Varieté (1925)

Varieté

Emil Jannings ทอดทิ้งภรรยาและบุตร เพื่อแสดงกายกรรมผาดโผนร่วมกับคนรักใหม่ Lya de Putti แต่การมาถึงของหนุ่มหล่อมือที่สาม Warwick Ward น่าจะพอคาดเดากันได้ว่าจักบังเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Cœur Fidèle (1923)

Cœur Fidèle

เรื่องราวรักสามเส้าเชยๆ หญิงสาวถูกบีบบังคับให้ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก เฝ้ารอคอยความช่วยเหลือจากชายในฝัน ‘damsel in distress’ แต่ด้วยวิธีการนำเสนอ French Impressionist จักสร้างความประทับใจให้ผู้ชม ตื่นตระการตาด้วยเทคนิค ภาษาภาพยนตร์ งดงามราวกับบทกวี

J’accuse (1919)

J

ผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติของปรมาจารย์ผู้กำกับ Abel Gance กล่าวโทษถึงความจำเป็นของสงคราม ตั้งคำถามชีวิตที่ดับสิ้นสูญมันคุ้มค่าแล้วหรือ? “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Orphée (1950)

Orphée

ผู้กำกับ Jean Cocteau นำเทพนิยายกรีก Orpheus มากระทำการปู้ยี้ปู้ยำ ตีความใหม่ ดำเนินเรื่องในยุคสมัยปัจจุบัน(นั้น) ณ กรุง Paris สอดไส้แนวคิดทัศนคติส่วนตน ตื่นตระการตาด้วยลูกเล่น ‘มายากล’ ราวกับหลุดเข้าไปยังโลกแห่งความเพ้อฝัน แฟนตาซี ชีวิตและความตาย

Kapurush (1965)

Kapurush

Kapurush (1965) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มรถเสียกลางทาง ได้รับอนุเคราะห์จากชายแปลกหน้าให้พักอาศัยค้างแรม พอไปถึงบ้านพบเห็นภรรยาซึ่งคืออดีตคนรักเก่า ทำให้เขาพร่ำรำพันโหยหาอดีตไม่เป็นอันหลับนอน

The Philadelphia Story (1940)

The Philadelphia Story

The Philadelphia Story (1940) : George Cukor ♥♥♥♥♡

เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกเรียกว่า ‘Box-Office Poison’ แม่หญิง Katharine Hepburn ว่าจ้าง Philip Barry พัฒนาบทละครเวที The Philadelphia Story (โดยมี Howard Hughes ส่งน้ำเลี้ยงอยู่เบื้องหลัง) เกลี้ยกล่อมให้ Louis B. Mayer ซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลง เลือกผู้กำกับ ติดต่อนักแสดง ทำทุกสิ่งอย่างด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จล้นหลาม แม้จะพลาด Oscar: Best Actress แต่ก็สามารถหลุดจากคำสาปอันชั่วร้ายนี้เสียที

A Place in the Sun (1951)

A Place in the Sun

A Place in the Sun (1951) : George Stevens ♥♥♥♥

Montgomery Clift ต้องการไต่เต้าจากความมืดมิดสู่แสงสว่าง ค้นพบวิธีการเดียวเท่านั้นคือทอดทิ้งทำลายอดีต Shelly Winters แล้วครองรักแต่งงานกับ Elizabeth Taylor นั่นเป็นสิ่งถูกต้องเหมาะสมควรแล้วหรือ?, คว้า Oscar 6 สาขา แต่พลาดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้ An American in Paris อย่างน่าหงุดหงิดใจ! “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Yentl (1983)

Yentl

Yentl (1983) : Barbra Streisand ♥♥♡

ถึง Steven Spielberg จะยกย่องหนังเรื่องนี้ว่า ‘การกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกดีที่สุดตั้งแต่ Citizen Kane (1941)’ ทั้งยังทำให้ Barbra Streisand กลายเป็นผู้หญิงคนแรกคว้ารางวัล Golden Globe: Best Director กระนั้นความพิลึกพิลั่นของเรื่องราว ก้าวล้ำเส้นเหมาะสมไปสู่ความไม่รู้จักสิ้นสุด ทำให้อุดมการณ์ เป้าหมาย ทุกสิ่งอย่าง พังทลายป่นปี้ย่อยยับเยินลงในพริบตา

เกิดเป็นหงส์ (1966)

เกิดเป็นหงส์ (พ.ศ. ๒๕๐๙) : คุณาวุฒิ ♥♥♥♥

เพชรา เชาวราษฎร์ เกิดในตระกูลชนชั้นสูง พร้อมด้วยรูป ทรัพย์ เชื้อสายขัตติยะ แต่การมาถึงของโลกยุคสมัยทุนนิยม ทำให้ถูกฉุดคร่าลงมาตกต่ำ ถึงกระนั้นก็ไม่ขอละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นหงส์ ให้ฝูงแร้งกาเชยชมดอมดมได้โดยง่าย นอกเสียจาก มิตร ชัยบัญญา สุดที่รักแห่งดวงใจ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

เพื่อน-แพง (1983)

เพื่อน-แพง (พ.ศ. ๒๕๒๖) : เชิด ทรงศรี ♥♥♥♥

จากลิลิตพระลอ กลายมาเป็นเรื่องสั้นของยาขอบ และภาพยนตร์โดย เชิด ทรงศรี กับคำโฆษณา ‘ระหว่างความรักกับคำสาบาน อย่างไหนจะมีอำนาจสูงส่งกว่ากัน’ ระหว่างพี่เพื่อนกับน้องแพง สุดท้ายแล้ว สรพงษ์ ชาตรี จะเลือกใคร, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Burning (2018)

Burning

Burning (2018) : Lee Chang-dong ♥♥♥♥♡

วินาทีที่จุดบุหรี่สูดลมหายใจเข้าปอด ใบยาสูบหรือกัญชาค่อยๆมอดไหม้เห็นเป็นประกายเพลิงดวงเล็กๆ เกิดเป็นความสุขสำราญขึ้นถึงสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ช่วยตัวเองเสร็จแล้วค่อยๆตกลงมา พ่นเอาควันพิษที่ใครๆต่างรังเกียจขยะแขยง แถมยังส่งผลกระทบต่อธรรมชาติรอบข้าง ยึดติดมากยิ่งหมกมุ่นเลิกไม่ได้ ห่างแล้วลงแดงแทบขาดใจตาย ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อระเบิดความอึดอัดอั้นนั้นออกมา

The Earrings of Madame de… (1953)

The Earrings of Madame de…

The Earrings of Madame de… (1953) : Max Ophüls ♥♥♥♥♡

ต่างหูเพชรของ Madame de… เริ่มต้นจากเป็นของขวัญแต่งงาน แต่เธอมองว่ามันมิได้มีคุณค่าความสำคัญใดๆเลยนำไปขายต่อใช้หนี้ อ้างกับสามีทำหล่นหายแต่ร้านเพชรติดต่อมาซื้อคืนแล้วส่งมอบให้ชู้รัก เล่นพนันหมดตัวเลยเอาไปจำนำ ซื้อกลับมาโดยบารอนผู้หนึ่งที่ต่อมากลายเป็นชู้รัก Madame de… ของขวัญชิ้นแรกที่เริ่มเห็นคุณค่าความสำคัญ บอกกับสามีพบเจอตุ้มหูที่หายไปเสียที, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

To Be or Not to Be (1942)

To Be or Not to Be

To Be or Not to Be (1942) : Ernst Lubitsch ♥♥♥♥♡

The Great Dictator (1940) ของผู้กำกับ Charlie Chaplin ชิดซ้ายตกกระป๋องไปเลยเมื่อเทียบกับ To Be or Not to Be (1942) ด้วย ‘สัมผัสของ Lubitsch’ ทำให้ภาพยนตร์เสียดสีล้อเลียน Adolf Hitler และนาซีเรื่องนี้มีความลุ่มลึกล้ำ เฉียบคมคาย คลาสสิกเหนือกาลเวลา แต่ผู้ชม/นักวิจารณ์สมัยนั้น ต่างขำกันไม่ออกเลยสักนิด

Trouble in Paradise (1932)

