Smokey and the Bandit (1977)

Smokey and the Bandit

Smokey and the Bandit (1977) hollywood : Hal Needham ♥♥♥♡

Burt Reynolds ควงสาวสุดเซ็กซี่ Sally Field ขับรถป่วนเมืองล่อเป้าตำรวจ เพื่อให้เพื่อนขับรถบรรทุก Bootlegging ขนเหล้าผิดกฎหมายข้ามรัฐต่างๆได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องไปสนหาสาระอะไร หัวเราะให้ท้องแข็งกับฉากแอ๊คชั่นมันส์กระจาย พ่วงท้ายด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสุดฮา Jackie Gleason ไล่ล่าติดตามมาตั้งแต่ต้นทางไม่ยอมเลิกรา, ทำเงินสูงสุดอันดับสองของปีรองจาก Star Wars (1977) และเป็นหนึ่งในหนังเรื่องโปรดของ Alfred Hitchcock

เกร็ด: คำว่า Smokey เป็นศัพท์แสลงแปลว่า ตำรวจทางด่วน (Highway Patrol Officers), ยังหมายถึงเจ้าหน้าที่ป่าไม้บางรัฐของอเมริกา นิยมสวมใส่หมวกประเภท Smokey Bear–type, ด้วยเหตุนี้คำเรียก หมี=ตำรวจ

ถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบรถ หรือทำงานขับรถบรรทุก ขอแนะนำให้หาหนังเรื่องนี้มารับชมดู มิตรภาพของผองเพื่อนร่วมทางเป็นอะไรที่น่ามหัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง แต่อย่านำไปลอกเลียนแบบก็แล้วกัน สมัยนี้มันมีกล้องติดอยู่แทบทุกแยกไฟแดง หนียังไงก็หลบไม่พ้นแน่นอน

Hal Brett Needham (1931 – 2013) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Memphis, Tennessee เติบโตขึ้นที่ Arkansas กับ Missouri สมัครเป็นทหารพลร่มในช่วงสงครามเกาหลี จากนั้นทำงานเป็นคนตัดต้นไม้ ติดป้ายบิลบอร์ดสูงๆ ต่อด้วยสตั๊นแมนให้กับภาพยนตร์ เริ่มมีชื่อเสียงจากเป็นตัวแทน Richard Boone ซีรีย์ Have Gun, Will Travel (1957-63) ต่อด้วย John Wayne, Chuck Roberson, สนิทสนมกับ Burt Reynolds อาศัยหลับนอนอยู่ห้องรับแขกถึง 12 ปี มีผลงานเด่น How the West Was Won (1962), The Bridge at Remagen (1969), Little Big Man (1970), เลื่อนขั้นมาเป็นผู้กำกับกองสอง หน่วย Action และร่วมกับผองเพื่อน Glenn Wilder, Ronnie Rondell ก่อตั้ง Stunts Unlimited ถือเป็นบริษัทสตั๊นแมนแรกๆของอเมริกาเลยก็ว่าได้

เมื่อตอน Needham ทำงานเป็นนักแสดงแทนให้กับ Reynolds เรื่อง Gator (1976) อยู่ที่ Georgia เพื่อนคนขับรถนำ Coors Beer จาก California มาดื่มฉลองกันในห้องโรงแรม โดยไม่รู้ตัวคนใช้แอบลักลอบขโมยเบียร์ยี่ห้อดังกล่าวจากตู้เย็น แต่แทนที่จะหัวเสียกลับครุ่นคิดได้ว่า เบียร์บางยี่ห้อไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ (ใส่สารกันบูด/ถนอมอาหาร) จำต้องแช่ไว้ในห้องเย็นโดยทันที ซึ่งการจะขนส่งข้ามแดนต้องรถบรรทุกเท่านั้น และบางรัฐไม่อนุญาต Bootlegging ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

“bootlegging Coors would make a good plotline for a movie”.

หลังจากซุ่มพัฒนาบทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวสักพัก วางแผนคร่าวๆให้เป็นหนังเกรด B ทุนสร้างต่ำ งบประมาณไม่เกิน $1 ล้านเหรียญ และมี Jerry Reed รับบท Bandit แต่ไปๆมาๆ Reynolds มีโอกาสได้อ่านบท อาสารับบทนำแม้จะแสดงความเห็นว่า

“It was the worst script I had ever read but I would still make the movie”.

