Spring in a Small Town (1948)

Spring in a Small Town

Spring in a Small Town (1948) : Fei Mu

ว่ากันว่า นี่เป็นหนังยอดเยี่ยมที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ตอนที่หนังสร้างเสร็จ จีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสังคมนิยมแล้ว จึงถูกกองเซ็นเซอร์ห้ามฉายเพราะมีเรื่องราวที่ขัดต่อหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์ เกือบ 30 ปีหลังจากนั้น ถึงมีโอกาสฉายครั้งแรก (ในช่วง 1980s) ซึ่งหนังได้รับคำชมอย่างมาก ถึงความคลาสสิคและเรื่องราวที่เสียดสีระบอบการปกครองใหม่ของจีนได้อย่างเจ็บแสบ

Fei Mu เป็นผู้กำกับตั้งแต่ยุคก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก่อนทำ Spring in a Small Town เขากำกับหนังเรื่อง Remorse at Death (1948) เป็นหนังสีเรื่องแรกของประเทศจีน คงด้วยเหตุนี้ Fei Mu จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิก “Second Golden Age” แต่เมื่อจีนถูกพรรคคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจ เขาหนีไปอยู่ Hong Kong กับเพื่อนโปรดิวเซอร์ผู้กำกับหลายคน ก่อตั้ง Longma Film Company (Dragon-Horse Films) เป็นโปรดิวเซอร์ให้หนัง เรื่อง The Flower Girl (1951) ก่อนเสียชีวิตตอนต้นปี 1951

Spring in a Small Town คือผลงานกำกับเรื่องสุดท้ายของ Fei Mu ผมคิดว่าเขาคงมีความอัดอั้นตันใจไม่น้อยต่อระบบการปกครองใหม่ จึงนำเอาเรื่องราวที่เป็นข้อกังขาทางสังคมและจริยธรรมมาเป็นประเด็นหลักในหนัง ผมคิดว่าผู้กำกับเป็นคนหัวโบราณสักนิดและมีแนวคิดต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ ใครดู Spring in a Small Town แล้วจะเห็นตอนจบที่ตัวละครเลือกเดินตามขนบธรรมเนียมเดิม ไม่เลือกสิ่งที่ใจต้องการ ผมเปรียบเทียบตอนจบกับระบอบการปกครองของจีน ที่ดูแล้วผู้กำกับพึงพอใจระบอบการปกครองเก่ามากกว่าระบอบการปกครองใหม่ นี่ไม่ใช่เหตุผลที่หนังโดนแบนนะครับ ผมคิดว่ากอง Censor สมัยนั้นไม่น่าจะสามารถวิเคราะห์หนังในจุดนี้ได้ เหตุผลที่โดนแบนเพราะพรรคคอมมิวนิสต์ต้องการหนังแนวชวนเชื่อ (propaganda) ที่สนับสนุนการปกครองระบอบใหม่เท่านั้น นี่เป็นหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับความรักไม่เห็นว่ามีเรื่องการเมืองแฝงเลยจึงถูกห้ามฉาย (ความจริงหรือหนังแฝงเรื่องการเมืองเต็มไปหมด แต่กอง Censor ไม่สามารถเข้าใจได้) Fei Mu คงรู้ตัวว่าอิสระในการทำหนังได้หายไปแล้ว เขาเลยอพยพหนีไปอยู่ Hong Kong แทน

ผมไม่รู้ Fei Mu เคยดูหนังของ Jean Renoir หรือเปล่า ถ้าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสัญชาติฝรั่งเศส รับรองได้ว่าอาจถูกแบนด้วยเหตุผลแบบที่ The Rules of the Game โดนมาแล้ว (ไม่แน่ว่าอาจถูกลอบฆ่าด้วยซ้ำ) Spring in a Small Town มีลักษณะบางอย่างที่คล้าย The Rules of the Game คือ สาสน์แฝงในหนังที่ตอบโต้การใช้อำนาจของรัฐ สิ่งที่ผมเห็นแล้วรู้สึกตลกมาก คือเหตุผลที่หนังโดนแบนห้ามฉายกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่แสดงให้เห็นถึง ระดับทางการคิดและทัศนคติต่อสื่อภาพยนตร์ของผู้ชมทั้งสองประเทศ ขณะที่ The Rules of the Game คนธรรมดาในฝรั่งเศส ต่างสามารถเข้าใจสาสน์ที่อยู่ในหนังได้แทบจะทั้งนั้น แต่ Spring in a Small Town น้อยคนในจีนที่จะสามารถมองเห็นภาพการไม่ยอมรับในระบอบการปกครองใหม่ ผมดู Spring in a Small Town รอบแรก ก็ไม่ได้วิเคราะห์ความลึกซึ้งนี้ ตอนดูรอบสองจะว่าเป็นความบังเอิญตอนค้นหาข้อมูลหนังก็ได้ ผมตั้งข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไม Fei Mu ถึงต้องหนีไปอยู่ Hong Kong? ทำไมหนังถึงถูกแบน? ประติดประต่อ-วิเคราะห์เรื่องราวในหนัง จึงได้เห็นแนวคิดที่คาดไม่ถึงทีเดียว

ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ Li Tianji และเขาก็ดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ด้วย เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งงานกับชายคนหนึ่งหลังสงครามจบ อยู่ในบ้านที่เป็นซากปรักหักพังกับน้องสาวสามี และคนใช้อีกหนึ่งคน วันหนึ่งเพื่อนสมัยเด็กได้แวะมาเยี่ยมสามี และพบว่าเขาคือคนรักเก่าของเธอ นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับรักสามเศร้า การนอกใจ ความขัดแย้งระหว่างความต้องการกับศีลธรรม หนังมีความเป็น melodrama สูงมากๆ แสดงออกผ่านคำพูดและสายตามากกว่าการกระทำ ประเด็นชู้ในสังคมสมัยนั้นเป็นเรื่องเสื่อมเสียและรุนแรงอย่างมาก จึงต้องทำแบบลับๆล่อๆ ตอนจบเชื่อว่าคนสมัยใหม่คงหงุดหงิดไม่น้อย ตัวละครเลือกความถูกต้องมากกว่าความต้องการ มันเป็นการจบ happy ending แบบไม่ happy ending ผมคิดว่าที่หนังจบแบบนี้ มันมีเหตุผลอื่นแฝงอยู่ด้วย

นำแสดงโดย Wei Wei เล่นเป็น Yuwen ภรรยา เธอเป็นผู้หญิงที่ตาโตมากๆ (ปกติคนจีนจะตาเล็กๆชั้นเดียว) ดวงตาของเธอทำให้เราเห็น สัมผัสถึงความรู้สึกข้างในจิตใจ ฉากตอนต้นเรื่องที่เดินเลียบกำแพง แววตาเธอเหม่อลอย มองออกไปไกล ตัวอยู่ตรงนั้นแต่ใจอยู่ที่ไหน กำลังคิดอะไรอยู่ บทบรรยายไม่ช่วยอะไร เพราะมันไม่บอกว่าเพราะอะไรเธอถึงเป็นอย่างนั้น เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ต่อหน้าคนอื่นเธอก็พยายามปั้นสีหน้าแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความสุขอยู่เสมอ แต่ข้างในมีความรู้สึกบางอย่าง มันคือความทุกข์ เศร้า หรืออะไร?

Shi Yu เล่นเป็น Liyan สามีที่มีร่างกายอ่อนแอ ทำให้สภาพจิตใจแตกละเอียดเหมือนกับสภาพบ้านที่เป็นซากปรักหักพักเนื่องจากสงคราม บ้านที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะซ่อมเสร็จ เจ้าบ้านก็ไม่คิดจะทำอะไร ผมจำเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม Liyan ถึงแต่งงานกับ Yuwen คุ้นๆเธอบอกว่า เธอไม่ได้รัก Liyan แต่บังคับใจตัวเองให้รัก ไม่รู้เธอบังคับใจตัวเองสำเร็จไหม เมื่อ Liyan ล้มป่วย ความรู้สึกของเธอเปลี่ยนไป ความรักกลายเป็นหน้าที่ สิ่งที่เธอต้องทำคือดูแลสามี

Li Wei เล่นเป็น Zhang Zhichen หมอจาก Shanghai เพื่อนเก่าของ Liyan และเป็นคนรักแรกของ Yuwen ร่างกายป่วยหนักอาจรักษาได้ แต่ป่วยรักไม่มีทางที่จะรักษาให้หายขาด การมาของ Zhang Zhichen ทำให้ Yuwen นึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขก่อนที่เธอจะแต่งงาน เธออยากกลับไปเป็นเด็กแบบตอนนั้นอีกครั้ง พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่าง แต่ Zhang Zhichen ไม่สามารถทรยศเพื่อนเพื่อความสุขของตัวเองได้ เขายังคงรัก Yuwen อยู่ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ยื้ออยู่นาน สุดท้ายศีลธรรมในใจของเขาก็เอาชนะความต้องการของตัวเองได้

