Steins;Gate (2011)

Steins;Gate (2011) Japanese : Hiroshi Hamasaki, Takuya Satō ♥♥♥♥♥

(22/9/2019) น่าจะเป็นอนิเมะไซไฟ Time Travel ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล! นำพาผู้ชมให้ครุ่นคิดจินตนาการถึงความเป็นไปได้ จุดกำเนิดของ Time Machine และผลกระทบ Butterfly Effect ที่ชวนปวดหัว ปวดตับ บ้าคลั่งระดับ Mad Scientist

Steins;Gate เป็นการเล่นคำที่ไม่มีนิยามความหมายใดๆใน Dictionary คือวลีเพ้อเจ้อของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง Hououin Kyouma (Alter Ego ของ Okabe Rintarō) สื่อถึงประตู/สถานที่/โลกคู่ขนานที่อาจมีหรือไม่มีอยู่จริง ซึ่งคำว่า Steins มาจากสองแนวคิด
– ตัดทอนมาจาก Albert Einstein นักฟิสิกส์ผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ อันคือความเป็นไปได้แรกๆของการเดินทางข้ามเวลา
– Steins ภาษาเยอรมันแปลว่า Stone, ก้อนหิน หรือในความหมายของผู้สร้างคือ ‘stone of destiny’ รวมกับคำว่า Gate จึงสื่อถึง ‘the doorway of the stone of destiny’ ประตูหินแห่งโชคชะตา

ถ้าจดจำไม่ผิด ผมรับชม Steins;Gate ครั้งแรกประมาณปี 2012 ช่วงขณะกำลังหมกมุ่นภาพยนตร์/ซีรีย์/อนิเมชั่นแนวไซไฟ ระหว่างเฝ้ารอคอยวันโลกาวินาศ(ที่ไม่เห็นจะมาถึง) ตกหลุมรักคลั่งไคล้อนิเมะเรื่องนี้จนต้องดู 24 ตอนให้จบรวดเดียวไม่มีพัก ซึ่งประมาณตอนที่ 23 เมื่อ Okabe Rintarō ถูกหัตถ์พระเจ้าตบตื่น หวนกลับมาหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งเสียสติแตกอีกครั้ง ทั้งรอยยิ้ม คราบน้ำตาพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว

ทีแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะกลับมารับชมอนิเมะเรื่องนี้นะครับ แต่ใคร่สนใจ Steins;Gate 0 (2018) ที่เป็น Alternative Timeline เมื่อ Okarin ไม่ได้ถูกหัตถ์พระเจ้าตบตื่น ใช้ชีวิตถัดจากนั้นบนความขมขื่น สามสี่ตอนแรกไม่ได้ดูยากเท่าภาคหลัก ความน่าสนใจน้อยกว่า แต่ก็เฝ้ารอคอยอย่างใจเย็นเพราะอยากได้ยินเสียงหัวเราะเอกลักษณ์ของ Hououin Kyouma อีกสักครั้ง! โดยไม่รู้ตัวเริ่มติดงอมแงม กว่าจะได้ยินก็ตอนยี่สิบกว่า! เป็นอีกครั้งที่ทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตาพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำไมกันนะ?

นั่นเองทำให้ผมต้อง Tu-Tu-Ru ย้อนเวลากลับมารับชมภาคหลักอีกสักครั้ง ดื่มด่ำไปกับการเล่าเรื่องที่สลับซับซ้อน และค้นพบใจความของอนิเมะอันประกอบด้วย มิตรภาพ การเสียสละ ไม่ย่นย่อท้อแท้ต่ออุปสรรค ก้าวข้ามผ่านความสูญเสีย เพราะชีวิตจริงไม่มีใครสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสียใจเอาภายหลัง


จุดเริ่มต้นของ Steins;Gate คือเกมแนว Visual Novel พัฒนาโดยสตูดิโอ 5pb. และ Nitroplus ด้วยความตั้งใจ ‘99% science and 1% fantasy’ เรื่องราวของกลุ่มนักเรียน/ศึกษาที่บังเอิญค้นพบเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลงอดีต ดำเนินเรื่องในลักษณะ Non-Linear ทุกคำตอบมีผลกระทบต่อตัวละคร เรื่องราว และตอนจบ (Alternate Endings) วางขายครั้งแรกบนเครื่อง Xbox 306 วันที่ 15 ตุลาคม 2009 ติดตามด้วย PC Windows วันที่ 26 สิงหาคม 2010

