Taste of Cherry (1997)

Taste of Cherry

Taste of Cherry (1997) Iranian : Abbas Kiarostami ♥♡

หนังรางวัล Palme d’Or เรื่องนี้ เป็นรสสัมผัสแรกของผมต่อหนังจากประเทศ Iran และแนว Minimalist ที่รู้สึกไม่ค่อยถูกปากเสียเท่าไหร่, ผมแนะนำให้คุณนั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบก่อนดูหนัง 95 นาทีที่แสนยาวนาน คงถูกจริตกับคน Slow-Life และคนชอบหนังแนวคิด แต่กับผมมันคือความธรรมดาที่น่าเบื่อไปเสียหน่อย

ผมตั้งใจหาหนังสักเรื่องเพื่อเป็นการคารวะปรมาจารย์ผู้กำกับ Abbas Kiarostami ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2016 ผู้กำกับสัญชาติ Iranian คนแรกของตะวันออกกลางที่หนังของเขาสามารถคว้า Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes มาครอบครองได้, ก็เลยเลือกหนังรางวัลเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนรีวิว ที่น่าจะถือว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของผู้กำกับ Kiarostami

Taste of Cherry หนังรางวัล Palme d’Or ที่ปีนั้นได้ร่วมกับ The Eel (Unagi) หนังสัญชาติญี่ปุ่นของ Shohei Imamura, นี่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นในปัจจุบันเท่าไหร่แล้ว ประธานกรรมการตัดสินในปีนั้นคือ Isabelle Adjani นักแสดงหญิงชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศส, ผมยังไม่ได้ดู The Eel แต่รู้สึกว่า Taste of Cherry เป็นหนังที่ธรรมดาไปหน่อยที่ได้ Palme d’Or เพราะปกติแล้วหนังที่ได้รางวัลนี้ มักมีเทคนิคหรือแนวคิดที่ ‘ยาก’ ในการเข้าถึงกว่านี้ แต่กับ Taste of Cherry มัน ‘ง่าย’ และไม่มีอะไรให้ผมอยากพูดถึงหลังดูหนังจบเท่าไหร่เลย

เรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่มีความตั้งใจ ‘ฆ่าตัวตาย’ เขาขับรถไปรอบๆ Tehran เพื่อหา ‘ผู้ช่วย’ ไม่ได้ใช้ให้มาฆ่า แต่ให้ฝังร่างของเขา ถ้าพบว่าเช้าวันถัดมาตนเองปลุกไม่ตื่นขึ้นจากหลุม, นี่เป็นหนังที่แปลกมากๆ คือถ้าคุณดูเฉยๆแล้วไม่คิดอะไรนี่จะเป็นหนังที่โคตรน่าเบื่อ กระนั้นเมื่อคิดตามก็ใช่ว่าจะมีอะไรให้คิดมากมาย เพราะเนื้อของหนังแทบจะไม่มีอะไรเลย ด้วยการเล่าเรื่องง่ายๆ แต่ค่อยๆเปิดเผยเรื่องราว วัตถุประสงค์ของตัวละครออกมา หนังไม่มีความตื่นเต้น น่าสนใจอะไรเลย มีโทนเดียวอารมณ์เดียวตลอดทั้งเรื่อง และตอนจบที่ไม่รู้ว่าเขาฆ่าตัวตายสำเร็จไหม หรือมีคนมากลบดินฝั่งร่างเขาหรือเปล่า

นี่เป็นหนังที่ ‘อาจจะ’ ดีนะครับ แต่ผมไม่สามารถประเมินคุณค่าของหนังได้, ประเด็น ‘ฆ่าตัวตาย’ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่หนังไม่ได้เล่าผ่านมุมมองคนที่จะตาย (แม้เขาจะเป็นคนดำเนินเรื่องก็เถอะ) ผมเห็นว่าหนังนำเสนอมุมมองของคนที่ได้รับคำขอให้ช่วยชายคนหนึ่งที่กำลังฆ่าตัวตาย สิ่งที่พวกเขาต้องทำไม่มีอะไรมากกว่าไปแค่ เอาดินกลบหลุมฝัง แต่กลับไม่มีใครที่เต็มใจอยากจะช่วย ไม่ใช่เพราะความเป็นคนแปลกหน้าหรือเงิน แต่คือเหตุผลทางมนุษยธรรมและทางความเชื่อทางศาสนา