ทั้งยังผลักดันเพื่อนสนิทคนนี้ให้กลายมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และหาทุนสร้างได้จาก Universal Pictures ในตอนแรกสูงถึง $5.3 ล้านเหรียญ ก่อนโดนตัดทอนไป $1 ล้านเหรียญ และค่าตัว Reynolds อีก $1 ล้านเหรียญ รวมๆแล้วได้งบโปรดักชั่นประมาณ $3.3 ล้านเหรียญ

สองมหาเศรษฐีแห่ง Texas มองหาคนขับรถบรรทุกที่กล้ารับคำท้าขน Coors Beer จาก Texarkana, Texas มาถึง Lakewood Fairgrounds, Atlanta ระยะทางไปกลับกว่า 1,200 ไมล์ ในระยะเวลา 28 ชั่วโมง, ผู้กล้านั่นคือตำนานคนขับรถบรรทุก Bo Darville ฉายา Bandit (รับบทโดย Burt Reynolds) อาสาขับรถ Pontiac Trans Am สีดำนำหน้าล่อเป้าตำรวจ และให้เพื่อนสนิท Cledus Snow ฉายา Snowman (รับบทโดย Jerry Reed) ขับรถบรรทุกตามมาติดๆ เรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวแปลกหน้า Carrie ฉายา Frog (รับบทโดย Sally Field) เจ้าสาวเกือบจะป้ายแดง ขอโบกรถติดไปด้วย กลายเป็นสาเหตุให้พ่อของเจ้าบ่าว Sheriff Buford T. Justice ฉายา Smokey (รับบทโดย Jackie Gleason) ไล่ล่าติดตามมาตั้งแต่ต้นทางไม่ยอมเลิกรา

เกร็ด: บทดั้งเดิม Carrie ชื่อ Kate, รถของ Bandit คือ Ford Mustang และรางวัลของผู้ชนะคือรถบรรทุกคันใหม่

Burt Reynolds (1936 – 2018) หลังจากแจ้งเกิดโด่งดังกับ Deliverance (1972) ไม่นานนักกลายเป็นนักแสดงทำเงิน ‘Superstar’ แห่งทศวรรษ 70s ซึ่งในบรรดาผลงานฮิตทั้งหลาย Smokey and the Bandit (1977) น่าจะเป็นเรื่องทำเงินสูงสุดในอาชีพแล้วกระมัง

รับบท Bo Darville ฉายา Bandit คาวบอยสวมหมวกสุดเฟี้ยว ขับรถ Pontiac Trans Am สีดำ ด้วยลีลาโฉบเฉี่ยว กล้าบ้าบิ่นไร้ความกลัวเกรง ตกเบ็ดได้หญิงสาวแปลกหน้าขึ้นกลางทาง ไปๆมาๆตกหลุมรักใคร่แม้ทุกสิ่งอย่างจะแตกต่างตรงกันข้าม แต่มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันคือชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ

ไม่มีอะไรให้พูดถึงนักกับการแสดงของ Reynolds นอกจากความรอบจัดจ้าน กล้าบ้าบิ่น หล่อเท่ห์บึกบึน สาวๆสมัยนั้นคงกรี๊ดลั่นกับหนวด(และหมวก) แม้จะตกยุคสมัยไปแล้วแต่มีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

Sally Margaret Field (เกิดปี 1946) นักแสดงหญิงยอดฝีมือ สัญชาติอเมริกัน ตอนนั้นแจ้งเกิดโด่งดังกับภาพยนตร์โทรทัศน์ แม้ได้รับคำชมล้นหลามกับมินิซีรีย์ Sybil (1976) แต่เกิดความคับข้องใจเพราะใครๆมักพูดว่า

“Whoa, the work is extraordinary. It’s really good work but man is Sally Field ugly!”