เกร็ด: Steins;Gate คือเกมลำดับที่สองของซีรีย์ Science Adventure ถัดจาก Chaos;Head (2008) แต่คือเรื่องแรกได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ

ความสำเร็จทั้งเสียงวิจารณ์และยอดขาย (จนถึงปี 2015 ยอดขายเกมรวมทุก Platform เกินกว่าล้านก็อปปี้!) ทำให้เกิดภาคต่อ, Internet Radio Show, Manga, Light Novel, Drama CDs และประกาศสร้างอนิเมะเมื่อเดือนกรกฏาคม 2010 โดยสตูดิโอ White Fox กำกับโดย Hiroshi Hamasaki, Takuya Satō, ดัดแปลงบทโดย Jukki Hanada, ออกฉาย 6 เมษายน – 14 กันยายน 2011 ทั้งหมด 24 ตอน (และตอนที่ 25 แถมใน DVD/Blu-Ray แผ่นที่ 9)

ปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2010 ณ Akihabara, นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง Okabe Rintarō ได้พานพบเห็น Makise Kurisu นอนจมกองเลือด ระหว่างนั้นบังเอิญส่ง D-mails (DeLorean Mail) หาเพื่อนร่วมงาน Daru Itaru โดยไม่รู้ตัวเองว่าได้เคลื่อนย้ายไปยังเส้นโลก Alpha โดยความสามารถที่เจ้าตัวเรียกว่า Reading Steiner ทำให้ได้พบ Kurisu ยังมีชีวิตอยู่! เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความพิศวงงงงวย นำไปสู่การค้นพบ Leap Machine สามารถส่งข้อความย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่นั่นเองทำให้ค้นพบองค์กร SERN (Société Européenne de Recherche Nucléaire) ที่วางแผนครองโลกอนาคตด้วยความพยายามสร้าง Time Machine และทำลายล้างองค์กรอื่นๆที่พยายามยุ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว

วันสุดท้ายของการฉายอนิเมะซีรีย์ มีการประกาศสร้างฉบับภาพยนตร์ Steins;Gate: The Movie − Load Region of Déjà Vu (2013) โดยทีมงานชุดเดิมทั้งหมด เรื่องราวถือเป็น Epilogue หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ภาคหลักจบสิ้น แม้ไม่มีการสร้าง Time Machine อีกต่อไปแล้ว แต่ Makise Kurisu ก็มีเหตุแห่งโชคชะตา ให้หวนกลับมาพานพบเจอ Okabe Rintarō ความทรงจำทับซ้อนจากเส้นโลกอื่นทำให้เธอค่อยๆตระหนักถึงบางสิ่งอย่าง!

เมื่อปี 2015 มีการฉายซ้ำ (Re-Broadcast) แล้วสร้างใหม่เฉพาะตอนที่ 23 นำเสนอ Alternate Version กรณีที่ Okabe Rintarō ไม่สามารถช่วยเหลือ Makise Kurisu ได้สำเร็จ เพื่อโปรโมทเกมภาคต่อ Steins;Gate 0 วางขายเครื่องเกม Playstation (PS3, PS4, PS Vista) วันที่ 10 ธันวาคม 2015, ลง PC ปี 2016 และ Xbox One ปี 2017

สำหรับอนิเมะ Steins;Gate 0 ประกาศสร้างพร้อมๆกับเกม ยังคงได้รับการสร้างโดยสตูดิโอ White Fox แต่เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็น Kenichi Kawamura, ใช้นักเขียนคนเดิม Jukki Hanada, ออกฉาย 12 เมษายน ถึง 27 กันยายน 2018 ทั้งหมด 23 ตอน และ OVA ออกฉาย 21 ธันวาคม 2018

