เพื่อโต้ตอบกับ Dishonored (1931) สตูดิโอ M-G-M จึงรีบเร่งสรรค์สร้าง Mata Hari (1931) นำแสดงโดย Greta Garbo ในบทสายลับนักเต้น โดดเด่นในการใช้มารยาหญิง เย้ายวน ยั่วราคะ ล้วงความลับจากบรรดาบุรุษทั้งหลาย แม้หนังจะประสบความสำเร็จทำเงินถล่มทลาย แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำสักเท่าไหร่

Read More

ไม่ใช่ความตั้งใจของผู้กำกับ Josef von Sternberg ที่จะตีตราสายลับว่าเป็นอาชีพไร้เกียรติ ‘Dishonored’ แต่มันคือมุมมองคนยุคสมัยนั้น (รวมถึงสตูดิโอภาพยนตร์) ยินยอมรับไม่ได้ต่อพฤติกรรมบุคคลสองหน้า ใช้มารยาลวงล่อหลอก ล้วงความลับผู้อื่น ไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยา ทั้งๆพวกเขาและเธอต่างทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมือง

Read More

Paul Muni รับบทชายที่โดนหลอกให้เป็นโจร ปล้นเงินเพียง 5 ดอลลาร์ แต่กลับได้รับตัดสินโทษใช้แรงงานหนัก 10 ปี ถูกล่ามโซ่ตรวน (Chain Gang) ต้องเดินก้มหน้าก้มตา จะเช็ดหน้ายังต้องขออนุญาตผู้คุม สภาพชีวิตไม่ต่างจากนรกบนดิน นี่มันใช่สิ่งถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือ?

Read More

ยุคสมัยนั้นใครๆต่างรับรู้ว่า Scarface คือฉายาของ Al Capone แต่เพราะภาพยนตร์มิอาจนำเสนอชีวประวัติอาชญากรออกมาตรงๆ จึงใช้การหลีกเลี่ยง ปรับเปลี่ยนโน่นนี่นั่น ท้าชนกองเซนเซอร์อยู่เกือบปีจน Howard Hawks บอกช่างแม้ง นำออกฉายทั้งๆไม่ผ่านการอนุมัติ ดิบ เถื่อน รุนแรงสุดเท่าที่จะสามารถนำเสนอออกมาได้ (ขณะนั้น)

Read More

แทนที่จะนำเสนอชีวประวัติอาชญากรแบบตรงไปตรงมา The Public Enemy (1931) สรรค์สร้างข้ออ้างการศึกษาสภาพสังคม ‘social study’ ร้อยเรียงวิถีชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน พานผ่านสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง, ช่วงเวลา Great Depression และยุคสมัย Prohibition ใครกันแน่คือศัตรูของสาธารณะ?

Read More

จากโจรกระจอกสู่เจ้าพ่อมาเฟีย (rags-to-richs) แจ้งเกิดโด่งดัง Edward G. Robinson ทั้งยังจุดประกายกระแสนิยมภาพยนตร์แนว Gangster ในยุคสมัย pre-code จนทำให้สตูดิโอ Warner Bros. ช่วงทศวรรษ 30s ได้รับฉายา ‘The King of the Gangster Film’

Read More

Queen Christina (1933) : Rouben Mamoulian ♥♥♥♥♡

หนึ่งในการแสดงยอดเยี่ยมสุดของ Greta Garbo รับบท Christina, Queen of Sweden ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชันษา 6 พรรษา คว้าชัยชนะสงครามสามสิบปี จากนั้นเรียกร้องให้มีความสงบสุขสันติภาพ ต้องการเปิดประเทศสานสัมพันธ์ต่างชาติ แต่แล้วตกหลุมรักหนุ่มชาวสเปน (รับบทโดย John Gilbert) นั่นทำให้พระองค์เกือบจะกลายเป็นกบฎต่อผืนแผ่นดิน เลยตัดสินใจสละราชบังลังก์ เพื่อเติมเต็มเสียงเพรียกเรียกร้องของจิตใจ