หนังทั้งเรื่องมีตัวละครทั้งหมด 5 คน ไม่มีตัวประกอบอื่นเลย อีก 2 คนคือ น้องสาว Liyan ชื่อ Xiu นำแสดงโดย Zhang Hongmei และคนใช้ Lao Huang นำแสดงโดย Cui Chaoming

ผมจะเปรียบเทียบเรื่องราวและตัวละครในบ้านหลังนี้กับระบอบการปกครอง มีผู้นำคือ Liyan บ้านหลังนี้มีสภาพทรุดโทรม เหมือนการปกครองรูปแบบเก่าที่ดูล้าหลัง มีคนอาศัยในบ้านคือ Yuwen ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ แสดงออกอย่างหนึ่งแต่คิดอีกอย่างหนึ่ง (เปรียบตัวละครนี้คือชนใช้แรงงาน ที่มีชีวิตทำไปตามหน้าที่แต่ละวัน), น้องสาว Xiu ที่สนุกสนานร่าเริง มีความสุขอยู่ตลอดเวลา (เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง) และ Lao Huang คือคนใช้เก่าแก่ที่ไม่ยอมไปไหน (คือคนรุ่นเก่า คนแก่ที่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร) การมาของ Zhang Zhichen เปรียบเหมือนแนวคิดใหม่ การปกครองรูปแบบใหม่ เขาเป็นเพื่อนเก่า Liyan และเป็นคนรักเก่าของ Yuwen (เหมือนฟาสซิสที่กลายมาเป็นคอมมิวนิสต์) การมาของ Zhang Zhichen ทำให้ Yuwen รู้สึกสับสนลังเล ใจเธออยากหนีไปกับ Zhang Zhichen ถึงขั้นคิดว่าถ้า Liyan ตายไปก็ดี (เหมือนการล้มล้างระบอบเดิม) แต่เธอก็หาทำไม่ เป็น Liyan เองที่เห็นว่า Yuwen อาจจะมีความสุขถ้าได้อยู่กับ Zhang Zhichenมากกว่า ตอนจบในหนังคือคือ Liyan พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ และ Zhang Zhichen เลือกที่จะถอยตัวกลับไป นี่เป็นตอนจบที่ผู้กำกับ Fei Mu ตั้งใจจะให้เป็นความพ่ายแพ้ของพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อระบบการปกครองเดิม แต่ความจริงคงรู้กันอยู่ว่าไม่ได้กลายเป็นแบบที่ผู้กำกับวาดฝันไว้

เราจะดูหนังเรื่องนี้เป็น melodrama ธรรมดาๆแบบไม่ต้องวิเคราะห์ลงลึกไปก็ได้ เพราะสาสน์ของหนังมันคนละเรื่องกับเรื่องราวในหนังโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ทุกคนจะวิเคราะห์แล้วได้แบบเดียวกัน เหมือนกับ The Rules of the Game ที่เป็นหนังต่อต้านสงครามแต่ไม่มีฉากสงครามหรือพูดถึงสงครามแม้แต่น้อย และเราสามารถตีความมากกว่า 1 อย่างจากหนังได้ (ลองไปหาบทรีวิวที่ผมเขียนถึง The Rules of the Game อ่านดูนะครับ) การตีความหนังไม่จำเป็นว่าทุกคนจะมองเห็นได้เหมือนกัน และเมื่อผู้กำกับ Fei Mu ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่ออธิบายสิ่งที่เขาสร้างแล้ว (เขาเสียชีวิตก่อนที่หนังจะได้ฉายด้วยซ้ำ) เราจึงสามารถเปิดกว้างตีความอะไรจากหนังก็ได้ ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด สิ่งที่ผมวิเคราะห์นี้เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้กำกับ เกิดขึ้นกับเขา เรื่องราวในหนัง วิธีการเล่า มันแสดงตัวตนแนวคิดของผู้กำกับออกมา มีอะไรมากมายที่สามารถทำเป็นหนังได้ แต่ทำไมเลือกประเด็นนี้ ในช่วงเวลานี้ ผู้กำกับระดับที่เป็นศิลปิน เข้าใจในศิลปะ ย่อมทำอะไรมีเหตุมีผลแน่นอน