ในเส้นโลก Beta ที่ Okabe Rintarō ไม่สามารถช่วยเหลือ Makise Kurisu, หลายเดือนผ่านไปใช้ชีวิตบนความซึมเศร้า ขื่นขม วันหนึ่งมีโอกาสพบเจอ Maho Hiyajo รุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยของ Kurisu มีโอกาสรับฟังสัมมนาปัญญาประดิษฐ์ AI ของ Kurisu Makise ชื่อว่า Amadeus บันทึกไว้ก่อนการเสียชีวิต อาสาสมัครเป็นนักทดสอบ (Tester) เพราะลึกๆยังคงโหยหา ครุ่นคำนึงถึง แค่ว่าไม่ต้องการยุ่งวุ่นวายกับการเดินทางข้ามเวลาอีกต่อไป ถึงกระนั้นในเส้นโลกใบนี้ สงครามโลกครั้งที่สามกำลังปะทุขึ้น สืบเนื่องจากความต้องการแก่งแย่งชิงเทคโนโลยี Time Machine ของบรรดาประเทศมหาอำนาจ ด้วยเหตุนี้แม้ไม่มี Kurisu แต่ Rintarō จำต้องหาหนทางสร้าง Time Leap Machine อีกสักครั้งหนึ่ง!


ตัวละคร


งานสร้าง


เพลงประกอบ


แม้อนิเมะจะเต็มไปด้วยความซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ยอดขาย Blu-ray/DVD ของ Steins;Gate โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16,671 ก็อปปี้(ต่อแผ่น) ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งเลยนะ! (ยอดขายคืนทุนโดยเฉลี่ยคือ 3,000+ ก็อปปี้) ส่วน Steins;Gate 0 เฉพาะแผ่นแรกยอดขาย 2,638 ก็อปปี้ น่าจะแค่คืนทุน หมดกระแสนิยมแล้วสินะ

ฉบับภาพยนตร์ Steins;Gate: The Movie − Load Region of Déjà Vu (2013) เข้าฉายจำกัดโรง ทำเงินได้ประมาณ ¥500 ล้านเยน และยอดขาย DVD/Blu-Ray อีกประมาณ ¥550 ล้านเยน ดูแล้วน่าจะพอคืนทุนกระมัง

ความยุ่งยาก ท้าทาย ในการรับชมอนิเมะเรื่องนี้ เอาจริงๆอยู่แค่ 4-5 ตอนแรกๆของภาคหลักเท่านั้นนะครับ เมื่อเริ่มจับทางได้ย่อมสามารถเข้าใจอะไรหลายๆอย่างโดยง่าย ตั้งใจดู ตั้งใจครุ่นคิด ถ้าไซไฟ Time Travel คือแนวโปรดของคุณ ย่อมสามารถเข้าถึง Steins;Gate ได้แน่

มีเหตุผลมากมากที่ผมโปรดปรานอนิเมะ Steins;Gate ทั้งภาคหลัก ภาคต่อ และฉบับภาพยนตร์ อาทิ
– ความบ้าคลั่งเสียสติแตกของ Okabe Rintarō ที่ได้สร้าง Hououin Kyouma ร่าง Alter Ego ของตนเองขึ้นมา
– Tu-Tu-Ru คือวลีเอกลักษณ์ของ Shiina Mayuri ที่แสนบริสุทธิ์ น่าเอ็นดู
– ความ Tsundere ของ Christina เข้าคู่ขวัญ Okabe Rintarō โดยแท้

และที่สุดของอนิเมะเรื่องนี้คือ ลีลาการตัดต่อ จังหวะนำเสนอ ชักนำพาอารมณ์ผู้ชมไปถึงจุดสูงสุดแห่งความบ้าคลั่ง สะท้อนเสียงหัวเราะของ Hououin Kyouma แรกๆดูสติแตก ไร้สาระ แต่เมื่อเงียบงันพลันโหยหา และเมื่อมันกลับมา El Psy Kongroo ราวกับว่าจิตวิญญาณได้ถูกปลุกตื่นขึ้นจากฝันร้าย

