Sarasate: Zigeunerweisen

Zigeunerweisen

Sarasate: Zigeunerweisen

คีตกวีสัญชาติสเปน Pablo de Sarasate ประพันธ์ Zigeunerweisen (Gypsy Airs), Op. 20 ขึ้นเมื่อปี 1847 บันทึกลงแผ่นครั่งปี 1904 ประมาณนาทีที่ 3 กว่าๆ เผลอพูดให้คำแนะนำนักดนตรี ติดลงในแผ่นเสียง ผู้ฟังที่กำลังเคลิบเคลิ้มสมัยนั้น พอได้ยินต่างสะดุ้งตกใจนึกว่าเสียงผี กลายเป็นตำนานอมตะของบทเพลงนี้โดยพลัน, ขณะที่ในเมืองไทยก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี นำมาประพันธ์เป็นบทกลอนเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (ค.ศ. 1934) ตั้งชื่อว่า คิดถึง (จันทร์กระจ่างฟ้า)

โชคดีมากๆที่สมัยนี้มี Youtube และแผ่นครั่งเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ยังอยู่ในสภาพดีเยี่ยมใช้การได้ แม้คุณภาพจะด้อยไปตามกาลเวลา ลองสังเกตฟังกันให้ดี คลิปนี้นาทีที่ (3.35)

เสียงสนทนาที่ดังขึ้นเป็นภาษาสเปนของ Sarasate จับใจความได้ว่าเป็นการแนะนำนักดนตรีให้ลดระดับเสียงลงมานิดหนึ่ง

abajo el -pedal- de la sordina
press down the mute -pedal-

ผมมีโอกาสรู้จักบทเพลงนี้จากภาพยนตร์ Horror Surrealist เรื่อง Zigeunerweisen (1980) ของผู้กำกับ Seijun Suzuki ที่ฉาก Opening Credit เราจะได้ยินบทเพลงนี้แบบเต็มๆ แถมตัวละครยังเน้นย้ำผู้ชมตั้งใจฟังให้ดี ตอนแรกผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแต่พอมาครุ่นคิดดู ถ้าสมัยก่อนมีคนซื้อแผ่นครั่งนี้ไปแล้วได้ยินเสียงพูดนี้ดังขึ้น พวกเขาคงจะสะดุ้งหลอนแค่ไหน นี่คือที่มาของคำเรียก ‘Record ผีสิง’ แต่ผู้คนสมัยนี้คงไม่รู้สึกอะไรแล้วละ (หรือเปล่า?)

Pablo de Sarasate หรือชื่อเต็ม Martín Melitón Pablo de Sarasate y Navascués (1844 – 1908) คีตกวีและนักไวโอลินสัญชาติ Spanish ในยุค Romantic Era เกิดที่ Pamplona, Navarre พ่อเป็นผู้นำวง Bandmaster ทำให้เขามีความสนใจไวโอลิน เรียนเล่นตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนสามารถขึ้นแสดงคอนเสิร์ตได้ตอนอายุ 8 ขวบ ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์และโชคเข้าข้าง มีโอกาสเล่นดนตรีต่อหน้าพระพักตร์ Queen Isabella II of Spain มอบทุนพร้อมส่งให้ไปเรียนกับ Jean-Delphin Alard ที่ Paris Conservatoire, ตอนอายุ 17 ชนะเลิศการประกวดดนตรีรางวัลที่ 1 Premier Prix ของ Conservatoire, หลังจากออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วยุโรป อเมริกาเหนือใต้ เริ่มมีความสนใจแต่ง Opera, Orchestra พยายามที่จะนำบทเพลง Spanish Music ผสมผสานกลิ่นอาย Gpysy เข้าไป

สำหรับผลงานมีชื่อเสียงโด่งดังสุดของ Sarasate คือ Zigeunerweisen (Gypsy Airs), Op. 20 ส่วนผสมระหว่างไวโอลินกับ Orchestra (เรียกว่า Violin Concerto ก็ยังได้) ประพันธ์ขึ้นปี 1817 เปิดการแสดงครั้งแรกที่ Leipzig, Germany

แรงบันดาลของบทเพลง มาจากการเดินทางเร่รอนของชาว Gypsy พอไปถึงที่ไหนๆก็มักชอบร้องเล่นเต้นรำทำเพลง ยามค่ำคืนใต้แสงจันทรา ค่ำคืนเดือนหงาย (บางครั้งเพลงนี้จะเรียกว่า Gypsy Moon)

บทเพลงมี Movement เดียว แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ท่อน 4 อารมณ์

  1. Moderato – เริ่มจาก Orchestra จัดเต็มทรงพลัง ตามด้วยเสียงไวโอลินทุ้มต่ำแทรกตัวขึ้นมา ทีละเล็กละน้อย บทเพลงค่อยๆไล่โน้ตสูง เพิ่มความนุ่มนวลในขึ้นเรื่อยๆ (จบประมาณนาทีที่ 1:02)
  2. Lento – โดยไม่รู้ตัว ช่วงนี้เสียงไวโอลินจะมีทำนองพริ้วไหว โบยบินโฉบไปมา เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ Orchestra บรรเลงเป็นพื้นหลังประกอบเบาๆ
  3. Un poco più lento – เมื่อไวโอลินเงียบลง เสียง Orchestra ค่อยๆดังขึ้น ช่วงนี้จะมีจังหวะความเร็วช้ากว่า Lento แต่เสียงไวโอลินจะแหลมสูง ความโหยหวนถึงจุดสูงสุด
  4. Allegro molto vivace – จังหวะดนตรีจะเปลี่ยนทันควัน มีความเร่งรีบรวดเร็วปานสายฟ้า ความสนุกสนานครึกครื้นกลับคืนมาสู่โลกอีกครั้ง

ในบรรดานักไวโอลินที่สามารถบรรเลงเล่นบทเพลงนี้ได้ไพเราะ กลายเป็นตำนานมีสองคน Itzhak Perlman (เกิดปี 1945) อัจฉริยะ Violinist วาทยากร ครูสอนดนตรีสัญชาติ Israeli เกิดที่ Tel Aviv ขณะนั้นยังเป็น British Mandate of Palestine เห็นว่าตอน 3 ขวบได้ยินบทเพลงคลาสสิกในวิทยุ ก็มีความตั้งใจตั้งแต่ตอนนั้น แต่ถูกปฏิเสธจากโรงเรียนสอนดนตรีเพราะยังเด็กเกินไป เลยหัดเรียนเล่นด้วยตนเอง แสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกตอนอายุ 10 ขวบ ย้ายอเมริกาเพื่อเรียนที่ Juilliard School ลูกศิษย์เอกของ Ivan Galamian และ Dorothy DeLay

เกร็ด: Itzhak Perlman รู้จักสนิทกับ John Williams เคยมารับเชิญเดี่ยวไวโอลินในหนังเรื่อง Schindler’s List (1993), Memoirs of a Geisha (2005) ทั้งสองเรื่องคว้า Oscar: Best Original Score

อีกหนึ่งถือเป็นระดับพระเจ้า Jascha Heifetz (1901 – 1987) นักไวโอลินสัญชาติ Russian เชื้อสาย Jews ข้ามน้ำข้ามทะเลมาโด่งดังที่อเมริกา ลีลาของ Heifetz คือการสีไวโอลินให้มีความสั่นสะเทือนในทุกท่วงโน๊ต สร้างความสั่นสะท้านไปถึงขั้วของหัวใจ บีบคั้นอารมณ์ให้ไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างเร็วไป จนได้รับการยกย่องว่าคือ ‘God’s Fiddler’ นักไวโอลินที่น่าจะยิ่งใหญ่สุดในโลก

ท่อนแรก Moderato ของบทเพลงนี้ โด่งดังมากๆ Les Allen (1902 – 1996) นักร้อง Saxophonist สัญชาติ Canadian ร่วมกับ The Durium Dance Band เขียนคำร้องภาษาอังกฤษ ตั้งชื่อว่า Gipsy Moon เมื่อปี 1932

ในเมืองไทย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) (พ.ศ. ๒๔๑๙ – ๒๔๘๖) น่าจะแปล/ประพันธ์เป็นบทกลอนเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (ค.ศ. 1934) ตั้งชื่อว่า คิดถึง (จันทร์กระจ่างฟ้า)

จันทร์กระจ่างฟ้า นภาประดับด้วยดาว
โลกสวยราวเนรมิตประมวลเมืองแมน
ลมโชยกลิ่นมาลากระจายดินแดน
เรียมนี้แสนคะนึงถึงน้องดวงจันทร์

งามใดหนอ จะพอทัดเทียบเปรียบน้อง
เจ้างามต้องตาพี่ไม่มีใครเหมือน
ถ้าหากน้องอยู่ด้วยและช่วยชมเดือน
โลกจะเหมือนเมืองแมนแม่นแล้วนวลเอย

ว่ากันว่า ฉบับบทึกเสียงครั้งแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ขับร้องโดย เฉลา ประสพศาสตร์ บรรเลงโดยคณะมงคลและสหาย,

ผมยังฟังไม่ครบทุกฉบับใน Youtube เลยนะครับ มีเยอะมาก อาทิ ชรินทร์ นันทนาคร, สุเทพ วงศ์กำแแหง, นัดดา วิยะกาญจน์, กิตติคุณ เชียรสงค์, อุเทน พรหมมินทร์, ธงไชย แมคอินไตย์, จินตนา สุขสถิตย์, ยุรนันท์ ภมรมนตรี ฯ เลยยังไม่ขอเลือกดีกว่าว่าชอบฉบับไหนมากสุด

บทเพลงนี้ยังเคยประกอบโฆษณาชุด The Bangkok Sathorn ‘เพชร’ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ของบริษัท Land and Houses ดนตรี/เรียบเรียงโดย พีช The Peach Band ขับร้องโดย ระพี บุญเปลื้อง

ลักษณะเด่นของบทเพลงที่ประพันธ์ในยุคโรแมนติก คือสามารถสะท้อนอารมณ์ออกมาผ่านทางท่วงทำนองได้หลากหลาย ซึ่ง 4 ท่อนของบทเพลงนี้สามารถทำความเข้าใจได้คือสุข เศร้า เหงา สนุกสนาน มีความตรงกันข้ามคนละขั้ว สะท้อนถึงอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ที่พบเจอได้ทั่วไป (จะมองว่า 4 ท่อนคือ 4 ฤดูกาลก็ยังได้)

ส่วนตัวแล้วชื่นชอบท่อน 3 มากที่สุด ในห้วงความอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว โดดเดี่ยวเดียวดาย ท้วงทำนองมีความโหยหวน โบยบินล่องลอยไปถึงจันทรา ที่สุดแห่งความเงียบเหงา

TAGLINE | “Zigeunerweisen บทเพลงพรรณาความงดงามของแสงจันทรา ประพันธ์โดย Pablo de Sarasate เก็บตกทุกห้วงอารมณ์ได้อย่างไร้ที่ติ”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of