เมื่อตอนที่ Reynolds โทรติดต่อหาชักชวนให้ร่วมแสดงหนังเรื่องนี้ สร้างความตกตะลึกให้อย่างมาก แม้จะไม่มีบทยื่นมาแต่ก็อยากลองเสี่ยงท้าทายตัวเอง

“If I play this character that Burt is supposed to think is attractive, maybe the world will think I’m attractive, and somebody else will hire me”.

รับบท Carrie ฉายา Frog หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงาน แต่เกิดความลังเลไม่แน่ใจ โบกรถข้างทางใครก็ได้นำพาฉันหนีไปที บังเอิญไม่รู้โชคร้ายหรือดีพบเจอ Bandit คลุ้มคลั่งในสิ่งที่เขากระทำ ไม่ต้องการแยกจากชีวิตอันตื่นเต้นเร้าใจนี้สักวินาทีเดียว

กับคนที่รู้จัก Sally Field เธอคือนักแสดงยอดฝีมือ จัดจ้าน ความสามารถรอบด้าน แม้ว่านี่จะเป็นบทบาทแทบไม่ได้ขายอะไรอย่างอื่นนอกจากจริตจ้าน เซ็กซี่ โรแมนซ์กับพระเอก แต่ก็ทำให้โอกาสของเธอเปิดกว้างขึ้นอย่างมากทีเดียว

“It was a great fun romp, journey, and certainly a good experience. And then it was all improv. It was almost entirely improvised”.

Jerry Reed Hubbard (1937 – 2008) นักร้องเพลง Country สัญชาติอเมริกัน ด้วยความสนิทสนมกับ Burt Reynolds ได้รับคำชักชวนมาร่วมแสดงภาพยนตร์ตั้งแต่ W.W. and the Dixie Dancekings (1975), Gator (1976), โด่งดังสุดคือ Smokey and the Bandit ทั้งสามภาค

รับบท Cledus Snow ฉายา Snowman เพราะเคยถูกจับติดคุกเลยมีความลังเลใจตอบตกลงในช่วงแรก แต่ก็หูผึ่งเมื่อได้ยินค่าจ้างสูงลิบลิ่ว ร่วมกับสุนัขตัวโปรด Fred ขับรถบรรทุก 1974 Kenworth W900 ซิ่งด้วยความเร็วตามหลังเพื่อนสนิทมาติดๆ

Fred สุนัขพันธ์ Bassett Hound คัดเลือกโดย Burt Reynolds เพราะมันชอบขัดคำสั่งเจ้านาย และอาจเพราะทำให้เขาหวนระลึกถึงตอน Elvis Presley ขณะร้องเพลง Hound Dog ให้กับสุนัขพันธ์ุ Bassett Hound ในรายการ Steve Allen ที่เจ้าตัวเคยบอกว่า ‘ช่วงเวลาน่าขายหน้าที่สุดในชีวิต’ … คลิปนี้ดูเหมือนตลกนะ แต่ถ้าผมเป็น Elvis ก็ขำไม่ออกหรอก!

สีสันของหนังต้องคนนี้ John Herbert Gleason (1916 – 1987) นักร้อง นักแสดง ตลก สัญชาติอเมริกัน โด่งดังจากเป็นผู้จัดรายการ The Jackie Gleason Show (1952-1970) ที่มีเรตติ้งเฉลี่ยสูงมากๆ, สำหรับภาพยนตร์เรื่องเด่น The Hustler (1961) และ Smokey and the Bandit ทั้งสามภาค

รับบท Sheriff Buford T. Justice ฉายา Smokey ตำรวจร่างใหญ่ (เหมือนหมี) เป็นคนเก็บกดมากด้วยความคับแค้น ตื้อติดตามไม่ยอมเลิกรา ชักแม่น้ำทั้งห้าพูดอะไรไม่รู้จนคนฟังไม่รู้เรื่อง ต้องยินยอมหลีกทางให้ทุกสถานี และคำสถบจริงๆแล้วต้อง ‘son-of-a-bitch’ เดี๋ยวได้เรตติ้งสูงไปเลยเหลือเพียง ‘some-bitch’ ขำกระจาย

เน้นมากๆตั้งแต่ปรากฎตัวครั้งแรกของหนัง ทั้งท่วงท่า ลีลา ภาพสโลโมชั่น และทำนองดนตรี แสดงถึงความอภิมหาตัวร้ายผู้โหดโฉดชั่ว แต่แท้จริงแล้วก็ไม่มีอะไรมากกว่าหมาเห่าใบตองแห้ง แค่ความเคียดข้องแค้นติดตามไม่คิดเลิกรา ค่อยๆสูญเสียสิ่งต่างๆไปทีละนิด ก็ไม่รู้ถึง Georgia แล้วรถยังวิ่งอยู่ได้ยังไง!

