The Color of Pomegranates (1969)

The Color of Pomegranates

The Color of Pomegranates (1969) USSR : Sergei Parajanov ♥♥♥♥

ถ้าคุณรู้จักภาพวาด abstract (นามธรรม) และสามารถทำความเข้าใจภาพวาดของ Pablo Picasso ได้ผมอยากแนะนำให้ลองหา The Color of Pomegranates มาดู, นี่เป็นหนังที่ถ้าคุณไม่เข้าใจคำว่า ‘ศิลปะ’ มากพอ ไม่มีทางที่จะดูเข้าใจได้ เพราะนี่เป็นหนัง abstract ที่เหมือนจะไม่มีเรื่องราวแต่มีเรื่องราว, ภาพแต่ละฉากเหมือนไม่มีความต่อเนื่องแต่มีความต่อเนื่อง, ดูด้วยตาไม่มีวันเข้าใจ ดูด้วยสมองยังไม่แน่ว่าจะรู้เรื่อง ต้องใช้จิตวิญญาณสัมผัสเอาเท่านั้น

นี่เป็นหนังที่มีความท้าทายมากๆ ถึงขนาดว่ามีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้ ‘นอกจากภาษาหนังที่สร้างโดย D.W.Griffith และ Sergei Eisenstein แล้ว วงการภาพยนตร์ไม่ได้มีการค้นพบอะไรแปลกใหม่ในระดับปฏิวัติวงการจนกระทั่ง The Color of Pomegranates’ (Besides the film language suggested by Griffith and Eisenstein, the world cinema has not discovered anything revolutionarily new until The Color of Pomegranates), นักวิจารณ์ Alexei Korotyukov ให้คำนิยามหนังว่า ‘Paradjanov สร้างหนัง ไม่ได้ในสิ่งที่มันควรเป็น แต่เป็นสิ่งที่ถ้าเขาเป็นพระเจ้า นี่คือสิ่งที่มันควรเป็น’ (Paradjanov made films not about how things are, but how they would have been had he been God.), บอกตามตรงว่าตอนผมดูก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากมาย แต่มีหลายสิ่งอย่างที่พอจับใจความได้ พอมาค้นหาศึกษารายละเอียดก็พบว่ามีความยอดเยี่ยมน่าสนใจจริงๆ แต่ผมคงไม่อธิบายทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในหนังนะครับ จะชี้ให้เห็นแค่บางอย่างที่สามารถเอาไปต่อยอดเองได้ ซึ่งการจะเข้าใจหนังทั้งหมด ควรจะเป็นความพยายามของคุณเอง ผมพอใจในความเข้าใจของตัวเองแล้ว ไม่ได้ถึงขั้นต้องการตรัสรู้หนังเรื่องนี้ ถ้าคุณเข้าใจได้ใกล้เคียงกับผม ก็เหลือเฟือแล้วนะครับ

The Color of Pomegranates เป็นหนังที่นำเสนอชีวประวัติของ Aruthin Sayadian (1712-1795) หรือในชื่อ Sayat-Nova เกิดใน Georgia, Tiblisi เป็นชาว Armenian, ครอบครัวมีอาชีพย้อมขนสัตว์ (wool-dyer) ได้รับการศึกษาจาก Armenian Church, ทั้งชีวิตของ Sayadian ประพันธ์เพลงและกลอนกว่า 100 บท ได้กลายเป็นนักกวีประจำ Royal Courts ของ Tiblisi และ Telavi ใน Eastern Georgia จนได้รับฉายาว่า King of Song, ช่วงบั้นปลายชีวิต หลังจากภรรยา (Marmar) เสียชีวิต Sayadian กลายเป็นนักบวชอาศัยอยู่ที่ Haghpat Monastery จนเสียชีวิตจากเงื้อมือของทหาร Persian ระหว่างที่ Agha Mohammed Khan ทำสงครามกับ Armenia

วิธีที่หนังใช้เล่าเรื่อง ไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องราวเหมือนหนังชีวประวัติทั่วๆไป แต่มีลักษณะคล้ายภาพวาด(เคลื่อนไหว)ประกอบบทกวี, ใช้รูปแบบของหนังเงียบ มีคำบรรยายเป็นตัวอักษรขึ้นมา จากนั้นก็เป็นภาพของเรื่องราวที่เกิดขึ้น, ซึ่ง 1 คำบรรยายที่ขึ้นมา จะคือแต่ละช่วงชีวิตของ Sayadian ประกอบด้วย วัยเด็ก (Childhood), วัยหนุ่ม (Youth), ตกหลุ่มรัก (Prince’s Court), ตอนบวช (The Monastery), ความฝัน (The Dream), วัยชรา (Old Age), ยมทูตแห่งความตาย (The Angle of Death) และความตาย (Death)

แต่ละภาพที่ปรากฎ มีพื้นฐานมาจากที่ผมเล่าให้ฟังมาแล้วทั้งหมดนะครับ กล้องจะไม่มีการเคลื่อนไหว ถ้าไม่ใช่คนหรือสัตว์ที่เคลื่อนไหวก็เป็นวัตถุที่เคลื่อนไหว, Sofiko Chiaureli นักแสดงหญิงที่เล่น 6 บทในหนัง ทั้งชายและหญิง แต่เราคงเรียกการแสดงไม่ได้สินะ เพราะเธอแค่ปรากฎตัวและเคลื่อนไหว ทำตามคำสั่งของผู้กำกับเท่านั้น ไม่ได้มีการแสดงใดๆเกิดขึ้นในหนัง, สิ่งของต่างๆที่ปรากฎอยู่ในภาพ ล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ประกอบเสมอ, การตัดต่อก็จะตรงไปตรงมา มีคนจับเวลาเฉลี่ยต่อการตัดต่อประมาณ 5 วินาทีต่อ 1 ภาพ นี่เป็นระยะเวลาที่มากพอให้เรากวาดสายตาไปรอบๆ มองว่ามีอะไรเกิดขึ้นและคิดตามว่ามีความหมายอะไร, หนังมี Sound Effect เสียงเพลงประกอบ และเสียงพูดของตัวละคร ที่เป็นเฉพาะเสียงไม่ใช่การพูดคุยหรือสื่อสาร

แรงบันดาลใจของผู้กำกับ Sergei Parajanov มาจากการได้ดู Ivan’s Childhood ของ Andrey Tarkovsky ที่ทำให้ Parajanov ละทิ้งอุดมการณ์แนวคิดเดิมของเขา เพื่อมาสร้างหนังในแนวทางของตนเอง, Parajanov พูดยกย่อง Tarkovsky ที่อ่อนกว่าเขา 12 ปี ว่าเป็นทั้งเพื่อนสนิทและอาจารย์ ‘ใน Ivan’s Childhood มีการใช้ภาพและความทรงจำในการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมย จะว่า Tarkovsky เป็นผู้ไขประตู ค้นพบวิธีการดัดแปลงบทกวีให้กลายเป็นภาพยนตร์’, Parajanov สร้างหนังแนว poetic เรื่องแรกคือ Shadows of Forgotten Ancestors (1965) ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากในระดับนานาชาติ ตามมาด้วย Sayat Nova ซึ่งเป็นชื่อหนังเดิมก่อนถูกเปลี่ยนเป็น The Color of Pomegranates

หลังจากความสำเร็จของ Shadows of Forgotten Ancestors ทางการ Soviet จึงเปิดโอกาสให้ Parajanov สร้าง Sayat Nova แต่แสดงความเป็นวิตกต่อบทหนังที่มีความล่อแหลมในหลายๆประเด็น, ซึ่งหลังจากสร้างหนังเสร็จ ฉายให้กอง Censor ดูเขาก็ถูกจับนอนคุกแทบทันที เพราะใจความที่แฝงอยู่ในหนังถูกตีความในแง่มุมที่ผิดต่อกฎหมาย เช่น นำเสนอความเป็น Bisexual ของตนเอง (ว่ากันว่า Parajanov เป็นเกย์นะครับ), วัตถุโบราณที่อยู่ในหนัง ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นของจริง ฯ ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้ถูกตัดต่อใหม่และออกฉาย โดยที่ Parajanov นอนอยู่ในคุกไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรเลย, ซึ่งหลังจากออกจากคุกมา เขาก็แอบตัดต่อหนังในเวอร์ชั่นของตัวเองแล้วเอาออกฉาย (เป็นเวอร์ชั่นที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน) ผลจากการกระทำนี้ Soviet จึงถูกแบน Parajanov ไม่ได้รับอนุญาติให้ทำหนังยาวนานถึง 15 ปี

