Steamboat Bill, Jr. (1928)

Steamboat Bill Jr

Steamboat Bill, Jr. (1928) hollywood : Charles Reisner ♥♥♥♥♡

หนึ่งในสามหนังเงียบที่ดีที่สุดของ Buster Keaton ถ้าไม่หัวเราะจนท้องแข็ง แสดงว่าเส้นตลกของคุณต้องลึกมากๆ ผู้กำกับ Charles Reisner ได้แรงบันดาลใจชื่อหนังมาจากเพลง Steamboat Bill ของ Arthur Collins ที่โด่งดังมากเมื่อปี 1911 และเป็นเพลงประจำตัวของ Mickey Mouse ด้วยนะครับ

ก่อนอื่นเลยผมคงต้องให้ฟังเพลง Steamboat Bill กันก่อน เป็นเวอร์ชั่นต้นฉบับเมื่อปี 1911

คลิปต่อมาคือเรื่องสั้นเปิดตัว Micky Mouse สร้างโดย Walt Disney และ Ub Iwerks ชื่อเรื่อง Steamboat Willie (1928) ความยาว 7.45 นาที ถ้าไม่เสียเวลามากไปกดลิ้งค์เข้าไปดูใน Youtube นะครับ (ผมลองเอาคลิปมาใส่ในบทความแล้ว แต่มันเล่นไม่ได้ ต้องดูบน Youtube เท่านั้น)

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามดูหนังอนิเมชั่นของ Disney ในยุคปัจจุบัน ย่อมต้องเคยเห็น Opening Logo ของ Walt Disney ที่เป็นแนว Retro ภาค Micky Mouse ตั้งแต่สมัยภาพสีขาว-ดำผิวปากล่องเรือ นี่คือเรื่องที่เป็นจุดเริ่มต้นนะครับ, Walt Disney หลังจากได้ดู Steamboat Bill, Jr. จึงเกิดแรงบันดาลใจสร้าง Steamboat Willie ออกฉาย 6 เดือนหลังจาก Steamboat Bill, Jr. ฉาย

กลับมาที่ Steamboat Bill, Jr. หนังของ Buster Keaton ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Steamboat Bill เช่นเดียวกับ Steamboat Willie, ในบรรดาหนังของ Keaton มี 3 เรื่องที่ถูกยกย่องว่าเยี่ยมที่สุด ประกอบด้วย Sherlock Jr. (1924), The General (1926) และ Steamboat Bill, Jr. (1928) แม้ในชาร์ท AFI (American Film Institute) จะมีเพียง The General ที่ติดอันดับ 100 หนังอเมริกันยอดเยี่ยมตลอดกาล แต่ในชาร์ทหนังเงียบ จะมี Sherlock Jr. และ Steamboat Bill, Jr. ติดอันดับเคียงคู่ด้วยเสมอ

Steamboat Bill, Jr. เป็นเรื่องราวของลูกชาย Junior (รับบทโดย Keaton) ต้องการทำให้พ่อ (William “Steamboat Bill” Canfield) ยอมรับในตัวเขา, พ่อมีอาชีพเป็นนักล่องเรือ Paddle Steamer ซึ่งวันหนึ่งมีนักธุรกิจ John James King ได้ซื้อ Steamer ลำใหม่เอี่ยมกลายมาเป็นคู่แข่งกับ Steamboat Bill, ลูกสาวของ King ชื่อ Kitty King เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันและชอบคอกับ Junior เรื่องราวความวุ่นวาย สับสน อลม่านจึงบังเกิดขึ้น

เรื่องราวเกิดขึ้นใน Sacramento, California ดำเนินในแม่น้ำ Mississippi (ถ่ายจริงๆที่แม่น้ำ Sacramento, California) แต่ในระหว่างการสร้างเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ในปี 1927 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในแม่น้ำ Mississippi ผู้กำกับและ Keaton จำปรับเปลี่ยนบทหนังจากเดิมไคลน์แม็กซ์เป็นเหตุการณ์น้ำท่วม เป็น Cyclone ถล่มเมืองแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจผู้คนขณะนั้น, การปรับเปลี่ยนนี้ ทำให้หนังต้องใช้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า (เพราะหนังเตรียมพวกฉากน้ำท่วมไว้แล้ว) ถึงหนังจะได้รับคำวิจารณ์ที่ดีล้นหลาม แต่กลับขาดทุนย่อยยับ เพราะหนังทำเงินได้ไม่มากพอคืนทุน จึงถือว่าเป็นหนังที่สูญเงินมากที่สุดของ Keaton

