Tale of Tales

Tale of Tales (1979) USSR : Yuri Norstein ♥♥♥♥♡

ขูดๆขีดๆเรื่องเล่าความทรงจำ นำเสนอผ่านมุมมองเจ้าหมาป่าน้อย (Grey Wolf) พบเห็นความวุ่นๆวายๆของมนุษย์ชาวรัสเซีย ในช่วงคาบเกี่ยวสงครามโลกครั้งที่สอง ตัดสลับระหว่างโลกความจริง-จินตนาการเพ้อฝัน ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Mirror (1975)

หลังความสำเร็จอย่างล้นหลามของ Hedgehog in the Fog (1975) จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผกก. Yuri Norstein จะสรรค์สร้างผลงานถัดไปให้ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่กว่า, Tale of Tales (1979) เป็นอนิเมชั่นที่บอกเลยว่าคาดไม่ถึง มาเหนือจินตนาการ! แต่หลายคนคงส่ายหัว บ่นอุบ กุมขมับ แม้งสลับซับซ้อนชิบหาย ดูไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!

ก็แน่ละ! อนิเมชั่นเรื่องนี้มีความละม้ายคล้ายโคตรภาพยนตร์ Mirror (1975) ของผกก. Andrei Tarkovsky ที่เลื่องชื่อในความสลับซับซ้อน ดำเนินเรื่องแบบไร้โครงสร้าง (Non-Narrative) กระโดดไปมาระหว่างอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต โลกความจริง-จินตนาการเพ้อฝัน (Non-Chronological Order) ไม่งอนง้อผู้ชม ดูไม่รู้เรื่องก็ช่างหัวมึง! แต่ถ้าคุณสามารถปีนป่ายบันได อาจพบเห็นสรวงสวรรค์ ศิลปะขั้นสูง ความเป็นศิลปินของผู้สร้าง ไม่ใช่ทุกคนจักมีศักยภาพชื่นเชยชม

(ถ้าคุณสามารถรับชม ทำความเข้าใจ Mirror (1975) เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆกับ Tale of Tales (1979) เรื่องนี้ดูง่ายกว่ามากๆ)

เอาจริงๆผมรับรู้จัก Tale of Tales (1979) ก่อนหน้า Hedgehog in the Fog (1975) เสียอีกนะ! นั่นเพราะอนิเมชั่นเรื่องนี้ติดอันดับ #202 (ร่วม) ชาร์ท Sight & Sound: Critic’s Poll 2012 (เป็นเพียง 1 ใน 3 อนิเมชั่นที่ติดชาร์ทภาพยนตร์นี้ อีกสองเรื่องคือ My Neighbor Totoro (1988) และ Spirited Away (2001)) น่าเสียดายหลุดโผในการจัดอันดับล่าสุด

แต่ชาร์ทเทศกาลอนิเมชั่น Laputa Animation Festival: Top 150 Japanese and World Animation (2003) จากการลงคะแนนโดยนักอนิเมเตอร์ คนในวงการอนิเมะกว่า 140 คน ลงมติให้ Hedgehog in the Fog (1975) เป็นอันดับ #1 ขณะที่ Tale of Tales (1979) ติดตามมาอันดับ #2

ความแตกต่างของทั้งสองชาร์ทนี้แสดงให้เห็นว่า Hedgehog in the Fog (1975) น่าจะถูกอกถูกใจคนในวงการอนิเมชั่น, ขณะที่ Tale of Tales (1979) ด้วยความลุ่มลึกล้ำ สลับซับซ้อน ท้าทายศักยภาพ เลยได้รับยกย่องจากผู้ชมวงกว้าง งานศิลปะขั้นสูง มาสเตอร์พีซแห่งวงการภาพยนตร์!

เห็นแบบนี้ทำให้ผมโคตรๆคาดหวังกับ Tale of Tales (1979) แม้ระหว่างรับชมจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ แต่พบเห็นความซับซ้อนของอนิเมชั่น (ยิ่งกว่าละอองหมอกของ Hedgehog in the Fog เสียอีก!) และเพลงประกอบ Bach, Mozart โดยเฉพาะ Tango Polish ชื่อว่า To ostatnia niedziela (1935) (ยังคงติดหูมาจาก Burnt by the Sun (1994)) เลยเกิดความเคลิมเคลิ้ม หลงใหล สัมผัสถึงความตั้งใจของผกก. Norstein … เอาว่าผมชื่นชอบอนิเมชั่นเรื่องนี้มากกว่าภาพยนตร์ Mirror (1975) แต่เมื่อเทียบกับ Hedgehog in the Fog (1975) ยังต้องขอขบครุ่นคิดอีกสักพัก

เกร็ด: Tale of Tales (1979) ยังคือภาพยนตร์/อนิเมชั่นเรื่องโปรดของผู้กำกับ Hayao Miyazaki


Yuri Borisovich Norstein, Ю́рий Бори́сович Норште́йн (เกิดปี 1941) ผู้กำกับ/นักอนิเมเตอร์ สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Andreyevka, Penza Oblast ในครอบครัวเชื้อสาย Jews ระหว่างที่มารดาพร้อมพี่ๆกำลังอพยพหลบหนีสงคราม (ส่วนบิดาออกรบแนวหน้า) ภายหลังปักหลักอยู่ Maryina Roshcha, Moscow ตั้งแต่เด็กมีความหลงใหลในงานศิลปะ โตขึ้นเคยทำงานช่างไม้ ณ โรงงานเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเข้าเรียนคอร์สอนิเมชั่นของสตูดิโอ Soyuzmultfilm แล้วได้รับว่าจ้างงาน เริ่มจากทำอนิเมเตอร์ Who Said “Meow”? (1962), ร่วมกำกับอนิเมชั่นเรื่องแรก 25th October, the First Day (1968), แจ้งเกิดกับ The Battle of Kerzhenets (1971), The Fox and the Hare (1973), The Heron and the Crane (1974), Hedgehog in the Fog (1975) ฯ