ผมได้ยินว่าหนังเรื่องนี้ถูกแบนใน Iran เพราะประเด็น ‘ฆ่าตัวตาย’ มีความละเอียดอ่อนในแง่มุมความเชื่อของศาสนา ผมว่ากองเซ็นเซอร์ที่นั่นใช้ความคิดน้อยกว่ากองเซ็นเซอร์บ้านเราอีกนะครับ ถึงหนังจะใช้คำว่า ‘ฆ่าตัวตาย’ แต่การกระทำของตัวละคร เหมือนกำลังเพ้อ เรียกร้องความสนใจอยู่ก็เท่านั้น กับคนที่ต้องการ ‘ฆ่าตัวตาย’ จริงๆ ทำไมต้องมีข้อแม้ เงื่อนไขอะไรแบบนี้ มีวิธีร้อยแปดที่สามารถทำได้ แต่กลับเลือกวิธีที่มี ‘โอกาส’ จะรอด, เหมือนเขากำลังตามหา ‘ผู้ช่วย’ ชีวิตมากกว่านะครับ ในระหว่างการ ‘ถ่วงเวลา’ เพราะแท้จริงตัวเองก็เหมือนยังไม่ได้อยากตาย แค่คิดว่าการตายเป็นตัวเลือกหนึ่งของทางออกปัญหาชีวิต

ชายคนที่ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย รับบทโดย Homayoun Ershadi ที่ตอนเล่นหนังเรื่องนี้เขาเป็นแค่นักแสดงสมัครเล่น หน้าใหม่ ไม่เคยเล่นหนังมาก่อน แต่หลังจากนี้กลับได้รับความสนใจ กลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง แล้วยังได้เคยเล่นหนัง Hollywood ด้วยนะครับ อาทิ Agora, (2009), Zero Dark Thirty (2012) ฯ

เราจะไม่รู้พื้นหลัง พื้นเพ ทำไมตัวละครนี้ถึงอยากฆ่าตัวตาย (escapism) นี่อาจเปรียบได้กับเหตุผลของคนทั่วโลกที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ชีวิตคงมีปัญหาอะไรสักอย่าง ที่อาจจะสุมๆรวมกันมา เอาให้รู้แค่ว่ามีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย, หนังไม่ได้พยายามหาทางช่วยให้เขาแก้ปัญหา หรือหาทางออก ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกสมเพศหรือสงสาร แค่นำเสนอว่านั่นเป็นสิ่งที่เขากำลังจะทำ จะมีไหมใครสักคนที่หลับหูหลับตา ทำในสิ่งที่เขาขอ

กับตอนจบที่เราไม่รู้ว่ามีอะไรขึ้น นี่ทำให้ผมตั้งคำถาม ว่าแท้จริงแล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีใจความของ ‘การฆ่าตัวตาย’ แต่เป็นการแฝงการเมืองของประเทศ Iran ไว้หรือเปล่า?, คนอยากฆ่าตัวตาย แสดงถึงปัญหา ความวุ่นวาย คอรัปชั่น เห็นแก่ตัว ความยากจนอดอยาก ฯ, มีฉากหนึ่งช่วงท้ายๆ (หนังแทบทั้งเรื่องเกิดขึ้นตอนกลางวัน ในรถของตัวละครนำที่เดินทางไปรอบๆ Tehran) หนังถ่ายให้เห็นบ้านของชายคนที่จะฆ่าตัวตาย แต่เราจะไม่เห็นข้างใน ผ้าม่านปิดสนิท เห็นแค่เงารางๆ นี่มองได้ 2 เหตุผล คือ 1) สิ่งที่อยู่ในใจของชายคนนี้ แทนสาเหตุการฆ่าตัวตายที่หนังไม่บอกไว้ เพราะจิตใจเขาปิดกั้นเอาไว้ 2) บางสิ่งที่อยู่ในประเทศ Iran ที่คนในรู้ แต่นอกมองไม่เห็น, ยิ่งการไม่พูดถึงตอนจบว่าเกิดอะไรขึ้น แสดงถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้, ตัวละครทั้งหลายในหนังเรื่องนี้ที่เหมือนจะมีศีลธรรม แต่เอาเข้าจริงก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ (ดีแต่พูด) เหมือนคนนอก (ต่างชาติ) ที่เอาดีแต่พูด เอาเข้าจริงกลับเพิกเฉิย, เนื่องจากผมเพิ่งเคยดูหนังของ Kiarostami เป็นเรื่องแรก และไม่ค่อยรู้เบื้องลึกของประเทศแถบตะวันออกกลางเท่าไหร่ จึงยังไม่สามารถมองเข้าใจประเด็นนี้ได้ชัด

