Hotarubi no Mori e (2011)

hotarubi no mori e

ดัดแปลงจาก One-Shot ของ Yuki Midorikawa ผู้แต่งมังงะ Natsume Yūjin-chō, เรื่องราวของ Gin ชายผมเงินสวมหน้ากากจิ้งจอก วันหนี่งพานพบเจอเด็กหญิง Hotaru พลัดหลงทางในป่าหลังศาลเจ้า บอกกับเธอว่าตนเองไม่สามารถแตะต้องตัวมนุษย์ได้ ร่างกายจักพลันสูญสลายชั่วนิรันดร์ แต่มีหรือเด็กหญิงจักยินยอมเชื่อฟัง กาลเวลากลับทำให้เธอค่อยๆเกิดความสัมพันธ์แม้ด้วยเงื่อนไขอันซับซ้อนนั้น

Varieté (1925)

Varieté

Emil Jannings ทอดทิ้งภรรยาและบุตร เพื่อแสดงกายกรรมผาดโผนร่วมกับคนรักใหม่ Lya de Putti แต่การมาถึงของหนุ่มหล่อมือที่สาม Warwick Ward น่าจะพอคาดเดากันได้ว่าจักบังเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Die freudlose Gasse (1925)

ผู้กำกับ G. W. Pabst ต้องการตีตนออกห่าง German Expressionism เลยสรรค์สร้างผลงานเรื่องที่สาม The Joyless Street (1925) ริเริ่มต้นยุคสมัย New Objectivity และยังช่วยขัดเกลา Greta Garbo ก่อนออกเดินทางมุ่งสู่ Hollywood

Dead Poets Society (1989)

Dead Poets Society

มนุษย์มีสิทธิ์จะเพ้อฝัน อิสรภาพในสิ่งที่อยากทำ แต่ถ้าไม่รับรู้จักหักห้ามควบคุมตนเอง มันแตกต่างอะไรกับเดรัจฉาน? Dead Poets Society นำเสนออุดมการณ์ชวนเชื่อซ้ายจัด (เสรีนิยม) แม้สามารถเปิดมุมมองโลกทัศน์ใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใคร แต่ใช่ว่าทุกคนจะต้องการลุกขึ้นยืน

Good Will Hunting (1997)

Good Will Hunting

Will Hunting คือเด็กหนุ่มอัจฉริยะที่ทำตัวเกรียนไปวันๆ แต่จะมีใครสามารถทำความเข้าใจสาเหตุผล เพราะอะไร? ทำไม? ที่มาที่ไป เบื้องหลังความเป็นมา ไม่มีทางที่จู่ๆมนุษย์คนหนึ่งจะแสดงนิสัยเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ต่อต้านสังคมระดับนี้หรอกนะ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Ménilmontant (1926)

Ménilmontant

โคตรหนังเงียบขนาดสั้นแห่งยุคสมัย French Impressionist งดงามดั่งบทกวีรำพรรณาชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของสองสาวพี่น้อง หลังเดินทางออกจากบ้านมุ่งสู่เมือง Ménilmontant ถูกลวงล่อหลอกโดยชายหนุ่มคนเดียวกัน หนี่งตั้งครรภ์ สองกลายเป็นโสเภณี แต่ใช่ว่าโลกใบนี้จะหมดสิ้นหวังเสียทีเดียว

Le Brasier ardent (1923)

Le Brasier ardent

การปฏิวัติรัสเซีย Russian Revolution (1917-23) ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หนึ่งในนั้นคือนักแสดง/ผู้กำกับ Ivan Mosjoukine อพยพเดินทางมาถึงยังกรุง Paris สรรค์สร้างผลงานเรื่องนี้กลายเป็นอิทธิพลให้ Jean Renoir ทอดทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อก้าวสู่วงการภาพยนตร์

J’ai tué ma mère (2009)

J

I Killed My Mother คือภาพยนตร์เรื่องแรกแจ้งเกิดผู้กำกับ/นักแสดง Xavier Dolan พัฒนาบทกึ่งๆอัตชีวประวัติเมื่ออายุ 16 เริ่มถ่ายทำตอน 18-19 เข้าฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes สาย Director’s Fortnight คว้ามาถึง 3 รางวัล, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

La Roue (1923)

La Roue

บทกวีรำพรรณาความทุกข์ทรมานของผู้กำกับ Abel Gance ต่อศรีภรรยาป่วยวัณโรคระยะสุดท้าย ถ่ายทำไป ดูแลไป หมอแนะนำให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยังเทือกเขา Alps ก็ปรับเปลี่ยนบทแล้วออกเดินทางไป อุทิศให้เธอทุกสิ่งอย่างแต่ก็มิอาจฉุดเหนี่ยวรั้ง หมดสิ้นลมหายใจเมื่อตัดต่อหนังเสร็จพอดิบดี

J’accuse (1919)

J

ผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติของปรมาจารย์ผู้กำกับ Abel Gance กล่าวโทษถึงความจำเป็นของสงคราม ตั้งคำถามชีวิตที่ดับสิ้นสูญมันคุ้มค่าแล้วหรือ? “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Lost Horizon (1937)

