The House on Trubnaya (1928)

The House on Trubnaya

The House on Trubnaya (1928) USSR : Boris Barnet ♥♥♥♥

ว่ากันว่าคือ Slapstick Comedy ตลกที่สุดในยุคหนังเงียบของสหภาพโซเวียต, หญิงสาวบ้านนอกเข้ากรุง อาศัยอยู่ในบ้านเช่า Trubnaya ที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว ทำงานกับช่างตัดผมยังโดนกดขี่ข่มเหงอย่างหนัก วันหนึ่งได้รับการชักชวนเชื่อเข้าร่วมสหภาพแรงงาน เปิดโลกทัศน์ความเสมอภาคเท่าเทียม จัดระเบียบชีวิตและบ้านเช่าหลังนี้เสียใหม่ จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากนายจ้างลักษณะนี้อีกต่อไป

อีกหนึ่ง Masterpiece ของวงการภาพยนตร์รัสเซียในยุคหนังเงียบ (หารับชมได้ใน Youtube) นอกเหนือจาก Battleship Potemkin (1925), Mother (1926) หรือ Man with a Movie Camera (1929) กับแนว Slapstick Comedy ที่จะทำให้คุณหัวเราะกลิ้งตกเก้าอี้ ใจความวิพากย์สังคม แฝงสาระข้อคิด และปลูกฝักค่านิยมชักชวนเชื่อ ‘propaganda’ ให้กับคนรุ่นใหม่

‘เข้าร่วมสหภาพแรงงานสิ จะได้ไม่ถูกกดขี่ข่มเหงจากนายจ้าง’ นี่คือใจความชักชวนเชื่อของหนัง ที่ใครๆปัจจุบันนี้คงเห็นพ้องเข้าใจได้ว่ามีความจำเป็นสำคัญเช่นไร แต่ลองจินตนาการถึงคนสมัยก่อนบ้านนอกเข้ากรุงยังไม่รู้เดียงสา การมีโอกาสพบเห็นเข้าใจจากหนังเรื่องนี้ มันจะทำให้โลกทั้งใบของเขาเปลี่ยนแปลงไปเลยนะ!

ภาพยนตร์ในยุคสมัยแรกๆเป็นสื่อที่ทรงพลังมหาศาล ขณะที่ Hollywood มองหาวิธีการเล่าเรื่องราวเพื่อเข้าถึงผู้ชมได้ง่าย (จะได้ทำเงินมากมายมหาศาล), ยุโรป มุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลงานมีความเป็นศิลปะชั้นสูง (จนดูไม่ค่อยรู้เรื่อง), สหภาพโซเวียต ใช้ภาพยนตร์ปลูกฝังทัศนคติค่านิยมใหม่ๆ ชักชวนเชื่อให้ประชาชนเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเป็นอยู่ สอดคล้องกับทิศทางอุดมการณ์ของประเทศชาติ (แต่หลังจากหมดยุคของ Stalin วงการภาพยนตร์ของประเทศนี้ ก็เคว้งออกทะเลกลายเป็นอภิปรัชญาไปเลยนะ)

มันมีมุกหนึ่งทรงพลังมากๆ หญิงสาวบ้านนอกเข้ากรุง ขณะรับชมการแสดงละครเวทีเรื่อง The Storming of the Bastille เกิดความสับสนเข้าใจผิด นึกว่าสิ่งเกิดขึ้นบทเวทีคือเรื่องจริง เมื่อพบเห็นชายคนหนึ่งถูกยิงล้มลง เธอจึงรีบเดินขึ้นบนเวทีหยิบปืนทุบหัวต่อสู้คนที่คิดว่าคือฆาตกร เรียกเสียงหัวเราะปรบมือ ผู้ชมทั้งหลายลุกขึ้นกรูเข้าไปร่วมแสดงความยินดี, ทั้ง Sequence นี้ ทำให้ผมหวนระลึกถึงการฉายภาพยนตร์เรื่อง L’arrivée d’un train en gare de La Ciotat (1896) หรือ The Arrival of a Train at La Ciotat Station ของสองพี่น้อง Lumière ฟังดูตลกแต่คือเรื่องจริง ทั้งๆที่ก็ไม่มีอะไรนอกจากภาพรถไฟเข้าจอดเทียบชานชาลา แต่ผู้ชมสมัยนั้นกลับโยกตัวหลบ กระโดดลุกหนีจากเก้าอี้ เพราะหลงคิดว่ารถไฟจริงๆกำลังพุ่งเข้าหาตนเอง

