Rachmaninoff: Rhapsody on a Theme of Paganini

Rachmaninoff: Rhapsody on a Theme of Paganini

หนึ่งในบทเพลง Classic ที่มีความไพเราะที่สุดในโลก Rhapsody on a Theme of Paganini In A Minor, Op. 43 – Variation #18 เมื่อนำไปบรรเลงควบคู่กับสิ่งต่างๆบนโลก จะทำให้สิ่งนั้นมีความสวยงามที่หาคำมาบรรยายไม่ได้

Sergei Rachmaninoff คีตกวีและวาทกรชาวรัสเซีย หนึ่งในผู้นำแห่งยุค romantic ครั้งหนึ่งผมเคยพูดถึงบทเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาไปแล้ว Piano Concerto No.2 op.18 สำหรับ Rhapsody on a Theme of Paganini จะถือว่าเป็นอันดับ 2 ของ Rachmaninov ก็ได้ด้วยความหลากหลายที่มีถึง 24 Variation ทำให้มีบางท่อนเพราะบ้าง เฉยๆบ้าง ไม่เพราะบ้าง สำหรับท่อนที่ถือว่ามีความไพเราะที่สุด มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Variation #18: Andante cantabile (D flat major)

ถ้าเปรียบ Sonata ว่าเป็นเสมือนกระบวนการมุ่งสู่จุดหมายปลายทาง, Variation จะคือความพึงพอใจ ระหว่างการเดินทาง, ขณะศิลปินสร้างงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เขาสามารถสรรหาเทคนิค วิธีการนำเสนอผลงานออกมาได้หลากหลาย เช่นกันกับงานเพลง 1 แนวคิดก็ สามารถถูกนำเสนอด้วยวิธีการที่แตกออกหลากหลาย กับ Variation จึงเปรียบเสมือนการลองผิดลองถูกหลากหลายรูปแบบ ทดลองโน่นนี่นั่นได้ตามใจอยาก และด้วยความยาวไม่มากจึงสามารถขายเทคนิค โชว์ฝีมือได้อย่างเต็มที่ ผิดกับ Sonata ที่มีเป้าหมายเดียว เรื่องราวใจความเดียว และมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง

ขณะ Rachmaninov เริ่มต้นเขียน Rhapsody on a Theme of Paganini เห็นว่าการงานอาชีพของเขาตกต่ำลงมาก ในสายตาของผู้ฟังและนักวิจารณ์สมัยนั้น นับตั้งแต่อพยพออกจาก Russia ผลงานล่าสุดอย่าง Fourth Piano Concerto (1926) ได้เสียงตอบรับที่ค่อนข้างแย่ ฤายุคสมัยของ Romanticism ได้หมดสิ้นลงแล้ว, Rachmaninov ที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว จึงได้แต่ง Variation ที่มีความหลากหลาย คิดอะไรได้ ทำอะไรได้ใส่เข้าไปให้หมด เอาว่ะ! มันคงต้องมีสักท่อนที่ขายได้ ซึ่งผลปรากฎว่า มีจริงๆด้วย ท่อนนั้นที่ขายได้

ความตั้งใจของ Rachmaninov ต่อ Rhapsody on a Theme of Paganini คือให้เป็น Solo Piano คู่กับ Symphony Orchestra (หรือคือ Piano Concerto), เริ่มต้นประพันธ์วันที่ 3 กรกฎาคม 1934 ที่ Villa ของเขาใน Villa Senar, Switzerland ประพันธ์เสร็จเมื่อ 18 สิงหาคม 1934, แสดงสดรอบปฐมทัศน์ที่ Lyric Opera House ที่ Baltimore, Maryland USA เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1934 ร่วมกับ Philadelphia Orchestra กำกับวงโดย Leopold Stokowski

ใช้เครื่องดนตรีประกอบด้วย piccolo, 2 flutes, 2 oboes, English horn, 2 clarinets in B♭, 2 bassoons, 4 horns in F, 2 trumpets in C, 3 trombones, tuba, timpani, triangle, snare drum, cymbals, bass drum, glockenspiel, harp และเครื่องสาย (strings)

Variation #18 ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด เป็นท่อนที่เรียกว่า inversion of the melody ใช้ตัวโน๊ตที่ตรงกันข้ามกับท่อนอื่นเล่น เช่น ถ้าปกติโน้ตเล่น A minor ท่อนนี้จะเป็น D flat major, Rachmaninov อุทิศท่อนนี้ ‘แต่งให้ agent ของเขา’

ว่ากันว่าในรอบปฐมทัศน์ Rachmaninov มีความกลัวที่จะเล่นเพลงของตัวเอง (เขาเล่น piano solo) โดยเฉพาะ Variation #24 ซึ่งทางเทคนิคถือว่าเล่นยากที่สุด เขาดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจ (Crème de menthe) ให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายก่อนขึ้นแสดง นี่เองที่ทำให้ Rachmaninov ตั้งชื่อเล่นของท่อน 24 ว่า Crème de Menthe Variation

ผมเลือก Denis Matsuev และ State Symphony Orchestra of Russia กำกับวงโดย Leonard Slatkin มาให้ฟังนะครับ (เป็นการแสดงเดียวกับที่ผมเลือกมาให้ฟังตอน Piano Concerto No.2 op.18) ถ้าคุณชอบฟังเพลงของ Rachmaninov คอนเสิร์ตนี้ผมถือว่าสมบูรณ์แบบมากแล้ว และคนที่สามารถตีความเพลงของ Rachmaninov ได้ตรงใจผมที่สุดคือ Denis Matsuev คนนี้แหละครับ

ถ้าคุณอยากฟัง Variation #18 กดข้ามไปนาที 15.00 ได้เลยนะครับ แต่ผมแนะนำฟังไปทั้งเพลงเนี่ยแหละ มีท่อนอื่นหลายท่อนที่เพราะๆนะครับ แต่พอถึงท่อน Variation #18 คุณจะแทบรู้ได้ทันทีว่าท่อนนี้แหละ เพราะเสียงดนตรี อารมณ์เพลงจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นี่เป็นท่อนที่มีเอกลักษณ์ที่สุด ไพเราะที่สุด ฟังแล้วหัวใจจะสั่นไหว รู้สึกสัมผัสได้ทันที
– ขณะนี้ถ้าคุณจินตนาการถึงภาพท้องทุ่งหญ้า แสงแดดยามบ่ายๆ มีลมพัดเย็น จะเห็นเลยว่ามันสวยงามมากๆ
– ถ้าคุณจินตนาการถึงหญิงสาวคนหนึ่ง สายตา ลักแก้ม ริมฝีปาก รอยยิ้ม เธอจะดูสวยขึ้นมากๆ
– และถ้าคุณย้อนนึกถึงอดีต ภาพแห่งช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต มันช่างสวยงาม อิ่มเอิบ เป็นสุขใจในความงดงามของชีวิต

มีนักเปียโนอีกคนที่ผมอยากแนะนำให้รู้จักไว้ Stephen Hough เขาคนนี้ก็ถือว่ามีแนวทางการตีความของตนเองที่โดดเด่นมาก ผมชอบสไตล์และแนวคิดของพี่แกนะ ตรงไปตรงมาดี แต่รู้สึกว่าการตีความ Rhapsody on a Theme of Paganini ทำได้ไม่แนบเนียนลื่นไหลเท่ากับ Matsuev ลองไปฟังที่เขาเล่นดูแล้วกัน เล่นกับ The BBC Symphony Orchestra กำกับวงโดย Sakari Oramo (Variation #18 เริ่มนาที 20:15)

อีกคนที่ต้องแถมให้ Arthur Rubinstein นักเปียโนชาวยิว-อเมริกัน ผู้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20, ผมเอาเฉพาะท่อน Variation #18 มาให้ฟังเน้นๆเลยนะครับ ฟังแล้วจะรู้สึกว่ามิติของเปียโนลึกมากๆ แต่ Orchestra ยังไม่สามารถทำให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าได้ สไตล์ของ Rubinstein คือเน้นเสียง High Note ชัด คม และสูงมาก ถ้าพูดกันเฉพาะเรื่องตีความเพลง ผมยกให้ Rubinstein อันดับ 1 เลย คนนี้ตำนานของจริง

