Die freudlose Gasse (1925)

ผู้กำกับ G. W. Pabst ต้องการตีตนออกห่าง German Expressionism เลยสรรค์สร้างผลงานเรื่องที่สาม The Joyless Street (1925) ริเริ่มต้นยุคสมัย New Objectivity และยังช่วยขัดเกลา Greta Garbo ก่อนออกเดินทางมุ่งสู่ Hollywood

Die Nibelungen (1924)

Die Nibelungen

มหากาพย์แฟนตาซี Nibelungenlied เกี่ยวกับการเดินทางของนักฆ่ามังกร Siegfried ตกหลุมรักครองคู่สาวงาม Kriemhild แล้วกลับถูกพี่เขย/พี่ร่วมสาบาน King Gunther ทรยศหักหลักเข่นฆ่าตกตาย เพื่อจะได้มีโอกาสแก้แค้นคืนให้คนรัก เธอยินยอมกระทั่งแต่งงานใหม่กับ King Etzel ผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยป่าเถื่อนดุร้าย

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Secrets & Lies (1996)

Secrets and Lies

Secrets & Lies (1996) : Mike Leigh ♥♥♥♥

หญิงสาวผิวสี ตัดสินใจออกติดตามหามารดาที่แท้จริง กลับค้นพบว่าเธอนั้นเป็นคนขาว! มันช่างเป็นเหตุการณ์เต็มไปด้วยลับลมคมใน คำโป้ปดหลอกลวง แต่จะทำอย่างไรถึงให้ทุกสิ่งอย่างสามารถก้าวผ่านไปได้, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes และ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Hannah and Her Sisters (1986)

Hannah and Her Sisters

Hannah and Her Sisters (1986) : Woody Allen ♥♥♥♡

Hannah และน้องสาวอีกสองคน อาศัยอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ New York City มองไปทางไหนก็พบเห็นแต่ตึกระฟ้า เต็มไปด้วยสถานที่ลับตา เรื่องวุ่นๆสัปดนชวนหัวในสไตล์ Woody Allen จึงบังเกิดขึ้น

Snowpiercer (2013)

Snowpiercer

Snowpiercer (2013) : Bong Joon-ho ♥♥♥♥

บนขบวนรถไฟแห่งชีวิตที่สามารถเรียกได้ว่า Noah’s Ark ออกเดินทางด้วยเครื่องยนต์ศักดิ์สิทธิ์ (สัญลักษณ์ของวัตถุนิยม) ใครอาศัยอยู่หัวขบวนถือว่ามีอภิสิทธิ์ชน สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ตรงกันข้ามกับสัมภาระท้ายขบวนที่ได้ขึ้นมาฟรีๆ ยังจะเรียกร้องโน่นนั่นนี่ ถามหาความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคม

I’m Not There (2007)

I

I’m Not There (2007) : Todd Haynes ♥♥♥♥

วิธีการจะอธิบาย ‘อารมณ์ศิลปิน’ ของ Bob Dylan ให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด คือคัดเลือกหกนักแสดง ชาย-หญิง เด็ก-แก่ คนขาว-ผิวสี ดำเนินเรื่องอดีต-ปัจจุบัน ในโลกความจริง-เพ้อฝัน เพื่อสะท้อนตัวตนของเขาในแต่ละช่วงเวลาออกมา

Volver (2006)

Volver

Volver (2006) : Pedro Almodóvar ♥♥♥♥

เมืองเล็กๆ La Mancha (บ้านเกิดของผู้กำกับ Pedro Almodóvar) มีความเชื่อว่า คนตายไม่หายไปไหน มักหวนกลับมาให้พบเห็นเพราะครุ่นคิดถึงลูกหลาน เรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อแม่ผู้ล่วงลับไปนานแล้วของ Penélope Cruz แอบขึ้นรถติดตามไปอยู่ด้วย ณ กรุง Madrid

Birdman (2014)

Birdman

Birdman (2014) : Alejandro González Iñárritu ♥♥♥♥♡

อีโก้ที่อยู่ภายในความหมกมุ่นครุ่นคิดของ Alejandro González Iñárritu สงบลงได้เพราะการนั่งสมาธิทุกตื่นเช้า รังสรรค์สร้าง Birdman เพื่อปลดปล่อยมันให้ได้รับอิสรภาพล่องลอยโผบินบ้าง ไม่เช่นนั้นคงอึดอัดแน่นคลุ้มคลั่ง จนค่อยๆสูญเสียสติควบคุมตนเองไม่ได้แน่

Babel (2006)

Babel

Babel (2006) : Alejandro González Iñárritu ♥♥♥♥

4 ประเทศ 4 เรื่องราว แม้ถูกแบ่งแยกด้วยพรมแดน ภาษา ศาสนา เชื้อชาติพันธุ์ แต่มนุษย์ทุกคนบนโลกนั้นล้วนต้องพานพบเจอ ‘ความตาย’ สัจธรรมความจริงที่ไม่มีใครไหนสามารถหลบหลีกหนีได้รอดพ้น

Nashville (1975)

Nashville

Nashville (1975) : Robert Altman ♥♥♥♥

คงไม่ผิดอะไรจะเปรียบเทียบเมือง Nashville, Tennessee กับประเทศสหรัฐอเมริกาทศวรรษนั้น เต็มไปด้วยความโกลาหล สับสนวุ่นวาย ขณะที่บรรดานักร้องเพลงคันทรีทั้งหลาย การขึ้นแสดงบนเวทีแทบไม่ต่างอะไรกับการหาเสียงของนักการเมือง!

