Die Austernprinzessin (1919)

The Oyster Princess

หญิงสาวทายาทเจ้าของธุรกิจขายหอย (The Oyster Princess) เกิดความระริกระรี้ อยากเข้าพิธีแต่งงาน ร้องร่านให้บิดาสรรหาเจ้าชายในฝัน เรื่องราววุ่นๆพร้อมสัมผัสแห่ง ‘Lubitsch’s Touch’ ทำให้ Sex Comedy เรื่องนี้ยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมาย

Die Puppe (1919)

เรื่องราวโรแมนติก แฟนตาซี ชวนหัว ที่มีกลิ่นอาย ‘Lubitsch’s Touch’ อยู่เล็กๆ, ชายหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีพยายามหลบหนีการแต่งงาน ถูกเสี้ยมสอนจากคณะบาทหลวงให้สมรสกับหุ่น (Die Puppe) สร้างโดยนักประดิษฐ์ชื่อดังที่ผลงานมีความสมจริงอย่างมาก แต่ด้วยความจับพลัดจับพลูบางอย่าง หุ่นสาวตนนั้นกลับดันมีชีวิตขึ้นมา!

Dead Poets Society (1989)

Dead Poets Society

มนุษย์มีสิทธิ์จะเพ้อฝัน อิสรภาพในสิ่งที่อยากทำ แต่ถ้าไม่รับรู้จักหักห้ามควบคุมตนเอง มันแตกต่างอะไรกับเดรัจฉาน? Dead Poets Society นำเสนออุดมการณ์ชวนเชื่อซ้ายจัด (เสรีนิยม) แม้สามารถเปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใคร แต่ใช่ว่าทุกคนจะต้องการลุกขึ้นยืน

Le Brasier ardent (1923)

Le Brasier ardent

การปฏิวัติรัสเซีย Russian Revolution (1917-23) ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หนึ่งในนั้นคือนักแสดง/ผู้กำกับ Ivan Mosjoukine อพยพเดินทางมาถึงยังกรุง Paris สรรค์สร้างผลงานเรื่องนี้กลายเป็นอิทธิพลให้ Jean Renoir ทอดทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อก้าวสู่วงการภาพยนตร์

It (1927)

It

Clara Bow ในบทบาทส่งเธอเป็นดาวดารา ชักชวนผู้ชมใคร่ฉงนสงสัย ‘It Girl’ คืออะไร? ใครกันให้นิยามความหมาย? ทำไมถีงได้รับความนิยมล้นหลามช่วงทศวรรษ Roaring Twenties

My Best Girl (1927)

My Best Girl

หนังเงียบเรื่องสุดท้ายของ Mary Pickford รับบทพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พานพบเจอตกหลุมรักทายาทเจ้าของกิจการที่แอบปลอมตัวมา โดยไม่รู้ตัว Charles “Buddy” Rogers ชีวิตจริงจักกลายเป็นสามีในอนาคตของ Pickford เช่นกัน

Two Arabian Knights (1927)

Two Arabian Knights

สองทหารอเมริกันช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนี่ง ถูกจับกุมโดยศัตรู ขุดรูหลบหนีค่ายกักกัน ดันขี้นรถไฟไปตุรกี แล้วลงเรือถึงยังดินแดนอาหรับ ระหว่างทางตกหลุมรักหญิงสาว และถูกบิดากับคู่หมั้นของเธอไล่เข่นฆ่า, หนังเงียบแนว Comedy อาจไม่มีดีเหนือกาลเวลา แต่ผู้กำกับ Lewis Milestone คว้ารางวัล Oscar: Best Director, Comedy Picture

The Navigator (1924)

The Navigator

ความล้มเหลวไม่ทำเงินของ Sherlock Jr. (1924) ทำให้ Buster Keaton ตกอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง ค้างสุญญากาศ ผลงานเรื่องถัดมา The Navigator (1924) เลยดำเนินเรื่องกลางท้องทะเล ถูกลอยคออยู่บนเรือสำราญท่ามกลางมหาสมุทร ดำผุดดำว่ายเพื่อหาหนทางรอดกลับเข้าฝั่ง

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Terms of Endearment (1983)

Terms of Endearment

Terms of Endearment (1983) : James L. Brooks ♥♥♥♥

เพราะมนุษย์ประสบพบความสุข-ทุกข์ ดีใจ-เศร้าโศก หัวเราะ-ร้องไห้ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เราจึงควรสร้างข้อตกลงการใช้ชีวิต แสดงออกด้วยมิตรไมตรี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เมตตาปราณี และมอบความรักภักดีต่อกัน, คว้า 5 รางวัล Oscar รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Hannah and Her Sisters (1986)

Hannah and Her Sisters

Hannah and Her Sisters (1986) : Woody Allen ♥♥♥♡

Hannah และน้องสาวอีกสองคน อาศัยอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ New York City มองไปทางไหนก็พบเห็นแต่ตึกระฟ้า เต็มไปด้วยสถานที่ลับตา เรื่องวุ่นๆสัปดนชวนหัวในสไตล์ Woody Allen จึงบังเกิดขึ้น