ผมถือว่าท่อนนี้เป็น mini Version ของ Piano Concerto No.2 op.18 นะครับ (ความยาวแค่ 2 นาทีครึ่ง) เพราะให้อารมณ์ ความรู้สึก สัมผัสที่คล้ายกันมาก พาเราขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แล้วล่องลอยเป็นสุขอยู่บนนั้นไม่อยากกลับลงมา

Paganini เป็นชื่อของคีตกวีชื่อดัง Niccolò Paganini เป็นนักไวโอลิน วิโอลา กีตาร์ในยุค Romantic สัญชาติอิตาลี ได้รับการยอมรับถึงฝีมือการเล่นว่าเป็นที่หนึ่งในยุคนั้น ทั้งยังได้พัฒนาเทคนิคการสีไวโอลินรูปแบบใหม่ขึ้นอีกด้วย, ส่วนคำว่า Rhapsody หมายถึง บทเพลงอิสระที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างสุดซึ้ง การตั้งชื่อว่า Rhapsody on a Theme of Paganini จึงเป็นการให้เกียรติ และแสดงความรู้สึกต่อคีตกวี Paganini ที่ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้กับ Rachmaninov สร้างสรรค์ผลงาน

ส่วนตัวแล้วผมได้ฟัง Rhapsody on a Theme of Paganini อยู่เรื่อยๆ แต่สงสัยไปไม่เคยถึง Variation #18 หรือไม่เคยได้ตั้งใจฟังท่อนนี้ก็ไม่รู้, ตอนผมได้ยินเพลงนี้ใน Vision of Eight (1973) ขณะ Ludmilla Tourischeva นักยิมนาสติกสาวสุดสวยของสหภาพโซเวียตกำลังทำการแข่งขัน ภาพที่เห็นกับเพลงประกอบ มันช่างสวยงาม งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินได้เห็นมา รู้สึกได้ว่าตนคุ้นเคยกับเพลงนี้มาก แต่นึกไม่ออกว่าได้ยินจากไหน, ผมนั่งฟัง Piano Concerto No.2 op.18 อยู่หลายรอบ ก็รู้สึกว่า สไตล์เพลง รูปแบบ ทำนองมันคล้ายกันมาก ต้อง Rachmaninov เท่านั้นแหละที่จะแต่งเพลงลักษณะนี้ ก็เลยเปิด Playlist ของเขาค้างไว้ แล้วอยู่ดีๆ Variation นี้ก็ดังขึ้นมา นี่แหละเพลงที่ตามหา

ผมมาพบเจอว่า หนังเรื่อง Somewhere in Time (1980) ของผู้กำกับ Jeannot Szwarc ที่มี John Barry เป็นคอมโพเซอร์ ได้ใช้เพลงนี้ประกอบหนังด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมคุ้นเคยกับเพลง เพราะชอบฟังให้ Youtube มัน Randoms เพลง Soundtrack หนัง จึงเลยมีโอกาสได้ยินเพลงนี้บ่อยครั้ง

นอกจาก Variation #18 ท่อนอื่นๆที่ผมแนะนำ เช่น Variation #1, Variation #12, Variation #13, Variation #24 ก็ถือว่ามีความไพเราะไม่แพ้กัน แต่ความโดดเด่นอาจสู้ไม่ได้

ในตอนที่ผมรู้จัก Sergei Rachmaninoff แค่เพลงเดียวคือ Piano Concerto No.2 op.18 ก็รู้ว่าเขาต้องคือ คีตกวีคนโปรดของผมแน่ ซึ่งพอได้พบกับ Rhapsody on a Theme of Paganini In A Minor, Op. 43 – Variation #18 ถือเป็นการยืนยันความรู้สึกนี้ได้อย่างเป็นทางการ ไม่รู้เพราะผมเข้าใจ Rachmaninov หรือ Rachmaninov เข้าใจผมนะ เพลงของเขาสามารถอธิบายตัวตนของผมได้แบบเปะๆเลย

TAGLINES | “Rachmaninoff: Rhapsody on a Theme of Paganini, In A Minor, Op. 43 – Variation #18 เป็นเพลงที่บรรยายความสวยงามของสรรพสิ่งได้ไพเราะที่สุดในโลก”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORITE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of