The Girl Who Leapt Through Time (2006)

The Girl Who Leapt Through Time

The Girl Who Leapt Through Time (2006) : Mamoru Hosoda

อนิเมะฉายโรงเรื่องนี้กำกับโดย Mamoru Hosoda (Summer Wars, Wolf Children) แนวโรแมนติก-ไซไฟ เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาว ความรัก ความทรงจำและการย้อนเวลา ความสวยงามของอนิเมะเรื่องนี้ คือการเข้าใจความหมายของสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ การันตีด้วยรางวัล Animation of the Year ของ Japan Academy Prize

ก่อนหน้าที่ Mamoru Hosoda จะกำกับอนิเมะเรื่องนี้ เขาได้กำกับอนิเมะฉายโรงเรื่องก่อนหน้าคือ One Piece Movie :Baron Omatsuri and the Secret Island ถือเป็นผลงาน debut หนังใหญ่เรื่องแรก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ซึ่งไปเข้าตาของ Takashi Watanabe และ Yuichiro Saito โปรดิวเซอร์ของ Madhouse ทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานกันครั้งแรก

ดัดแปลงมาจากนิยายไซไฟเรื่อง The Girl Who Leapt Through Time เขียนโดย Yasutaka Tsutsui ตั้งแต่ปี 1967 ได้รับการดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นต่างๆมากมาย ฉบับคนแสดงฉายโรง 2 ครั้ง ฉบับ drama, tv series คนแสดง, tv movie คนแสดง แต่ยังไม่เคยมีการดัดแปลงเป็นอนิเมะมาก่อน ดัดแปลงโดย Satoko Okudera ถือเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับผู้กำกับ Hosoda หลังจากความประสบความสำเร็จของอนิเมะเรื่องนี้ ได้มีการดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงอีกครั้ง (นับเป็นครั้งที่ 3) ผมไม่เคยดูเวอร์ชั่นนี้นะครับ รวมถึงเวอร์ชั่นอื่นๆด้วย ดูอนิเมะเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่เคยอ่านนิยายต้นฉบับ แต่จากที่ไปหาข้อมูลมา เห็นว่ามีหลายจุดที่เปลี่ยนไปจากนิยาย ผมจะเล่าให้ฟังในส่วนที่ทราบนะครับ

art direction โดย Kazuyuki Hashimoto งานออกแบบของอนิเมะเรื่องนี้ มีโทนสีที่อ่อนมาก ใช้สีขาว-ฟ้าเป็นหลัก ฉาก สีผมจะใช้สีอ่อนๆ ไม่เน้นสีเข้ม การเคลื่อนไหวก็จะดูแปลกๆ ดูเหมือนอนิเมเตอร์ขี้เกียจวาด (ประหยัดงบ) แต่จริงๆแล้ว ทุกฉากในอนิเมะเรื่องนี้วาดมือหมดนะครับ ปี 2006 คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาแล้ว นี่ถือเป็น tradition anime เรื่องท้ายๆของยุคแล้ว ซึ่งการใช้ภาพวาดให้ความรู้สึกราวกับ “อยู่ในฝัน” หลายครั้งที่เราจะเห็นท้องฟ้ากินพื้นที่ในฉากมากกว่าตัวละครเสียอีก ตัวละครออกแบบโดย Yoshiyuki Sadamoto ภาพการกระโดดของ Makoto (แบบในโปสเตอร์) เป็นภาพที่เท่ห์มากๆ ถึงเราจะจำหน้าตัวละครไม่ได้ (ออกแบบตัวละครได้ไม่น่าจดจำเลย) แต่เราจะจำท่ากระโดดว่ามาจากอนิเมะเรื่องนี้ได้ไม่ลืมเลย

ทีมพากย์ Makoto พากย์โดย Riisa Naka เธอเป็นนักแสดงนะครับ มารับพากย์อนิเมะนี่คือเรื่องแรก เหมือนว่าเธอได้ร่วมแสดงเวอร์ชั่นคนแสดงฉายโรงด้วย เป็นบทนำเลย แต่ไม่ใช่บท Makoto นะครับ รับบทเป็นลูกสาวของ Makoto ที่ย้อนเวลาไปในอดีต (มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวให้ตรงกับนิยายมากกว่าอนิเมะ) ผมชอบเสียงเธอนะ เข้ากับตัวละครและนิสัยของเธออย่างมาก โดยเฉพาะเสียงหัวเราะ ถ้าไม่บอกว่าไม่เคยพากย์อนิเมะนี่ ผมจะคิดไปว่าเหมือนเคยได้ยินเสียงพากย์อยู่บ่อยๆ

Chiaki พากย์โดย Takuya Ishida ผมรู้สึกนี่เป็นจุดด้อยที่สุดของอนิเมะเรื่องนี้ คือหมอนี่พากย์ได้ห่วยมากๆ เสียงพากย์เหมือนเสียงอ่าน มันชัดมากตอนที่ Chiaki เฉลยว่าเขาเป็นใครกับ Makoto นี่คงเป็นเหตุผลให้เขารับงานพากย์อนิเมะเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจะเป็นนักแสดงหนังและ TV Drama นะครับ