Boris Vasilyevich Barnet (1902 – 1965) ผู้กำกับสร้างภาพยนตร์สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Moscow ปู่ทวดอพยพมาจากเกาะอังกฤษ โตขึ้นเข้าเรียน Moscow Art School วาดฝันเป็นจิตรกร/สถาปนิก ทำงานออกแบบสร้างฉากใน Moscow Arts Theatre พออายุ 18 สมัครเข้าร่วม Red Army สังกัดหน่วยแพทย์ กลายเป็นนักมวยสมัครเล่นประจำกองทัพ เข้าตาผู้กำกับ Lev Kuleshov ชักชวนให้มาแสดงภาพยนตร์ The Extraordinary Adventures of Mr. West in the Land of the Bolsheviks (1924) มักรับบทตัวละครที่ต้องแสดงผาดโผนอันตรายเสี่ยงตาย, กำกับภาพยนตร์ร่วมเรื่องแรก Miss Mend (1926) ออกฉาย Serial แบ่งฉายสามตอน, ลุยเดี่ยวกับ The Girl with the Hatbox (1927), กลายเป็นตำนาน The House on Trubnaya (1928), ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Outskirts (1933), Secret Agent (1947) ** หนังสายลับเรื่องแรกของสหภาพโซเวียต

ความสนใจของ Barnet ชื่นชอบแนว Comedy มากเป็นพิเศษ มักแทรกใส่เข้าในระหว่างเหตุการณ์ดราม่าเข้มข้น เพื่อไม่ให้ผู้ชมเกิดความเครียดจนเกินไป ส่วนเรื่องราวมักเกี่ยวกับค่านิยมร่วมสมัย และปัญหาที่มักเกิดขึ้นตามมา

“Speaking generally about my attitude towards cinema, I like comedy best of all. I like to insert amusing scenes into dramas and dramatic scenes into comedies, but of course it’s all a matter of proportion. With a few obvious exceptions, all my films, for better or worse, deal with contemporary life and its problems. When I have an option, I have always chosen contemporary subjects, even though it is not always easy to tackle these”.

ขณะที่ลายเซ็นต์เฉพาะตัว ประกอบด้วย
– บางครั้งภาพถ่ายในหนังสือพิมพ์ จะอยู่ดีๆสามารถขยับเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้
– ช่วยท้ายของฉากๆหนึ่ง ถ้ามีการเอ่ยพูดถึงอะไรบางสิ่งอย่าง พอขึ้นซีนใหม่ก็มักเป็นภาพของเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงเสมอ
– ทุกครั้งตอนเริ่มต้นฉากใหม่ Establish Shot มักเป็นภาพ Close-Up ใบหน้าตัวละครหรือสิ่งของอะไรบางอย่าง จากนั้นมุมกล้องจะค่อยๆกว้างขึ้น จนเมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็จะพบเห็นทุกสิ่งอย่างในเฟรมเดียว

“I would begin a scene with a close up, so that the space is progressively discovered by changing the axis or by camera movement”.

สำหรับ The House on Trubnaya มาจากบทภาพยนตร์เรื่อง Parasha เขียนโดย Bella Zorich ให้กับสตูดิโอ Mezhrabpom-Rus เรื่องราวมีลักษณะ ‘new Cinderella’ และสอดแทรกสโลแกนแนวคิดของ Leninist ที่ว่า

“Every cook must learn to govern the state”.

ในตอนแรกคาดหวังให้ Sergei Komarov เป็นผู้กำกับ แต่สตูดิโอกลับเลือก Boris Barnet ซึ่งพอเริ่มโปรดักชั่นก็ทำการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงโน่นนี่นั่น ว่าจ้างนักเขียนอีก 4 คน ประกอบด้วย Viktor Shklovsky, Nikolai Erdman, Anatoli Marienhof, Vadim Shershenevich แปรสภาพแตกต่างจากบทดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง

เรื่องราวมีพื้นหลังกรุง Moscow ในยุคที่นโยบาย New Economic Policy (NEP) ของ Vladimir Lenin ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 1922 หลังสิ้นสุด Russian Civil War of (1918-1922) และเหตุการณ์ทุพภิกขภัยเมื่อปี 1921 อาทิเช่น บังคับให้ชาวนาให้ผลผลิตเกษตรกรรมเป็นวัตถุดิบแก่รัฐบาลแทนการจ่ายภาษี, อนุญาตให้เอกชนดำเนินกิจการบางอย่างได้ เช่น ธุรกิจขนาดเล็กหรือร้านค้า ขณะที่รัฐบาลยังคงควบคุมธนาคาร การค้าระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ฯ นโยบายนี้ถูกยกเลิกโดย Joseph Stalin เมื่อปี 1928

