The Music Room (1958)

The Music Room

The Music Room (1958) Bollywood : Satyajit Ray ♥♥♥♥♡

อีกหนึ่ง masterpiece ของปรมาจารย์ผู้กำกับแห่งเอเชีย Satyajit Ray นำเสนอทัศนคติของคนที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่ง ถูกท้าทายโดยคนชนชั้นต่ำกว่าที่ต้องการมีอำนาจเหนือชาติกำเนิด เล่าเรื่องผ่านห้องแสดงดนตรี ที่เราจะได้เห็นการแสดงดนตรีพื้นบ้านของอินเดียได้อย่างอิ่มหนำ, หนังเรื่องนี้ ‘ต้องดูให้ได้ก่อนตาย’

ในบรรดาหนังของ Satyajit Ray คนส่วนใหญ่จะรู้จักแต่ The Apu Trilogy ที่เป็นจุดเริ่มต้นของผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอินเดียคนนี้เท่านั้น แต่ตลอดชีวิตของเขาไม่ได้มีแค่ Apu นะครับ ยังมีหนังอีกเป็นสิบๆเรื่องที่ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กัน หนึ่งในเรื่องที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือ Jalsaghar หรือ The Music Room เป็นหนังที่ Ray ได้ผสมผสานการแสดงดนตรีพื้นบ้านของ India เข้าไปในแผ่นฟีล์ม นี่เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศออกสู่สายตาชาวโลก

ในอินเดีย แม้ Pather Panchali (1955) จะได้รับการตอบรับที่ดี แต่หนังเรื่องถัดมา Aparajito (1956) กลับพบความล้มเหลวในการทำเงิน นี่ทำให้ Ray ต้องหยุดการสร้าง The Apu Trilogy ไปก่อน แล้วทำสักหนังเรื่องที่สามารถทำเงินได้ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงคืนมา และให้ผู้ออกทุนสร้างยังเชื่อใจให้เขาทำหนังต่อ, Jalsaghar ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นที่ของ Tarasankar Bandyopadhyay เขียนเป็นภาษา Bengali, เหตุที่ Ray เลือก The Music Room เพราะเป็นเรื่องได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งน่าจะการันตีว่ามีผู้ชมระดับหนึ่ง และเรื่องราวที่มีการพูดถึงเพลงพื้นบ้านของอินเดีย ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอการแสดงดนตรีพื้นบ้านและการเต้น ปรากฎอยู่บนแผ่นฟีล์มพร้อมกัน

ถ้าใครเคยอ่านหรือดู King Lear ของ William Shakespeare จะรู้สึกว่าตัวละครนำของหนังมีลักษณะนิสัยที่คล้ายกับ King Lear มาก, นำแสดงโดย Chhabi Biswas ในบท Biswambhar Roy ผู้ปกครองและเป็นเจ้าของที่ดินใน Nimtita, ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี (pride), ความดื้อดึงไร้เหตุผล (stubbornness) ที่ทำให้เขาค่อยๆสูญเสียทุกสิ่งอย่าง

ฉากเปิดเรื่องเราจะเห็น Biswambhar Roy นั่งเหม่อลอย วันๆไม่ทำอะไรนอกจากสูบบาลากู่ (Hookah) ก่อนที่หนังจะเริ่มเล่าย้อนอดีต (Flashback) ไปยังช่วงเวลาที่เขายังรุ่งโรจน์ ปราสาทเต็มไปด้วยคนใช้ มีความครึกครื้น สิ่งเดียวที่อยู่ในความสนใจของเขาคือ รับชมการแสดงดนตรี ยิ่งนักแสดงมีค่าตัวแพงมาเท่าไหร่ ก็จ่ายไม่อั้น เพื่อความสุขเล็กๆของเขา