ถ่ายภาพโดย Li Shengwei หนังสร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงจิตใจที่แตกสลาย ซึมเศร้า สับสน เหมือนภาพซากปรักหักพังของบ้าน ที่ไม่รู้อยู่กันไปได้ยังไง มันดูหดหู่เหลือเกิน แม้ชีวิตพวกเขาจะไม่ต้องดิ้นรนมาก (ไม่รู้เหมือนกันว่าตระกูลนี้ทำมาหากินหรือได้เงินมาจากไหน มรดกหรือเปล่า?) ช่วงเวลาสดใส ณ บ้านหลังนี้คือรอยยิ้มของน้องสาว Xiu ที่สร้างสีสันให้กับหนัง(ถ่ายด้วยภาพขาวดำ) เป็นความสวยงามที่ไม่มีอะไรเจือปน ขณะที่รอยยิ้มของ Yuwen ถึงจะสวยงามแต่ดูแล้วรู้สึกมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ข้างใน

ฉากที่ผมชอบที่สุดคือฉากล่องเรือร้องเพลง และเดินเลียบกำแพง … นี่คือกิจกรรมที่มีความสุขที่สุดของคนในบ้านหลังนี้เหรอนี่ โอ้ ซีนล่องเรือ กล้องจะถ่ายให้เห็นทั้ง 4 ตัวละครอยู่ในเรือลำเดียวกัน ความหมายมันก็ตรงตัวเลยนะครับ ตัดคนใช้ออกไป ก็มีแต่พวกเขาทั้ง 4 นี่แหละที่เป็นคนทำให้เรื่องราวดำเนินต่อไป สำหรับการเดินเลียบกำแพง นี่เป็นสิ่งที่นักวิจารณ์จะพูดกันแทบทุกเจ้า กำแพงพังๆมันมีอะไรที่ดึงดูดตัวละครเหล่านี้ให้ชอบเดินไปหานักนะ คงเพราะสภาพของมันเหมือนกับจิตใจของพวกเขา ราวกับมันเป็นเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกของกันและกัน

มีฉากหนึ่งที่ผมข้องใจพอสมควร ทำไม Zhang Zhichen ถึงตัดสินใจเปลี่ยนเอายานอนหลับออกเป็นยาบำรุงธรรมดา มันเหมือนเขารู้ล่วงหน้าว่า Liyan อาจจะทำอะไรบ้าเช่น ฆ่าตัวตายแบบในหนังงั้นเหรอ … ไม่น่านะ หรือเพราะเขารู้ว่าเหตุที่ Liyan ป่วย ไม่ใช่ร่างกายที่อ่อนแอ แต่เป็นเพราะจิตใจที่มีผลกระทบจากสงคราม เขาไม่ต้องใช้ยาอะไรเลย แค่นอนให้เต็มอิ่ม ทานอาหารให้ครบ ตากแดดให้ร่างกายสดชื่น แค่นี้เดี๋ยวก็หาย ในหนังต้องถือว่าโชคดี เพราะการทำแบบนี้ทำให้ Liyan ไม่ตาย แต่ผมอธิบายเหตุผลของการกระทำนี้ไม่ได้ ใครเข้าใจแนะนำผมมาก็ได้นะครับ

ฉากกินเหล้า เมื่ออายุ 16 กับช่วงเวลาที่ถือว่าผู้หญิงสามารถแต่งงาน ออกไปมีครอบครัว มีลูกได้ นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ การเลือก และค้นหาตัวเอง เราจะเห็นช่วงเวลาแห่งการฉลองนี้ มีคนหนึ่งที่เอาแต่กินให้ตัวเอามอมเมา จะได้ไม่ต้องคิดอะไร รู้สึกอะไร คนหนึ่งกินไม่ได้ คนหนึ่งอยากกินแต่ไม่มีโอกาสได้กิน เรามาเล่นเป่ายิงฉุบกันเป็นไง แพ้กิน … เป็นการเป่ายิงฉุบที่หลากหลายมาก ไม่รู้มาก่อนว่าเป่ายิงฉุบมีมากกว่า 1 แบบด้วย ฉากนี้วิเคราะห์ให้ดีมีสาสน์อะไรแฝงเยอะมาก ผมขี้เกียจคิดแล้ว ลองไปหาคำตอบเองบ้างนะครับ