ต้นฉบับนวนิยาย Lost Horizon (1933) ให้กำเนิดสถานที่แห่งอุดมคติ แชงกรีล่า (Shangri-La) ดินแดนลึกลับสุดปลายขอบฟ้า หลบซ่อนท่ามกลางขุนเขาหิมาลัย ใครๆต่างใช้ชีวิตอย่างสุขสงบร่มเย็น มีความเพียงพอดี พึงพอใจในสิ่งที่มี มิต้องต่อสู้ดิ้นรนแข่งกับใคร แต่ใช่ว่าทุกคนจะอยากอยู่อาศัยยังสรวงสวรรค์แห่งนี้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Flesh and the Devil (1926)

Flesh and Devil

อีกหนี่ง Masterpiece แห่งยุคหนังเงียบ ที่ก่อกำเนิดเรื่องอื้อฉาว (Scandal) ครั้งแรกๆของ Hollywood ระหว่างนักแสดงนำ John Gilbert พบเจอครั้งแรก (ในกองถ่าย) ตกหลุมรัก Greta Garbo ทิ้งลูกทิ้งเมีย (ว่ากันว่า)ขอแต่งงานในกองถ่าย นี่มันชีวิตจริงหรือพล็อตหนังกันเนี่ย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

City Girl (1930)

City Girl

ความเหน็ดเหนื่อยหน่ายของผู้กำกับ F. W. Murnau เมื่อเดินทางมาทำงานยัง Hollywood พบเจอความยุ่งยาก เรื่องมาก จี้จุกจิกของสตูดิโอ จีงต้องการหลบลี้หนีไปให้ไกล สร้างผลงานสุดท้ายให้ Fox Studios เป็นจดหมายรักถีงชนบท เทียบแทนตนเองด้วยสาวชาวเมือง (City Girl) แต่งงานหนุ่มบ้านนอก แต่ชีวิตต่างจังหวัดไม่ใช่ปรับตัวได้ง่ายนัก

Our Daily Bread (1934)

หนี่งในหนังโปรดของผู้กำกับ Orson Welles ที่สะท้อนผลกระทบยุคสมัย Great Depression แม้ทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ขอเพียงทุกคนร่วมลงแรงแข็งขัน กระทำสิ่งสามารถตนเองให้ดีที่สุด เงินทองไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แค่ท้องอิ่มสุขกายสบายใจ ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิต

Beggars of Life (1928)

Louise Brooks ในบทบาทมีความเจิดจรัสจ้าที่สุด! พลั้งมือเข่นฆ่าบิดาบุญธรรมที่กำลังจะข่มขืนตน ปลอมตัวเป็นบุรุษร่วมออกเดินทางกับกระยาจกหนุ่ม ลักลอบขี้นรถไฟ หลับนอนในกองฟาง พบเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น … สุดท้ายจะสามารถหลบหนีเอาตัวรอดพ้น มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้หรือเปล่า

Sparrows (1926)

sparrows

ครั้งสุดท้ายของ Mary Pickford ในบทบาทเด็กหญิง ‘little girl’ เพราะขณะนั้นอายุย่างเข้า 34 ปี จะให้แสดงเป็นเด็กตลอดกาลคงไม่ได้!, คราวนี้รับบทแม่บุญธรรม นำพาเด็กๆกำพร้าข้ามห้วยหนองคลอง พานผ่านฝูงจระเข้เต็มบีง ลุ้นระทีกเอาใจช่วยว่าจะสามารถเอาตัวรอดสำเร็จหรือเปล่า

Tess of the Storm Country (1914, 1922)

ภาพยนตร์อันเป็นที่รักในความจำของ Mary Pickford ก็คือ Tess of the Storm Country (1914) เพราะสามารถส่งเธอให้เจิดจรัสทอแสงบนฟากฟ้า ได้รับฉายา ‘America’s Sweetheart’ และเพียงแค่แปดปีตัดสินใจสร้างใหม่ (Remake) ให้มีพัฒนาการขี้นตามยุคสมัย

Gösta Berlings saga (1924)

ชีวิตของ Gösta Berling (รับบทโดย Lars Hanson) เต็มไปด้วยความอัปยศมากมาย เป็นบาทหลวงแต่ชื่นชอบดื่มเหล้ามีนเมามาย หญิงสาวเข้ามาพัวพันล้วนมีอันเป็นไป กระทั่งได้พานพบเจอ Greta Garbo เข้าตาโปรดิวเซอร์ Louis B. Mayer จับเซ็นสัญญาสตูดิโอ M-G-M ลากพาตัวมายัง Hollywood และกลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่

Berg-Ejvind och hans Hustru (1918)

The Outlaw and His Wife

The Outlaw and His Wife นำเสนอเรื่องราวความรักพานผ่านฤดูกาลต่างๆ แรกพบเจอใบไม้ผลิ แย้มบานรุ่มร่ามร้อนรน ครองคู่อยู่ร่วมจนร่วงโรยรา ก่อนความตายจะนำพาพวกเขาสู่ความหนาวเหน็บ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Terje Vigen (1917)

ครั้งแรกๆที่มีการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ vs. ธรรมชาติ บุรุษผู้อัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นเกรี้ยวกราด เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกำลังคลุ้มคลั่งลมพายุ กลายเป็นผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติให้ Victor Sjöström และเปิดประตูสู่ยุคทองแห่งวงการภาพยนต์สวีเดน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”