เรื่องราวของ Paranya ชื่อจริง Praskovya Pitunova (รับบทโดย Vera Maretskaya) หญิงสาวบ้านนอกเดินทางสู่ Moscow เพื่อค้นหางานทำ ว่าจ้างโดยช่างตัดผม Mr. Golikov (รับบทโดย Vladimir Fogel) ที่อาศัยอยู่บ้านเช่า Trubnaya ทำงานเป็นคนรับใช้ ปัดกวาดเช็ดถู ซักผ้า ทำกับข้าว โน่นนี่นั่นเยี่ยงทาส เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าสายตัวแทบขาด จนกระทั่งวันหนึ่งมีหญิงสาวแนะนำให้เธอสมัครเข้าสหภาพแรงงาน เพื่อจะมีโอกาสได้รับความเสมอภาคเท่าเทียม แต่เรื่องราววุ่นๆก็เกิดขึ้นมากมาย ทั้งหมดจากความไม่รู้และเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง

นำแสดงโดย Vera Petrovna Maretskaya (1906 – 1978) นักแสดงหญิงสัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Barvikha, Moscow ได้รับคัดเลือกเข้าเรียน Vakhtangov Theatre School จบออกมาแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก The Tailor from Torzhok (1925), ผลงานเด่นๆในยุคหนังเงียบ อาทิ The Yellow Ticket (1928), The House on Trubnaya (1928), The Living Corpse (1929), และคว้ารางวัล Stalin Prize จากเรื่อง No Greater Love (1943), The Village Teacher (1947)

รับบท Paranya หรือ Praskovya Pitunova หญิงสาวบ้านนอกคอกนาแต่งตัวราวกับสุ่มไก่ มีความซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เดินทางสู่ Moscow ด้วยความคาดหวังพร้อมเป็ดตัวหนึ่ง ทำงานกับนายจ้างที่กดขี่ข่มเหงใช้แรงงานอย่างหนักจนเหน็ดเหนื่อยหมดสิ้นหวัง โชคยังดีได้พบเจอหนทางสว่าง เข้าร่วมสหภาพมีอนาคตสดใสขึ้นโดยพลัน

ใบหน้าของ Maretskaya มีความใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ยิ่งตอนเข้าใจผิดขณะรับชมการแสดงละครเวที คือเชื่อเลยละว่าตัวละครอ่อนต่อโลกจริงๆ นั่นทำให้ผู้ชมรู้สึกสงสารเห็นใจเธออย่างมาก หลังจากถูกนายจ้างกดขี่ข่มเหงใช้แรงงานอย่างหนัก ก้มหน้าหลบสายตามองแต่พื้น จนกว่าชีวิตจะพบเจอความหวังใหม่ ก็มิอาจเงยหน้าขึ้นมาลืมตาอ้าปากเป็นส่วหนึ่งของสังคม

Vladimir Pavlovich Fogel (1902 – 1929) นักแสดงหนังเงียบสัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Moscow พ่ออพยพจาก German เข้าเรียนที่ Saint Petersburg State Institute of Technology แต่ถูกไล่ออกหลังเหตุการณ์ October Revolution เลยตัดสินใจออกเดินทางทั่วรัสเซีย กลับมาเข้าเรียนรุ่นแรกของ National Film School, แสดงภาพยนตร์ The Extraordinary Adventures of Mr. West in the Land of the Bolsheviks (1924) ทำให้รู้จักสนิทสนมกับ Boris Barnet, โด่งดังกับหนังสั้น Chess Fever (1925) กำกับโดย Vsevolod Pudovkin, ผลงานเด่นๆ Po Zakonu (1926), The Girl with a Hatbox (1927), Bed and Sofa (1927) ฯ เพราะความทุ่มเทให้กับการแสดงอย่างเต็มที่มากเกินทำให้คลุ้มคลั่งเสียสติแตก ตัดสินใจฆ่าตัวตายก่อนวัยอันควร

