 2 ครั้ง เป็นหนังของ Guru Dutt ทั้งสองเรื่อง ถ้าเริ่มมีการประกาศรางวัลมาก่อนหน้านี้ คงจะได้เห็นรางวัลจาก Pyaasa แน่นอน

เพลงประกอบหนังเรื่องนี้จัดว่าเพราะมากครับ ไม่ใช่แค่ดนตรี แต่ยังคำร้อง และคำกวี เอาว่า subtitle ที่ขาดหายไปบ่อยๆในช่วงนี้ ก็ไม่ทำให้อารมณ์ของหนังเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อารมณ์ของการขับกวี มันถึงใจ รู้เลยว่านี่เป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร แสดงอารมณ์อะไร คิดอะไร ผมเพิ่งจะดูหนังเรื่อง Fanna มาด้วย ที่พระเอกใช้การแต่งกลอนจีบสาว แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับนักกวีตัวจริงใน Pyaasa โดยเฉพาะความหมายที่แฝงในแต่ละเพลงที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ ณ ขณะนั้นๆ สุดยอดครับ S. D. Burman เป็นนักประพันธ์เพลงชื่อดัง คนสำคัญคนหนึ่งใน bollywood เลยครับ ผลงานของเขาได้รับการยอมรับอย่างมาก พร้อมยังกวาดรางวัลจำนวนมากทีเดียว โดยเฉพาะ National Film Award ได้มาถึง 2 ครั้ง ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว

Pyaasa แปลว่า Thirsty (กระหาย) ผมจะวิเคราะห์ความหมายนี้ในความคิดของผมนะครับ อาการกระหาย คือความอยากที่จะทำอะไรอย่างหนึ่ง ไม่ใช่แค่ความหมายตรงๆว่ากระหายน้ำ แต่ยังหมายถึงความกระหายในการยอมรับ กระหายในความมีชื่อเสียง กระหายในความอยากมีความสุข เฉกเช่นพระเอกในเรื่อง ที่กระหายอยากให้กวีของตนได้รับการตีพิมพ์ ตัวละครอื่นๆก็มีความกระหายบางอย่างในตัวเอง จนกระทั่งตอนจบ เมื่อความต้องการของพระเอกได้รับความตอบสนองทำให้เขาได้รับรู้ถึง ความกระหายที่แท้จริงของมนุษย์ เมื่อถึงจุดนั้นความกระหายของเขาได้หายไป … อ่านแล้วอาจจะงงๆ ถ้าลองเปลี่ยนคำว่า “กระหาย” เป็นคำว่า “ต้องการ” น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากนะครับ

หนังเรื่องนี้สุดยอดครับ ด้วยปัจจัยต่างๆมากมายในสมัยนั้น นี่เป็นหนังที่สวยงามมากๆ ผมละอยากดูเวอร์ชั่นที่มันดีกว่านี้จริงๆ เห็นว่าปีที่ผ่านมาก็ได้ทำการ remaster แล้ว นี่เป็นหนังที่มีคุณค่ามากๆ ความรู้สึกตอนผมดูหนังเรื่องนี้ นี่มันเกือบจะ Citizen Kane เลย คือหนังแฝงแนวคิดคล้ายๆกัน แม้ลูกเล่นการนำเสนอจะสู้ Citizen Kane ไม่ได้ แต่ผมกลับชอบ Pyaasa มากกว่า Citizen Kane มากๆ คงเพราะอารมณ์ของตัวละครในหนังมันเข้าถึงเราชาวเอเชียมากกว่า

สมแล้วกับฉายา Orson Welles แห่ง Bollywood ต้องหามาดูให้ได้นะครับ

คำโปรย : “พบกับ Orsen Welles แห่ง bollywood Guru Dutt นี่คือหนังที่ไพเราะมากๆ แฝงความหมายที่ลึกซึ้ง พร้อมตอนจบที่ดับความกระหายได้ถึงใจ”
คุณภาพLEGENDARY
ความชอบFAVORI

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of