ความสนใจของผกก. Norstein มักดัดแปลงจากปรัมปรา นิทานพื้นบ้านรัสเซีย ซึ่งมีเนื้อหาสาระข้อคิดสำหรับเด็กๆ (และผู้ใหญ่) นิยมชมชอบใช้ตัวละครที่เป็นสัตว์ สุนัขจิ้งจอก, กระต่ายป่า, นกกระเรียน, เม่นน้อย ฯ ต้องเผชิญหน้าพานผ่านช่วงเวลายุ่งยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ตนเอง ค้นพบเจอเป้าหมายชีวิต

The Battle of Kerzhenets (1971): https://www.youtube.com/watch?v=fWKOvaDkxPc
The Fox and the Hare (1973): https://www.youtube.com/watch?v=9FUzM7KbPZg
The Heron and the Crane (1974): https://www.youtube.com/watch?v=BuobSn9jA5M

ผกก. Norstein มีความสนิทสนมกับนักเขียน Lyudmila Petrushevskaya, Людмила Петрушевская (เกิดปี 1938) มานานหลายปี วันหนึ่งเดินทางไปพูดคุย สนทนาแลกเปลี่ยน เล่าถึงความทรงจำ ประสบการณ์ชีวิต ครุ่นคิดอยากทำอะไรสักอย่างที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอัดอั้นทรวงใน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

Petrushevskaya ที่เพิ่งคลอดบุตรได้ไม่นาน เมื่อรับฟังเรื่องเล่าของผกก. Norstein สามารถเชื่อมโยงเข้ากับตนเอง จึงเริ่มต้นร่างรายการ เขียนถึงสิ่งที่พวกเขาเคยพานผ่าน สัมผัสทางอารมณ์ ประสบการณ์ชีวิตใกล้เคียงกัน โดยไม่ได้พยายามทำออกมาเป็นเรื่องเป็นราวใดๆ “The mental state of the co-authors was more important when writing the script than structured ideas”

เมื่อตอน Hedgehog in the Fog (1975) มีพัฒนาบทอนิเมชั่นที่มีเพียงข้อความรายละเอียด คำบรรยายถึงสิ่งต้องการแทรกใส่เข้ามาในเฟรมภาพ, สำหรับโปรเจคใหม่นี้ผิดแผกแปลกประหลาดยิ่งกว่าเเก่า คือมีเพียงการอ้างอิงบทกวี กล่าวถึงภาพวาด เพลงคลาสสิก สิ่งสามารถสร้างสัมผัสทางอารมณ์ “to create a creative mood” ไม่มีโครงสร้าง เนื้อเรื่องราวใดๆ ซึ่งตอนถ่ายทำจริงๆผกก. Norstein จะทำการตีความ ดั้นสด ‘improvised’ นำเอาทุกสิ่งอย่างมาผสมผสานคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน

It is enough for me to have those reference points, those painful pricks that the author [Lyudmila Petrushevskaya] gave me in her script and from which the action of the movie will grow later. During filming, it is enough for a certain gesture to appear in the literal sense of the word, which was neither anticipated in the script nor planned in a premeditated montage phrase, as it is necessary to rearrange the whole thing accordingly

Yuri Norstein

เมื่อตอนนำเสนอโปรเจคนี้ ให้คำอธิบายเรื่องราว “film about memory”, “poet who couldn’t write” โดยปกติแล้วไม่น่าจะผ่านการอนุมัติ แต่เพราะความสำเร็จอย่างล้นหลามของ Hedgehog in the Fog (1975) กองเซนเซอร์ Goskino เลยไม่ได้ทักท้วง หักห้ามปราม ยินยอมให้อิสรภาพในการสรรค์สร้างผลงาน

ในตอนแรกนักเขียน Petrushevskaya ตั้งชื่อโปรเจคนี้ตามบทเพลงพื้นบ้านรัสเซีย (ที่ได้ยินบ่อยครั้งในอนิเมชั่น) Придёт серенький волчок อ่านว่า Pridyot serenkiy volchok แปลว่า The Little Grey Wolf Will Come แต่ถูกกองเซนเซอร์สั่งให้ไปเปลี่ยนใหม่เพราะว่า “some kind of ominous prediction” ผกก. Norshtein เลยเลือกใช้ Сказка сказок อ่านว่า Skazka skazok แปลว่า Tale of Tales นำจากบทกวีของ Nâzım Hikmet (1902-63) ที่ใช้ชื่อภาษา Turkish ว่า Masalların Masalı แปลตรงตัว A Tale of Fairy Tales


เรื่องราวนำเสนอผ่านมุมมองเจ้าหมาป่าน้อย (Grey Wolf) อาศัยอยู่ในป่า ไม่ห่างไกลจากบ้านชนบทหลังหนึ่ง วันๆมันชอบแวะเวียนมาจับจ้อง ถ้ำมอง พบเห็นเด็กทารกกำลังดูดนมมารดา จากนั้นพบเห็นแสงสว่างจร้า ปรากฎภาพจินตนาการเพ้อฝัน มารดากำลังซักผ้า, บุตรสาวเล่นกระโดดเชือกกับวัวยักษ์, นักกวีครุ่นคิดเขียนอะไรไม่ออก ถกเถียงกับเจ้าแมวเหมียว แล้วลุกขึ้นมาเล่นเครื่องดนตรีฮาร์ปพิณ (Lyre Harp), ชาวประมงตกปลาตัวใหญ่ กลับเข้ามาไกวเปลให้ทารกน้อยนอนหลับฝันดี ฯ

หวนกลับมายังโลกความจริง เจ้าหมาป่ายังได้พบเห็นการมาถึงของสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้แต่ละครอบครัวต้องส่งผู้ชาย/สามีออกไปรบแนวหน้า (ทำให้บ้านหลังนี้รกร้าง ไม่มีใครพักอาศัย ทำให้เจ้าหมาป่าสามารถเข้ามาหลบซ่อนตัว หลับนอน) แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถหวนกลับมา

ช่วงท้ายของอนิเมชั่น เจ้าหมาป่าทำการลักขโมยแผ่นกระดาษที่นักกวีเพิ่งแต่งเสร็จ ออกวิ่งไปตามท้องถนน แต่พอมาถึงกลางป่า กลับพบว่ากระดาษแผ่นนั้นกลับกลายเป็นเด็กทารกกำลังร่ำร้องไห้ ไม่รู้จะทำอะไรยังไง เลยจำต้องไกวเปล ร้องเพลงกล่อมเด็กเข้านอน


ในส่วนการออกแบบตัวละคร นี่ถือเป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกๆที่ผกก. Norstein ทำการวาดภาพตัวละครมนุษย์ (ก่อนหน้านี้เห็นแต่สรรพสัตว์) แต่ก็ไม่ได้ใส่รายละเอียดให้ดูสมจริงนัก ซึ่งแต่ละซีเควนซ์จะมีสไตล์ ลายเส้น เล่นกับแสง-เงา สีสัน เพื่อสร้างสัมผัสทางอารมณ์แตกต่างออกไป เท่าที่ผมพอสังเกตได้สามารถแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบด้วยกัน

  • ทารกกำลังดูดนมมารดา ทำออกมาในลักษณะภาพแรเงา (Shading) ดูลุ่มลึก มีมิติ สร้างสัมผัสสมจริงมากที่สุด
    • นั่นเพราะการให้กำเนิดชีวิต ทารกน้อยถือว่ามีความมหัศจรรย์ จึงพยายามทำออกมาให้งดงาม ตราตรึง น่าประทับใจมากที่สุด
    • ทารกน้อยคนนี้สามารถเทียบแทนได้ทั้งผกก. Norstein (ที่เพิ่งถือกำเนิดระหว่างสงคราม) และรวมถึงบุตรของนักเขียน Lyudmila Petrushevskaya ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นานก่อนเริ่มต้นพัฒนาอนิเมชั่นเรื่องนี้
  • ภาพร่างหยาบๆ (Rough Sketches) ดูขาดๆหายๆ เหมือนนำจากสมุดบันทึกเก่าเก็บ เพื่อสื่อถึงความทรงจำวันวาน มักนำเสนอช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อย ไม่ต้องยี่หร่าอะไรใคร (หรือจะมองว่าคือจินตนาการความฝันของเจ้าหมาป่าน้อยต่อครอบครัวนี้ก็ได้เช่นกัน)
  • สามี-ภรรยากำลังเริงระบำ มีการลงสีอ่อนๆ ตัวละครโยกไปโยกมา ดูไม่ต่างจากหุ่นเชิดชัก ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ก่อนถูกทำให้พลัดพราก แยกจาก ฝ่ายชายต้องเข้าร่วมสู้รบสงคราม
  • สภาพครอบครัวภายหลังการสูญเสีย พลัดพรากจาก จะมีการลงสีเข้มๆ เต็มไปด้วยเงามืด ริ้วรอยขีดข่วน ทำออกมาเหมือนบาดแผลจากสงคราม นักกวีก็ยังคงไม่รู้จะครุ่นคิดเขียนอะไรยัง
    • ตัวละครนักกวีที่ดูเหมือนมีอาการ ‘writer’s block’ ครุ่นคิดเขียนอะไรออก สามารถเทียบแทนได้ทั้งผกก. Norstein และนักเขียน Lyudmila Petrushevskaya เพราะทั้งสองต่างมีส่วนร่วมกับบทอนิเมชั่นเรื่องนี้ ที่แทบไม่มีเนื้อหา เรื่องราวอะไรอยู่ภายใน
  • ภาพสุดท้ายเต็มไปด้วยสีสัน ดูราวกับอนาคตสดใส ไร้รอยขีดข่วน แต่พื้นหลังปกคลุมด้วยหิมะ สภาพอากาศหนาวเหน็บ เย็นยะเยือก ฝ่ายชายกรอกสุราเข้าปาก จากนั้นลุกขึ้นออกเดินนำหน้า พร้อมสวมหมวกนโปเลียน
    • ผมมองว่าชายคนนี้น่าจะคือบิดา(ของทารกน้อย/ผกก. Norstein) หลังกลับจากสงครามดูสภาพเหมือนอาการ Shell Shock/PTSD ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
    • การสวมหมวกทรงนโปเลียน น่าจะคือการสำแดงอำนาจ เผด็จการในครอบครัว (เหมือนดั่งนโปเปลียน) โดยไม่รู้ตัวสามารถสร้างอิทธิพลให้กับบุตรชาย (เดินติดตามและสวมหมวกนโปเลียนเฉกเช่นเดียวกัน)
    • ส่วนสไตล์ภาพวาด เห็นว่านำแรงบันดาลใจจากผลงานของ Yuri Vasnetsov (1900-73) นักวาดภาพหนังสือสำหรับเด็กที่ทรงอิทธิพลมากๆในรัสเซีย โดดเด่นเรื่องการลงสีสัน โลกสวยสดใส

เกร็ด: ผกก. Norstein มักเป็นคนออกแบบตัวละคร จากนั้นศรีภรรยา Francheska Yarbusova จะขัดเกลาให้มีความเหมาะสมในการทำอนิเมชั่น

สำหรับสรรพสัตว์ จะมีโดดเด่นอยู่เพียง 4-5 ตัว ซึ่งสไตล์การออกแบบรับอิทธิพลจาก Picasso, Rembrandt, Van Gogh, Paul Klee, รวมถึง Yuri Vasnetsov