รับบท Mr. Golikov ช่างตัดผมจอมเผด็จการ เพราะมีภรรยาเห็นแก่ตัวไม่สนใจช่วยเหลืองานบ้าน เลยต้องการหาลูกจ้างซื่อๆไม่เป็นสมาชิกของสหภาพ จะได้เป็นที่รองมือรองเท้าของตนเอง กระทั่งได้พบกับ Paranya ที่มาช่วยเหลือตากผ้าให้ หลับหูหลับตาสั่งงานแบบไม่คิดคำนึงถึงอะไรทั้งนั้น และยิ่งพอเห็นใบสมัครของเข้าสหภาพของเธอก็แอบดึงออกจากมือ เหนี่ยวรั้งทุกสิ่งอย่างไม่ให้ไปพบกับองค์กรนั้น

ตัวละครนี้ถือว่าเป็นตัวแทนของ NEPman นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายใหม่ของรัฐบาล New Economic Policy (NEP) และใช้มันเอารัดเอาเปรียบลูกจ้าง ที่ส่วนมากมักมาจากชนบทต่างจังหวัด ไม่รับรู้เรื่องราวอะไรกับเขาด้วยเลย เพื่อสร้างผลกำไรให้กับกิจการของตนเองสูงสุด (ด้วยค่าตอบแทนแสนต่ำ)

ใบหน้าของ Fogel เต็มไปด้วยความเครียดเก็บกด หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาไม่เคยเห็นยิ้มแย้ม หรือพูดจาดีกับใคร ในใจคงอมทุกข์จากอาชีพการงานและภรรยาที่แสนเห็นแก่ตัว ทำให้พอมีคนใช้ตัวเองก็อยากสุขสบายพักผ่อนบ้าง นั่งบนโต๊ะแกว่งไกวขาสบายใจเฉิบ แต่เพราะการคิดหน้าไม่ถึงหลังนี้ทำให้สุดท้ายถูกตัดสินโทษ…

ถ่ายภาพโดย Yevgeni Alekseyev
ตัดต่อโดย Boris Barnet

หนังเริ่มต้นด้วยภาพ Montage สวยๆ ยามเช้าของกรุง Moscow ที่สามารถสะท้อนเข้ากับวิถีชีวิตของมนุษย์ อาทิ
– มนุษย์หลับนอน = ท้องถนนว่างเปล่าไร้ผู้คน
– ตื่นเช้ามองหน้าในกระจก = เห็นภาพสะท้อนในน้ำ/กระขก ของสถานที่ต่างๆ
– อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัง = ผู้คนออกมาปัดกวาดเช็ดถูบ้าน/ท้องถนน
ฯลฯ

สิ่งหนึ่งที่เราจะพบเห็นบ่อยๆในชุดภาพ Montage นี้ ก็คือรางรถไฟ, เสาไฟ, สายไฟระโยงระยาง ฯ นี่คงเป็นการสะท้อนถึงสหภาพโซเวียต/สังคมเมืองยุคใหม่ ที่ความเจริญรุดหน้าแลกมากับความรกหูรกตาไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

ความจ้าละหวั่นเกิดขึ้นในอพาร์ทเม้นท์/บ้านเช่า Trubnaya
– ช่างตัดผม อาศัยอยู่ชั้นล่างสุด ตื่นนอนเป็นคนแรกมาซักตากผ้า
– คนชั้นกลางทั้งหลายพอตื่นขึ้นก็สร้างความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย แบบไม่สนใจกันและกัน เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด
– คนชั้นบนสูงสุด ตื่นหลังใครเพื่อน ทั้งๆไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่าฟืนในตึกแต่พวกเขาฟังเสียที่ไหน นั่นทำให้ทุกคนทุกชั้นต้องรีบเผ่นหนีเข้าห้องกันจ้าละหวั่น (คงกลัวบันไดพัง)

มีกิจกรรมมากมายของคนชนชั้นกลางเกิดขึ้นในตึกหลังนี้ อาทิ
– แม่ตบตีลูก ตัดสลับกับภาพ ขวานจามลงฟืน
– เด็กหญิงเล่นกระโดดสูง ขณะมีอะไรบางอย่าง (แมว?) ไหลลงบันได
– ชายคนหนึ่งผลักหุ่นเสือออกมานอกห้องเพื่อปัดฝุ่นทำความสะอาด แต่ก็มีแม่บ้านอีกคนหนึ่งอยู่ชั้นสูงกว่ากวาดปัดฝุ่นมาให้
ฯลฯ