แน่นอนว่า Keaton แสดงเองทุกฉาก แม้แต่ฉากที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ เช่นเขายืนอยู่บนถนนแล้วถูกลมพัดจนตัวปลิว เห็นว่าใช้ใบพัดของเครื่องบินขนาดใหญ่ 6 ลำ, ฉากต้นไม้บิน (ใช้เครนยก) หรือฉากที่กำแพงบ้านถล่มทับตัว บังเอิญยืนอยู่ตรงหน้าต่างพอดีเลยรอดตัวไป ฉากนี้ผมเห็นแล้วใจหายวาบ, ได้ยินว่ากำแพงนั้นคือกำแพงหนักจริงๆ เพราะทีมงานไม่สามารถใช้กำแพงปลอมทำแล้วให้ตกลงมามีน้ำหนักเหมือนในหนังที่เห็น จึงใช้กำแพงจริงๆ ซึ่งถ้าพลาดก็อาจถึงตายเลยนะครับ Keaton พูดถึงฉากนี้อย่างมั่นใจมากว่า เขายืนในตำแหน่งที่ถูก ถ้าถูกกำแพงทับตายก็ตาย (ตอนนั้น Keaton กำลังสิ้นหวังอยู่ด้วย เพราะสตูดิโอของตนเพิ่งถูกสั่งปิด เนื่องจากกำลังจะล้มละลาย จึงประมาณว่า ตายก็ตาย ช่างมันไม่สนใจอะไรแล้ว)

บทของ Keaton มักจะแสดงถึงความไม่เอาอ่าวของตน คือทำอะไรไม่ถูกใจคนอื่น ผิดใจคนโน้นนี่ไปทั่ว ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจใครเขา, กับ Steamboat Bill, Jr. ก็เช่นกัน หลังจากเรียนจบมาจากเมืองใหญ่ กลับบ้านมาเพื่อช่วยงานพ่อ แต่ตนกลับทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่ภาพลักษณ์ของเขา ที่พ่อต้องพาไปโกนหนวด ซื้อเสื้อผ้าให้ใส่ใหม่ (ดูคนที่รูปลักษณ์ภายนอก) ขณะช่วยงานบนเรือ ก็ดูทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นี่เสียดสีคน ‘ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด’ เห้ย! สำนวนนี้มันล้อกับตอนจบที่น้ำท่วมเมือง ผู้คนต่างหนีตาย กลับมีแต่พระเอกที่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้ ‘ถ้าน้ำไม่ท่วมหัวคงไม่รู้จักเอาตัวรอด’ ผมชอบตอนที่ Keaton เอาเชือกผูกกับเครื่องยนต์แล้วใช้การดึงให้เรือเคลื่อนที่ โคตรเจ๋งนะครับ ต้องคนที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้

หนังของ Keaton ต้องมีสาวๆ Kitty King รับบทโดย Marion Byron เธอหน้าคุ้นๆนะครับ (คงเพราะนักแสดงยุคหนังเงียบหน้าจะคุ้นๆไปหมด) หญิงสาวต้องตกหลุมรักพระเอก และมักมีอุปสรรค, หนังเรื่องนี้ พ่อของทั้งสองไม่ถูกกัน เพราะต่างก็ทำธุรกิจเดินเรือเหมือนกัน มันเลยมีการแย่งลูกค้า และมีแผนทำลายกิจการคู่ต่อสู้ แน่นอนว่านางเอกต้องเข้าข้างพระเอกเสมอ ทำให้พ่อโกรธและห้ามไม่ให้เธอพบกับเขา (แต่เรื่องอะไรนางเอกจะฟัง) ตอนจบนางเอกมักจะได้คู่กับพระเอก และสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดได้, สิ่งที่ทำให้ปัญหาคลายตัว หนังเรื่องนี้ถือว่าเอาประเด็นใหญ่เลย พายุไซโคลน น้ำท่วมใหญ่ ภัยธรรมชาติที่รุนแรง ทำลายทรัพย์สินสูญสลายไปมาก ถ้าคนเราไม่ลืมข้อขัดแย้งแล้วช่วยเหลือกัน มันคงไม่มีอะไรเหลือ นี่เป็นอีกข้อคิดของหนังนะครับ ‘เป็นมิตรเมื่อภัยมา’ และ ‘รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย’

หนังเรื่องนี้ Keaton ไม่ได้ใส่หมวกประจำตัวของเขา (Trademark Hat) ที่เป็น Pork Pie Hat เปลี่ยนเป็น Flat Hat, แต่ Pork Pie Hat ก็ยังเห็นอยู่แวบๆนะครับในฉากลองหมวก ซึ่งพอใส่ปุ๊ปก็ถอดออกปัป (ยังกะกลัวคนจำได้)

หนังมี 2 เวอร์ชั่นนะครับ คือ US Version และ International Version คือฉากต่างๆในหนังเหมือนเดิม แต่เป็นเหมือน Take 2 เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนมุมกล้อง การแสดงไม่เหมือนเดิม มีคนทำคลิปเทียบกันของ 2 เวอร์ชั่น ที่เป็นแบบนี้เพราะสมัยก่อนการจะก็อปปี้ฟีล์มทำได้ยาก เลยถ่ายมัน 2 เวอร์ชั่นเสียเลย เป็นฉายในอเมริกาชุดหนึ่งและฉายต่างประเทศอีกชุดหนึ่ง, Kino Version ได้ทำการรวมทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้ใน Blu-Ray แผ่นเดียวกัน ความรู้สึกเหมือนดูหนังเรื่องเดิมแต่ไม่เหมือนเดิม ใครชื่นชอบหนังเรื่องนี้ ไปลองหา Kino Version ดูนะครับ

เพลงประกอบก็มี 3 เวอร์ชั่นนะครับ (ใน Kino ก็มี Sound ให้เลือกทั้งหมด)
Music by The Biograph Players
Organ score by Lee Erwin
Piano score by William Perry
หรือใครที่ชอบดูเวอร์ชั่นเงียบๆ ก็ปิดลำโพงเอาเองนะครับ, ผมดูเวอร์ชั่นที่เป็น Piano ก็เจ๋งเลยละ เพราะ William Perry เล่นประกอบ The General, The Gold Rush, Intolerance ฯ หนังดังๆของทั้ง Keaton และ Chaplin หลายเรื่องอยู่

ผมเห็นด้วยเลยนะครับว่านี่เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของ Keaton (แม้จะดูหนังของเขามาไม่กี่เรื่องก็เถอะ) คือระดับความยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับ The General เลยละ ความตลกก็มีช่วงที่ท้องแข็งพอๆกัน แค่ตอนจบมันอาจจะเคว้งๆสักหน่อย (จบแบบลอยล่องในแม่น้ำ) แต่มันก็เคลียร์นะครับ พร้อมความฉงน (แบบเดียวกับหน้าของนางเอก) คือเจ๋งแหละ แค่คนส่วนใหญ่อาจรู้จักน้อยกว่า The General เพราะ Steamboat Bill, Jr. ไม่ติดชาร์ท AFI, ส่วนตัวผมไม่ขอเลือกแล้วกัน ให้ทั้ง The General และ Steamboat Bill, Jr. คือที่สุดเท่ากันของ Buster Keaton

ใครเป็นแฟนของ Keaton นี่คือหนึ่งในหนังที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดของเขา ห้ามพลาดๆเลย ไม่ถึงกับต้องดูให้ได้ก่อนตาย ถ้ามีโอกาสผมแนะนำให้ลองหามาดูนะครับ จัดเรต General ดูได้ทั้งบ้าน

TAGLINE | “Steamboat Bill, Jr. อีกหนึ่ง masterpiece ของ Buster Keaton ถ้าน้ำไม่ท่วมหัว คงไม่รู้จักเอาตัวรอด”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of