Raja Hindustani

Raja Hindustani (1996)

Aamir Khan กับการแสดงที่น่าจะดีที่สุดของเขาใน Raja Hindustani ประกบคู่กับ Karisma Kapoor หนึ่งในนักแสดงหญิงชื่อดังคนหนึ่งของ bollywood นี่เป็นหนังที่ทำถล่มทลายในยุคนั้น ทำให้ Aamir Khan ได้ Best Actor จาก Filmfare Award เป็นตัวแรก หลังจากเคยได้ Best Male Debut จาก Qayamat Se Qayamat Tak เมื่อปี 1989

ผมได้ดูหนังของ Aamir Khan มาก็น่าจะเกือบ 10 เรื่องแล้ว นอกจาก Lagaan แล้ว ก็มีเรื่องนี้แหละที่ผมรู้สึกว่า Aamir Khan เค้นพลังการแสดงออกมาได้มากที่สุดแล้ว ผมคงต้องเปรียบเทียบกับ Shar Rukh Khan ในเรื่อง Dil Se… (1998) ที่ผมเชื่อว่าการแสดงของ Shar Rukh Khan น่าจะได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก Aamir Khan ใน Raja Hindustani เป็นแน่

ในยุค 90 เรายังเห็น Aamir Khan หนุ่มมากๆ ตอนเล่น Raja Hindustani เขาอายุ 30 ต้นๆแล้ว แต่ยังดูเหมือนเด็กอายุ 20 ต้นๆอยู่ เคมีของ Aamir Khan กับ Karisma Kapoor ถือว่าเข้ากันมากๆ โดยเฉพาะครึ่งหลัง หลังจากทั้งคู่แยกจากกัน ต่างก็ต่อสู้กันทางการแสดงที่เข้มข้นมากๆ การแสดงออกทางสีหน้า คำพูด แววตา ทำเอาผมหัวใจเต้นไม่หยุดเลยยอดเยี่ยมมากๆ แน่นอนว่าทั้งสองได้ Best Actor และ Best Actress จาก Filmfare แน่นอน ในยุคหลังๆนี่ ผมไม่ค่อยเห็น Karisma Kapoor แล้วนะ เหมือนเธอจะรับงานแสดงน้อยลง กระแสนิยมก็ลดลงเรื่อยๆด้วย

กำกับโดย Dharmesh Darshan หลังจากกำกับหนัง Hit มาเรื่องหนึ่ง Raja Hindustani ถือเป็นเรื่องที่ 2 ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่เอาจริงๆผมว่า Raja Hindustani มีเฉลยปมที่แย่มากๆ คือหนังโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมแต่ตกม้าตายตอนเกือบจบ ตอนจบถือว่าสวยงามนะ แค่ว่าตอนเฉลยปมมันงี่เง่าไปนิดนึง ผมรู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ คงเพราะเหตุนี้ Darshan เลยมีชื่อแค่เข้าชิง Best Director แต่ก็ไม่ได้ไป

งานถ่ายภาพอยู่ในระดับทั่วไป ผมชอบบรรยากาศของหนังนะ ช่วงต้นๆของครึ่งแรกเป็นกึ่งๆ Road-Movie เราจะได้เห็นบรรยากาศของอินเดียรอบๆในยุคนั้น นี่เป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆในการดูหนังนะครับ เพราะมันได้เก็บเรื่องราว เก็บภาพประวัติศาสตร์ในยุคๆหนึ่ง ที่ปัจจุบันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานที่เหล่านั้นเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว

ตัดต่อ Bharat ผมว่าเฮียนี่เจ๋งมากๆ ช่วงที่การแสดงของ Aamir และ Karisma เข้มข้นสุดๆ ต้องขอบคุณการตัดต่อด้วยที่มีการตัดสลับไปมาระหว่างสองตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม มีจังหวะการตัดที่ลงตัวมากๆ เป็นตัวช่วงเร่งอารมณ์ให้ถึงขีดสุดจริงๆ

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบสุดๆในหนังเรื่องนี้คืองานเพลง โดย Nadeem-Shravan หรือ Nadeem Saifi กับ Shravan Rathod ทั้งสองได้ Filmfare Best Music Director Award จากหนังเรื่องนี้ด้วย ผมชอบสไตล์ของสองคนนี้มากนะ ผมไปค้นๆดูพบว่าจะมี 3 เครื่องดนตรีหลักที่พวกเขาใช้ในหนังทุกเรื่อง คือ bansuri, sitar และ shehnai ลองไปค้นรูปในเน็ตดูเองนะครับว่าหน้าตาเป็นยังไง ส่วนนักร้องก็มีหลายคนมาก แต่ที่ผมจะคุ้นๆเสียงที่เป็นคู่พระนางคือ Alka Yagnik, Udit Narayan ผมจำเสียงของทั้งสองได้จากหนังหลายๆเรื่อง (ตอนแรกนึกว่าหนัง bollywood นักแสดงจะอัดเสียงเองแต่ไม่ใช่แหะ เป็น lip sync ทั้งหมด) เพลงในหนังผมชอบทุกเพลงเลยนะครับ และที่ผมชอบที่สุดก็คือ Pardesi Pardesi เพลงนี้ Udit Narayan ได้รางวัล Filmfare Best Male Playback Award ด้วย ผมชอบจังหวะการใช้เพลงนี้ในหนังมากๆ เพลงนี้ดังขึ้น 3 ครั้ง แต่ละครั้งมันก็บีบหัวใจมากๆ ตอนได้ยินครั้งแรก เสียงกลองก่อนจะจบเพลงและการตัดต่อ focus ระหว่างหน้าพระนาง ว่ะ! หัวใจแทบหยุดเต้น ตอนได้ยินครั้งที่สอง มันช่างเจ็บปวดรวดร้าว และครั้งสุดท้าย ณ ตอนจบของหนัง สุดยอดครับ