  • หมาป่าน้อย (Grey Wolf) มันชอบเดินสองขาแบบมนุษย์ สายตาอันบริสุทธิ์ ละอ่อนวัย เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขี้เล่นซุกซน ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนอิจฉาริษยาทารกน้อย เหมือนมันต้องการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ ยังคงจดจำช่วงเวลาดีๆ เลือนลางระหว่างโลกความจริง-จินตนาการเพ้อฝัน
    • ลักษณะของหมาป่าน้อย แทบจะไม่แตกต่างจากเม่นน้อย Hedgehog in the Fog (1975)
  • วัวกระทิง ชวนให้นึกถึงผลงานของ Picasso โดยปกติแล้วมันควรดุร้าย สัตว์อันตราย แต่ในความทรงจำ/เพ้อฝันของหมาป่าน้อย ยืนสองเท้าได้เหมือนเจ้าหมาป่า ท่าทางเหงาๆ เศร้าๆ ไม่อยากพลัดพรากจากลา โหยหาเพื่อนเล่นกระโดดเชือก … เพราะการกระโดดเชือกต้องมีอย่างน้อยคนหนึ่งคอยหมุนเชือก แต่จนแล้วจนรอด ท้ายสุดเจ้าวัวกระทึงเลยหยิบเชือกมากระโดดเพียงลำพัง
  • แมวเหมียว ถ้าไม่หลับนอน ก็มักต่อล้อต่อเถียงกับนักกวี แต่พอพบเห็นปลาตัวใหญ่ บังเกิดความลุ่มหลงใหล น้ำลายสอ
  • เจ้าปลาใหญ่ มีทั้งตัวที่ถูกชาวประมงจับได้ กลายเป็นอาหารเย็น และอีกตัวใหญ่แหวกว่ายใต้ผืนน้ำ คอยสอดส่องดูแล ราวกับผู้พิทักษ์ (อาจจะแฝงนัยยะเดียวกับ Hedgehog in the Fog (1975))
  • นกกา จิกกินแอปเปิ้ลจากมือของเด็กชาย (ทารกน้อยที่เติบใหญ่) โดยปกติแล้วมันคือสัญลักษณ์สิ่งชั่วร้าย แก่งแย่ง ลักขโมย อนาคตไม่ได้มีสีสันสดใสเหมือนดั่งภาพวาด

ผมมาครุ่นคิดดู ทั้งเม่นน้อยและหมาป่าน้อย (ของ Hedgehog in the Fog (1975) และ Tales of Tales (1979)) ต่างเป็นตัวละครเรียกได้ว่าอัปลักษณ์ ไม่ได้มีความน่ารักน่าชัง น่าจดจำสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราใช้ความรู้สึกสัมผัสจับต้อง จะมองเห็นเหตุผลของการออกแบบลักษณะนี้ เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณ ความน่าสงสาร บริสุทธิ์ไร้เดียงสา สายตาที่เมื่อจับจ้อง พบเห็นทุกสิ่งอย่าง จักทำให้ตัวละคร(และผู้ชม)บังเกิดบางสิ่งอย่างขึ้นภายใน

อาจเพราะรับรู้ว่าโปรเจคนี้ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ตากล้องขาประจำ Alexander Zhukovskiy ผู้ร่วมบุกเบิกเทคนิค ‘fog effect’ จึงขอถอนตัวออกไป ถึงอย่างนั้นผกก. Norstein ก็มีความเชี่ยวชำนาญ รับรู้ว่าควรต้องทำอะไรยังไง เลยมองหาตากล้องหน้าใหม่ Igor Skidan-Bossin (เกิดปี 1947) ตอนเริ่มงานยังไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆ แต่ด้วยระยะเวลาโปรดักชั่นยาวนานถึง 4 ปี ระหว่าง ค.ศ. 1975-79 รับจ็อบอนิเมชั่นอื่นร่วมด้วย ถ่ายทำเสร็จไปแล้ว 3 เรื่องสั้น!

หลายคนอาจรู้สึกหงุดหงิด รำคาญใจกับการถ่ายภาพที่เต็มไปด้วยริ้วรอย ขีดๆข่วนๆ อะไรก็ไม่รู้บดบังทิวทัศนียภาพสวยๆ ผิดแผกแตกต่างจาก Hedgehog in the Fog (1975) ละอองหมอกช่างดูพิศวง ชวนให้ลุ่มหลงใหล แต่จุดประสงค์ของผกก. Norstein เพื่อให้ผู้ชมบังเกิดสัมผัสทางอารมณ์กับภาพขณะนั้นๆที่จะผันแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นี่ถือเป็นวิวัฒนาการก้าวกระโดด ทำการทดลองกับหลายๆสิ่งอย่าง (ไม่ใช่แค่ริ้วรอยขีดข่วนเท่านั้นนะครับ ยังมีหิมะ ฝนตก ใบไม้ร่วงหล่น ฯ)

ซึ่งวิธีการของอนิเมชั่นเรื่องนี้ แบบเดียวกับลูกเล่นละอองหมอก เปลี่ยนจากกระดาษฝ้าเป็นแผ่นกระดาษใส ใส่รายละเอียดริ้วรอยขีดๆข่วนๆ แล้ววางซ้อนทับเบื้องหน้า-หลังโมเดลตัวละคร (ที่จะมีการแบ่งแยกชิ้นส่วนแขน-ขา ลำตัว ใบหน้า ฯ) แต่เห็นว่าระดับความลึก สูงสุดถึงสิบชั้น! มากกว่า Hedgehog in the Fog (1975) เกือบสองเท่าตัว (เรื่องนั้นสูงสุดน่าจะแค่ 4 เลเยอร์เท่านั้น!) … เอาแค่สามสี่ชั้นก็แทบจะแยกแยะระดับความลึกไม่ออกอยู่แล้ว แต่ผมพอคาดเดาสองช็อตที่ดูซับซ้อนมากๆ คือขณะฝนตกและหิมะตก น่าจะมีแนวโน้มการซ้อนทับถึงสิบชั้นจริงๆ ลองนับกันดูเองนะครับ

แอปเปิ้ล ผลไม้จากสวนอีเดน รับประทานแล้วทำให้เกิดความเฉลียวฉลาด สูญเสียความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ในบริบทของอนิเมชั่นพบเห็นตั้งแต่ภาพช็อตแรก ทำราวกับว่าเจ้าหมาป่าน้อยได้รับประทานแล้วเกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากเป็นเหมือนมนุษย์ขึ้นมา เดินสองขา แสดงท่าทางเหมือนอิจฉาริษยาทารกน้อย

ส่วนเด็กชายทานแอปเปิ้ล พร้อมแบ่งปันให้อีกาจิกกิน อาจสื่อถึงความแก่แดด เฉลียวฉลาดเกินตัว สะท้อนอิทธิพลจากสงคราม ทำให้เด็กๆโตไว ใจแตก จมปลักอยู่ในความเพ้อฝัน(กลางวัน)

ผมอ่านเจอว่าคือประเพณีของชาวรัสเซีย นิยมวางแผ่นขนมปังและวอดก้าไว้นอกบ้าน สำหรับแสดงความอาลัยให้กับผู้จากไป พบเห็นระหว่างการเฉลิมฉลอง จุดพลุขึ้นฟ้า สื่อถึงชัยชนะสงครามโลกครั้งที่สอง

ตัดต่อโดย Nadezhda Treshcheva และ Natalya Abramova,

อนิเมชั่นดำเนินเรื่องผ่านมุมมองเจ้าหมาป่าน้อย (Grey Wolf) อาศัยอยู่ในป่าไม่ห่างไกลจากบ้านชนบทหลังหนึ่ง วันๆมันชอบแวะเวียนมาจับจ้อง ถ้ำมอง บางครั้งเดินเข้าไปในลำแสงสว่าง จินตนาการเพ้อฝัน หวนระลึกความทรงจำ เลือนลางระหว่างอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต (Non-Chronological Order) คาบเกี่ยวระหว่างก่อน-หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ด้วยความที่อนิเมชั่นไม่มีโครงสร้างดำเนินเรื่อง เพียงแปะติดปะต่อเหตุการณ์ ความทรงจำ กระโดดไปมาระหว่างอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต จึงไม่สามารถแยกแยะ จัดหมวดหมู่ ผมเลยแบ่งเรื่องราวออกเป็นตอนๆ (Chapter/Episode) น่าจะช่วยทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า

  • เจ้าหมาป่าน้อย เดินทางจากป่า แอบจับจ้องมองเข้าไปในบ้าน พบเห็นทารกน้อยกำลังดูดนมจากอ้อมอกมารดา
  • (อดีต) พบเห็นลำแสงสาดส่องออกจากประตู จากนั้นปรากฎภาพการเดินทางไปปิคนิค มารดากำลังซักผ้า, บุตรสาวเล่นกระโดดเชือกกับวัวยักษ์, นักกวีครุ่นคิดเขียนอะไรไม่ออก ถกเถียงกับเจ้าแมวเหมียว แล้วลุกขึ้นมาเล่นเครื่องดนตรีฮาร์ปพิณ, ชาวประมงตกปลาตัวใหญ่ กลับเข้ามาไกวเปลให้ทารกน้อยนอนหลับฝันดี
  • หวนกลับมาปัจจุบัน เจ้าหมาป่าน้อยพบเห็นรถจอดเต็มหน้าบ้าน แล้วมีการนำไม้มาตอกปิดประตู-หน้าต่าง จากนั้นมีการจุดไฟเผาไหม้สิ่งข้าวของต่างๆ (ที่นำออกมากองนอกบ้าน) แล้วทุกสิ่งอย่างก็พลันสูญหาย รถราจากไป (เจ้าหมาป่า)นั่งโยกไปโยกมาอยู่ใต้จักรเย็บผ้า
  • กาลเวลาเคลื่อนผ่านมาถึงฤดูหนาว ช่วงเวลาการเกณฑ์ทหาร พลัดพรากจากลา
    • เจ้าหมาป่านั่งอยู่หน้าเตาผิง จับจ้องมองกองไฟ
    • จากนั้นปรากฎภาพงานเลี้ยงเต้นรำ ชาย-หญิง สามี-ภรรยาลุกขึ้นมาโยกเต้น แต่ไม่ทันไรฝ่ายชายก็หายวับ สวมชุดทหาร ออกเดินทางเข้าร่วมสงคราม ฝ่ายหญิงทำได้เพียงเฝ้ารอคอย ติดตามข่าวจากหนังสือพิมพ์
    • (อนาคต) ระหว่างหิมะตก มารดาพูดคุยกับชายแปลกหน้า ส่วนบุตรชายจินตนาการตนเองปีนป่ายต้นไม้ กลายเป็นเพื่อนแบ่งปันแอปเปิ้ลกับอีกา จากนั้นทั้งสามก้าวออกเดินทางไปสักแห่งหนไหน
    • หวนกลับมาปัจจุบัน เจ้าหมาป่ายังคงนั่งอยู่หน้าผิง จับจ้องมองกองไฟ
  • การมาถึงของฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเวลาการหวนกลับมา-ไม่กลับมา
    • เจ้าหมาป่าลักขโมยมันฝรั่งไปปิ้งกินกลางป่า
    • เมื่อเสียงพลุดังขึ้น แสดงถึงจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มีเพียงชายหนุ่ม/สามีบางคนสามารถหวนกลับมา ส่วนใหญ่ล้มหายตายจาก สร้างความเศร้าโศกเสียใจถ้วนหน้า
    • หวนกลับมาหาเจ้าหมาป่า หยิบมันร้อนๆขึ้นมารับประทาน จากนั้นนั่งเหม่อมองเข้าไปในกองไฟ
    • (อดีต) ชายแปลกหน้าผ่านทางมา ได้รับชักชวนให้มาร่วมรับประทานอาหาร แล้วร่ำลาจากไป
  • การลักขโมยของเจ้าหมาป่าน้อย
    • เจ้าหมาป่าน้อยเข้ามาในบ้าน จับจ้องมองทารกน้อยกำลังดูดนมมารดา
    • (อดีต) ภาพการจากลา มารดาพาบุตรสาวเข้าบ้าน ชาวประมงล่องเรือจากไป
    • เจ้าหมาป่าน้อยทำการลักขโมยกระดาษของนักกวี จากนั้นออกวิ่งหลบหนี ข้ามถนน เข้าสู่ผืนป่า โดยไม่รู้ตัวกระดาษแผ่นนั้นกลับกลายเป็นทารกน้อย ทีแรกครุ่นคิดจะทอดทิ้งไว้ ก่อนตัดสินใจไกวเปล ร้องเพลงกล่อมเด็กเข้านอน
  • ปัจฉิมบท
    • (อนาคต) เจ้าหมาป่าจับจ้องมองเด็กน้อยที่กำลังเหม่อมอง/จินตนาการตนเองปีนป่ายต้นไม้ กลายเป็นเพื่อนแบ่งปันแอปเปิ้ลกับอีกา
    • ภาพทหารก้าวออกเดินไปเข้าร่วมสงคราม
    • (อดีต) เด็กหญิงเล่นกระโดดเชือกกับวัวยักษ์ ถูกมารดาเรียกมาไกวเปลวน้อง เจ้าวัวยักษ์เลยกระโดดเชือกด้ยยตนเอง
    • กาลเวลาเคลื่อนพานผ่าน (จากหิมะสู่ฝนตก) กล้องเคลื่อนจากบ้านชนบทสู่ชุมชนเมือง รถไฟกำลังเคลื่อนพานผ่าน