Read More
Blonde Venus

Blonde Venus (1932) : Josef von Sternberg ♥♥♥

แม้เป็นภาพยนตร์ที่มักถูกหลงลืม แต่ก็มีหลายสิ่งน่าจดจำ, Marlene Dietrich เต้นกอริลลา Hot Voodoo เสื่อมได้ใจ, บทบาทแรกๆของ Cary Grant เป็นมหาเศรษฐีจ่ายไม่อั้นแม้เพียงความสุขแสนสั้นกับเธอ

Read More
Duck Soup

Duck Soup (1933) : Leo McCarey ♥♥♥♥

Groucho Marx ให้คำอธิบายชื่อหนังแบบจับไปกระเดียดว่า “นำเอาไก่งวงสองตัว ห่านอีกหนึ่ง กะหล่ำปลีสี่หัว แต่ไม่มีเป็ด ผสมคลุกเคล้าเข้ากัน หลังจากนั้นลิ้มชิมรสชาติ แล้วคุณจะ ‘Duck Soup’ ตลอดชั่วชีวิต” เอาจริงๆทำให้ผมนึกถึงสแลง “Once you go black, you never go back”

Read More
Animal Cracker

Animal Crackers (1930) : Victor Heerman ♥♥♥♡

“เช้าวันหนึ่ง ฉันยิงช้างในกางเกงนอน มันเข้ามาอยู่ได้ยังไงก็ไม่รู้ ต่อมาพยายามดึงงวงมันออก แต่ทำอย่างไรก็ไม่ขยับเขยื้อน…” ใครสามารถทำความเข้าใจมุกตลกเสื่อมๆของ Marx Brothers ก็อาจรับชมผลงานเรื่องที่สอง Animal Crackers ได้ด้วยสันชาตญาณสัตว์

Read More
The Cocoanuts

The Cocoanuts (1929) : Robert Florey, Joseph Santley ♥♥♥♡

ภาพยนตร์เรื่องแรกของ Marx Brothers สร้างโดยหนึ่งผู้กำกับไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ อีกหนึ่งผู้กำกับไม่เข้าใจวิถีตลก ผลลัพท์ออกมาสี่พี่น้องก็ไม่ค่อยชื่นชอบพอใจสักเท่าไหร่ ต้องการซื้อลิขสิทธิ์กลับคืนเพื่อเผาทำลาย แต่ Paramount กลับนำออกฉายประสบความสำเร็จถล่มทลาย!

Read More
The Private Life of Henry VIII

The Private Life of Henry VIII (1933) : Alexander Korda ♥♥♡

Charles Laughton ในบทบาทคว้า Oscar: Best Actor สวมวิญญาณเป็น King Henry VIII of England (1491-1547, ครองราชย์ 1509 – 1547) เลืองลือนามจากการสมรสถึงหกครั้ง แต่กาลเวลาไม่ทำให้เรื่องดังกล่าวน่าหัวร่อสักเท่าไหร่

Read More
Cavalcade

Cavalcade (1933) : Frank Lloyd ♥♥♥

อีกหนึ่ง Worse Oscar: Best Picture นำเสนอครอบครัวชาวอังกฤษ มีชีวิตพานผ่านวันสิ้นปี 1899 จนถึงปีใหม่ 1933, พบเห็นสงคราม Second Boer War (1899-1902), การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (22 มกราคม 1901), เรือไททานิคล่ม (14 เมษายน 1912) และสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (1914-18)

Read More
Cimarron

Cimarron (1931) : Wesley Ruggles ♥♥♥

ถึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน Worse Oscar: Best Picture แต่การได้พบเห็นประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการรัฐ Oklahoma ตั้งแต่เริ่มต้นบุกเบิก 1889 จนถึงปี 1929 ช่างอลังการงานสร้างยิ่งนัก

Read More
What Price Hollywood?

What Price Hollywood? (1932) : George Cukor ♥♥♥♡

ความเพ้อฝันอยากเป็นดาวดารา ทำให้หญิงสาวมุ่งหน้าสู่วงการมายา Hollywood แต่มีบางสิ่งที่เธอยังไม่รับรู้ นั่นคือมูลค่าราคาแห่งความสำเร็จ เตรียมตัวกายใจไว้พร้อมหรือเปล่าจักต้องสูญเสีย, นี่คือต้นฉบับ A Star is Born แม้มิได้หวานซึ้งโรแมนติกรวดร้าวเท่า แต่คุณภาพเทียบยุคสมัยนั้นถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว

Read More
Trouble in Paradise

Trouble in Paradise (1932) : Ernst Lubitsch ♥♥♥♥

อยู่บนสรวงสวรรค์มันยังจะมีปัญหาอีกรึ? ภาพช็อตแรกของหนังขึ้นข้อความ Trouble in … พื้นหลังคือเตียงนอน ค้างไว้สักพักก่อนปรากฎคำว่า Paradise นั่นสินะที่คือปัญหา! เรื่องราววุ่นๆของรักสามเส้าชวนหัว ระหว่างจอมโจรหนุ่มกับนางแมวสีสวาด ปลอมตัวเข้าไปตีสนิทเศรษฐินีสาวหวังขโมยลาภลอยก้อนใหญ่ แต่พลาดพลั้งเผลอตกหลุมรักใคร่ สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกใครเมื่อความจริงได้รับการเปิดเผย

Read More
Shanghai Express

Shanghai Express (1932) : Josef von Sternberg ♥♥♥♥♡

ขึ้นรถไฟสาย Shanghai Express ผ่านสมรภูมิสงครามกลางเมืองจีน (1927 – 1936) เพื่อพิสูจน์หาคุณค่าความรักของ Marlene Dietrich ยินยอมเสียสละตนเองเพื่อคนที่ตนหลงใหล อาบฉาบหน้าด้วยการจัดแสง Butterfly Lighting งดงามที่สุดแล้วในภาพยนตร์ของ Josef von Sternberg

Read More
Morocco

Morocco (1930) : Josef von Sternberg ♥♥♥♡

Marlene Dietrich ทิ้งทุกสิ่งอย่างจากบ้านเกิด ออกเดินทางเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังประเทศ Morocco แม้จะได้รับสิ่งปรนเปรอเลิศหรูสุขสบายจาก Adolphe Menjou แต่เพราะตกหลุมรักนายทหารหนุ่มสุดหล่อ Gary Cooper สุดท้ายเลือกติดตามเขามุ่งสู่ทะเลทราย Sahara อันเวิ้งว้างว่างเปล่า

Read More

It Happened One Night (1934) : Frank Capra ♥♥♥♥

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ให้บังเกิดขึ้นในค่ำคืนประกาศผลรางวัล Oscar กวาดเรียบห้ารางวัลใหญ่ ‘Big Five’ ที่ได้เข้าชิง (Best Picture, Best Director, Best Actor, Best Actress, Best Writing) ส่งผลให้ Clark Gable และ Claudette Colbert กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ข้ามคืนโดยพลัน

Read More

The Front Page (1931)  : Lewis Milestone ♥♥♥♡

ดัดแปลงจากบทละครเวที Broadway กลายเป็นภาพยนตร์ Screwball Comedy ที่จะทำให้คุณโคตรเหนื่อย ราวกับไปปั่นแข่งจักรยาน Tour de France เพราะทั้ง Adolphe Menjou กับ Pat O’Brien ต่างกลั้นหายใจพูดเร็วๆรัวๆ ประโยคยาวหนึ่งนาทีจบได้ในไม่ถึงสิบวินาที ทั้งนี้ก็เพื่อให้ข่าวของพวกเขาขึ้นโดดเด่นหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์

Read More