ตัดต่อโดย Wei Cunbao ผมเปรียบการเล่าเรื่องเหมือนกับการอ่านหนังสือ มีการพากย์คำพูดในความคิดของ Yuwen แทนคำอธิบายตัวอักษร นี่ทำให้ผมคิดว่า หนังใช้มุมมองของ Yuwen เล่าเหตุการณฺ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น คงเพราะผู้กำกับต้องการให้ Yuwen เป็นตัวแทนของเขาในการนำเสนอแนวคิด ซึ่งคำตอบในตอนจบก็คือความต้องการของผู้กำกับ ที่จะบอกว่า ต่อให้ฉันชอบระบบการปกครองใหม่แค่ไหน แต่ฉันยังยืนกรานที่เลือกระบบเดิมมากกว่าระบบใหม่

เพลงประกอบ Huang Yijun ผมไม่แน่ใจเพลงที่น้องสาว Xia ร้อง เป็นเพลงที่แต่งโดย Huang Yijun หรือเปล่า ถ้าใช่ละก็เยี่ยมเลย เพลงเพราะมาก (แม้จะไม่มีดนตรีประกอบก็เถอะ) ส่วนฉากเปิดเรื่อง เสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองจีน ฟังแล้วให้อารมณ์โหยหวนมากๆ แถมเพลงมันเดี๋ยวดังเดี๋ยวเงียบ กระตุกไปม่ (restore มาได้คุณภาพต่ำมาก) ยิ่งรู้สึกหวิวๆไปกว่าเดิมอีก

Spring in a Small Town หนังเลือกชื่อนี้ได้ไม่สอดคล้องกับเรื่องราวเลย Small Town ในหนังมันแค่ Small House บ้านหลังหนึ่งเท่านั้น ส่วนคำว่า Spring ผมคิดว่าความหมายมันน่าจะคล้ายๆชื่อหนัง Late Spring ฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงเวลาที่เปรียบเหมือนความรักกำลังแรกแย้ม ผลิบาน โลกที่เต็มไปด้วยความสุข สดใส ในหนัง Small House สถานที่ดำเนินเรื่องนั้นมีความหดหู่ ช่วงเวลา Spring คือรอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ผมแปลชื่อหนังที่สามารถอธิบายใจความของหนังได้ใกล้เคียงที่สุดก็ First Love in a Small House

มีคนเปรียบสไตล์การเล่าเรื่องของ Fei Mu ว่าคล้าย Max Ophüls และ Kenji Mizoguchi แต่ผมว่าความลึกซึ้งของ Fei Mu นั้นอาจจะเหนือกว่าทั้งคู่ ถ้าผมได้มีโอกาสดูหนังของเขามากกว่านี้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ ใจผมค่อนข้างคาดหวังว่า Fei Mu จะคล้ายกับ Jean Renoir มากกว่า ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะถือเป็นผู้กำกับที่ถูก underrated ที่สุดของเอเชียเลย

ผมแนะนำหนังเรื่องนี้กับคอหนังเก่าๆ ชอบดูหนังดีๆหายาก คอหนังจีน(ยุคเก่า) หนังอาจไม่ถูกใจคนรุ่นใหม่ หาดูน่าจะยากด้วย ดูแบบไม่คิดอะไรก็ถือว่าไม่เลว คุณภาพพอใจ (restore มาไม่ดีเท่าไหร่) แต่กับคนที่ชอบวิเคราะห์หนัง นี่เป็นหนังที่ลึกซึ้งมากๆ ผมเทียบหนังเรื่องนี้ว่าเป็น The Rules of the Game ของจีน เลยนะครับ จัดเรต 15+ กับแนวคิดเรื่องรักสามเศร้า และมีฉากพยายามฆ่าตัวตายด้วย

คำโปรย : “Spring in a Small Town หนังจีนแผ่นดินใหญ่ที่สุดคลาสสิค มีความสวยงาม เนื้อเรื่องที่แฝงตัวตนของผู้กำกับ ฤาผู้กำกับ Fei Mu จะเป็นคนที่ถูก underrated ที่สุดในเอเชีย”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบ : SO-SO

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of