Gangapada Bose รับบท Mahim Ganguly เขาเป็นนายหน้าปล่อยเงินกู้ คนชนชั้นกลางที่มีความทะเยอทะยานและทำงานหนัก ตรงข้ามกับ Biswambhar Roy ที่วันๆแทบไม่ได้ทำอะไร ใช้ชีวิตอยู่บนกองมรดกที่ตกทอดกันมา, ในช่วงต้นของการย้อนอดีต Mahim Ganguly ยังเป็นคนที่ไม่ประสีประสา ในการแสดงดนตรีครั้งแรก เขาแทบไม่สนใจฟังเพลงเลย เอาแต่กินเหล้าเมามาย ถือว่าตนเองโชคดีที่ได้รับการเลี้ยงรับรองจากเจ้านายผู้สูงศักดิ์, ต่อมาเมื่อฐานะการเงินเขาดีขึ้นเรื่อยๆ ผิดกับ Biswambhar Roy ที่ทรัพย์สินร่อยหรอลงทุกวัน ทำให้ Mahim Ganguly เริ่มมีความกล้าที่จะท้าทายชนชั้นที่สูงกว่า ด้วยความตั้งใจจะจัดการแสดงดนตรีขึ้นที่บ้านตนเอง แต่กลับถูกหักหน้าอย่างแรง นี่เป็นความช้ำที่แอบเก็บซ่อนไว้ในใจของเขา

หนังตัดกลับมาปัจจุบัน เมื่อ Biswambhar Roy ได้สูญเสียแทบทุกสิ่งอย่าง ส่วน Mahim Ganguly ก็มีแทบทุกสิ่งอย่าง ทั้งสองได้เผชิญหน้ากันอีกครั้ง ในการแสดงดนตรีครั้งสุดท้ายของหนัง, Madhim ต้องการเอาชนะเพื่อครอบครองทุกสุดท้าย แต่ Biswambhar ถึงจะเสียเกือบทุกอย่างไปหมดแล้ว แต่ไม่ยอมให้เสียศักดิ์ศรีของตน

ถ่ายภาพโดย Subrata Mitra ขาประจำที่ร่วมงานกับ Satyajit Ray มาตั้งแต่หนังเรื่องแรก, กับหนังเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่า งานภาพโดดเด่นมากๆ ทั้งการเคลื่อนไหวกล้อง ทิศทาง มุมกล้อง ฯ ในห้องแสดงดนตรีจะมีกระจกใหญ่อยู่บานหนึ่ง ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนตัวตนของตัวละคร, ในระหว่างการแสดงดนตรี หนังจะถ่ายภาพจากด้านที่เป็นผู้ชม ซึ่งจะเห็นกระจกบานนี้สะท้อนใบหน้าของผู้ชมให้เราเห็นด้วย, ผมรู้สึกการถ่ายภาพผ่านกระจกบานนี้ ของหนังเรื่องนี้ มีความยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับ Citizen Kane ฉากปราศัยบนเวทีของ Mr.Kane ที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ของเขาอยู่ด้านหลัง เพราะมันแสดงถึงตัวตนภายในของตัวละครที่สะท้อนกันอยู่

สถานที่ถ่ายทำเป็นปราสาทของ Roy Chowdhurys ใน Nimtita ที่ผู้คนจะรู้จักกันในชื่อ Nimtita Rajbari ตั้งอยู่ห่างจาก Murshidabad แคว้น Bengal 10 กิโลเมตร, ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ผู้เขียน Tarasankar Bandyopadhyay ใช้เป็นพื้นหลังดำเนินเรื่อง และเคยเป็นที่อยู่ของ Upendra Narayan ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละคร Biswambhar Roy ด้วยเช่นกัน

ความสวยงามในห้องแสดงดนตรี ถือว่าออกแบบจัดองค์ประกอบได้เลิศหรูหราโอ่อ่า ประกอบด้วย พรมคุณภาพดี, โคมระย้า ระยิบระยับ, เครื่องเงินเครื่องทอง, ภาพวาดบรรพบุรุษ ฯ นี่เป็นห้องที่แสดงฐานะชาติกำเนิด เป็นหน้าเป็นตาของตระกูล ใช้ต้อนรับแขกไปใครมาจึงต้องมีความยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้าน, กระนั้นนี่เป็นห้องที่แสนฟุ่มเฟือย เพราะเมื่อเปิดใช้งานทุกครั้ง ต้องใช้เงินมหาศาล, ออกแบบโดย Bansi Chandragupta นักออกแบบขาประจำของ Satyajit Ray ที่ร่วมงานกันตั้งแต่หนังเรื่องแรก

ตัดต่อโดย Dulal Dutta, การเล่าเรื่องจะเริ่มจากปัจจุบัน แล้วย้อนเล่าอดีต เมื่อดำเนินมาประจบกันถึงจะดำเนินเรื่องต่อไปข้างหน้า, การตัดต่อผมรู้สึก ไม่ค่อยมีความโดดเด่นเท่ากับงานภาพเสียเท่าไหร่ ผมว่ามันจะเป็นความท้าทายมากกว่า ถ้าฉากการแสดงดนตรีไม่มีการตัดเลย (เพราะหนังใช้กระจกสะท้อนภาพผู้ชมอยู่แล้ว) แต่หนังใช้การตัดสลับระหว่างชมการแสดงและผู้ชม สงสัยคงกลัวว่าถ้าให้เห็นแต่การแสดงคงน่าเบื่อไม่น้อย

เพลงประกอบโดย Ustad Vilayat Khan เขาเป็น sitar maestros รุ่นเดียวกับ Ravi Shankar, Ali Akbar Khan, Nikhil Banerjee และน้องชาย Imrat Khan เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีพื้นบ้านอินเดียสู่ตะวันตก, ผมไม่รู้ทำไม Ray ถึงไม่ร่วมงานกับ Ravi Shankar ในหนังเรื่องนี้นะครับ (เคยร่วมงานกับ Shankar ใน The Apu Trilogy), กับหนังเรื่องนี้ขณะได้ไปฉายในเทศกาลหนังเมือง Moscow International Film Festival ได้รางวัล Silver Medal for Composing นี่น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่รางวัลที่ Ustad Vilayat Khan ยอมรับรางวัลนะครับ (ปกติพี่แกจะหยิ่งมาก ขนาดรัฐบาลอินเดียให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น 4, 3, 2 ยังไม่ยอมรับเลย บอกว่าต้องชั้น 1 เท่านั้นถึงจะรับ)

พูดเรื่องดนตรีอินเดียสักหน่อยแล้วกัน คือมันไม่มีชื่อเรียกการแสดงประเภทนี้นะครับ ส่วนใหญ่ก็ใช้คำว่า ‘การแสดงเพลงพื้นบ้านของอินเดีย’ ไม่มีชื่อเรียกเหมือนเกาหลีที่เรียกว่า pansori หรือญี่ปุ่นเรียกว่า enka, นักเต้นและนักแสดงดนตรีที่รับเชิญในหนัง ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือเลื่องชื่อของอินเดียในขณะนั้นเลย อาทิ Begum Akhtar (ได้รับฉายาว่า Queen of Ghazals), Roshan Kumari และ Ustad Waheed Khan, อินเดียได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘จ้าวแห่งจังหวะ’ กลองจะทำหน้าที่เพิ่มสีสันให้เร้าใจน่าฟังยิ่งขึ้น ที่นิยมใช้แพร่หลายในการแสดงดนตรีมีอยู่ 3 ชนิด คือ มริหังค์ (Mridanga), ปักขวัช (Pakhavai) และตับบล้า (Tubla), ส่วนเครื่องดนตรีพื้นบ้านอื่นๆที่ปรากฎในหนัง อาทิ ซีตาร์ (sitra), วีณา (Veena or Vina) [คล้ายพิณ], Surbahar, Harmonium ฯลฯ

ผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ไม่ใช่เพราะความสวยงามจากการแสดงดนตรีพื้นบ้านของอินเดียนะครับ แต่เป็นเรื่องราวของ ศักดิ์ศรีที่ค้ำขอของคนวรรณะกษัตริย์ กับพ่อค้าวรรณะแพศน์ เรื่องราวลักษณะนี้ทำให้ผมนึกถึง The Leopard (1963) ที่องค์ชายรู้ตัวว่าต่อไปโลกคงเปลี่ยนไปมาก เขาไม่ได้ถือตัวกับคนชั้นต่ำกว่าที่เป็นพ่อค้า แถมยังหมายมั่นปั้นมือให้หลานชายแต่งงานกับลูกสาวของพ่อค้า เพื่อรักษาฐานะการเงินของครอบครัวไว้ ส่วนพ่อค้าที่เป็นคนชั้นกลางก็เหมือนได้โชคสองชั้น เพราะจะได้กลายเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม, ผมรู้สึกว่า Luchino Visconti อาจได้แรงบันดาลใจสร้าง The Leopard มาจาก The Music Room นะครับ เพราะมีอะไรหลายอย่างคล้ายๆกัน เพียงแต่หนังอิตาลีนำเสนอทางในรูปแบบตรงกันข้ามกับ

แนะนำให้ทุกคนต้อง “ดูให้ได้ก่อนตาย” เพราะอยากให้เห็น ‘ศักดิ์ศรี’ ที่กินไม่ได้, เราสามารถมองคนประเภทนี้ได้ 2 อย่างคือ ไม่ชื่นชมก็สมเพศ คงไม่มีใครที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตนได้ยิ่งกว่าตัวละคร Biswambhar Roy อีกแล้ว เช่นกันกับความสมเพศ มันยากยังไงที่จะลดตัวลงมายอมรับผู้อื่น, ในสังคมอินเดีย วรรณะนี่แรงจริงๆนะครับ นี่ขนาดห่างกันแค่ชั้นเดียวเองนะ กษัตริย์กับแพศน์ ยังรุนแรงได้ขนาดนี้ ถ้าศูทรหรือจัณฑาล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

‘ศักดิ์ศรี’ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องมี แต่ความหลงในศักดิ์ศรีจนกลายเป็นความเย่อหยิ่ง นี่เป็นสิ่งที่ต้องระวัง บางครั้งถ้าเรามีฐานะสูงกว่า เพียงก้มหัวลงนิดหน่อย ยอมรับคนที่ฐานะต่ำกว่าเรา อะไรๆมันก็อาจเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ, ‘ศักดิ์ศรีกินไม่ได้’ ใครๆคงเคยได้ยินคำนี้ ไม่มีใครอยาก ‘กลืนคำพูดของตัวเอง’ นั่นเพราะเอา ‘ศักดิ์ศรีค่ำคอ’ ย่อมทำให้ตนเอง ‘ตกระกำลำบาก’ ทำไมไม่ ‘โอนอ่อนผ่อนตาม’ หรือ ‘อ่อนน้อมถ่อมตน’  ทำสองสิ่งนี้ ยังไงก็กินได้แน่นอน

ใครชอบหนังคลาสสิค คุณภาพดี แฝงแนวคิด, แฟนหนัง bollywood และ Satyajit Ray, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กำลังศึกษาหรือชื่นชอบวัฒนธรรมพื้นบ้านของอินเดีย, นักแสดงนาฎศิลป์ โขน ดนตรีไทย ควรดูหนังเรื่องนี้ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศอื่น, หนังอาจดูยากสักนิด เพราะถือว่าเป็นหนัง ‘บรรยากาศ’ มีเนื้อเรื่องไม่มาก แต่แฝงข้อคิดกินใจ ภาพสวย เพลงเพราะ

จัดเรตทั่วไป แต่เด็กๆอาจดูไม่รู้เรื่อง

TAGLINE | “The Music Room คือห้องแสดงดนตรีแห่งศักดิ์ศรี กินไม่ได้แต่ฆ่าคนได้ สุดยอดหนังโดยปรมาจารย์ Satyajit Ray ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of