เกร็ด: Buford T. Justice คือชื่อคนจริงๆ สายตรวจทางหลวงรัฐ Florida ที่พ่อของ Reynolds เคยเป็นตำรวจและรู้จักสนิทสนมกันดี ทั้งยังชอบำพูดคำว่า ‘some-bitch’ จนติดปากเช่นกัน

เกร็ดสอง: ทีแรกสตูดิโออยากให้ Richard Boone รับบทนี้ แต่ผู้กำกับต้องการนักแสดงที่ ‘a little crazier, a little more dangerous, and a lot funnier’ เลยมาลงเอยที่ Gleason เหนือกว่าทุกอย่าง

ถ่ายภาพโดย Bobby Byrne นี่คือผลงานเรื่องแรก,

สถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่ปักหลังอยู่ Georgia ท้องถนนเมือง McDonough, Jonesboro, Lithonia, ส่วนฉากที่เมือง Texas ถ่ายทำที่ Jonesboro และบริเวณโดยรอบ Highway 54, ขณะที่สนามแข่งยัง Lakewood Speedway, Atlanta

สำหรับรถ Needham พบเห็นโฆษณา 1977 Pontiac Trans Am รู้ได้ทันทีว่านั่นเหมาะกับการเป็นรถของ Bandit ติดต่อขอมาทั้งหมด 6 คน แต่ได้มาเพียง 4 ซึ่งก็ไม่ใช่รุ่น 1977 แท้ๆ ข้างในเป็น 1976 เว้นเพียงภายนอกลวดลายของ 1977 โชคดีที่ถ่ายทำจนฉากสุดท้ายใช้รถไปเพียง 3 คัน

ตัดต่อโดย Walter Hannemann กับ Angelo Ross

เรื่องราวส่วนใหญ่ของหนังดำเนินบนท้องถนนทางด่วน ซึ่งมีรถสามคันหลักๆ ตัดสลับกันไปมา
– Pontiac Trans Am ของ Bandit กับ Frog
– รถบรรทุก Kenworth W900 ของ Snowman กับ Fred
– รถสายตรวจของ Buford T. Justice และลูกชายสุดทึ่ม

เพลงประกอบโดย Bill Justis กับ Jerry Reed เป็นแนว Country ผสม Rock&Roll สนุกสุดมัน มอบบรรยากาศอันตื่นเต้นเร้าใจ ได้ยินประกอบเด่นขึ้นตลอดทั้งเรื่อง (โดยเฉพาะฉากไล่ล่า)

บทเพลงฮิต East Bound and Down แต่งโดย Jerry Reed กับ Dick Feller เห็นว่าใช้เวลาเพียงคืนเดียวเท่านั้น ติดอันดับ 2 ชาร์ท Billboard Hot Country (ไม่ใช่ชาร์หลักนะครับ)

แซว: ตอนต้นเรื่องจะมีเพลง West Bound And Down ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลยสักนิดนอกจากสลับ East กับ West เท่านั้นเอง

แถมให้กับบทเพลง The Bandit ขับร้องโดย Dick Feller ที่หลายคนพอได้รับฟังแล้วคิดถึง Burt Reynolds ขึ้นมา ถือเป็นเพลงที่เป็นตัวแทนของทั้ง Bandit และ Reynolds ได้อย่างไพเราะจับใจ