Trouble in Paradise

Trouble in Paradise (1932) : Ernst Lubitsch ♥♥♥♥

อยู่บนสรวงสวรรค์มันยังจะมีปัญหาอีกรึ? ภาพช็อตแรกของหนังขึ้นข้อความ Trouble in … พื้นหลังคือเตียงนอน ค้างไว้สักพักก่อนปรากฎคำว่า Paradise นั่นสินะที่คือปัญหา! เรื่องราววุ่นๆของรักสามเส้าชวนหัว ระหว่างจอมโจรหนุ่มกับนางแมวสีสวาด ปลอมตัวเข้าไปตีสนิทเศรษฐินีสาวหวังขโมยลาภลอยก้อนใหญ่ แต่พลาดพลั้งเผลอตกหลุมรักใคร่ สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใครเมื่อความจริงได้รับการเปิดเผย

Toni (1935)

Toni

Toni (1935) : Jean Renoir ♥♥♥♡

(mini Review) สิ่งน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีผู้ช่วยผู้กำกับคือ Luchino Visconti ถ่ายทำยังสถานที่จริง ทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆของชนบทตอนใต้ประเทศฝรั่งเศส กลายเป็นอิทธิพลสำคัญก่อให้เกิดยุคสมัย Italian Neorealist

Morocco (1930)

Morocco

Morocco (1930) : Josef von Sternberg ♥♥♥♡

Marlene Dietrich ทิ้งทุกสิ่งอย่างจากบ้านเกิด ออกเดินทางเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังประเทศ Morocco แม้จะได้รับสิ่งปรนเปรอเลิศหรูสุขสบายจาก Adolphe Menjou แต่เพราะตกหลุมรักนายทหารหนุ่มสุดหล่อ Gary Cooper สุดท้ายเลือกติดตามเขามุ่งสู่ทะเลทราย Sahara อันเวิ้งว้างว่างเปล่า

The Devious Path (1928)

The Devious Path

The Devious Path (1928) : G. W. Pabst ♥♥♥♡

มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่ Brigitte Helm สามารถเลือกเดินในชีวิตแต่งงาน ระหว่างความมั่นคงหรืออิสระเสรี สุขสบายกายหรือสำราญทางใจ แต่ก็แปลกทำไมถึงไม่ยอมมองหาจุดสมดุลกึ่งกลาง หรือใครบางคนกันแน่ที่มืดบอดมองไม่เห็น

Journey into the Night (1921)

Der Gang in die Nacht

Journey into the Night (1921) : F. W. Murnau ♥♥♥♡

ผลงานชิ้นเก่าแก่สุดที่หลงเหลือรอดมาถึงปัจจุบันของ Friedrich Wilhelm Murnau ถึงชื่อหนังจะหมายถึงการเดินทางในยามรัตติกาล แต่เรื่องราวของ Conrad Veidt รับบทชายตาบอด ได้รับการรักษาจนกลับมามองเห็นแสงสว่าง แล้วหวนกลับไปมืดบอดอีกครั้งเพราะตัณหาราคะของตนเอง

sex, lies, and videotape (1989)

sex, lies, and videotape

sex, lies, and videotape (1989) : Steven Soderbergh ♥♥♥♥♡

ความล้มเหลวในชีวิตคู่ของผู้กำกับ Steven Soderbergh ได้ถูกถ่ายทอดลงมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งสี่ตัวละครหลักต่างสะท้อนสถานะของตัวเขาเองในช่วงเวลาต่างๆ และตอนจบทำให้ค้นพบสิ่งสำคัญสุดในชีวิตคู่ไม่ใช่แค่ Sex แต่คือความสัมพันธ์ของคนสองคน, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes

Sophie’s Choice (1982)

Sophie

Sophie’s Choice (1982) : Alan J. Pakula ♥♥♥♡

Meryl Streep คว้า Oscar เป็นตัวที่สองจากหนังเรื่องนี้ ด้วยการรับบท Sophie หญิงสาวชาว Polish หลังเอาตัวรอดจากค่ายกักกันนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อพยพหนีมาใช้ชีวิตอยู่ Brooklyn แต่อดีตความทรงจำอันเลวร้ายและการตัดสินใจครั้งนั้น ยังคงตามมาหลอกหลอนไม่มีวันลบลืมเลือนจางหายไปไหนได้