การถ่ายภาพในหนังเรื่องนี้ถือว่าใช้ได้เลย มีความเป็นศิลปะสูงมากๆ ครึ่งหนึ่งของหนังจะถ่ายในรถ ผู้กำกับนั่งอยู่ข้างคนขับ ถ่ายภาพเห็นด้านข้างของนักแสดงกำลังขับรถ และด้านหลังจะเห็นภาพเมือง Tehran บางครั้งมุมมองคนขับ บางครั้งมุมมองคนอื่น, บรรยากาศของหนัง แทนได้ด้วยอารมณ์ของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย มันช่างโดดเดี่ยว อ้างว้าง หดหู่ ซึมเศร้า ห่างไกล ถึงจะเห็นใกล้ๆแต่จับต้องไม่ได้ เห็นไกลๆยิ่งห่างออกไป, หนังไม่มีการเคลื่อนกล้อง แต่มีการแพนกล้องไปรอบๆ ฉากที่สวยที่สุดคงเป็นตอนพระอาทิตย์ตกดิน, ผมไม่เคยไป Tehran เห็นสภาพเมืองจากหนังเรื่องนี้แล้ว ก็ยิ่งไม่คิดที่จะไปนะครับ เมืองนี้มันไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แห้งแล้ว จืดชืด มีแค่ลูกรังและทะเลทราย

การตัดต่อและการเล่าเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็น long-shot ไม่รู้ให้นักแสดงจำบทหรือพูดออกมาเองนะครับ, หลายครั้งมีลักษณะบรรยายประกอบภาพ แต่จริงๆคือการสนทนา คนพูดอยู่ในรถ การทำแบบนี้เหมือนเป็นการ ‘สอน’ ผู้ชม นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ชอบหนังนะครับ รู้สึกเหมือนกำลังนั่งเรียนวิชาชีวิตอยู่ยังไงก็ไม่รู้

Minimalist เป็นสไตล์ที่เรียกว่าธรรมดา ต่ำที่สุด เล็กที่สุด น้อยที่สุด, เมื่อพูดถึงภาพยนตร์ จะคือหนังที่ไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมากมาย เป็นธรรมดาและธรรมชาติที่สุด, ตอนดูหนังเรื่องนี้จบ อ่านรายละเอียดใน Wikipedia เห็นคำนี้ รู้สึกเลยว่าเป็นคำที่แทนรูปแบบ สไตล์ของหนังได้ตรงมากๆ คือหนังมันไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรเลย เป็นธรรมดาและธรรมชาติที่สุดแล้ว

รูปแบบการทำงานของ Kiarostami ถ้าเปรียบเทียบจะเรียกว่า Iran New Wave ก็ได้ (คล้ายๆ French New Wave) ทีมงานเป็นเหมือนกองโจร guerilla มีจำนวนจำกัด (ตากล้อง, ผู้กำกับ, โปรดิวเซอร์ และอีก 2-3 คน) ใช้นักแสดงสมัครเล่น, ถ่ายภาพนำเสนอความจริง ภาพของเมืองที่เป็นอยู่, บทหนังจะเป็นเรื่องราวคร่าวๆ บทพูดมักจะคิดสด หรือไม่นักแสดงก็คิดเองพูดเอง, ด้วยเหตุนี้จึงใช้ทุนสร้างค่อนข้างต่ำ และเรื่องราวไม่หวือหวามากนัก เน้นการเล่าเรื่องที่นำแสดงความเป็นศิลปินของผู้กำกับออกมา

หลายคนอาจมองว่า นี่เป็นหนังที่สอนอะไรบางอย่าง แต่การที่หนังใช้การสื่อสารออกมาแบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ ทำให้ตอนดูจบผมกลับไม่สามารถคิดอะไรต่อได้เลย มันมีแต่ความขมขื่น ฉงน สงสัย มึนลง ในความที่ไม่มีอะไร เลยทำให้ผมไม่รู้จะคิดอะไร, บอกตามตรงผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีหนังประเภทนี้เกิดขึ้นได้นะครับ ปกติแล้วหนังที่ดี ดูจบแล้วเราควรที่จะอยากคิดโน่นนี่นั่น เพื่อชื่นชมหรือเพื่อค้นหาคำตอบบางอย่าง แต่หนังเรื่องนี้กลับไม่พูดอะไรทั้งนั้น ความน่าเบื่อกลบความความน่าคิดไปทั้งหมดทั้งสิ้น นี่ชวนให้ระลึกถึงหนังไทยคลาสสิคบางเรื่อง ที่แบนราบไม่มีอะไรเลย ตั้งใจดี พูดดี คิดดี ทำดี แต่โดยรวมทำได้ไม่น่าสนใจ ผมให้คะแนนหนังเรื่องนั้นว่าห่วยและเสียเวลา

ผมชอบกิน Cherry นะครับ แต่ไม่ค่อยชอบรส Cherry ในหนังเรื่องนี้เท่าไหร่, ตอนแรกผมคิดว่าซับแปลผิด เพราะมีตัวละครหนึ่งพูดถึง Mulberries ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ไม่ได้ต้องฆ่าตัวตาย แต่ผ่านไปอีกแบบมีคำพูดที่แปลว่า ‘คงไม่มีใครอยากลืมรสชาติของเชอรี่’ ก็เลยคิดว่าน่าจะความหมายของชื่อหนังน่าจะเป็นแบบหลัง, ในบริบทนี้ Cherry เป็นตัวแทนของความสุข ความสมหวังในชีวิต, มันอาจจะมีความหมายอื่นนะครับ แต่โดยบริบทนี้พูดเพื่อให้ตัวเอกระลึกย้อนถึงเหตุการณ์ด้านดีของชีวิต อย่ามองแค่ปัจจุบันที่อาจมีแต่เรื่องร้ายๆ มนุษย์เราน่าจะต้องมีครั้งหนึ่งที่เคยมีความสุข ให้หวนระลึกถึงช่วงเวลานั้น

กับคนที่อยากจะดูหนังเรื่องนี้ ผมแนะนำให้คุณนั่งสมาธิก่อนเลยนะครับ ถ้าจิตใจกำลังว้าวุ่นมา เจอหนังที่เรื่อยๆเปื่อยๆแบบนี้ รับรองว่าดูได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงไม่หลับก็ลุกหนี ทนไม่ได้แน่ๆ, แนะนำกับคนที่อาจเคยดูหนังของประเทศ Iran บางเรื่องมา (เช่น A Separation) แล้วอยากหาหนังคุณภาพของประเทศนี้ดูอีก, และคนที่ชอบหนังแนวบรรยากาศ ช้าๆเนิบๆ Slow-Life แต่แฝงแนวคิดการใช้ชีวิต (ที่ดูจบแล้วอาจจะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่)

จัดเรต 13+ กับบรรยากาศหนังที่อืดอาด หดหู่และความตั้งใจจะฆ่าตัวตาย

TAGLINE | “Taste of Cherry รสชาติของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้มีความอร่อยถูกปากเลย เหมาะกับคนที่ชอบแนวบรรยากาศเนิบๆ Slow Life”
QUALITY | UNDERESTIMATE
MY SCORE | WASTE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of