การจะดูหนังเรื่องนี้ให้พอเข้าใจ เราจะต้องทำความเข้าใจความหมายเชิงสัญลักษณ์หลายๆอย่างก่อน ผมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. สิ่งของ/วัตถุ/การกระทำ เชิงสัญลักษณ์ที่มีความหมายกว้างๆ เป็นสากลสามารถเข้าใจได้ทันที เช่น แกะ=ผู้ไร้เดียงสา, ชุดสีดำ=ความตาย, ชุดสีขาว=คนบริสุทธิ์, สีแดง=เลือด, คนใส่ปีก=นางฟ้า, กระโหลก=ความตาย ฯ การเคลื่อนไหวก็เช่นกันนะครับ เช่น การถอดเสื้อผ้า=ปลดเปลื้อง, เต้น=ความสุข, การขุด=ค้นหา ฯ
2. สิ่งของ/วัตถุ/การกระทำ เชิงสัญลักษณ์ที่มีความหมายเฉพาะกับหนังเรื่องนี้เท่านั้น เช่น ทับทิม (pomegranate) ในหนังมีความหมายแสดงถึงชาว Armenian, น้ำทับทิมที่ไหล แสดงถึงเลือดเนื้อของชาว Armenia, เปลือกหอยสังข์ ที่เห็นครั้งแรกคู่กับหน้าอกของผู้หญิง กับฉากอื่นๆเมื่อใดที่มีเปลือกหอยปรากฏขึ้นอีก จะแทนด้วยหน้าอกหรือสัญลักษณ์เพศหญิง ฯ

ถ้าเราสามารถคิดวิเคราะห์ เข้าใจความหมายเชิงสัญลักษณ์เหล่านี้ได้คร่าวๆแล้ว การทำความเข้าใจก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยนะครับ ผมกลับไปดูหนังอีกครั้ง ถึงจะยังมีสัญลักษณ์หลายอย่างที่ยังตีความไม่ได้ แต่ก็สามารถทำความเข้าใจเรื่องราว วิธีการดำเนินเรื่อง ชื่นชมกับความสวยงามของหนังได้, และนี่ทำให้ผมพบว่า ในแต่ละช่วง ภาพที่เห็นมีเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันหมดด้วย ไม่มีฉากไหนที่เอกเทศหรือไม่สัมพันธ์กับฉากอื่นเลย

ถ้าใครยังดูไม่เข้าใจอีก จะมี The Memories of Sayat Nova เป็นสารคดีสั้นของ Levon Grigoryan ความยาว 30 นาที และ The World Is A Window: Making The Colour of Pomegranates ของ Daniel Bird สารคดีทั้งสองเรื่องนี้อธิบายเรื่องราว หลักการ วิธีคิด ทำความเข้าใจหนัง (ผมยังไม่ได้ดูนะครับ) แนะนำไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อ่านมาถึงจุดนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่านี่มันหนังอะไร

ผมไม่ได้ชอบภาพวาดของ Pablo Picasso มากนัก แต่ก็พอเข้าใจว่าเขาวาดอะไร และรู้ว่ายอดเยี่ยมแค่ไหน, เช่นกันกับหนังเรื่องนี้ แม้จะมีหลายอย่างที่ผมไม่เข้าใจ แต่ก็สามารถเข้าใจว่าหนังต้องการสื่ออะไร มีลักษณะอะไร และยอดเยี่ยมแค่ไหน นี่คือเหตุผลที่ผมให้คุณภาพหนังระดับ RARE-GENDARY นะครับ, ส่วนระดับความชอบ เพราะผมไม่เห็นความน่าสนใจในชีวประวัติของ Sayat-Nova เสียเท่าไหร่ เป็นวิธีการเล่าเรื่องของหนังต่างหากที่น่าสนใจ

หนังแนวนี้ผมเรียกว่า Poetic Genre เป็นแนวที่หาดูยากมากๆ และผมก็ไม่รู้จะไปหาดูที่ไหนอีกนะครับ เลยแนะนำได้แค่ลองหาหนังเรื่องอื่นๆของ Parajanov มาดู ที่พอจะหาได้มีอยู่อีก 3 เรื่อง (นับหลังจากเขาเปลี่ยนแนวตัวเองมาเป็น Poetic) Shadows of Forgotten Ancestors (1965), The Legend of Suram Fortress (1985) และ Ashik Kerib (1988) ไว้ถ้าเจอเพิ่มเติมจะมาแนะนำให้อีกนะครับ

นี่เป็นหนังที่ไม่เหมาะกับทุกคนแน่นอน ถ้าคุณเป็นคนที่ยังไม่สามารถดูหนังอย่าง 8 1/2, Persona, Ivan’s Childhood ให้เข้าใจได้ ก็ไม่ควรเสียเวลาดูหนังเรื่องนี้นะครับ, กับคนที่ชอบคิดวิเคราะห์เชิงสัญลักษณ์ นี้คือสรวงสวรรค์ฝันเปียกของคุณเลยละ

จัดเรต 13+ เด็กๆดูไปคงไม่เข้าใจ และสัญลักษณ์หลายๆอย่างที่แสดงถึงเพศ

TAGLINE | “The Color of Pomegranates เป็นหนังดูด้วยตาไม่มีวันเข้าใจ ดูด้วยสมองยังไม่แน่ว่าจะรู้เรื่อง ต้องใช้จิตวิญญาณสัมผัสเอาเท่านั้น จะรู้ว่านี่คือสุดยอดหนัง”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of