Pardesi Pardesi กลายเป็นเพลงโปรดจากหนังที่ผมชอบที่สุดไปแล้วนะครับ ถ้าจะดูหนังเพลง ผมว่า hollywood ยังไงก็สู้หนังจาก bollywood ไม่ได้เลย หนังเพลงของ hollywood นั้นหมดยุคไปแล้ว แต่ bollywood ยังคงมีพัฒนาการต่อเนื่อง และดูแล้วคงจะไม่มีวันตกเทรนด์แน่ๆ เพราะมันขายเพลงได้ด้วย (แบบอนิเมะญี่ปุ่นที่จะแยก single op/ed ออกมาหาเงินเพิ่มได้)

นอกจาก Pardesi แล้ว จริงๆหนังเรื่องนี้เรียกว่า ร้องเพลง เต้นเกี้ยวกันข้ามเขาเลย วิ่งกันไปมาแบบว่าไกลมาก ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ทำให้เราเห็นวิวสวยๆบนยอดเขาด้วย (คิดไปแง่ดีเสียงั้น)

หนังนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของคนต่างชนชั้น ผมชอบแนวคิดของพระเอกมากๆ ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งน่าจะได้แรงบันดาลใจแนวคิดมาจากหนังของ Guru Dutt แน่ๆ เพราะพระเอกแน่วแน่ในความคิดของตนเองมาก หนังได้นำพาไปจุดที่พระเอกต้องไปอยู่ตรงนั้น และมันเป็นการยืนยันความเชื่อว่า เขาต้องเปลี่ยนไปแน่ๆ สิ่งที่เปราะบางมากๆสำหรับคนสองคนคือความไม่เชื่อใจกัน ที่ตลกนิดนึงคือ หนังเรื่องนี้มีผู้ร้ายครับ ปกติหนังแนว Romantic นี่ผู้ร้ายจะไม่เลวได้ใจขนาดนี้ ผมละชอบแผนของตัวร้ายมากๆ ยิ่งดูยิ่งหมั่นไส้มัน และเราจะได้เห็นความไร้เดียงสาของคู่พระนางที่แทบจะไม่สามารถเอาชนะความคิดของตัวเองต่อผู้ร้ายได้เลย เอาจริงๆผมว่าตัวร้ายมันออกจะติ้งต๊องไปหน่อย ไม่ได้มีมิติมากมาย แต่ทำไมมันส่งผลต่อคู่พระนางได้ขนาดนี้เลยนะ

ผมเชื่อว่าคอหนัง bollywood ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้นะครับ แค่การแสดงของ Aamir Khan และ Karisma Kapoor ก็สุดยอดแล้ว และหนังยังมีเพลงเพราะๆที่ฮิตติดลม อย่าง Pardesi นี่ก็ยังมีหนังหลายเรื่องที่ฮัมเพลง หรือร้องออกมาในจังหวะที่คล้ายๆกับ Raja Hindustani (แบบฉากวิ่งขึ้นรถไฟใน DDLJ) ข้อเสียเดียวของหนังเรื่องนี้คือจังหวะเฉลยความจริง เป็นอะไรที่ผมผิดหวังมากๆ มันง่ายเกินไป ขย้ำเอาความรู้สึกทุกอย่างที่มีมาก่อนหน้าเขวี้ยงลงถังหายไปหมดสิ้นเลย เห้ย! เอาแบบนี้เลยเหรอ จากหนังที่เกือบจะเป็นหนังเรื่องโปรดเรื่องใหม่ กลายเป็นหล่นจากสวรรค์ แต่ยังดีที่ ณ ตอนจบ ฮัมเพลง Pardesi รอบที่ 3 ทำเอาผมสะท้านเลย และจังหวะที่พระเอกร้องขึ้นมา โอ้! จบสวยแหะ

คำโปรย : “Raja Hindustani สุดยอดการแสดงของ Aamir Khan และ Karisma Kapoor พร้อมกับเพลงประกอบโดย Nadeem-Shravan กับ Pardesi นี่เป็นหนังที่จะทำให้คุณเข้าใจความรักมากยิ่งขึ้น”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบFAVORI

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: