The Swapper (2013)

The Swapper

The Swapper (2013) ♥♥♥◊

คงไม่มีเกมไหนที่ให้เราสร้างร่างโคลนแล้วฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็นได้เท่า The Swapper เกม side-scrolling มีบรรยากาศ (atmosphere) แนวแก้ปัญหา (puzzle) ซึ่งจะทำให้คุณตั้งคำถาม มนุษย์คืออะไร?, กายและจิต แยกกันได้หรือเปล่า?, และอะไรที่เป็นสิ่งบ่งบอกความเป็นตัวตนของมนุษย์?

พัฒนาโดย Facepalm ค่ายเกม Indy อยู่ที่ Helsinki ประเทศ Finland เป็นโปรเจคของ Otto Hantula และ Olli Harjola สร้างขึ้นขณะเรียนอยู่ที่ University of Helsinki ภายหลังได้ทุนสนับสนุนจาก Indie Fun ถือว่าเป็นเกมที่ 6 สามารถทำเสร็จและวางขายได้ ลง Steam เมื่อ 30 พฤษภาคม 2013 และ port ลง Playstation และเครื่อง Nintendo ในปี 2014 โดย Curve Studios

เกมนี้ใช้ตีม Sci-Fi ดำเนินเรื่องในอวกาศ ผู้เล่นจะควบคุมตัวละครหนึ่งในสถานีอวกาศที่ได้รับความเสียหาย หน้าที่ของเราคือออกสำรวจยานอวกาศ ไขปริศนาและหาทางออกเพื่อหนีเอาตัวรอด เนื้อเรื่องเขียนโดย Tom Jubert ที่ผลงานต่อมาคือเป็นคนเขียนบทเกม FTL และ The Talos Principle ผมยังไม่ได้เล่น FTL นะครับ แต่รู้สึก Jubert จะชอบสอดแทรกเรื่องราวแฝงปรัชญา ที่น่าสนใจ ให้ผู้เล่นต้องขบคิดขณะเล่น และหลังเล่นเกมจบ

รูปแบบเกมจะเป็น Side-Scrolling มีปริศนาให้แก้ Puzzle-Platform ต้องแก้ให้ผ่านถึงจะได้อุปกรณ์เพื่อใช้เปิดประตูสู่ด่านต่อไป คอมเซ็ปเกมสไตล์นี้ถูกเรียกว่า Metroidvania มีมาตั้งแต่สมัยเครื่อง PC-88 เกมแรกคือ Xanadu (1985) พัฒนาโดย Nihon Falcom เกมสไตล์นี้ที่ดังที่สุดคงเป็น Castlevania สำหรับวงการเกม Indy เกมแรกที่ถือว่าพัฒนาขึ้นด้วยคอนเซ็ปนี้คือ Cave Story (2004) ปัจจุบันก็มีออกมาเรื่อยๆนะครับ จะมองว่าเป็นเกมแนว Retro ก็ได้ ผมเห็นลง Stream ปีละ 2-3 เกม คงเพราะมันพัฒนาง่ายขึ้นด้วย เครื่องมือสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องทำภาพ 3 มิติสวยเว่อ แต่คอนเซ็ป แนวคิดเกมดีๆ ก็สามารถขายได้

The Swapper ออกแบบตัวละคร ฉากหลังโดยใช้มือปั้นงานจำลองทั้งหมด (clay model) จากนั้นถ่ายภาพหรือสแกน 3 มิติ เข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อสู่กระบวนการเขียนโปรแกรม แสงสีในเกมก็จากแสงสีจำลองจริงๆ ไม่ได้มีการใช้ Photoshop หรือโปรแกรมแต่งภาพด้วยโปรแกรมแม้แต่น้อย ใครเล่นเกมนี้แล้วคงรู้สึกได้ว่าภาพมันแปลกๆ จะว่า 3 มิติก็ไม่ใช่ เหมือนมันจับต้องได้ เป็นก้อนๆอะไรสักอย่าง คนยังไม่เคยเล่นลองดูจากตัวอย่างเกมนะครับ

ด้วยโทนสีและบรรยากาศของเกม มันดูลึกลับ อึมครึมมากๆ หลายคนคงคิดว่าเล่นแล้วน่าจะเครียดแน่ๆ … ใช่ครับ ตอนผมเล่นก็มึนหัวตึบๆเลย กับคนที่ชอบเสพย์บรรยากาศ (Atmosphere) นี่เป็นเกมที่เหมือนทำให้คุณเมายา มึนๆ อึมครึม ทั้งงานออกแบบ และเพลงประกอบ (โดย Carlo Castellano) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในสถานีอวกาศร้างๆ ที่ลึกลับน่ากลัวจริงๆ นี่เป็นสัมผัสที่ไม่เหมือนเกมไหนๆที่ผมเคยลองเล่นมา มันอาจดูไม่น่าเล่นแต่ผมแนะนำลองอดทนเล่นสัก 1-2 ชั่วโมงดูก่อนก็ได้นะครับ (ถ้าไม่ชอบก็ค่อยขอ Steam เงินคืน) ไม่แน่คุณอาจจะแก้ปริศนาในเกมเพลินจนไม่อยากหยุดเลยนะครับ

สำหรับคนที่ตามเนื้อเรื่องพื้นฐานของเกม มันจะมีคำอธิบายเป็น Log บันทึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และหินประหลาด ที่เมื่อเดินผ่านมันจะมีข้อความบางอย่างขึ้นมา โลกมนุษย์ในเกมนี้ ไปถึงจุดที่ทรัพยากรธรรมชาติแทบหมดสิ้นแล้ว จึงออกท่องอวกาศเพื่อค้นหาแร่ธาตุที่มีประโยชน์ส่งกลับไปโลก ซึ่งในดาวเคราะห์แห่งนี้ Chori V มีหินชนิดหนึ่ง และมีสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่คล้ายๆ ตัวไหม (Silkworm) เป็นหินที่มีความซับซ้อนและอาจจะมีสติปัญญา ตั้งชื่อว่า The Watchers, เมื่อเวลาผ่านไป ลูกเรือหลายคนเริ่มเกิดอาการภาพหลอน นักวิทยาศาสตร์พบว่าหินพวกนี้ส่งคลื่นแม่เหล็กเคมี (electro-chemicals) และได้สร้างอุปกรณ์ที่ชื่อ The Swapper เป็นอุปกรณ์ที่สามารถโคลนผู้ใช้และสามารถเคลื่อนย้ายจิตไปสู่ร่างโคลนได้ ผมขอสปอยเนื้อเรื่องเท่านี้นะครับ เพราะหลังจากนี้จะเป็นการทดลองต้องห้ามบางอย่างที่เป็นเหตุให้สถานีอากาศกลายสภาพเป็นแบบในเกม และตัวละครของเราคือมนุษย์คนสุดท้าย(หรือเปล่า) ที่มีชีวิตรอดในสถานีแห่งนี้

ผู้เล่นรับบทเป็นตัวละคร ที่สามารถโคลนตัวเองได้สูงสุด 4 ตัว และสามารถเคลื่อนย้ายจิตไปใส่ร่างโคลนต่างๆได้, ร่างโคลนตายไม่เป็นไร แต่ถ้าร่างที่มีจิตเราอยู่ ตายแล้วจะกลับไปเริ่มที่จุด Save ทันที, โคลนแต่ละตัวจะไม่มีจิตใจ คิด ทำอะไรเองไม่ได้ มันจะเคลื่อนไหวตามร่างที่จิตวิญญาณของเราอยู่ เรากระโดดโคลนก็จะกระโดดตาม เราวิ่งโคลนก็จะวิ่งตาม แต่ถ้าเราวิ่งไปติดกำแพงแล้วโคลนไม่ติด มันไม่ฉลาดพอจะหยุด วิ่งต่อไปเรื่อยๆจนตกขอบหรือถูกทับตาย

เกมนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกมาก ปกติแล้วเวลาเล่นเกม ผู้เล่นต้องพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองไม่ตายหรือตายน้อยที่สุด แต่เกมนี้พอสร้างโคลนขึ้นมาแล้ว กลับเป็นว่าเราต้องทำให้โคลนตายบ่อยมากๆ มุมหนึ่งเราจะมองว่าโคลนไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เดี๋ยว!… เราย้ายจิตใจไปที่โคลนตัวต่างๆได้ ตอนที่จิตเราอยู่ที่โคลนตัวไหน เราจะถือว่านั่นเป็นสิ่งมีชีวิต แล้วโคลนตัวที่เราเพิ่งย้ายจิตออกมาละ นั่นไม่นับเป็นสิ่งมีชีวิตได้ยังไง!

เรื่องโคลนนี่เป็นข้อพิพาททางสังคมมานานมากๆ เกี่ยวกับจริยธรรมและบรรทัดฐานของสังคม ผมเริ่มรู้จักโคลนอาจจะจากหนังสักเรื่อง แต่ก็เคยได้ยินตอนที่นักวิทยาศาสตร์สามารถโคลนแกะคู่แรกของโลกได้สำเร็จ มีหนัง/อนิเมะเกี่ยวกับโคลนหลายเรื่องทีเดียว (Star Wars, Total Recall, The 6th Days , The Island, To Aru Kagaku no Railgun ฯ) ซึ่งคำถามที่ทำให้เกิดข้อพิพาทก็คือ โคลนเหล่านี้ถือว่ามนุษย์หรือเปล่า?, สิ่งมีชีวิต ในนิยามของพุทธประกอบด้วย กายและจิต มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาจากพ่อแม่ ค่อยๆโตขึ้นในครรภ์ เกิดมาแล้วยังเติบโตต่อจนตาย ส่วนโคลนเกิดขึ้นในห้องทดลอง ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มีแต่คนที่ให้พันธุกรรม(donor) สามารถทำให้โตทันทีหรือค่อยๆโตก็ได้, ผมมองว่าโคลนก็คือสิ่งมีชีวิตนะครับ แม้วิธีการเกิดอาจจะไม่เหมือนมนุษย์ แต่โคลนมีกายและจิต แค่นี้ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแล้ว แต่จะเรียกว่าเป็นมนุษย์ไหม … ไม่รู้สิครับ ไม่ขอออกความเห็นแล้วกัน

นี่แค่เกมนะครับ เราไม่ต้องไปคิดมากขนาดนั้นก็ได้ แต่ผมจะบอกว่าแนว Sci-Fi ถ้าเป็นเรื่องราวที่ดี มักจะมีใจความแฝงที่ลึกซึ้ง เกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่ดี เล่นอย่างเดียวก็สนุกได้ และถ้ามานั่งคิดก็จะพบใจความบางอย่างที่ซ่อนไว้, ตอนผมเล่นเกิดความรู้สึกหนึ่ง คือเราจะไม่เสียใจที่โคลนตาย (เสียใจไปก็ไร้ประโยชน์) ทั้งๆที่โคลนมันก็คือร่างหนึ่งมนุษย์ สามารถเคลื่อนไหวทำตามที่เราสั่งได้ แต่การสั่งนั้นมันเหมือนว่าโคลนเป็นหุ่นเชิด (puppet) เราสั่งเดินซ้ายไป เดินขวาไป สั่งให้ตายก็ต้องตาย เหมือน Totalitarianism เผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ ลัทธินี้มองผู้คนเหมือนผักปลา สั่งให้ทำอะไรต้องทำ หันซ้ายต้องหันซ้าย หันขวาต้องหันขวา ให้ไปตายก็ต้องตาย เป้าหมายเพื่อผู้นำเผด็จการแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น, การตายของโคลนในเกม จึงเปรียบได้กับประชาชนที่อยู่ในระบอบ Totalitarianism ที่ต้องเคลื่อนไหว ทำตามหน้าที่ผู้นำ (ซึ่งก็คือผู้เล่น) ไม่มีจิตวิญญาณของตัวเอง (มีแต่ตัวตน) เพื่อเป้าหมายการเอาตัวรอดของตัวละครแต่เพียงผู้เดียว (เพื่อผู้นำเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ) … ว่ะ! ใจความเกมนี้โหดโคตรๆ

เกมนี้ดำเนินเรื่องในอวกาศ จึงมีบางสถานที่ในเกมที่ตัวละครสามารถลอยไปมาบนอวกาศได้ เดินบนเพดาน ใช้เครื่องพ่นลมเพื่อผลักดันให้ลอยไปตามทิศทางที่ต้องการ นี่เป็นอีกสิ่งที่ผมรู้สึกแปลกประหลาดมาก เพราะเกมนี้มัน 2 มิติ แต่สภาพการลอยในอวกาศ มันควรเป็น 3 มิตินะครับ เท่ากับว่าการเคลื่อนไหวของตัวละครมีแค่ 2 ทิศทางเท่านั้น จุดนี้ต้องมองข้ามไปนะครับ ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นเกม 2 มิติ จะให้สมจริงเหมือน 3 มิติได้อย่างไร

ตอนจบ มีการให้เลือก 2 ครั้ง, ครั้งแรกเลือกระหว่างระเบิดสถานีอวกาศ ตัวเราก็จะตายด้วยจบเกม และพาสถานีอวกาศลงจอดบนดาวเคราะห์ Chori แบบนี้ตัวเราจะยังไม่ตาย ซึ่งเมื่อลงจอดสำเร็จจะมีการให้เลือกอีกครั้ง, เลือกที่จะเอาตัวรอดหนีไปกับยานที่มาช่วย หรือไม่ยอมรับความช่วยเหลือและตกเหวตายหรือถูกฆ่า, ตอนผมเล่น พยายามเลือกหนทางที่สามารถไปถึงจุดสิ้นสุดของเกมได้ (เอาจริงๆ เกมพวกนี้ไม่ต้องมี Alternate Ending ก็ได้นะ เพราะมันไม่ได้มีผลอะไรต่อเกมภาพรวมเลยสักนิด) หลังจากตามเนื้อเรื่องมาถึงตอนจบ ต้องบอกว่าใครเลือกแบบผมมันลงตัวมากๆ ค้างอารมณ์บางอย่างไว้ ขณะเดียวกันก็อึ้ง พูดไม่ออกเลย ตั้งคำถามกับตัวเอง เห้ย! นี่คือตัวตนของเราหรือเปล่าเนี่ย

เกมนี้ผมใช้เวลาไปทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง (เล่น 2 วัน) เป็นเกมที่ไม่ยาวมาก มีด่านน่าจะประมาณ 20-30 ด่าน แรกๆปริศนาจะง่ายๆ แล้วค่อยซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ พอใกล้ๆจบจะมียากระดับคิด ไม่รู้ว่ะ! ซึ่งถ้าดูเฉลยจะแอบเซ็ง ทำไมถึงไม่เห็น คิดไม่ได้ว่ะ! ผมมีประมาณ 3 ด่านที่ติด และพยายามดื้อด้านไม่ใช่ตัวช่วยจนครึ่งชั่วโมงผ่านไป… แสดงว่าเกมนี้อาจเล่นจบได้ใน 2-3 ชั่วโมงนะครับ แต่ซื้อมา 315 บาทนี่ ขอสักสองวันก็ยังดี (รอลด 75% ค่อยซื้อก็ได้นะครับ)

ผมแนะนำเกมนี้กับคนชอบแนวแก้ปัญหา ชอบเกมมีบรรยากาศ และคนที่ชอบปรัชญา ต้องไม่พลาดเลย, เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์เล่นเกมมาระดับหนึ่งแล้ว ไม่เหมาะกับผู้เล่นหน้าใหม่ จัดเรต 15+ เพราะบรรยากาศที่หนักเกินกว่าเด็กจะเล่นได้

TAGLINE | “The Swapper เกม Indy Sci-Fi มีบรรยากาศ แนว Side-Scrolling ที่จะทำให้คุณตั้งคำถามปรัชญาการมีตัวตนของมนุษย์ ไปกับการค้นพบและแก้ปริศนาด้วยวิธีการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of