The Lobster (2015)

The Lobster

The Lobster (2015) : Yorgos Lanthimos ♥♥♥♡

โลกที่ทุกสิ่งอย่างมีความสุดโต่งไร้กึ่งกลาง ชายโสดมีระยะเวลา 45 วัน ในการค้นหาคู่ครองถูกต้องตามวิถีทางกฎหมาย มิเช่นนั้นจะถูกทำอะไรสักอย่างให้กลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน! แต่เรื่องของความรักหาใช่จะมาเร่งรีบบีบบังคับ จับแพะชนแกะ เพนกวิ้นและหมาป่าย่อมมิอาจครองคู่

Crash (2004)

Crash

Crash (2004) : Paul Haggis ♥♥♥♡

ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ฐานะ ชนชั้นทางสังคม เป็นสาเหตุให้มนุษย์เกิดการกระทบกระทั่ง กระแทก’ชน’กัน จนเกิดปฏิกิริยาโกรธ เกลียด เหยียดหยาม ไม่พยายามครุ่นคิดเข้าใจหัวอกผู้อื่น

Shakespeare in Love (1998)

Shakespeare in Love

Shakespeare in Love (1998) : John Madden ♥♥♥♡

ร่วมค้นหาแรงบันดาลของ William Shakespeare ในการสรรค์สร้างผลงานชิ้นเอกก้องโลก Romeo and Juliet เรื่องคุณภาพก็ใช่ว่าย่ำแย่เลวร้ายประการใด แต่การคว้า Oscar: Best Picture ตัดหน้า Saving Private Ryan, The Thin Red Line, Life Is Beautiful มันช่างน่าพิศวงเสียจริง!

Crows and Sparrows (1949)

Crows and Sparrows

Crows and Sparrows (1949) : Zheng Junli ♥♥♥♡

อพาร์ทเม้นท์เล็กๆแห่งนี้กำลังถูกขาย แล้วผู้เช่าจะย้ายไปอาศัยอยู่ไหน? ลักลอบสร้างขึ้นช่วงบั้นปลายสงครามกลางเมืองจีน เมื่อรัฐบาลก๊กมินตั๋นกำลังพ่ายแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์ เชิดชูการร่วมมือร่วมใจเผชิญหน้าอยุติธรรม รับชมปัจจุบันอาจไม่ตระหนักถึงใจความชวนเชื่อสักเท่าไหร่

The Best Years of Our Lives (1946)

The Best Years of Our Lives

The Best Years of Our Lives (1946) : William Wyler ♥♥♥♥

เมื่อสงครามสิ้นสุดทหารหาญเดินทางกลับบ้าน โดยไม่รู้ตัวอะไรหลายๆอย่างปรับเปลี่ยนแปลงไปแล้วโดยสิ้นเชิง! The Best Years of Our Lives คือภาพยนตร์ที่จะเป็นแรงผลักดัน สร้างกำลังใจ ให้สามารถปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก จนกลายเป็นปีดีที่สุดของชีวิต, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Les Visiteurs du Soir (1942)

 The Devil

Les Visiteurs du Soir (1942) : Marcel Carné ♥♥♥♡

ภาพยนตร์ที่สามารถเข้าฉายในช่วงฝรั่งเศสถูกยึดครองโดย Nazi, Germany ต้องไม่เกี่ยวกับสงคราม การเมือง หรือมีใจความชวนเชื่อ สำหรับ Les Visiteurs du Soir หรือ The Devil’s Envoys คือเทพนิยายแฟนตาซี-โรแมนติก เพ้อฝัน เหมือนจะไม่มีอะไรเคลือบแอบแฝง แต่ใครๆต่างมองปีศาจผู้ขัดขวางความรัก คือตัวแทนของ Adolf Hitler

ฟ้าทะลายโจร (2000)

ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓) : วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ♥♥♥♥

‘หนังไทย คือความบันเทิงราคาถูก’ คำกล่าวนี้ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ทั้งจริงและเจ็บปวด! รวบรวมความชื่นชอบวัยเด็ก นำเสนอด้วยมุมมองคนรุ่นใหม่ ให้เหมือนบันทึกประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ไทย สร้างเอกลักษณ์ให้โลกประจักษ์ชื่นชม พร้อมอับอายขายขี้หน้าไปพร้อมๆกัน

An Autumn Afternoon (1962)

An Autumn Afternoon

An Autumn Afternoon (1962) : Yasujirō Ozu ♥♥♥♥♡

ผลงาน Masterpiece เรื่องสุดท้ายของปรมาจารย์ผู้กำกับ Yasujirō Ozu ชีวิตบั้นปลายยามบ่ายของพ่อ จำต้องหาทางส่งเสียลูกสาวให้ได้แต่งงานเป็นฝั่งฝา แม้หาใช่ความตั้งใจก็มิอาจหลบหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงจะกลายเป็นเหมือนอาจารย์ ผู้มีลูกสาวขึ้นคานเป็นแบบอย่าง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

1900 (1976)

Novecento

1900 (1976) : Bernardo Bertolucci ♥♥♥

ประสบชะตากรรมเดียวกับ Ryan’s Daughter (1970) ของผู้กำกับ David Lean นำเสนอประเด็นใหญ่ๆด้วยการเปรียบเปรยกับสิ่งเล็กๆ แล้วพยายามขยายงานสร้างให้มีความเว่อวังอลังการ แบบนี้ผลลัพท์ภาพที่ได้ย่อมแตกละเอียดหยาบกร้าน จนแทบมองอะไรไม่เห็น หมดสิ้นคุณค่าความหมายใดๆ