เพลงประกอบโดย Kiyoshi Yoshida ผมไม่ค่อยเห็นผลงานของเขาเท่าไหร่ แต่จะมีเพลงเด่นๆ ทุกครั้งที่ Makoto ย้อนเวลา เสียงดนตรีจะเร้าอารมณ์มากๆ ฉากเศร้าๆก็จัดเต็ม ใช้เสียงเปียโนเบาๆคลอให้อารมณ์ แต่จะว่าไปผมว่าเสียงจิ้งหรีดดังกว่าเสียงเพลงประกอบอีกนะ ได้ยินอยู่ตลอดเรื่องเลย

จุดเริ่มต้นของการย้อนเวลา คือ รถไฟ ผมชอบสัญลักษณ์นี้นะครับ รถไฟเปรียบเหมือนการเดินทาง การย้อนเวลาครั้งแรก เกิดขึ้นที่รถไฟ และการย้อนเวลาครั้งสำคัญที่สุด ก็เกิดที่รถไฟเช่นกัน ในอนิเมะคุ้นๆว่าไม่มีการพูดถึงลาเวนเดอร์ ในนิยายการย้อนเวลาเกิดจากการที่นางเอกได้กลิ่นลาเวนเดอร์ ไม่ใช่เจอกับอุปกรณ์ย้อนเวลาที่เป็นเหมือนถั่วนัท ผมคิดว่าผู้กำกับคงได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ จักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell) ของสตีเฟ่น ฮอว์กิน แน่ๆ

ผมมองเหตุผลการย้อนเวลาของอนิเมะเรื่องนี้ในเชิงนามธรรมนะครับ เพราะความรู้สึกที่ได้จากบรรยากาศของอนิเมะ มันเหมือนเรื่องราวในฝัน/ความทรงจำ มากกว่าเป็นเรื่องราวสมมติที่เกิดขึ้นจริง นี่เป็นเรื่องราวความคิดของคนๆหนึ่ง ที่กำลังฝันถึงอดีต มีหลายอย่างที่เขาต้องการเปลี่ยนแปลง มีบางอย่างที่เขาลืมไปและต้องการระลึกถึงมัน ในความทรงจำเราสามารถคิดฝันเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริง อะไรที่เกิดขึ้นแล้วไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ เราจะเห็น Makoto พยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้ได้ตามที่เธอต้องการ แต่สุดท้ายมันกลับไม่มีอะไรเลยที่เปลี่ยนแปลง ด้วยใจความหลักที่ต่างจากอนิเมะเรื่อง Steins;Gate ที่เล่าถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอดีต TGWLTT บอกว่าต่อให้เราเปลี่ยนแปลงอดีตมากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนได้ตรงกับใจเรา

ไซไฟถือเป็นส่วนน้อย เพราะอุปกรณ์ข้ามเวลา (ที่เรียกว่า Lept) และวิธีการ ที่ใช้การกลิ้ง, วิ่ง, กระโดด ผมว่ามันตลกนะ อนิเมะก็นำเสนอจุดนี้ให้ออกมาตลกด้วย กลิ้งๆก็ย้อนเวลาได้ ปลายทางกลิ้งทีไรก็ต้องชนกับอะไรทุกที เหมือนกับว่ามันมีขอบเขตบางอย่าง ในนิยาย มันไม่ได้กลิ้งและย้อนเวลานะครับ แต่เป็นได้กลิ่นลาเวนเดอร์แล้วจะสลบ ตื่นมาจะย้อนเวลาได้ 1 วัน

ภาพปริศนาที่พระเอกย้อนเวลากลับมาเพื่อดูที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ผมเปรียบมันคือความทรงจำที่มีค่าที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตคน เขาไม่ได้ต้องการย้อนเวลาเพื่อแก้ไขอะไร แค่ต้องการค้นหาภาพความทรงจำบางอย่างที่หายไป

The Girl Who Leapt Through Time

นี่เป็นภาพที่พระเอกย้อนกลับอดีตกลับมา แต่ไม่รู้เขามีโอกาสได้เห็นรูปนี้ในอนาคตหรือเปล่า ผมไม่รู้จริงๆแล้วภาพวาดนี้สื่ออะไรนะครับ เล่าสิ่งที่ผมเห็นแล้วกัน … มีเค้าโครงใบหน้าของคน มีลูกกลมๆคล้ายลูกแก้ว 4 ลูก มันคล้ายหัวใจ 4 ห้อง ผมมองเป็นเหมือนภาพร่างของหัวใจ หรือภาพวาดของจิตใจในเชิงรูปธรรม (จิตใจเป็นนามธรรม) เป็นเหมือนหัวใจของคนวาดที่บอกว่า ใจของเขาจดจำผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในสี่ห้องของหัวใจของเขา

