The Red Shoes (1948)

The Red Shoes

The Red Shoes (1948) : Michael Powell, Emeric Pressburger

หนึ่งในหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของอังกฤษ The Red Shoes เป็นนิทานเทพนิยาย (Fairy Tale) ของ Hans Christian Andersen เรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวนักเต้นบัลเล่ต์ (Ballet) ที่ใส่รองเท้าวิเศษสีแดงแล้วจะไม่สามารถหยุดเต้นได้ กำกับโดย Michael Powell และ Emeric Pressburger นี่เป็นหนังเรื่องโปรดของ Martin Scorsese และ Brian De Palma การันตีด้วยอันดับ 117 จากนิตยสาร Sight & Sound

ผมดูบัลเล่ต์ไม่เป็นนะครับ เคยดูหนังเกี่ยวกับบัลเล่ต์มาเรื่องหนึ่ง คือ Black Swan (2010) ผมเป็นเหมือนตัวละคร Julian Craster ที่สามารถฟังเพลงเพราะๆได้ แต่ไม่เข้าใจความสวยงามของบัลเล่ต์ เต้นแบบนี้มีความหมายอะไร? กระนั้นในหนังได้มีการใส่คำอธิบายว่าบัลเล่ต์ที่เต้นมีเรื่องราวยังไงไว้ด้วย ทำให้พอจะดูเข้าใจการแสดงได้ สำหรับ The Red Shoes ผมเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ดูสักที ไปเจอว่านี่เป็นหนังเรื่องโปรดของ Marty เลยรีบหามาดู ผมดูต่อจาก The River ที่รีวิวไปเมื่อวาน “นี่เป็นหนังภาพสีที่สวยที่สุด” อืม… เกือบๆเห็นด้วยนะครับ ผมเผลอไปคาดหวังกับหนังมากไปเสียหน่อย เลยผิดหวังนิดๆ คิดว่ารองเท้าสีแดงน่าจะโดดเด่นมากกว่านี้ ประเด็นคือ ผมดันไปจำภาพติดตามาจากหนังเรื่อง Sin City ที่มีภาพหนังขาว-ดำทั้งเรื่อง แต่จะมีสีแดงซึ่งถูกเน้นเข้มขึ้นมา ทำให้ผมนึกว่า The Red Shoes จะเป็นแบบนั้น … ไม่ใช่เลยนะครับ จินตนาการจากชื่อเรื่องเพ้อไปไกลมากทีเดียว … กระนั้นองค์ประกอบของหนังเรื่องนี้ถือว่าสุดยอดในทุกๆด้าน ภาพสวย เพลงเพราะ ออกแบบฉากยอดเยี่ยม การแสดงเลิศ ตัดต่อแจ่ม ติดอยู่ที่ผมยังคิดไม่ตกว่าจะจัดหนังเรื่องนี้ให้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” หรือเปล่า ปกติหนังที่ผมเลือกให้เข้าชาร์ทนี้ จะเน้นที่เนื้อเรื่องและแนวคิดหนังที่มีคุณค่าต่อการเสียเวลาดู The Red Shoes ถือว่าโดดเด่นในแง่ศิลป์ แต่ในประโยชน์ต่อคนดูคิดว่ามันยังไม่ดีพอถึงระดับนั้น

จากนิทานเทพนิยาย Fairy Tale ของ Hans Christian Andersen ชื่อนี้นักอ่านวรรณกรรมเยาวชนน่าจะรู้จักนะครับ เขาเขียน The Little Mermaid, The Nightingale, The Snow Queen ฯลฯ มีหลายเรื่องที่ดังๆ บางเรื่องได้ดัดแปลงมาเป็นหนัง/อนิเมชั่น แล้วด้วย สำหรับ The Red Shoes เป็นเรื่องราวที่หนังนำมาใช้ประกอบการแสดงบัลเล่ต์ช่วงหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญมากๆต่อหนัง จนกลายมาเป็นชื่อหนัง ดัดแปลงโดย Michael Powell, Emeric Pressburger และ Keith Winter เขียนบทสนทนา