Smokey and the Bandit คือเรื่องราวของการกระทำสิ่งขบถขัดแย้ง กระโดดสะพาน ก้าวข้ามผ่านกฎกรอบระเบียบทางสังคม ถึงมันไม่ใช่เรื่องถูกต้องเหมาะสมนัก แต่ก็มีผู้คนมากมายที่สนับสนุนส่งเสริมเห็นด้วย เพื่อนร่วมทางมากมายหนุนหลังให้การช่วยเหลือ Bandit สามารถหลบหนีเอาตัวรอดจากเหล่า Smokey ตำรวจที่ถือเป็นผู้ร้ายของหนัง พวกเขาก็ไม่ได้คอรัปชั่นเท่าไหร่ เว้นเสียแต่ Sheriff Buford T. Justice เหมือนสุนัขที่กัดไม่ยอมปล่อย ตื้อตามติดไม่เลิกราเพื่อหวังทวงคืนความยุติธรรม (ให้กับตนเอง)

กฎหมาย ระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมทางสังคม ไม่ใช่ทุกสิ่งอย่างของชีวิต ใจความหนังเรื่องนี้พยายามนำเสนอสิ่งสำคัญสุดในชีวิต คือการกระทำทุกสิ่งอย่างโดยอิสระเสรี ดั่งความปรารถนาทางใจ ไม่จำเป็นต้องห่วงระวังหลัง เพราะเมื่อไหร่ถ้าคนอื่นเห็นในความพยายามแล้ว ยกย่องเราเปรียบเสมือนไอดอล ต้องการให้กำลังใจเชียร์พร้อมมีส่วนร่วม เพื่อความภาคภูมิส่วนตนก็เท่านั้นเอง

ด้วยทุนสร้าง $4.3 ล้านเหรียญ แม้รอบฉายปฐมทัศน์ที่ Radio City Music Hall, New York City ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง สัปดาห์แรกวันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ (Memorial Day) ทำเงินเพียง $2.68 ล้านเหรียญ แต่กลับกลายเป็น Sleeper Hit สิ้นโปรแกรมทำเงินไป $126.7 ล้านเหรียญ สูงสุดอันดับสองของปีในอเมริกา รวมทั่วโลกไม่มีรายงานตัวเลขแน่นอน คาดว่าเกินกว่า $300 ล้านเหรียญ

แม้เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ค่อนข้างก่ำกึ่ง แต่หนังได้เข้าชิง
– Golden Globes: Best Actress – Comedy or Musical (Sally Field) พ่ายให้กับ Diane Keaton เรื่อง Annie Hall (1977)
– Oscar: Best Film Editing พ่ายให้กับ Star Wars (1977)

ช่วงบั้นปลายของผู้กำกับ Alfred Hitchcock บอกเล่าโดยลูกสาว Patricia Hitchcock ทุกค่ำคืนวันพุธจะมีการฉายหนังในอ๊อฟฟิสของตนเอง ซึ่งเรื่องสุดท้ายที่เห็นว่ามีโอกาสได้รับชมก่อนเสียชีวิตคือ Smokey and the Bandit หนังเรื่องโปรด (น่าจะเรื่องสุดท้ายเช่นกัน)

นานๆได้ผ่อนคลายแบบไม่ต้องครุ่นคิดใช้สมองมาก ปลดปล่อยตนเองไปกับเสียงหัวเราะความสนุกสนาน ถือเป็นความบันเทิงที่ไม่เลวทีเดียว พอเข้าใจเหตุผลของ Hitchcock ว่าทำไมถึงชื่นชอบหนังเรื่องนี้มากๆ

สิ่งที่โดยส่วนตัวประทับใจสุด นอกจากความขบขันของฉากแอ๊คชั่นสุดมัน คือความน่ารักน่าชังของ Sally Field ผมไม่เคยเห็นป้าในลุคยังสาวขนาดนี้ หลอมละลายสยบลงแทบเท้าโดยทันที

แนะนำคอหนัง Action Comedy ตื่นเต้น-ขำกลิ้ง, ชื่นชอบขับรถ/ทำงานรถบรรทุก, ทิวทัศน์สองข้างทางอเมริกาเพลิดเพลินตา, ตัดต่อสุดเร้าใจ, แฟนๆนักแสดง Burt Reynolds, Sally Field ไม่ควรพลาด

จัดเรต 13+ กับแอ๊คชั่นสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว และคำสถบ ‘Some-Bitch’

TAGLINE | “Smokey and the Bandit ได้ทำให้ Burt Reynolds กลายเป็นมหาโจร”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of