Kind Hearts and Coronets (1949)

Kind Hearts and Coronets

Kind Hearts and Coronets (1949) : Robert Hamer ♥♥♥♥

เรื่องราวชวนหัวจาก Ealing Studios เมื่อทายาทลำดับที่ 9 ของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ต้องการฮุบมรดกตระกูล เลยวางแผนเข่นฆาตกรรม Alec Guinness รับบท 8 ตัวละครนั้น ทั้งคนหนุ่ม-แก่ ชาย-หญิง บาทหลวง-นายพล ที่สุดจะสำเร็จสมหวังหรือไม่

Limelight (1952)

Limelight

Limelight (1952) : Charlie Chaplin ♥♥♥♥♡

ผลงานเรื่องสุดท้ายใน Hollywood ของ Charlie Chaplin รับบทตัวตลกสูงวัย อดีตเคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันไม่มีใครหัวเราะกับมุกตลกตกยุคสมัย ผู้ชมเช่นกันอาจขำไม่ออกสักเท่าไหร่ เต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ แจ้งเกิด Claire Bloom และได้ประชันเล็กๆกับ Buster Keaton, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Roma (1972)

Roma1972

Roma (1972) : Federico Fellini ♥♥♥♥

Fellini’s Roma มีลักษณะของ ‘City Symphony’ ร้อยเรียงภาพกรุงโรม นำเสนอคู่ขนานระหว่างปี 1939 (ที่ Fellini เดินทางมาเมืองหลวงครั้งแรก) และปัจจุบันนั้นทศวรรษ 70s พบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ราวกับความเพ้อฝัน เก็บฝังไว้ใน Time Capsule ชั่วนิรันดร์

Giulietta degli spiriti (1965)

Juliet of the Spirits

Giulietta degli spiriti (1965) : Federico Fellini ♥♥♥♥

ราวกับภาคต่อของ 8½ (1963) โดยสลับจากอวตารผู้กำกับ Federico Fellini กลายมาเป็นศรีภรรยา Giulietta Masina รับบท Juliet ผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ผสมผสานระหว่างความจริง-เพ้อฝัน อดีต-ปัจจุบัน และเมื่อผีบอกว่าชายคนรักลักลอบมีชู้ ชีวิตคู่ของพวกเขาจะลงเอยเฉกเช่นไร

Lo Sceicco Bianco (1952)

The White Sheik

Lo Sceicco Bianco (1952) : Federico Fellini ♥♥♥

The White Sheik คือภาพยนตร์ฉายเดี่ยวเรื่องแรกของว่าที่ปรมาจารย์ผู้กำกับ Federico Fellini แม้ยังไม่โดดเด่นชัดสไตล์ Felliniesque แต่ตัวละครก็ราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งความเพ้อฝัน พานพบเจอบทเรียนแห่งความผิดพลาดนั้น ตื่นเช้ามาสามารถเริ่มต้นเข้าใจอะไรใหม่ๆด้วยตนเอง

The Cup (1999)

The Cup

The Cup (1999) : Khyentse Norbu ♥♥♥♡

สามเณรน้อยอยากรับชมฟุตบอลโลก France ’98 ร้องขอหลวงพ่อจะตั้งใจศึกษาร่ำเรียน ถ้าอนุญาตให้ดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส vs. บราซิล เหตุการณ์วุ่นๆชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Ninotchka (1939)

Ninotchka

Ninotchka (1939) : Ernst Lubitsch ♥♥♥♥

วินาทีที่ตัวละครของ Greta Garbo หลุดหัวเราะออกมาครั้งแรก มันช่างเป็นภาพประวัติศาสตร์ของเจ้าหญิงน้ำแข็ง หลอมละลายจิตใจผู้ชม และด้วยสัมผัสของ Lubitsch แช่แข็งความทรงจำนั้นไว้ชั่วนิรันดร์

Help! (1965)

Help

Help! (1965) : Richard Lester ♥♥♥♡

สี่เต่าทองใช้เวลาช่วงเช้าก่อนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ สูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) อาการมึนๆเมาๆ คาดว่าพวกเขาคงสนุกสนานกันน่าดู แต่ผู้ชมคงได้เกาหัว อะไรของมันว่ะ ใครก็ได้ช่วยฉันทำความเข้าใจที!

A Hard Day’s Night (1964)

A Hard Day

A Hard Day’s Night (1964) : Richard Lester ♥♥♥♥

ในยุคสมัยที่นักร้องต้องคอยสร้างภาพ มารยาทดีต่อสื่อ ถูกควบคุมโดยผู้จัดการ (Elvis Presley ก็เช่นกันนะ) แต่ไอ้เด็กเวรสี่คน The Beatles เรื่องของกรูจะทำไม! สบโอกาสเมื่อไหร่พยายามดิ้นพร่านให้หลุดจากพันธการกรงขัง นี่คือสิ่งทำให้วงนี้กลายเป็น ‘ปรากฎการณ์’ แห่งศตวรรษ