พูดถึง Michael Powell และ Emeric Pressburger สักนิด ทั้งสองได้ร่วมงานกันครั้งแรกในปี 1939 ระหว่างที่ Powell สร้างหนังเรื่อง The Spy in Black และ Pressburger เป็นคนเขียนบท จากนั้นก็ได้ร่วมงานกันอีกจนได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ The Archers ในปี 1943 ช่วงแรกๆ Pressburger จะเขียนบท และ Powell จะกำกับ ต่อมาจึงถือเครดิตร่วมกัน ทั้งเขียนบทและกำกับ ว่ากันว่าทั้ง 2 เป็นคนที่มีนิสัยและพื้นฐานที่ตรงกันข้ามเลย แต่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทกันเพราะทัศนคติ แนวคิดต่อหนังไปในแนวทางเดียวกัน หนังเรื่องดังๆที่สร้างในชื่อ The Archers อาทิ The Life and Death of Colonel Blimp (1943), A Matter of Life and Death (1946) และ Black Narcissus (1947) รวมแล้วถึง 19 เรื่อง ก่อนที่เมื่อปี 1957 จึงแยกย้ายไปตั้งบริษัทของตนเอง ทั้งสองไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันนะครับ ที่แยกกันเพราะมีถึงจุดที่ความสนใจต่างกัน กระนั้นพวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ ว่ากันตามตรง Michael Powell จะได้รับการพูดถึงจากนักวิจารณ์ ผู้กำกับ นักเรียนภาพยนตร์มากกว่า Eneric Pressburger เพราะแนวคิดและวิธีการกำกับหนังของเขา มีอิทธิพลต่อผู้กำกับรุ่นใหม่มากกว่า กระนั้นใน BFI Top 100 British Movie มีหนังของ Powell ติดชาร์ท 5 เรื่อง โดย 4 เรื่องกำกับร่วมกับ Pressburger

ผมรู้จัก Powell มานิดหน่อยแต่ยังไม่มีโอกาสได้ดูหนังของเขาเท่าไหร่ จึงยังบอกไม่ได้ถึงสไตล์การกำกับของเขาว่ามีอะไรที่โดดเด่น หลายสำนักยกย่อง Powell ว่าเป็นผู้กำกับชาวอังกฤษที่ยอดเยี่ยมและโด่งดังพอๆกับ Alfred Hitchcock, David Lean และ Carol Reed (Powell เคยได้ทำงานร่วมกับ Hitchcock ในช่วงเริ่มต้นอาชีพด้วยนะครับ) ช่วงหลังๆของอาชีพถ้า Powell ไม่สร้างหนังเรื่อง Peeping Tom ซึ่งสร้าง controversial(ด้วยภาพที่รุนแรงและโป๊เปลือย) ก่อให้เกิดปัญหาต่อเขาอย่างมาก ถึงขนาดสตูดิโอไม่ไว้ใจให้ทุนสร้างหนังกับเขาอีก

Moira Shearer เป็นนักแสดงบัลเล่ต์ที่พอจะมีชื่อเสียงในสมัยนั้น ได้มีโอกาสเล่นหนังครั้งแรกในบท Victoria Page คิดว่าเหตุผลที่เธอเข้าตาผู้กำกับเพราะผมสีแดงที่เข้ากับสีของรองเท้า ตอนที่ Shearer ถูกรับเลือกมาให้แสดงหนัง เธอไม่มั่นใจว่ามันจะออกมาดีนัก หลังจากถ่ายหนังเสร็จก็กลับไปแสดงบัลเล่ต์ต่อ ไม่รู้เธอมีโอกาสได้เห็นการแสดงของตนเองในหนังหรือเปล่า การแสดงของเธอถือว่าตราตรึง โดดเด่นมาก ช่วงเต้นบัลเล่ต์ก็งดงามสุดๆ ผลงานหลังจาก The Red Shoes เธอรับงานภาพยนตร์บ้างไม่มาก หนึ่งในนั้นคือหนังเรื่อง Peeping Tom ของ Powell