นัยยะของฉากนี้ เสียดสีสถานะของสังคมแบบตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
– คนอยู่ชั้นล่าง = ชนชั้นต่ำ/กรรมกรในสังคม ตื่นก่อน ขาดคนรับใช้ ทำงานหนัก
– คนชนชั้นกลาง เป็นพวกเห็นแก่ตัวสนแต่ผลประโยชน์ของตนเอง อะไรผลักไสได้ (เช่นฝุ่น/ขยะ) ก็พยายามโยนให้ส่วนกลาง/ผู้อื่น รับผิดชอบไป
– คนอยู่ชั้นบน = มีอำนาจสูงสุดในตึก สามารถทำสิ่งที่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำได้ แถมผู้อื่นต้องหลบให้ด้วย

การออกแบบสร้างฉากนี้ถือว่าคือไฮไลท์ภาพที่เป็น ‘iconic’ ของหนัง เป็นการตัดขวาง ผ่าผนังอพาร์ทเมนต์ออกฝั่งหนึ่ง ถ่ายจากด้านข้างเห็นเฉพาะตรงบันไดทางขึ้นลง เป็นการจำลองย่อระดับสถานะทางสังคมของมนุษย์ให้อยู่ในช็อตเดียว

เป็ด มันคือสัญลักษณ์ของอะไรกัน? แต่เดี๋ยวก่อน นี่เป็นการเล่าย้อนอดีตที่คลาสสิกมากเลยนะ เริ่มจาก Freeze Shot ตามด้วย Reverse Shot เพื่อเป็นการบอกว่ากำลังเข้าสู่ Flashback แถม Title Card ข้อความที่ขึ้นมาก็ราวกับเป็นเสียงบรรยายของผู้เล่าเรื่อง

“But wait, we forgot to tell you how the duck ended up in Moscow…”

ผมคิดว่าเป็ดคือสัญลักษณ์ของ ‘peasant’ คนบ้านนอก ก็เหมือนกับความไร้เดียงสาของ Paranya พอพลัดหลงในเมืองใหญ่ ก็สร้างความโกลาหนวุ่นวายให้บังเกิดขึ้น ต้องวิ่งไล่จับผ่านรางรถไฟ เฉียดตายไปมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

การทลายคุก Bastille (ฝรั่งเศส: Prise de la Bastille) คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม 1789 ณ ป้อมปราการและเรือนจำที่สร้างขึ้นในยุคกลาง ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุง Paris, Kingdom of France แม้ในเวลานั้นจะมีนักโทษอยู่เพียงเจ็ดคน แต่สถานที่แห่งนี้ก็ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการใช้พระราชอำนาจในทางมิชอบและเกินขอบเขตของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเหตุการณ์นี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการปฏิวัติฝรั่งเศส

ความเจ๋งของฉากนี้คือการตัดต่อสลับไปมาด้วยเทคนิค Montage เพื่อให้ผู้ชมเกิดสัมผัสลุ้นระทึกรอคอยเริ่มต้นการแสดง ภาพปรบมือ กระทืบเท้า ตัดสลับไปมาอย่างรวดเร็วฉับไว ถึงไม่ได้ยินเสียงแต่เห็นภาพพวกนี้รัวๆก็ทำให้หัวใจตื่นเต้นแรงได้เหมือนกัน

ขณะการแสดงจะมีการตัดสลับไปมาระหว่างบนเวที ผู้กำกับด้านหลัง และใบหน้าท่าทางปฏิกิริยาผู้ชม โดยเฉพาะ Paranya ที่มีความจริงจังมากกับสิ่งที่พบเห็น โดยไม่รู้ตัวค่อยๆกระย่องเดินเข้าไป จากนั้นก็…

แซว: ตัวละครที่รับบทตัวร้ายในละครเวทีเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น เพราะนักแสดงตัวจริงเมาหนักจนเล่นไม่ได้ Mr. Golikov เลยรับบทแทน เรียกว่าโหดโฉดชั่วทั้งเวลาปกติและในละคร

Sequence ละครเวทีเรื่อง Storming of the Bastille สามารถมองการกระทำของ Paranya ได้อีกมุมหนึ่งคือ คือการแสดงความขัดแย้ง/ปฏิวัติรูปแบบวิถีดั้งเดิมที่เคยมีมาให้เป็นไปตามความถูกต้องตามใจฉัน ซึ่งจะสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอต่อไปหลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน (เพราะนั่นถือเป็นการปฏิวัติทางความคิด ขัดแย้งต่อรูปแบบวิถีตั้งเดิมที่เคยมีมา)

ความเข้าใจผิดเป็นสิ่งที่ปรากฎพบเจอในหนังทั้งเรื่อง โดยเฉพาะฉากไคลน์แม็กซ์ แต่นั่นทำให้เกิดบางสิ่งอย่างขึ้นกับบ้านเช่า Trubnaya รูปแบบที่คงไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ความสามัคคีสมานฉันท์กลมเกลียวเป็นหนึ่ง ร่วมกันทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบันไดจนใหม่เอี่ยม ไม่หลงเหลือเศษซากร่องรอยไร้อายธรรมใดๆ เพราะต้องการยกย่องเชิดชูสิ่งที่ Paranya กลายเป็น แต่ทั้งหมดนั่นก็เพียงสร้างภาพลวงตา (แต่จะมองว่า มนุษย์เราสามารถสมานฉันท์กันได้ ถ้ามีเหตุการณ์บางสิ่งอย่างเห็นพ้องร่วมกัน)

นอกจากใจความชักชวนเชื่อ ‘เข้าร่วมสหภาพแรงงานสิ จะได้ไม่ถูกกดขี่ข่มเหงจากนายจ้าง’ หนังยังนำเสนอครั้งแรกของอะไรหลายๆอย่าง
– ครั้งแรกที่ Paranya เดินทางสู่ Moscow ไม่รู้เส้นทาง ได้รับคำแนะนำผิดๆถูกๆ จนกระทั่งเมื่อถึงจุดหนึ่งก็สามารถถึงบ้านเช่าปลายทางสำเร็จ
– ครั้งแรกรับชมการแสดงละครเวที เกิดความเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือเรื่องจริง แสดงออกในสิ่งที่คิดว่าคือความถูกต้องที่สุด
– ครั้งแรกของการเข้าร่วมสหภาพแรงงาน เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าตนเองได้รับเลือกตั้ง พาลให้มีผู้คนหลงไปตามตนมากมาย สุดท้ายความจริงกระจ่างแม้ถูกไล่ออกจากบ้าน แต่ก็ได้เพื่อนดีพร้อมอุปการะส่งเสริมสนับสนุน
– (แซว) Paranya ยัง Virgin อยู่ด้วยนะ

ครั้งแรกของการกระทำโดยเคยไม่รับรู้เรื่องอะไรมาก่อน ส่วนใหญ่แล้วสังคมจะยังยินยอมยกโทษให้อภัยกันได้ แต่เมื่อไหร่มีสองสามครั้งถัดมา นั่นเรียกว่าไม่จำไม่รู้สำนึก คราวนี้ละระยำเลย จะถูกทุกคนหันหลังไม่ยอมรับเลิกคบหา มองว่าเป็นพวกฉกฉวยโอกาส เลวทรามชั่วต่ำช้ายิ่งกว่าคนชั้นต่ำจัณฑาล

ช็อตจบของหนังคือภาพของ Mr. Golikov หันมารับรู้ชะตากรรมต่อไปของตนเอง แล้วกล้องค่อยๆเลื่อนสูงขึ้นภาพมุมก้มลงมา ราวกับเป็นการถีบส่งให้ช่างตัดผมคนนี้ตกต่ำลง เพราะสิ่งที่เคยกระทำมันเต็มไปด้วยความชั่วช้าสามาลย์ สังคมปัจจุบันนั้นยินยอมรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

จริงๆผมไม่ค่อยขบขำกับมุกตลกของหนังสักเท่าไหร่ เว้นเพียงฉากที่บอกไปตอนต้น หญิงสาวบ้านนอกเข้ากรุง ขณะรับชมการแสดงละครเวทีเรื่อง The Storming of the Bastille หลงเข้าใจผิดคิดว่า … คือมันเป็นฉากที่สามารถใช้อธิบายทุกสิ่งอย่างของหนังเรื่องนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เลยละ

แนะนำคอหนังเงียบ Slapstick Comedy แนวชวนเชื่อของสหภาพโซเวียต, ทำงานเกี่ยวกับแรงงานหรือสหภาพ, นักตัดต่อ ชื่นชอบ Soviet Montage, รู้จักผู้กำกับ Boris Barnet และนักแสดงนำ Vera Maretskaya ไม่ควรพลาด

จัดเรต 13+ กับภาพ Montage ที่อาจสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นภายในจิตใจได้

TAGLINE | “ผู้กำกับ Boris Barnet และนักแสดงนำ Vera Maretskaya ได้ทำให้ The House on Trubnaya จากเคยเละเทะรกรุงรัง กลับกลายเป็นสะอาดสะอ้านน่าอยู่ขึ้นทันตา”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of