ฉาก Makoto วิ่งนี่ยาวพอสมควร ความหมายผมก็ชอบมากด้วย การวิ่งเปรียบเหมือนชีวิตที่ต้องต่อสู้ ต้องเหนื่อย ต้องใช้กำลังเพื่อไปถึงจุดหมาย ชีวิตที่ไม่วิ่งเราก็จะไม่เห็นคุณค่าของความสำเร็จ คุณค่าของชีวิตคือการต่อสู้ อนิเมะพยายามบอกเราว่า การคิดเอาเปรียบหรือทางลัด(แบบย้อนเวลา) ถึงผลลัพท์มันจะเป็นอย่างที่เราตั้งใจไว้ แต่มันไม่มีค่าอะไรเลย ไม่มีทางที่เราจะสามารถทุกอย่างให้เป็นอย่างที่ใจหวัง อย่าไปเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ให้มองไปข้างหน้า อะไรที่ผิดพลาดก็เก็บไว้เป็นบทเรียน

มีจุดที่ทำให้คนงงโคตรๆ คือเมื่อนางเอกย้อนเวลาจนครบแล้ว ทำไมพระเอกเมื่อย้อนเวลาอีกที เวลาของนางเอกถึงยังเหลืออีกครั้ง นี่ถือเป็น plot hole ของอนิเมะนะครับ ผมคิดเล่นๆ ถ้าพระเอกมันย้อนไปแบบนั้น จำนวนครั้งของนางเอกที่จะย้อนได้ มันต้องกลับไปเริ่มต้นที่เต็มรอบใหม่ด้วยซ้ำ (ถือว่าไม่เคยย้อนมาก่อน) มันจะเหลือแค่ 1 ได้ยังไง จุดนี้ผมว่าเราไม่ต้องไปเข้าใจมันก็ได้ เพราะถ้ามองในมุมที่ผมวิเคราะห์ว่า อนิเมะทั้งเรื่องคือความทรงจำของคนๆหนึ่ง เพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างในอดีต การย้อนเวลามั่วๆแบบนี้มันเหมือนฉากความฝันที่จะคิดให้เป็นยังไงก็ได้ นึกถึงหญิงที่ตนชอบคนหนึ่ง สารภาพรักกับเธอในสถานการณ์ต่างๆ (ในอนิเมะคือ นางเอก lept เพื่อเลี่ยงไม่ให้พระเอกสารภาพรัก) ดังนั้นตรรกะเพี้ยนๆของ ถ้ามีคน 2 คนมีเครื่องย้อนเวลา แล้วคนหนึ่งย้อนทำให้อีกคนหนึ่งสามารถย้อนได้ คิดยังไงมันก็ไม่สมเหตุสมผล เลิกคิดเสียดีกว่านะครับ และเข้าใจไปว่า สมมติว่ามันทำแบบนั้นได้ก็พอ!

ฉากจบ ในนิยาย ก่อนที่พระเอกกลับไปอนาคต เขาลบความทรงจำของเขากับนางเอก ทั้งคู่สัญญาว่าจะเจอกันในอนาคต (ในอนิเมะไม่ลบความทรงจำ) ซึ่งเมื่อนางเอกถูกลบความทรงจำ มีสิ่งหนึ่งที่เธอจำได้ คือเมื่อใดที่ได้กลิ่นลาเวนเดอร์ จะรู้สึกเหมือนมีใครบางคนสัญญาที่จะพบเธออยู่ ผมว่าจบในนิยายแบบนี้สวยกว่าในอนิเมะอีก … ในอนิเมะตอนจบถือว่าปลายเปิดนะครับ เพราะไม่ได้บอกว่านางเอกจะได้เจอกับพระเอกในอนาคตไหม ภาพวาดก็ไม่รู้พระเอกจะได้เห็นหรือเปล่า

กับความทรงจำ ไม่จำเป็นที่เราต้องจำทุกอย่างในอดีตได้ มันมีบางอย่างที่เราอยากจะคิดถึงมันแต่นึกไม่ออก ก็ไม่จำเป็นต้องไปรื้อฟื้นมันขนาดนั้น แค่หวนนึกถึงบรรยากาศ ความรู้สึกในช่วงเวลานั้น ผมคิดว่าแค่นั้นก็น่าจะพอแล้วนะครับ

นี่เป็นหนังที่ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆเรื่องหนึ่ง ภาพอาจไม่สวยบาดตา เนื้อเรื่องอาจมีสับสนเล็กน้อยเพราะมีการย้อนเวลา แต่ก็ไม่ถึงกับซับซ้อนอะไรมากมาย ดูแล้วเข้าใจง่าย เป็นอนิเมะที่เด็กดูได้ (แต่อาจไม่เข้าใจ) วัยรุ่นคงชอบ ผู้ใหญ่คงเฉยๆ มีหลายฉากที่สามารถวิเคราะห์ความหมายออกมาได้ดี ถ้าว่างๆมีโอกาสแนะนำให้มาหาดูได้

คำโปรย : “The Girl Who Leapt Through Time โดยผู้กำกับ Mamoru Hosoda เรื่องราวเกี่ยวกับ ความรัก ความทรงจำและการย้อนเวลา มีเรื่องให้สับสนเล็กน้อย แต่ยังสวยงาม”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบ : LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of