Anton Walbrook ผู้รับบท Boris Lermontov เขาเป็นนักแสดงชาว Austrian เดิมชื่อ Adolf แต่เปลี่ยนชื่อเป็น Anton เพราะเขาเป็นลูกครึ่งยิว ย้ายมาอยู่อังกฤษเมื่อปี 1936 (น่าจะหนีนาซี) ได้มีโอกาสร่วมงานจนกลายเป็นขาประจำของ Powell และ Pressburger ใน The Red Shoes เชื่อว่าคงมีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับ Lermontov ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เขาต้องการกับ Victoria Page คืออะไรกันแน่ ความรัก? สุดยอดการแสดง? หรืออะไร เท่าที่ผมสังเกตเห็น คือเขาเป็นคนที่มีความเข้มงวด เอาจริงเอาจัง มีความฝันที่จะเป็นที่สุด และยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองอย่างสูงมาก แนวคิดที่ว่านี้คือ ‘นักแสดงที่ดีจะต้องทุ่มเททั้งกายและใจ ถึงจะนำเอาที่สุดของการแสดงออกมาได้’ เพราะเหตุนี้เขาจึงมีอคติต่อผู้หญิงที่มีความรัก เพราะใจเธอจะไม่เหลือที่ว่างเหลือให้กับการแสดงเพื่อเป็นที่สุดอีก ผมถือว่าเขาเป็นตัวละครที่มีแนวคิดสุดโต่ง เพราะมีความเชื่อในสิ่งเดียวที่เป็นที่สุด ไม่โอนอ่อนผ่อนปลนให้กับอะไรทั้งนั้น ความรู้สึกต่อ Victoria Page จึงถือเป็นความต้องการในสุดยอดการแสดง มันอาจจะมีความรู้สึกอื่นแฝงอยู่บ้าง แต่ไม่มากเกินการแสดงแน่นอน

พูดถึงแนวคิดที่สุดโต่งสักนิด (Idealist, Perfectionist) มันจำเป็นต้องทำให้ได้ขนาดนั้นเพื่อให้ได้ความเป็นที่สุดเลยเหรอ … เชื่อว่าหลายคนจะตอบว่าไม่จำเป็น คำตอบนี้ไม่ถูกและไม่ผิดนะครับ ว่าก็ว่าเถอะ มันอยู่ที่แนวคิดและพื้นหลังของแต่ละคนเลย คนที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่เคร่งครัด เขามองชีวิตที่ไม่รีบเร่งว่านี่แหละดีที่สุดแล้ว (Realistic) ในขณะคนที่เกิดมาในครอบครัวสุดโต่ง ทุกอย่างต้องเปะๆ ความผิดพลาดเล็กน้อยคือความล้มเหลว ชีวิตเขาต้องสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) จะเห็นว่าระดับที่ใช้วัดความสำเร็จของคนสองกลุ่มนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว ผมไม่ขอตอบนะครับว่า แนวคิดสุดโต่งจะดีกว่าแนวคิดที่ผ่อนคลาย เรามักไปคิดแทนคนอื่นว่าการทำแบบนั้นไม่น่ามีทางเป็นที่สุดได้ แต่นั่นคือที่สุดของเขา อย่าเอาระดับการมองความจริงของเราไปวัดกับคนอื่นนะครับ เหมือนกับการเปรียบหนังเรื่อง Boyhood กับ Birdman ถึง Oscar จะให้ Birdman ชนะ แต่ Boyhood ได้ Golden Globe เรื่องไหนดีกว่ากันบอก … ไม่รู้สิครับ มันเทียบกันไม่ได้หรอก!

Marius Goring อีกหนึ่งนักแสดงขาประจำของ Power & Pressburger รับบท คีตกวีหนุ่ม Julian Craster บทของเขานี้ถือว่าเด่นน้อยที่สุดใน 3 ตัวละครหลักแล้ว แต่ก็เป็นตัวละครที่มีความสำคัญ ผมไม่รู้หนังได้ตัดฉากของ Craster ออกไปบ้างหรือเปล่า หรือมีแค่นั้นจริงๆ เพราะมันเหมือนว่ามีเรื่องราว Off-Screen เกิดขึ้นเยอะมาก หนังไม่มีฉากที่ Craster กับ Page จีบกันเลย มีแค่คุยกันเล็กน้อย แล้วอยู่ดีๆเซอร์ไพรส์กลายเป็นคู่รักไปเลย มันอาจเป็นความจงใจของผู้กำกับก็ได้นะครับ ไม่รู้สิ

ถ่ายภาพโดย Jack Cardiff เขาเพิ่งได้ Oscar มาสดๆร้อนๆกับหนังเรื่อง Black Narcissus (1947) ก็จากผลงานกำกับของ Powell & Pressburger นี่แหละ ใน The Red Shoes น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าชิง งานภาพของหนังเรื่องนี้ถือว่าสวยงาม โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะฉากแฟนตาซีการแสดงบัลเล่ต์ความยาว 15 นาที เป็นการถ่ายภาพที่ยากมากๆ มีทั้งการซ้อนภาพ เล่นกับแสงเงา การเคลื่อนกล้องจะต้องให้ลื่นไหลต่อเนื่อง การหยุดกล้องในแต่ละจังหวะต้องเปะๆ สมัยนั้นมันไม่มี Computer ช่วยนะครับ ฉากที่ตัวละครกำลังเต้นๆอยู่แล้วพลันเปลี่ยนกลายเป็นกระดาษ วิธีที่ทำกันคือหยุดกล้อง ค้างทุกอย่างไว้ นักแสดงห้ามขยับ แล้วสลับคนกับสิ่งของ เคลื่อนย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง จากนั้นกล้องถึงเริ่มถ่ายต่อ ใช้การตัดต่อทำให้ 2 ช่วงเวลาต่อเนื่องกัน ความยอดเยี่ยมของซีนนี้เป็นแรงบันดาลใจให้หนังเรื่อง An American in Paris สร้างฉากเต้นในความฝันด้วยนะครับ

การออกแบบฉากที่อลังการงานสร้างมากๆ โดย Hein Heckroth, Arthur Lawson ทั้งสองได้รางวัล Oscar สาขา Best Art Direction ส่วนคนที่ออกแบบท่าเต้นบัลเล่ต์ (Choreographer) คือ Robert Helpmann และ Léonide Massine คนหลังร่วมแสดงเป็นช่างทำรองเท้าด้วย ทั้งคู่ในวงการบัลเล่ต์ถือว่าดังมากๆนะครับ คนชอบดูบัลเล่ต์น่าจะรู้จักไว้

ตัดต่อโดย Reginald Mills เขาเริ่มทำงานเป็นนักตัดต่อก็กับ Powell & Pressburger นี่แหละ หนังเรื่องนี้ทำให้เขาได้เข้าชิง Oscar สาขา Best Edited ด้วยแต่ไม่ได้ เราสามารถแบ่งหนังออกเป็น 2 เหตุการณ์คู่ขนานกัน (เรื่องหนึ่ง)เกี่ยวกับชายหนุ่มนักดนตรีที่ผลงานถูกขโมย ได้เข้าทำงานแต่งเพลงและเป็นคอนดักเตอร์ให้กับวงบัลเล่ต์ (เรื่องสอง) หญิงสาวผู้ใฝ่ฝันเป็นนักบัลเล่ต์ที่มีชื่อเสียง ได้รับโอกาสให้แสดงนำเรื่อง The Red Shoes สองเรื่องนี้มาบรรจบกันที่ ทั้งสองตกหลุมรัก หนังเรื่องนี้เราสามารถมอง 2 เหตุการณ์คู่ขนานในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ [เรื่องหนึ่ง] ชายหนุ่มนักแต่งเพลงและหญิงสาวนักเต้นบัลเล่ต์ที่ตกหลุมรักกันในคณะบัลเล่ต์ [เรื่องสอง] ผู้กำกับบัลเล่ต์ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการแสดง เขาทำทุกอย่างเพื่อให้การแสดงออกมายอดเยี่ยมที่สุด ผมถือว่าหนังเรื่องนี้ตัดต่อยอดเยี่ยมมากๆ มีหลายๆอย่างในหนังที่เป็นคู่ขนานกัน เช่นรองเท้า 2 ข้างคือ 1 คู่, นักแสดงหญิงมี 2 คน, คนที่มาฟังเพลงกับคนที่มาดูบัลเล่ต์ นอกจากนี้หนังยังใช้เทคนิคการตัดต่อแบบห้วนๆ ตัดข้ามเหตุการณ์หลายๆอย่างไปมากมาย แต่เรายังสามารถเข้าใจได้เพราะมีการพูดอธิบายย้อนหลังถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เทคนิคนี้ทำให้หนังดูสดใหม่ไม่ล้าสมัยเลย ความฉับไวนี้ถ้าไม่บอกว่านี่หนังปี 1948 ผมจะคิดว่าเป็นหนังยุค 70s-80s นะครับ

เพลงประกอบโดย Brian Easdale อีกหนึ่งขาประจำของ 2 ผู้กำกับ ทุกเพลงในหนังยกเว้นบัลเล่ต์ The Red Shoes แต่งโดยเขา ซึ่งได้รางวัล Best Music จาก Oscar ด้วยนะครับ สำหรับเพลงประกอบบัลเล่ต์แต่งโดย Sir Thomas Beecham เขาเป็นคนก่อตั้ง Royal Philharmonic Orchestra (RPO) เขาได้รับเกียรติให้เป็น Sir และได้ Hall of Fame ของนิตยสาร Gramophone

บัลเล่ต์ The Red Shoes เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว มีคนวิเคราะห์ว่า รองเท้าเป็นของต่ำ สีแดงคือสีเลือด ดังนั้น รองเท้าสีแดง มันคือ พรหมจรรย์ของหญิงสาวบริสุทธิ์ … เอิ่ม วรรณกรรมเยาวชนเหรอนี่ … หญิงสาววัยแรกรุ่นเห็นรองเท้าสีแดงก็อยากได้ รองเท้ามหัศจรรย์ใส่แล้วจะต้องเต้น เต้นๆๆ ไม่สามารถหยุดได้ คนอื่นหยุดแล้วแต่เธอหยุดไม่ได้ หมดแรงก็หยุดไม่ได้ ต้องเต้นไปกว่าจะตายถึงจะถอดรองเท้าคู่นี้ออกได้ … เห็นอะไรไหมเอ่ย? … หนังได้นำเอาการแสดงบัลเล่ต์ทั้งเรื่องความยาว 15 นาทีใส่ลงไปในหนังไม่มีตัดเลย เป็นช่วงเวลาการชมบัลเล่ต์ที่เต็มอิ่มมากๆ คนที่ไม่เคยดูบัลเล่ต์มาก่อนก็จะพอเข้าใจได้ด้วย เพราะหนังมีการอธิบายเรื่องราวมาก่อนหน้านั้นไว้ล่วงหน้า ไม่เพียงเท่านี้ เรื่องราวในหนังยังอ้างอิง และดำเนินเรื่องไปคล้ายๆกับเรื่องราวบัลเล่ต์ด้วย เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะเต้นบัลเล่ต์แล้ว เธอไม่สามารถหยุดได้ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เธอต้องเลือก ระหว่างจะเต้นต่อไป หรือหยุดเต้น คำตอบเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะคาดเดาได้ว่าเป็นยังไง (เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวคู่ขนานระหว่าง1.การแสดงบัลเล่ต์ กับ2.เรื่องราวในหนัง) ผมชอบช่วงเวลานี้มาก มันบีบคั้นอารมณ์สุดๆ คงมีคนตั้งคำถามกับตัวเองในขณะนี้เยอะ ถ้าต้องเลือกระหว่าง 1 กับ 2 ระหว่าง Idealist กับ Realistic ไม่ต้องถามว่าผมจะเลือกอะไรนะครับ คำตอบนี้ของใครของมัน แบบไหนดีกว่าเถียงให้ตายก็ไม่จบ

มีสิ่งที่เพี้ยนๆช่วงท้ายของหนัง ไม่ใช่ความผิดพลาดแต่เป็นความจงใจของผู้กำกับ ในการแสดง The Red Shoes นั้น Victoria Page จะใส่รองเท้าแดงระหว่างการแสดง แต่ฉากนั้นเธอใส่รองเท้าสีแดงก่อนเริ่มการแสดง Powell บอกว่า มันไม่มีเหตุผลอะไร แต่รู้สึกว่าขณะนั้นเธอต้องใส่ “I was a director, a storyteller, and I knew that she must. I didn’t try to explain it. I just did it.” ใครคิดมากก็ขอให้อดทนกับมันนะครับ เหตุผลที่เธอต้องใส่ ณ ขณะนั้นในหนังผมว่ามันสมเหตุสมผลอยู่แล้ว เพราะแสดงถึงสิ่งที่เธอเป็นอยู่ คือสวมรองเท้าแดง เธอถอดมันไม่ได้ มันสวมอยู่กับเธอตลอดเวลา

ตอนผมดู Black Swan ผมรู้จักเพลง Swan Lake และชอบเป็นการส่วนตัวมาก่อนหน้านั้นนะครับ (เพลงนี้ใน The Red Shoes ก็มีนะครับ) ทำให้ผมพอเข้าใจเรื่องราวของบัลเล่ต์ Swan Lake ได้ไม่ยาก หนังก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ถ้าจับประเด็นได้ก็น่าจะเข้าใจหนังได้ นางเอกเอาตัวตนของตัวละครในบัลเล่ต์ ออกมาสับสนกับชีวิตจริง The Red Shoes ก็มีลักษณะคล้ายๆกัน แถมตอนจบลงเอยคล้ายๆกันด้วย ผมไม่แน่ใจมีหนังเกี่ยวกับบัลเล่ต์สร้างก่อน The Red Shoes หรือเปล่า เรื่องราวแบบนี้เริ่มเห็นบ่อยแล้วนะครับ

การแสดง ถ่ายภาพ ฉาก ตัดต่อ เพลง ทุกองค์ประกอบของหนังเรื่องนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ แต่สิ่งที่ยับยั้งใจผม ไม่ให้จัดหนังอยู่ในลิส “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ก็เพราะเนื้อเรื่องที่ขาดคุณค่าที่เป็นประโยชน์นอกจากความบันเทิง บางคนอาจสามารถวิเคราะห์หนังได้ถึง ‘การเลือกระหว่างความฝันกับสิ่งที่เป็นอยู่’ (Idealist vs Realistic) กับคนที่มองได้เป็นประเด็นนี้ก็ถือว่าใช้ได้เลยนะครับ แต่จุดจบของหนังผมว่ามันโหดร้ายเกินไปนิด มันคือผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างความฝันกับความจริง และถ้าวิเคราะห์เชิงสัญลักษณ์ของหนัง ผมได้อธิบายไว้ย่อหน้าก่อนแล้วว่า รองเท้าสีแดง หมายความว่ายังไง นี่ยิ่งไม่ใช่บริบทที่ผมสามารถแนะนำคนดูให้คิดตามได้เลย ผมเลยตัดสินใจเว้น “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ของหนังเรื่องนี้ไว้นะครับ แต่ถ้ามีโอกาสแนะนำเลย Hightly Recommend

ผมแนะนำหนังเรื่องนี้กับคอหนังเก่า หนังดีมีคุณภาพ และใครอยากรู้จักหนึ่งในสุดยอดผู้กำกับ Michael Powell แนะนำให้เริ่มจากหนังเรื่องนี้ จัดเรต 13+ ภาพไม่มีความรุนแรง แต่ตัวละครถือว่ามีแนวคิดที่สุดโต่งเกินไปนิด อาจปลูกฝังแนวคิดผิดๆให้กับเด็กได้

คำโปรย : “The Red Shoes หนังที่สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ภาพสวย เพลงเพราะ ตัดต่อฉับไว ออกแบบฉากอลังการ โดยผู้กำกับ Michael Powell & Emeric Pressburger พบกับสุดยอดการแสดงบัลเล่ต์ของ Moira Shearer และการแสดงของ Anton Walbrook ที่ลึกล้ำ คอหนังไม่ควรพลาด”
คุณภาพ : RARE-GENDARY
ความชอบLOVE

1
Leave a Reply

avatar
1 Comment threads
0 Thread replies
0 Followers
 
Most reacted comment
Hottest comment thread
0 Comment authors
Top 12 Martin Scorsese Favorite Films | RAREMEAT BLOG Recent comment authors

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…]  The Red Shoes (1948)  : Michael Powell, Emeric Pressburger ♥♥♥♥♡ […]