เกร็ด: อีเมล์ sg-epk@jtk93.x29.jp ห้าตัวอักษรแรกย่อจาก Steins Gate-El Psy Kongroo

จัดเรต 15+ กับความตึงเครียด คลุ้มคลั่ง

คำโปรย | Steins;Gate คืออนิเมะไซไฟ Time Travel ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล!
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | 


Steins;Gate

Steins;Gate (2011)

(22/3/2016) เมื่อพูดถึง Time Travel หลายคนคงนึกถึงหนังอย่าง Back to the Future, Terminator, The Time Machine ฯ แล้วถ้าเป็นอนิเมะละ คออนิเมะสมัยนี้จะต้องพูดถึง Steins;Gate เป็นเรื่องแรกๆอย่างแน่นอน แม้อนิเมะซีรีย์เรื่องนี้เพิ่งจะฉายมาแค่ไม่กี่ปี แต่ความยอดเยี่ยมของมันได้กลายเป็นอนิเมะเรื่องโปรดของใครหลายๆคน

Steins;Gate ถือเป็นอนิเมะซีรีย์เรื่องแรกๆที่ผมดูเลย ด้วยความที่ชอบไซไฟเป็นการส่วนตัว และเพิ่งดูซีรีย์ Star Trek จบไป เลยมองหาอะไรที่เป็นแนวไซไฟ ก็มาพบกับเรื่องนี้ แต่อนิเมะจะสู้กับซีรีย์หรือน Live-Action ได้หรือเปล่า การดู Steins;Gate ครั้งนั้นผมได้ยินกิตติศัพท์ที่ดังมากๆคือ คุณต้องอดทนดูให้ได้อย่างน้อย 5 ตอนถึงจะเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น … โอ้! ท้าทายมากๆ ดูตอนแรกจบ พูดไม่ออกเลย มันอะไรกัน! ตอนนั้นผมไม่รู้ว่านี่เป็นแนว Time Travel นะครับ พอสักตอนสามเริ่มจับทางได้ … เห้ย! มันเป็นการท่องเวลาที่สนุกมาก ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนทำแบบนี้มาก่อน หลังจากนั้นก็มันส์ละครับ วันนั้นผมดูต่อเนื่องรวดเดียวจบ ข้าวปลาไม่กิน จำไม่ได้ว่าได้นอนเมื่อไหร่ ดูจบแล้วก็หลับไม่ลง นอนคิดถึงความเป็นไปได้ของโลกที่เมื่อมีการย้อนเวลาแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับโลกที่ไม่ได้ย้อน ไม่มีหนังหรืออนิเมะ Time Travel เรื่องไหนที่ทำให้ผมคิดหนังได้ขนาดนี้

ต้นกำเนิด Steins;Gate คือ Visual Novel นะครับ จะมองว่าเป็นเกมก็ได้ ที่ผู้เล่นสามารถโต้ตอบและเลือกบทสนทนาได้ ผู้ผลิตคือ 5pb และ Nitroplus ผมไม่เคยเล่นเกมนี้นะครับ เพราะมันเป็นเกมที่ลงกับเครื่อง Console แต่เห็นว่าเกมภาคแรกมี port ลง Windows ด้วย แต่จะไปซื้อที่ไหนละ Stream ไม่มีขาย ถ้ามันลง Stream ผมคงอาจจะได้เล่นนะครับ จากเกมเป็นมังงะ และก็เป็นอนิเมะซีรีย์ ฉายจบแล้วก็มี OVA และอนิเมะฉายโรงด้วย วันนี้ผมจะเล่าเฉพาะอนิเมะซีรีย์นะครับ

กำกับโดย Hiroshi Hamasaki และ Takuya Sato คนแรก Hamasaki เขามาจากสายออกแบบ เคยเป็น Animation Director ให้ Vampire Hunter D (2000), Key Animation ให้ Redline คนหลัง Sato มาจากสายบท เคยเป็นหนึ่งในคนร่วมเขียนบท Fate Stay/Night ภาคแรก ประสบการณ์กำกับของทั้งสองอาจไม่มากนัก แต่พอร่วมมือกันถือว่าเติมเต็มจุดด้อยของแต่ละฝ่าย ผลลัพท์ออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ

ดัดแปลงเป็นบทอนิเมะโดย Jukki Hanada คนนี้ถือว่าเป็นนักเขียนบทมือทอง ชื่อดังมากๆคนหนึ่งเลยนะครับ อนิเมะดังๆที่เขารับหน้าที่เป็น Script Composer อาทิ H2O, Level E, Kyōkai no Kanata, Kantai Collection ฯ มีที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่องเลย ผมคิดว่าแนวถนัดของเขาจริงๆคือ Drama, Romantic ที่จะเห็นได้(เกือบ)ในทุกเรื่อง ซึ่ง Steins;Gate ก็มีส่วนผสมนี้อยู่พอสมควร การดัดแปลงจากเกมเป็นอนิเมะ มีหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป เห็นว่าในเกมจะใช้โทรศัพท์เป็น Time Machine (ในเกมเรียกว่า phone trigger) แต่รู้สึกว่าตอนนั้นจะมีปัญหาข้อกฎหมายอะไรสักอย่าง อนิเมะเลยจำต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ส่วนที่เสริมเข้ามาด้วยการใส่ตัวละคร John Titor และ SERN (ล้อกับ CERN) ที่ถือเป็นบุคคลและองค์กรที่มีชื่อเสียงในโลกจริงๆเข้าไปผสมด้วย ทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นไปได้ต่อ Time Machine เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

ทีมพากย์ชุดนี้สุดยอดมากๆ Mamoru Miyano ไม่มีใครคิดว่าพี่แกจะพากย์เสียง Okabe Rintarō ได้บ้าคลั่งขนาดนั้น พี่แกต้องทำเสียงหล่อตลอดทั้งเรื่อง คำพูดกวนๆ เสียงหัวเราะที่ … เสียงตอนพี่แกสิ้นหวังก็ทำเอาคนดูขนลุก ยกระดับฝีมือจาก Light Yagami (Death Note) และ Setsuna F. Seiei (Gundum OO) ขึ้นไปอีก คงไม่มีใครจำ”I’m a mad scientist!” กับ “El Psy Congroo” ประโยคติดปากชายคนนี้ไม่ได้ ต้องชื่นชมคนออกแบบตัวละครนี้มากๆ เขาทำให้ Okabe กลายเป็นภาพตัวแทนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องยุคใหม่ แทนที่ภาพหัวฟูๆของ Albert Einstein ไปแล้ว

นางเอก Makise Kurisu  พากย์โดย Asami Imai เธอเป็นนักร้อง Idol จะรับงานร้องเพลงและพากย์เกมมากกว่า พากย์อนิเมะนี่นานๆที แต่ที่ดังสุดๆก็ Chihaya Kisaragi (THE iDOLM@STER) ภาพของตัวละครนักวิทย์สาวหัวแดงสุดซึน (Tsundere) สวมเสื้อโค้ดไม่คลุมไหล่ นี่คงติดตาไปอีกนาน เธอไม่มีคำพูดเด็ดๆ แต่ใครๆจะเรียกเธอว่า Christina นี่เป็นชื่อที่ Okabe ตั้งให้ มันกลายเป็นชื่อตัวละครที่คนจำได้มากกว่า Kurisu อีก นิสัยซึนเดอเระของเธอนี่เป็นตำนาน เทียบเท่ากับ Senjougahara Hitagi ใน Monogatari Series เลย (2 สาว ซึน ในตำนาน)

Shiina Mayuri พากย์โดย Kana Hanazawa ตอนผมจำเสียงเธอไม่ได้เลยนะครับ เธอกดเสียงเสียจนนึกว่าเป็นคนอื่นพากย์ Mayuri เป็นตัวละครที่ใครๆก็หลงรัก เสียง Tuturu แรกๆอาจรู้สึกรำคาญ พอได้ยินเรื่อยๆเราจะเริ่มยิ้ม แต่ช่วงหลังๆได้ยินทีไรน้ำตาจะไหลทุกที Mayuri เป็นเพื่อนกับ Okarin มาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นคนที่มีความสำคัญต่อ Okabe อย่างมาก หลายคนคงเชียร์ให้เธอลงเอยกับ Okabe แต่ผมคิดว่าจบแบบนี้แหละดีแล้ว คนสำคัญที่สุดในชีวิตไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนรักเสมอไป Hanazawa บอกว่าเธอดีใจมากที่ได้รับเลือกให้มาพากย์อนิเมะเรื่องนี้ เธอชอบเกมมาก และ Mayuri เป็นตัวละครที่เธอตั้งใจพากย์สุดๆ เสียง Tuturu มีคนเอาไป re-arrange ทำเป็น ringtone ด้วยนะครับ เพราะแบบแปลกๆ ฟังกันให้เบื่อไปข้างหนึ่งเลย กดฟังดูนะครับ

โทนของอนิเมะเรื่องนี้ คือขาวสว่างมาก ตัวละครใส่โค้ทสีขาว ตึกรามบ้านช่องจะใช้สีโทนสว่าง สตูดิโอ White Fox เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2007 Steins;Gate ถือเป็นผลงานเรื่องที่ 3 ของสตูดิโอ จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกภาพมันแปลกๆ เคลื่อนไหวดูไม่สมจริงเท่าไหร่ เพราะยังเป็นสตูดิโอใหม่อยู่ ในเวอร์ชั่นฉายโรงหนัง งานภาพดูดีขึ้นมาก การเคลื่อนไหวก็สมจริงขึ้น สำหรับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ผมว่าภาพมันก็ออกมาโอเคนะ แนวๆดี

เพลงประกอบโดย Takeshi Abo พี่แกเป็น video game composer นะครับ ที่ลากมาทำเพลงให้อนิเมะด้วย ก็คงเพื่อทำให้คนที่เล่นเกมเมื่อมาดูอนิเมะแล้วได้อรรถรสเดียวกัน เพลงใน Steins;Gate ถือว่าล้ำมากๆ ไม่ได้ใช้วงออเครสต้าใหญ่โต เล่นง่ายๆบางเพลงก็มีแต่เปียโน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอนาคต (ทั้งๆที่เรื่องราวเกิดขึ้นในปีปัจจุบัน) เพลง op แนวมากๆ Hacking to the Gate ร้องโดย Kanako Ito ผมคิดว่านี่เป็นอนิเมะที่มีฉากเพลง opening ที่แนวมากๆเรื่องหนึ่ง

ความสุดยอดของอนิเมะเรื่องนี้ มีหลายอย่างมากๆ วิธีการเล่าเรื่อง, การตัดต่อ, ทฤษฎีสมคบคิด, World Line(โลกคู่ขนาน) ฯลฯ โดยเฉพาะ World Line ผมไม่คิดว่าจะมีเรื่องไหนที่เล่นกับประเด็นนี้ได้ยอดเยี่ยมกว่า Steins;Gate อีกแล้ว ประเด็น Parallel Word หรือ Alternate World คนที่ดูหนังแนว Time Travel มาเยอะย่อมเข้าใจได้ไม่ยาก แต่กับเรื่องนี้ไม่ใช่การย้อนเวลาไปแก้อดีต เรื่องราวดำเนินอยู่ในปัจจุบัน แต่กับการแก้ไขอดีตด้วยบางสิ่งบางอย่าง มีผลกระทบต่อเนื่องถึงปัจจุบัน การแก้ไขคือ แก้ไขที่ปัจจุบัน ด้วยการส่งบางสิ่งกลับไปในอดีตเพื่อแก้ไขอดีต ด้วยความที่ปัจจุบันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงมีการคำนวณเส้น World Line ว่าปัจจุบันอยู่เส้นที่เท่าไหร่ ด้วยเครื่อง Divergence Meter (ผมเห็นใน Tomorrowland แอบเอาเครื่องนี้ไปใส่ในหนังด้วย) เจ้าเครื่องนี้ไม่ใช่เครื่องที่ทำให้ตัวละครย้อนเวลานะครับ แต่เป็นเครื่องชี้ว่า โลกที่พวกเขาอยู่เป็นมิติไหนในจักรวาล จะมีตัวละครเพียงตัวเดียวที่สามารถเดินทางและรับรู้การเปลี่ยนแปลงในทุกๆมิติเวลาได้ คนๆนั้นคือคนที่ถือกุญแจ Steins;Gate แน่นอนว่าต้องเป็นพระเอก Okabe Rintaro ผมจำไม่ได้ว่าอนิเมะอธิบายเหตุผลหรือเปล่าที่ทำไม Okabe ถึงกลายเป็นคนถือกุญแจ อาจเพราะเขาเป็นคนแรกที่สร้าง Time Machine สำเร็จก็เป็นได้

ผมเคยวิเคราะห์ข้อเสียของหนัง/อนิเมะที่มีการวนลูป มีเรื่องวนเวียนอยู่ในช่วงเวลาเดียว ว่ามักจะทำให้คนดูเกิดความเบื่อหน่าย เป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพดีนัก สำหรับ Steins;Gate เข้าสูตรนี้เปะๆ คือมีเรื่องราววนเวียนอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สถานที่เดิม กระนั้นมันมีบางสิ่งที่ทำให้สามารถ break curse ของแนวนี้ได้ เพราะเรื่องราวที่มีการค่อยๆเดินไปข้างหน้าทีละ step และแก้ปัญหาเดินถอยหลังทีละ step มันทำให้เรารู้สึกว่า เรื่องราวดำเนินไปข้างหน้าทีละน้อย จะมีก็เพียง 1-2 ตอนช่วงกลางๆเรื่องเท่านั้นที่มีการวนซ้ำๆแบบจริงจัง นอกนั้นจะไม่มีช่วงซ้ำๆให้เราเห็นจนเบื่ออีก

ความยากในการดู Steins;Gate จะอยู่แค่ช่วงแรกๆ ที่เรายังไม่สามารถจับทางเรื่องราวของอนิเมะได้ ผมมองไม่เห็นทางอื่นที่จะช่วยได้เลยนอกจาก แนะนำให้อดทนดูให้มันผ่านไปให้ได้เท่านั้นนะครับ คงมีคนไม่น้อยที่ถอดใจเพราะไม่เข้าใจว่ามันมีเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น ผมอยากขอให้ลองดูอีกสักครั้ง มันไม่น่าเกิน 5 ตอนจริงๆ ถ้าเกินกว่านี้แล้วยังไม่เข้าใจ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับแนวนี้เลย ตอนผมดูรอบสอง เมื่อเราเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว การได้ย้อนกลับมาดู เราจะสามารถตอบคำถามที่เราเคยสงสัยได้ทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์มีเหตุผลรองรับอย่างดี ไม่ใช่ตัดต่อมั่วๆให้เราสับสนแน่นอน นี่บ่งบอกว่า อนิเมะมีเตรียมการ วางแผน รตัดต่อมาอย่างดี ซึ่งถ้าคุณเริ่มจับทางมันได้เมื่อไหร่ ก็จะพบความสวยงามที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

คำว่า Steins เห็นว่าผู้สร้างบอกไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น การออกเสียงฟังดูเท่ห์เท่านั้นเลยเลือกมา มันบังเอิญไปตรงกับภาษา German คำว่า Stein แปลว่า หิน ซึ่งก็ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวอะไรกับอนิเมะนะครับ

ผมแนะนำอนิเมะเรื่องนี้กับทุกคนนะครับ ช่วงแรกๆอาจดูยากหน่อยแต่ขอให้อดทน สักตอนที่ 5 ขึ้นไปเมื่อเราเริ่มจับจุดได้จะเห็นความสวยงาม ทุกตัวละครมีคาแรคเตอร์ของตัวเองอย่างชัดเจน ที่จะทำให้เราหลงรักและพร้อมเสียน้ำตาให้กับพวกเขา จัดเรต 13+ เด็กๆดูคงไม่เข้าใจเท่าไหร่

คำโปรย : “Steins;Gate อนิเมะไซไฟเกี่ยวกับ Time Travel ที่เจ๋งที่สุด El Psy Congroo!”
คุณภาพ : RARE-GENDARY
ความชอบ : FAVORI

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: