The Trials of Muhammad Ali (2013)

The Trials of Muhammad Ali

The Trials of Muhammad Ali (2013) Documentary : Bill Siegel ♥♥♥

สารคดีเรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวนอกสังเวียนของ Muhammad Ali กับแนวคิด แรงจูงใจ และความเชื่อต่อศาสนา ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการคัดเลือกเกณฑ์ทหารไปสงครามเวียดนาม การกระทำนี้ทำให้เขาถูกแบนจากการชกมวย 3 ปีครึ่ง นั่นอาจเป็นช่วงอายุพีคที่สุดในชีวิตของนักมวย แต่การตัดสินใจนี้ส่งอิทธิพลต่อคนทั้งโลก ว่าเขาคือชายคนที่กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำและยึดมั่นในอุดมการณ์ นี่แหละครับที่ทำให้ Muhammad Ali เป็นมากกว่าแค่ตำนานนักมวย เขาคือหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

หนังเรื่องสุดท้ายที่ผมจะเขียนรีวิวเกี่ยวกับ Muhammad Ali ตอนดูก็เป็นเรื่องสุดท้ายเช่นกัน เกิดความเบื่อพอสมควร แต่ก็คาดหวังไว้พอสมควรว่าหนังน่าจะนำเสนอมุมมองอะไรที่แตกต่าง จริงแอบมาผิดหวังเล็กๆ เพราะครึ่งชั่วโมงแรกพูดถึงจึดเริ่มต้นของแชมป์ มีฟุตเทจการชกมวย (ฟุตเทจเหล่านี้ผมเห็นมา 3 เรื่องติดๆแล้ว ไม่แปลกที่จะเริ่มเบื่อ) กับคนที่ดูหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก อาจตื่นตาตื่นใจ เพราะได้เห็นฟุตเทจเก่าๆ เป็นการเล่าที่มาที่ไปก่อนที่เข้าสู่เนื้อหาหลักของหนัง มองแบบนี้โอเค สมเหตุสมผลพอรับได้

ส่วนผสมของสารคดี ประกอบด้วยฟุตเทจเก่าๆ, การสัมภาษณ์ขณะออกรายการโทรทัศน์, การพูดต่อหน้าที่สาธารณชน ฯ ดูแล้วคงได้ฟุตเทจบางส่วนได้มาจาก Leon Gast ผู้กำกับ When We Were Kings ซึ่ง Gast ก็เป็นโปรดิวเซอร์ให้หนังเรื่องนี้ด้วย, สำหรับบทสัมภาษณ์ เพื่อไม่ให้เหมือนกับ Facing Ali หนังเรื่องนี้ไม่มีการสัมภาษณ์นักมวยเลย เป็นสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับ Ali ในส่วนของฝ่ายกฎหมาย, ผู้เกี่ยวข้องกับศาสนา (Nation of Islam), พี่น้องของ Ali, ภรรยาเก่าและลูกๆ

ผู้กำกับ Bill Siegel นี่เป็นหนังสารคดีเรื่องที่สอง เขาเป็นคนผิวขาวนะครับ น่าสงสัยมากๆว่าทำไมถึงสร้างสารคดีเรื่องนี้ ที่ถ้าเราตัด Muhammad Ali ออกไปจากหนัง จะพบว่าหนังที่มีมุมมองเกี่ยวกับ Nations of Islam เต็มๆเลย (หรือว่า Bill Siegel เป็นมุสลิมหว่า?) ผู้ที่ให้สัมภาษณ์ในหนังแทบทั้งนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Nations of Islam, ที่หนังพยายามเน้นจุดนี้ สาเหตุจากข้ออ้างของ Ali ต่อศาลที่ไม่ขอรับเลือกการเกณฑ์ทหาร เพราะขัดต่อหลักปฏิบัติของ’ศาสนา’ในการฆ่าคนอื่น นี่ถือว่าเป็นใจความสำคัญของหนังสารคดีเรื่องนี้ก็ว่าได้

มันมีเหตุผลอะไรกันที่ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นจับปืนฆ่าคนอื่น ไม่มีใครที่ 10,000 ไมล์จากอเมริกาที่เรียกฉันว่านิโกร พวกเขาคือมนุษย์ตาดำๆเหมือนกัน ทำไมถึงต้องฆ่าแกงกันด้วย

ถ้าการปฏิเสธเข้าเป็นทหารของ Ali ไม่ได้อิทธิพลมาจากความเชื่อทางศาสนาของมุสลิม ผมว่าเขาคงไม่ถูกต่อว่าจากสังคมรุนแรงขนาดนี้ ไม่รักชาติก็เรื่องหนึ่ง แต่ไม่รักชาติแถมเป็นคนผิวสีมุสลิมด้วย นี่ประเด็นใหญ่เลย, การประกาศตัวของ Ali ว่าเป็นมุสลิม ชื่อ Muhammad ทำให้คนอเมริกันครึ่งหนึ่งโกรธแค้นรังเกียจเดียจฉันท์ (จะเห็นว่ามีการชกไฟต์หนึ่งที่ Ali โดนโห่จากคนดูทั้งสนาม) ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่มีใครรับได้แน่ แต่เพราะเป็น Muhammad Ali นิสัยของเขาไม่แคร์สื่ออยู่แล้ว ‘ฉันจะเป็นแชมป์อย่างที่ฉันอยากเป็น ไม่เป็นแชมป์ที่ใครอยากให้ฉันเป็น’

ชัยชนะในศาลของ Ali แม้เราจะไม่เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในศาล แต่จากคำบรรยายของหนัง ทำให้ผมนึกถึง 12 Angry Men ขึ้นมาทันที มีลูกขุน 8 คน ตอนแรกตัดสิน 5-3 ว่าผิด (ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ Ali จะติดคุก) แต่มีลูกขุนคนหนึ่งไปค้นหาข้อมูลอ้างอิงอะไรได้สักอย่าง ผลการตัดสินจึงเปลี่ยนเป็น 4-4 เสมอกัน (แบบนี้ก็ยังติดคุกอยู่) ไปๆมาๆ สงสัยลูกขุนดูเพิ่งดูหนังเรื่อง 12 Angry Men กลายเป็น 0-8 ตัดสินว่า Ali ไม่ผิดไปเสียอย่างนั้น!

แบบนี้พวกรักชาติจัดๆ คงถึงขั้นควันออกหู เป็นไปได้ยังไง! นั่นสิครับ กลายเป็นว่าเหตุผล “ขัดต่อหลักปฏิบัติของศาสนา” กลายเป็นสิ่งที่เอาชนะ “คำสั่งของกฎหมาย” นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของอเมริกันชนต่อชนชาติมุสลิมเลยก็ว่าได้

สงครามเวียดนามเลวร้ายแค่ไหน คนที่เคยผ่านมาล้วนพูดได้ คนรุ่นใหม่อย่างเราๆ ถ้าได้ดูหนังประเภทนี้มาก็จะรู้ สิ่งที่ Ali ทำนั้นมันส่งผลต่อสาธารณชนอย่างมาก ก่อนสงคราม ผู้คนต่างดูถูก ดูแคลน เหยียดหยาม พอสงครามจบ กลับยกย่อง เชิดชู, ผมว่าลูกขุนคงได้รับแรงกดดันจากประชาชนด้วย (การตัดสินกินเวลากว่า 3 ปี ตั้งแต่ก่อนสงครามจะเริ่ม จนสงครามจบแล้ว ยังตัดสินความผิดของ Ali ไม่ได้) ลูกขุนชุดสุดท้ายนี้ถือว่าตัดสินได้แบบทันสมัยมากๆ ถ้าตัดสินเมื่อ 3 ปีก่อน การันตีได้ว่า Ali ติดคุกแน่นอน แต่เพราะมันยืดเยื้อมานาน โลกเปลี่ยนไปแล้ว ผลการตัดสินแบบนี้เป็นตบหน้าผู้นำประเทศฉาดใหญ่ เป็นการย้ำเตือนความผิดพลาดที่แสนสาหัสต่อความพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม

ผมเล่าแค่นี้แล้วกัน ที่เหลือไปดูต่อในหนังเอาเอง คิดว่าคนไทยคงไม่อคติอะไรกับหนังมากนัก คนผิวสีเชื้อสายมุสลิมดูหนังเรื่องนี้คงลุกขึ้นเฮลั่น เพราะมันเหมือน Propaganda หนังชวนเชื่อที่ทำเพื่อต่อต้านอเมริกาและสงคราม แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของ Nation of Islam ที่มีอิทธิลต่อคนสำคัญของโลก, ถ้าหนังเรื่องนี้ถูกสร้างสัก 20-30 ปีที่แล้ว เชื่อว่าถูกแบนแน่นอน ปัจจุบัน Nation of Islam ไม่ได้เลือดข้นแบบสมัยก่อน ผู้นำคนสำคัญอย่าง Elijah Muhammad ก็เสียชีวิตไปนานแล้ว อะไรๆก็เปลี่ยนไปมาก แต่คนอเมริกาขวาจัด พวกชาตินิยมดูหนังเรื่องนี้คงเกลียดเข้าไส้ ใครเกลียดมุสลิม คนดำห้ามเลยนะครับ (พวก racist!)

แนะนำกับคนที่ชื่นชอบหนังแนวต่อต้าน Racist, ชาวมุสลิมทั้งหลาย, คนศึกษาประวัติศาสตร์, นักกฎหมาย, ชอบดูหนังชีวประวัติ นี่เป็นหนังสารคดีที่ใช้ได้เลย สำหรับแฟนๆของ Muhammad Ali ไม่รู้สิครับ ถ้าคุณมีเขาเป็น Idol ก็ควรรู้จักให้ครบทุกด้านจริงไหม, จัดเรต 13+ ไม่ใช่แค่การต่อยมวย แต่มีแนวคิดบางอย่างที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ

TAGLINE | “The Trials of Muhammad Ali เล่าถึงความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของอเมริกันชนต่อชนชาติมุสลิม ของการตัดสินทำไม Muhammad Ali ถึงไม่เข้าร่วมสงครามเวียดนาม”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

1 Comment on "The Trials of Muhammad Ali (2013)"

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…] ← The Trials of Muhammad Ali (2013) […]