แม้การดำเนินเรื่องอาจดูสะเปะสะปะ กระโดดไปกระโดดมา แต่เต็มไปด้วยสัมผัสของ ‘กวีภาพยนตร์’ มีบางสิ่งอย่างเชื่อมโยง สานสัมพันธ์ ทำให้เหมือนมีความต่อเนื่องลื่นไหล ผมพยายามนำเสนอจุดเริ่มต้น-สิ้นสุดของแต่ละเรื่องราวเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ยกตัวอย่าง

  • เรื่องราวของอนิเมชั่นเริ่มต้นด้วยมารดาขับกล่อมทารกด้วยบทเพลง The Little Grey Wolf Will Come โดยไม่รู้ตัวตอนจบบังเกิดเหตุการณ์เดียวกับเนื้อคำร้อง เจ้าหมาป่าลักขโมยทารกน้อยไปกล่อมเข้านอน
  • ช่วงการเกณฑ์ทหาร/พลัดพรากจากลา ต่างเริ่มต้น-สิ้นสุดที่เจ้าหมาป่าน้อยจับจ้องมองกองไฟ
  • ช่วงเวลาการหวนกลับมา-ไม่กลับมา ต่างเริ่มต้น-สิ้นสุดที่เจ้าหมาป่านั่งเหม่อมองกองไฟ ปิ้งมันฝรั่ง

มันไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องไปพยายามทำความเข้าใจโครงสร้าง เนื้อเรื่องราวทั้งหมด เพียงมองภาพรวมคร่าวๆ แล้วใช้สัมผัสทางอารมณ์ รู้สึกอะไรยังไง แล้วค่อยไปครุ่นคิดหาข้อสรุป ก็จักค้นพบใจความของอนิเมชั่นเรื่องนี้


เพลงประกอบโดย Mikhail Alexandrovich Meyerovich, Михаи́л Алекса́ндрович Мееро́вич (1920-93) คีตกวีสัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Kyiv ก่อนย้ายติดตามครอบครัวมายัง Moscow โตขึ้นเข้าศึกษายัง Moscow Conservatory ร่ำเรียนเปียโนและแต่งเพลง จบออกมาสอนดนตรีอยู่สามปี จากนั้นเริ่มแต่งเพลงซิมโฟนี ออร์เคสตรา โซนาตา อุปรากร บัลเล่ต์ เพลงประกอบภาพยนตร์ อนิเมชั่น ร่วมงานขาประจำผกก. Yuri Norstein ตั้งแต่ The Fox and the Hare (1973), The Heron and the Crane (1974), Hedgehog in the Fog (1975) และ Tale of Tales (1979)

ในขณะที่ Hedgehog in the Fog (1975) บทเพลงของ Meyerovich มีส่วนร่วมกับอนิเมชั่นในแทบจะทุกๆรายละเอียดเคลื่อนไหว สอดคล้องภาพเหตุการณ์แทบจะ ‘frame-by-frame’, Tale of Tales (1979) จะเพียงคลอประกอบพื้นหลัง เน้นสร้างสัมผัสทางอารมณ์ ถ่ายทอดความรู้สึกของซีเควนซ์นั้นๆออกมา

มันอาจเพราะบทเรียนความขัดแย้งระหว่างกับ Meyerovich ระหว่างสรรค์สร้าง Hedgehog in the Fog (1975) ทำให้ผกก. Norstein ลดความสำคัญของ ‘Original Score’ ไม่ต้องลงรายละเอียดให้มันยุ่งยากวุ่นวายขนาดนั้น และตนเองสามารถ ‘improvised’ ปรับเปลี่ยนแปลงโน่นนี่นั่นระหว่างถ่ายทำได้ตลอดเวลา … วิธีการทำงานของผกก. Norstein ดูไม่ค่อยเหมาะกับอนิเมชั่นสไตล์ ‘Silly Symphonies’ ที่ต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ ยึดตามรายละเอียดเขียนเอาไว้

ด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนมาเลือกใช้บทเพลงคลาสสิก จากคีตกวี/นักแต่งเพลงชื่อดัง ประกอบด้วย

  • Bach: Prelude and Fugue in E-flat minor (BWV 853) เป็นส่วนหนึ่งของ The Well-Tempered Clavier (BWV 846–893)
    • ดังขึ้นในซีเควนซ์ความทรงจำ (หรือจะมองว่าคือจินตนาการเจ้าหมาป่าน้อย หลังจากแสงสว่างส่องผ่านประตูบ้าน) ช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน พักผ่อนคลาย แต่แฝงกลิ่นอายเศร้าๆ เหงาๆ เพราะช่วงเวลานั้นได้พานผ่านไปแล้ว วันวานไม่มีทางย้อนกลับคืนมา
  • Mozart: Piano Concerto No. 4 in G major, II. Andante (K. 41)
    • ในอนิเมชั่นเปลี่ยนจากบรรเลงเปียโนเป็น Harpsichord ดังขึ้นระหว่างหิมะตก มารดาพูดคุยกับชายแปลกหน้า ส่วนบุตรชายจินตนาการตนเองปีนป่ายต้นไม้ กลายเป็นเพื่อนแบ่งปันแอปเปิ้ลกับอีกา
    • การเลือกใช้ Harpsichord ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแห่งยุคสมัย Baroque มอบสัมผัสขัดแย้ง แตกต่าง เพื่อสะท้อนสภาพเป็นจริง หาได้งดงามสวยหรู มันอาจมีบางสิ่งอย่างซุกซ่อนเร้นอยู่ อนาคตช่างมีความหนาวเหน็บ สั่นสะท้านทรวงใน
  • Jerzy Petersburski: To ostatnia niedziela (1935)
    • ผมเคยเขียนถึงเพลงนี้ในบทความภาพยนตร์ Burnt by the Sun (1994) ท่วงทำนอง Polish Tango ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในรัสเซีย ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เนื้อคำร้องรำพันความเจ็บปวดจากการร่ำจากลา พระอาทิตย์ลาจากท้องฟ้า

อีกบทเพลงที่ต้องพูดกล่าวถึงก็คือ Russian Lullaby (Nursery Rhyme) สำหรับกล่อมเด็กเข้านอน Баю-баюшки-баю อ่านว่า Bayu-bayushki-bayu แปลตรงตัว Rock-a-bye-baby แต่มักรับรู้จักในชื่อ The Little Grey Wolf Will Come

หลังจากรับฟังเพลงนี้ผมก็แอบสงสัยว่าจะกล่อมเด็กหรือหลอกเด็ก เพราะเนื้อคำร้องค่อนข้างเหี้ยมโหดร้าย สามารถสร้างความหลอกหลอน หวาดสะพรึงกลัว จดจำฝังใจว่าไม่ควรหลับนอนริมเตียง … แต่คาดเดาจุดประสงค์ไม่ยาก เพราะการนอนริมเตียงอาจพลั้งพลาดตกเตียง เป็นการปลูกฝังให้เด็กๆไม่นอนดิ้นไปดิ้นมา

ต้นฉบับรัสเซียคำอ่านรัสเซียคำแปลอังกฤษ
Баю-баюшки-баю,
Не ложися на краю.
Придёт серенький волчок,
Он ухватит за бочок
И утащит во лесок
Под ракитовый кусток.
Bayu-bayushki-bayu,
Ne lozhisya na krayu.
Pridyot serenkiy volchok,
On ukhvatit za bochok
I utashchit vo lesok
Pod rakitovy kustok.
Baby, baby, rock-a-bye
On the edge you mustn’t lie
Or the little grey wolf will come
And will nip you on the tum,
Tug you off into the wood
Underneath the willow-root.

ปล. จริงๆเนื้อคำร้องยาวกว่านี้ (รับฟัง-เปิดซับอังกฤษจากในคลิป) แต่ผมนำมาเฉพาะท่อนที่ได้ยินในอนิเมชั่นเท่านั้นนะครับ

ผกก. Norstein ก็คือทารกน้อย เพิ่งเกิดปี ค.ศ. 1941 คาบเกี่ยวระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แม้ตอนนั้นยังไม่รับรู้ประสีประสา จดจำเรื่องราวอะไรๆไม่ได้สักสิ่งอย่าง แต่ความเหี้ยมโหดร้ายของสงคราม มารดาพา(ตนเองและ)พี่สาวอพยพหลบหนีจากแนวหน้า ยังคงเป็นภาพติดตาฝังใจ อารมณ์บางอย่างคั่งค้างทรวงใน ไม่มีวันลบเลือนหายจากความทรงจำ

ด้วยความที่ผกก. Norstein ยังเป็นทารกน้อยในช่วงเวลานั้น จึงไม่สามารถจดจำเรื่องราวสักสิ่งอย่าง สรรค์สร้างอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ไม่ได้พยายามสร้างเนื้อหาจับต้องได้ เพียงสัมผัสทางอารมณ์ ความรู้สึกส่วนบุคคล กระโดดไปกระโดดมา ในลักษณะ ‘กวีภาพยนตร์’ อวตารตนเองเป็นเจ้าหมาป่าน้อย ย้อนมองเหตุการณ์บังเกิดขึ้นด้วยความฉงนสงสัย ใคร่อยากรู้เห็น

เจ้าหมาป่าน้อย ดูมีท่าทางอิจฉาริษยาทารกน้อย นี่อาจฟังดูขัดย้อนแย้ง แต่ทั้งสองคือภาพสะท้อนตัวตนเองของผกก. Norstein (ทารกน้อย = Norstein เมื่อครั้นยังเป็นทารก, เจ้าหมาป่า = มุมมองผู้กำกับ Norstein ในการสรรค์สร้างอนิเมชั่นเรื่องนี้) ซึ่งนัยยะของความอิจฉาริษยา สามารถตีความถึงอาการโหยหา คร่ำครวญถึงอดีต ใคร่อยากหวนย้อนกลับไปเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาอีกครั้ง

Tale of Tales (1979)’s about simple concepts that give you the strength to live.

Yuri Norstein

สำหรับผกก. Norstein การสรรค์สร้าง Tale of Tales (1979) ทำให้ตนเองสามารถระบายอารมณ์อึดอัดอั้น สิ่งที่ยังคั่งค้างคาอยู่ภายใน แต่สำหรับผู้ชมทั่วไป อนิเมชั่นเรื่องนี้คือคำรำพันถึงการพลัดพรากจากลา หายนะสงครามโลกครั้งที่สอง แม้พานผ่านมาหลายสิบปีความเจ็บปวดก็ยังไม่ลบเลือนหาย แฝงใจความต่อต้านสงคราม (Anti-War) และสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้รอดชีวิตต่อสู้ต่อไป

การแปรสภาพจากกระดาษของนักกวีมาเป็นทารกน้อย รวมถึงบทเพลงกล่อมเด็กสู่เหตุการณ์ช่วงท้าย (เจ้าหมาป่าไกวเปลทารก) สามารถสะท้อนถึงบทหนังสู่ภาพยนตร์ ความทรงจำออกมาเป็นภาพวาด เรื่องราว อนิเมชั่นเรื่องนี้ รวมถึงชื่อ Tale of Tales เรื่องราวในเรื่องราว นามธรรมกลายเป็นรูปธรรม อดีตสู่ปัจจุบัน โลกความจริงไม่แตกต่างจากจินตนาการเพ้อฝัน

หลังเสร็จจาก Tale of Tales (1979) ผกก. Norstein สรรค์สร้างโปรเจคเรื่องใหม่ The Overcoat แต่ด้วยความโหยหาความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ทำงานเชื่องช้าจนได้รับฉายา ‘The Golden Snail’ เลยถูกไล่ออกจากสตูดิโอ Soyuzmultfilm เมื่อปี ค.ศ. 1985 เลยต้องเก็บหอมรอมริด หาทุนส่วนตัว รับจ็อบร่วมกำกับ Winter Days (2003) ถึงปัจจุบัน ค.ศ. 2024 ก็ยังสร้างไม่เสร็จ แต่น่าจะใกล้แล้วละ! (ที่ล่าช้าจัดๆ เพราะทำเป็นอนิเมชั่นขนาดยาว ‘Feature Length’)


ด้วยความล่าช้าของโปรเจค (ผลงานก่อนหน้านี้ใช้เวลาสร้างปีเดียว แต่ Tale of Tales (1979) กลับล่วงเกินเลยนานถึงสี่ปี) รวมถึงเนื้อเรื่องราวผิดแผกแตกต่างจากบทที่ยื่นเสนอเข้ามา สร้างเคลือบแคลงสงสัยต่อกองเซนเซอร์ Goskino เรียกร้องขอให้มีการเพิ่มเติมคำบรรยาย เพราะกลัวว่าผู้ชมจะไม่สามารถทำความเข้าใจ แต่ผู้สร้างก็เพิกเฉย ไม่สนใจใยดี จนกระทั่งผกก. Norstein ได้รับรางวัล USSR State Prize จากอนิเมชั่น Hedgehog in the Fog (1975) เมื่อปี ค.ศ. 1979 เลยจำยินยอมปล่อยผลงานใหม่ออกฉาย โดยไม่มีการปรับแก้ไขอะไร

ขณะที่เสียงตอบรับจากผู้ชมค่อนข้างเงียบกริบ แต่เมื่อเดินทางไปฉายตามเทศกาลอนิเมชั่น สามารถกวาดรางวัลมากมายนับไม่ถ้วน … น่าเสียดายที่ผกก. Norstein ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศไปรับรางวัลใดๆ

เมื่อปี ค.ศ. 2020, สตูดิโอ Soyuzmultfilm ได้ทำการรวบรวมอนิเมชั่นในสังกัดระหว่างทศวรรษ 1950s ถึง 80s มาทำการบูรณะ สแกนดิจิตอล (คุณภาพ HD) ปรับแต่งคุณภาพสี และเพลงประกอบ มีคำเรียก Golden Collection ทั้งหมดสามารถหารับชมออนไลน์ได้ทาง Youtube บางเรื่องคุณภาพ 4K ด้วยนะครับ

หลังจากพยายามขบครุ่นคิดมาหลายวัน ก็ยังไม่สามารถตัดสินใจเลือกระหว่าง Hedgehog in the Fog (1975) และ Tale of Tales (1979) ต่างมีดีมีเด่นในมุมของตนเอง

  • Hedgehog in the Fog ตั้งคำถามปรัชญา ชักชวนค้นหาความหมายชีวิต ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย ดูแปลกใหม่ สร้างความแรกประทับใจ
  • Tale of Tales แม้มีบทเพลงไพเราะ ลูกเล่นอนิเมชั่นเหนือกว่า แต่งานภาพขูดๆขีดๆ หวนระลึกความทรงจำ อาจสลับซับซ้อนเกินไป ไม่ใช่ทุกคนสามารถปีนป่ายบันได

ความรู้สึกในปัจจุบันของผมค่อนไปทาง Hedgehog in the Fog (1975) ที่สร้างความแรกประทับใจได้ตราตรึงกว่า แต่เชื่อว่ากาลเวลาอาจทำให้ความลุ่มหลงใหล คลุ้มคลั่งไคล้ Tale of Tales (1979) ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นไป … ภาพยนตร์เกี่ยวกับความทรงจำ มันจะมีประสบการณ์เข้ามาข้องเกี่ยวด้วยนะครับ เพราะเมื่อวัยวุฒิเพิ่มมากขึ้น มุมมอง ทัศนคติ อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับชีวิตจะปรับเปลี่ยนแปลงไป อีกสิบปี ยี่สิบปี หวนกลับมารับชมคราวหน้า ย่อมรับรู้สึกแตกต่างไปจากปัจจุบัน

จัดเรต 15+ กับบรรยากาศเครียดๆ ลายเส้นกรีดกราย การสูญเสียในสงครามโลกครั้งที่สอง

คำโปรย | ขูดๆขีดๆเรื่องเล่าความทรงจำ Tale of Tales ของผู้กำกับ Yuri Norstein เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ท้อแท้สิ้นหวัง แต่สามารถสร้างพลังให้กับชีวิต
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | บังเกิดพลัง

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: