Taki no shiraito (1933)

Taki no shiraito (1933)

The Water Magician (1933) Japanese : Kenji Mizoguchi ♥♥♥♥

โดยปกติแล้วมนุษย์ชอบเล่นกับไฟ (กิเลส ตัณหา) แต่โคตรหนังเงียบเรื่องนี้นางเอกเล่นกับน้ำ จิตใจสงบร่มเย็น พร้อมเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่น มันช่างเป็นความสุขเอ่อล้น ชีวิตไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

หลายคนอาจรู้จักปรมาจารย์ผู้กำกับ Kenji Mizoguchi จากผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง The Life of Oharu (1952), Ugetsu (1953), Sansho the Bailiff (1954) ฯ แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเขาต้องฝึกฝน สะสมประสบการณ์ สรรค์สร้างภาพยนตร์มาตั้งแต่ยุคหนังเงียบ น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่สาปสูญหาย (Lost Film) จากกว่า 50-60 เรื่อง หลงเหลือมาถึงปัจจุบันไม่ถึงหลักสิบเสียด้วยซ้ำ

The Water Magician (1933) คือหนึ่งในหนังเงียบเพียงไม่กี่เรื่องของผกก. Mizoguchi หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในยุคแรกๆนั้น ติดอันดับ #2 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีของนิตยสาร Kinema Junpo (เป็นรองเพียง Passing Fancy (1933) ของผกก. Yasujirō Ozu)

คุณภาพของหนังแม้ผ่านการบูรณะ แต่ฟีล์มอายุเกือบร้อยปี คุณภาพย่อมตามมีตามเกิด ฉบับหารับชมได้ในปัจจุบันมีการใช้บริการนักพากย์ Benshi ด้วยกันสองฉบับ

  • Shunsui Matsuda (1925-87) ผู้ได้รับฉายา The Last Benshi ของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น เพราะเกิดทันยุคสมัยนั้น และมีโอกาสพากย์หนังตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
  • Midori Sawato ลูกศิษย์เอกของ Matsuda ที่สมัยเด็กประทับใจการพากย์สดของอาจารย์ เลยขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และสานต่ออาชีพนี้ไม่ให้สูญหายไปจากญี่ปุ่น

ทั้งสองฉบับนี้ต่างได้รับการยกย่องกล่าวขวัญ ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน แต่หลายๆสำนักต่างแนะนำสักครั้งในชีวิต รับชมฉบับของ Matsuda นั่นเพราะ The Water Magician (1933) คือหนังเงียบเรื่องโปรด ตอนบันทึกเสียงมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ตั้งใจอย่างสุดความสามารถ นักวิจารณ์ยกย่องให้เป็นผลงานพากย์ดีที่สุดในชีวิตเลยละ!


Kenji Mizoguchi (1898-1956) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Hongō, Tokyo บิดาเป็นช่างทาสีหลังคา วางแผนรวยทางลัดด้วยการทำธุรกิจขายเสื้อกันฝนในช่วง Russo-Japanese War (1904-05) แต่สงครามจบเร็วเกินไป หนี้สินท่วมหัว จำต้องขายบ้าน ขายพี่สาวทั้งสองเป็นเกอิชา หลังมารดาเสียชีวิตจึงจำต้องพึ่งใบบุญพี่ๆ เติบโตอยู่ในซ่องโสเภณี ได้รับการส่งเสียเข้าเรียนศิลปะ Aoibashi Yoga Kenkyuko ขณะเดียวกันก็ค้นพบอีกความสนใจอุปรากร ทำงานเป็นนักออกแบบฉากยัง Royal Theatre, Akasaka เข้าสู่วงการภาพยนตร์จากเป็นนักแสดงเมื่อปี ค.ศ. 1920 ก่อนผันตัวเป็นผู้กำกับ Nikkatsu Studio ผลงานเรื่องแรก Ai-ni yomigaeru hi (1923) [แปลว่า The Resurrection of Love] ฟีล์มสูญหายไปแล้ว

สำหรับ The Water Magician (1933) ดัดแปลงจากนวนิยาย 義血侠血 อ่านว่า Giketsu Kyōketsu แปลตรงตัว The Righteous and the Chivalrous แต่งโดย Kyōka Izumi ชื่อจริง Izumi Kyōtarō (1873-1939) ต้นฉบับตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ The Yomiuri Shimbun (หนึ่งในห้าหนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ยังคงตีพิมพ์มาจนถึงปัจจุบัน) ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1894

ปีถัดมา ค.ศ. 1895 นวนิยายเล่มนี้ก็ได้รับการดัดแปลงละคอนเวทีโดย Hanafusa Ryugai โดยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ 滝の白糸 อ่านว่า Taki no shiraito แปลตรงตัว White Threads of the Waterfall หรือชื่ออังกฤษ The Water Magician ทำการแสดงที่ Komagata Asakusa-za theater

และก่อนหน้าฉบับของผกก. Mizoguchi นวนิยายเล่มนี้เคยถูกดัดแปลงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1915 กำกับโดย Kiyomatsu Hosoyama, นำแสดงโดย Tachibana Teijiro (ยุคสมัยนั้นยังไม่อนุญาตให้ผู้หญิงแสดงภาพยนตร์ จึงเป็นนักแสดงชายรับบทเป็น The Water Magician) น่าเสียดายฟีล์มสูญหายไปแล้ว

ในส่วนของบทหนัง ผกก. Mizoguchi มักใช้บริการนักเขียนหลายคน อย่างเรื่องนี้ประกอบด้วย Higashibojo Yasunaga, Shinji Masuda และ Kennosuke Tateoka เพื่อที่จะระดมสมอง ช่วยกันปรับปรุงแก้ไข จนกว่าจะได้รับความพึงพอใจ


พื้นหลังยุคสมัย Meiji Era (1868 – 1912), เรื่องราวของ Tomo Mizushima (รับบทโดย Takako Irie) นักมายากลสาวเจ้าของฉายา The Water Magician สามารถเสกน้ำให้ไหลได้ตามใจ ได้รับความนิยมจากผู้ชมมากหลาย แต่เธอแอบชื่นชอบประทับใจชายหนุ่ม Kinya Murakoshi (รับบทโดย Tokihiko Okada) แค่คนขับรถรับจ้าง กลับพกพาหนังสือกฎหมาย ใฝ่ฝันอยากเป็นทนายความ

วันหนึ่งหลังจากการแสดง Tomo เดินเล่นเรื่อยเปื่อยแล้วบังเอิญพบเจอ Kinya นอนหลับอยู่บนสะพาน แสงจันทร์อาบใบหน้าอันหล่อเหลา ทำให้เธอตกหลุมรักเขาโดยพลัน หลังจากพูดคุยสนทนา เรียนรู้จักตัวตนอีกฝ่าย จึงตัดสินใจให้การช่วยเหลือสนับสนุน มอบโอกาสร่ำเรียกกฎหมาย จบออกมาจะได้มีหน้าตาทางสังคม และสักวันหนึ่งเราสองจักได้ครองคู่อยู่ร่วมกัน


นำแสดงโดย Takako Irie, 入江 たか子 ชื่อจริง Hideko Higashibōjō, 東坊城 英子 (1911-95) นักแสดงสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Tokyo, สำเร็จการศึกษาจาก Bunka Gakuin ก่อนเซ็นสัญญาเข้าร่วมสตูดิโอ Nikkatsu ขาประจำร่วมงานผกก. Kenji Mizoguchi ในยุคหนังเงียบหลายเรื่อง อาทิ Tokyo March (1929), The Water Magician (1933), ทั้งยัง Akira Kurosawa เรื่อง The Most Beautiful (1944), Sanjuro (1962) [ตัวละครที่พูดบอกกับ Sanjuro ว่า ‘The best sword stays in it’s scabbard.’], ช่วงทศวรรษ 50s โด่งดังกับภาพยนตร์ซีรีย์ Kaidan (เกี่ยวกับผี) เลยได้รับฉายา ‘Ghost Cat Actress’

รับบทนักมายากลสาว Tomo Mizushima เจ้าของฉายา The Water Magician ออกทัวร์การแสดงทั่วญี่ปุ่น ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม วันหนึ่งระหว่างการเดินทาง พบเจอคนขับรถรับจ้าง Kinya Murakoshi ตกหลุมรักแรกพบ พร้อมเสียสละ ทุ่มเทกายใจ หาเงินให้เขาเข้าเรียนกฎหมาย โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

แม้ใบหน้าของ Irie จะไม่ค่อยเห็นรายละเอียดสักเท่าไหร่ (ฟีล์มหนังเสื่อมสภาพตามกาลเวลา) แต่รอยยิ้มของเธอ ช่างบริสุทธิ์สดใส, เวลาเหนียงอายแสดงท่าทางสะดีดสะดิ้ง หันหลบมุมกล้อง น่ารักน่าชังยิ่งนัก, ตอนร่ำร้องไห้ ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดทุกข์โศกทรมาน … เป็นนักแสดงที่สามารถสำแดงพลังอารมณ์ได้อย่างทรงพลัง เอ่อล้นออกมานอกจอเลยละ!

Tokihiko Okada, 岡田 時彦 (1903-34) นักแสดงสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Tokyo, เข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการเซ็นสัญญาสตูดิโอ Taikatsu ต่อมาได้ร่วมงานผกก. Yasujirō Ozu และ Kenji Mizoguchi อาทิ Tokyo Chorus (1931), The Water Magician (1933) ฯ เสียดายอายุสั้นไปหน่อย เสียชีวิตด้วยวัณโรคตอนอายุเพียง 30 ปี

รับบท Kinya Murakoshi เกิดในครอบครัวซามูไร แต่ความตายของบิดาทำให้หมดโอกาสร่ำเรียนหนังสือ ออกมาทำการทำงานหาเงิน กลายมาเป็นคนขับรถรับจ้าง ก่อนได้พบเจอกับ Tomo ยินยอมกลืนเลือดตนเองให้เธอส่งเสียจนสำเร็จการศึกษา กลายเป็นผู้พิพากษามีหน้ามีตาในสังคม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อต้องกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินคดีความของเธอ

Okada เป็นนักแสดงที่น่าจะอนาคตไกลในวงการ แม้เรื่องนี้อาจไม่โดดเด่นเทียบเทียบ Irie แต่ความหล่อเหลาคงถูกใจแฟนคลับสาวๆ และเบื้องลึกตัวละครเต็มไปด้วยความเก็บกด อัดอั้น ชีวิตพานผ่านเรื่องร้ายๆมามาก การได้รับความช่วยเหลือเธอ มันอาจขัดต่อสามัญสำนึก (ที่ผู้หญิงเลี้ยงดูแลผู้ชาย) ถึงอย่างนั้นเขายังสำแดงความเป็นซื่อสัตย์ มั่นคง จงรักภักดีไม่ผันแปรเปลี่ยน


ถ่ายภาพโดย Shigeru Miki, 三木茂 (1905-78) ตากล้องสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Kochi City, หลังเรียนจบได้เข้าร่วมสตูดิโอ Sugamo Studio ฝึกฝนการถ่ายภาพกับ Eda Masahiro (หนึ่งในผู้บุกเบิก Special Effect ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นอาจารย์ของ Eiji Tsuburaya) เริ่มต้นมีผลงานตั้งแต่ยุคหนังเงียบ แต่จาก 70 กว่าผลงาน หลงเหลือรอดมาถึงปัจจุบันแค่หลักหน่วยเท่านั้นเอง

งานภาพรับอิทธิพลจาก German Expressionism แต่อาจจะไม่ได้มีลูกเล่น เทคนิคภาพยนตร์หวือหวา ส่วนใหญ่คือการจัดแสง-เงา ออกแบบฉาก เลือกมุมกล้องที่ดูผิดแผกแปลกตา และลายเซ็นต์ของผกก. Mizoguchi มีคำเรียก Scrolling Shot ตั้งกล้องบนรางเลื่อนแล้วเคลื่อนเลื่อนติดตามตัวละคร (ให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดม้วน)

Scrolling Shot ของผกก. Mizoguchi จะไม่ใช่แค่กล้องเลื่อนไปทางขวา-ซ้าย หรือขึ้นบน-ลงล่าง (แกน x-y) แต่ยังมีเคลื่อนเข้า-ออก (แกน z) ดูจากช็อตนี้น่าจะใช้เครน ลอยอยู่เหนือศีรษะผู้ชม เข้าหาเวที

การแสดงของ The Water Magician ไม่ได้มีการใช้ลูกเล่นภาพยนตร์ใดๆ เพียงทักษะมายากลล้วนๆ น่าจะด้วยการต่อสายยางผ่านชุด และมีคนเปิด-เปิดสวิตช์น้ำอยู่เบื้องหลัง แต่จุดขายจริงๆน่าจะคือนักแสดงหญิงรูปงาม ถูกตาต้องใจผู้ชมเสียมากกว่า

จริงๆมันมีการแสดงหลากหลายที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ตัวเลือก The Water Magician ตรงกันข้ามกับไฟที่ลุ่มร้อน แผดเผา, น้ำคือสัญลักษณ์แทนความสงบ ร่มเย็น สะท้อนตัวตนของหญิงสาวผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

ยามค่ำคืนหลังเสร็จสิ้นการแสดง Tomo ออกเดินเตร็ดเตร่มาถึงสะพานสมมติ Utatsubashi (ข้ามแม่น้ำ Asano) ซีเควนซ์นี้เป็นการสร้างฉากขึ้นภายในสตูดิโอ พบเห็นภาพวาดดวงจันทร์อยู่เบื้องหลัง ผมคงไม่ลงรายละเอียด ‘Mise-en-scène’ แต่อยากให้สังเกตการละเล่นกับทิศทาง มุมกล้อง ตำแหน่งนักแสดง แสงสว่าง-เงามืด ล้วนเคลือบแฝงนัยยะบางอย่างเกี่ยวกับสถานะ ความสัมพันธ์ ความรู้สึกที่มีต่อกัน ฯ

หลังจาก Kinya เล่าความหลัง และความใฝ่ฝันของตนเองต่อ Tomo ภาพแรกสังเกตว่าเธอยืนอยู่ด้านหลัง ถูกบดบังด้วยเสาสะพาน แต่วินาทีแสดงเจตจำนงค์ อาสาส่งเสริมสนับสนุนให้เขามีโอกาสร่ำเรียนหนังสือ มีการก้าวออกมายืนด้านหน้า … เรียกว่าจากช้างเท้าหลังสู่เบื้องหน้า

ฉากน่ารักน่าชังที่สุดของหนัง, ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันคงใช้การถ่ายภาพใบหน้านักแสดงระยะใกล้ ให้เห็นรอยยิ้ม แก้มชมพู ดวงตาหยาดเยิ้ม แต่ยุคสมัยหนังเงียบจะเน้นการแสดงออกผ่านภาษากาย ภาพมุมกว้างเสียมากกว่า

Kinya สอบถาม Tomo ว่าต้องการสิ่งใดตอบแทนบุญคุณ? แทนที่เธอจะพูดตอบกลับสะดีดสะดิ้ง ลุกเดินหนี หลบซ่อนหลังประตู ก่อนยื่นหน้าออกมาพูดอะไรสักอย่าง เสร็จแล้วก็หัวหดกลับไป ผู้ชมย่อมสัมผัสได้ว่านั่นคืออาการเหนียงอาย ละเล่นตัว ไม่อยากพูดบอกความในใจ

ชาวญี่ปุ่นสมัยก่อนชอบเขียนจดหมายบนกระดาษยาวๆแบบนี้กระมัง เวลาอ่านก็ให้กล้องเคลื่อนเลื่อนไปทางซ้าย (ตัวอักษรญี่ปุ่นอ่านจากขวาไปซ้าย) นี่ไงแรงบันดาลใจ Scrolling Shot ลายเซ็นต์ของผกก. Mizoguchi

Tomo ให้ความช่วยเหลือรุ่นน้อง Nadeshiko แอบล่องเรือหลบหนีไปกับแฟนหนุ่ม (กล้องถ่ายด้านข้าง เคียงคู่ขนานไปกับเรือ พื้นหลังค่อยๆเคลื่อนผ่าน นี่ก็ถือเป็น Scrolling Shot) คาดหวังให้คุณความดีย้อนกลับหาตนเอง ได้มีโอกาสครองรักกับ Kinya … ซีเควนซ์นี้อาจดูไม่ได้เคลือบแฝงนัยยะซับซ้อน แต่ชวนให้ผมนึกถึงฉากล่องเรือใน Ugetsu (1953)

ฤดูหนาว หิมะตกหนัก ถือเป็นช่วง Low Season ของคณะการแสดง เพราะไม่สามารถออกเดินทางไปทำการแสดงยังสถานที่ต่างๆ Tomo ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนให้กับ Kinya เลยทำการกู้เงินจากนายหน้าปล่อยกู้ ก่อนถูกอดีตหัวหน้าคณะจี้ปล้น (เคียดแค้นจากตอนเธอให้ความช่วยเหลือ Nadeshiko หลบหนีไปกับแฟนหนุ่ม) สถานที่คือสวนสาธารณะ Kenroku Park ซึ่งจะมีทางข้ามธารเล็กๆ ย้อนรอยกับตอนเธอพบเจอ Kinya บนสะพานสมมติ Utatsubashi

นัยยะของสะพานข้ามคลอง คือสิ่งเชื่อมโยงระหว่างคนสอง/ฟากฝั่งเข้าหากัน และในทิศทางกลับตารปัตรคือสิ่งแบ่งแยก กีดกั้นคนสอง/ฟากฝั่งให้เหินห่างจากกัน! … กล่าวคือสถานที่ที่ตีความได้ทั้งสุข-ทุกข์ พบเจอ-พลัดพรากจาก ฯ

แม้หัวขโมยจะปิดหน้าปิดตา แต่บังเอิญทำมีดการแสดงตกหล่น ทำให้ Tomo ตระหนักรับรู้ความจริง อดีตหัวหน้าคณะต้องรวมหัวกับนายหน้าเงินกู้ นั่นทำให้เธอรีบลุกขึ้น ก้าวออกเดิน สังเกตว่ามีการ ‘Crossing Cutting’ ที่เยิ่นยาวกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อสร้างสัมผัสว้าวุ่น กระวนกระวายใจ

นายหน้าเงินกู้พยายามฉุดกระชาก ข่มขืนกระทำชำเรา Tomo สังเกตว่าตลอดทั้งซีเควนซ์ถ่ายภาพมุมสูงก้มลงมา ราวกับจะสื่อถึงมันเป็นเรื่องโชคชะตา ชีวิต-ความตาย ไม่มีใครสามารถควบคุม พอได้จังหวะเธอจึงใช้มีดการแสดง(ของอดีตหัวหน้าคณะ)ทิ่มแทงอีกฝ่ายจนเสียชีวิต

ปล. ถ้าตามกฎหมายในปัจจุบัน การกระทำของ Tomo อาจมองเป็นการป้องกันตัว จำเลยจึงไม่มีความผิดประการใด แต่ยุคสมัยนั้นขอแค่เพียงฆ่าคนตาย (ไม่สนเจตนา) ก็อาจได้รับโทษประหารชีวิต!

ช่วงระหว่างการหลบหนีของ Tomo มีทั้งการแพนนิ่ง (Panning) และกล้องขยับเคลื่อนเลื่อน Scrolling Shot ตามสไตล์ของผกก. Mizoguchi … ที่ผมเลือกนำหลายๆภาพ Scrolling Shot ก็เพื่อจะอธิบายว่าผกก. Mizoguchi ได้พัฒนาสไตล์ลายเซ็นต์จนเป็นรูปเป็นร่างมาตั้งแต่ยุคหนังเงียบ!

โดยปกติแล้วหนังของผกก. Mizoguchi มักไม่ค่อยมีช็อตโคลสอัพ (Close-Up) นอกเสียจากต้องการให้นักแสดงสำแดงพลังอารมณ์ ความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นออกมา อย่างขณะนี้ที่ Tomo เดินทางมาถึงห้องพักของ Kinya แต่เขากลับไม่อยู่ ออกไปทำงาน ทีแรกก็ดูเศร้าซึม หมดอาลัย พอเจ้าของพร่ำพูดถึงพี่สาว (หรือก็คือเธอเองนะแหละ) สีหน้าค่อยๆผันแปรเปลี่ยน บังเกิดรอยยิ้ม อิ่มอกอิ่มใจ (ไม่รู้มีการจัดแสงเพิ่มด้วยหรือเปล่า ใบหน้าดูสว่างขึ้นเล็กน้อง) ตระหนักว่าเขายังคงซื่อสัตย์ จงรักภักดี ทุกสิ่งทำไปไม่สูญเสียเปล่า

หลังถูกจับกุม คุมขัง พูดคุยกับผู้พิพากษา หญิงสาวนั่งก้มหน้าก้มตา มีการออกแบบฉากได้อย่างสไตล์ลิสต์ รับอิทธิพลจาก German Expressionism โดยเฉพาะการใช้แสง-เงาบานเกล็ด สัญญะของจิตวิญญาณที่ถูกควบคุมขัง

ตรงกันข้ามกับตอนพบเจอ Kinya ผู้พิพากษาคนใหม่เดินทางมาจาก Tokyo มันจะมีฉากที่เขาแวะมาเยี่ยมเยียน แต่มุมกล้องเลือกตำแหน่งให้หญิงสาวนั่งอยู่บริเวณช่องว่าง (ผิดกับใบหน้าชายหนุ่ม รายล้อมด้วยกรอบกรงขัง) ราวกับจิตวิญญาณได้รับการปลดปล่อย … การที่เธอได้พบเจอเขา แม้ในสถานการณ์ไม่เป็นใจ แต่ก็ราวกับชีวิตเติมเต็ม ไม่หลงเหลือความปรารถนาอันใด

ไคล์แม็กซ์ของหนัง ซีเควนซ์บนชั้นศาล มีการละเล่นกับทิศทาง มุมกล้อง ออกแบบฉากให้ผู้พิพากษาอยู่บนบัลลังก์สูงส่ง มีอำนาจตัดสินโจกท์/จำเลย/ผู้ต้องหาเบื้องล่าง, บ่อยครั้งพยายามถ่ายติด Tomo คู่กับ Kinya แม้ไม่สามารถพูดคุย แต่สามารถสื่อทางใจ แอบมองเขาด้วยความภาคภูมิ/พึงพอใจ ไร้ความหวาดกลัวเกรงเมื่อต้องพูดความจริงออกมา

ตัดต่อโดย Sakaneda Tsuruko,

หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของ Tomo Mizushima นักมายากลสาวเจ้าของฉายา The Water Magician เริ่มต้นหวนระลึกความประทับใจในชายหนุ่มขับรถรับจ้าง Kinya Murakoshi หลังเสร็จสิ้นการแสดงประจำวัน ยามค่ำคืนเดินเล่น เตร็ดเตร่ ไปพบเจอเขาอีกครั้งบนสะพาน มีโอกาสพูดคุยแล้วตกหลุมรัก อาสาให้ความช่วยเหลือ ออกเงินให้เขาร่ำเรียนกฎหมาย กลายเป็นผู้พิพากษา เชิดหน้าชูตา

  • นักมายากลสาว & ชายหนุ่มขับรถรับจ้าง
    • ร้อยเรียงภาพคณะการแสดง มาจนใกล้ถึงการแสดงของนักมายากลสาว
    • (Flashback) นักมายากลสาว ครุ่นคิดถึงชายหนุ่มขับรถรับจ้าง แรกพบเจอสร้างความประทับใจอย่างล้นหลาม
    • การแสดง The Water Magician
    • หลังการแสดงออกมาเดิน เตร็ดเตร่ พบเจอเขาอีกครั้งบนสะพาน
    • พูดคุยสนทนา รับฟังเรื่องเล่าจากอดีต จากนั้นนักมายากลสาวอาสาส่งเสียให้เขามีโอกาสร่ำเรียนกฎหมาย
  • การเดินทางสู่เป้าหมายชีวิต
    • Kinya ตั้งใจร่ำเรียนหนังสือ, Tomo ทำงานหาเงินส่งเสีย
    • Tomo ให้ความช่วยเหลือคู่รักหนุ่ม-สาว ได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่
    • เงินทองขัดสน Tomo จึงตัดสินใจกู้หนี้ยืมสิน แล้วถูก(อดีต)หัวหน้าคณะจี้ปล้น ก่อนเธอพลั้งพลาดฆาตกรรมนายหน้าปล่อยกู้
    • Tomo หลบหนีขึ้นรถไฟ เดินทางมาหา Kinya แต่อีกฝ่ายไม่อยู่บ้าน ถึงอย่างนั้นหลังจากรับฟังคำชื่นชมของผู้ให้เช่า จึงเกิดความชุ่มชื่นหัวใจ
  • การพิพากษาตัดสิน
    • ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย Tomo บอกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
    • Kinya ถูกส่งไปเป็นผู้พิพากษา พบเจอกับ Tomo
    • ระหว่างการพิจารณาคดีความ Tomo สารภาพความจริงทั้งหมด
    • หลังการประหารชีวิต Kinya จึงตัดสินใจกระทำอัตวินิบาต

ลีลาการตัดต่อถือว่าล้ำยุคสมัยนั้น เพราะมีการเล่าเรื่องย้อนอดีต (Flashback) และครึ่งหลังตัดสลับกลับไปกลับมาระหว่างการ Tomo และ Kinya แต่ผู้ชมชาวญี่ปุ่นคงไม่มีปัญหาในการรับชมสักเท่าไหร่ เพราะนักพากย์ Benshi จะคอยอธิบายเหตุการณ์บังเกิดขึ้นอย่างละเอียด


โดยปกติแล้วไม่ใครยินยอมเสียสละตนเองเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน Tomo Mizushima ก็เฉกเช่นเดียวกัน แรกเริ่มจากความชื่นชอบ ประทับใจ (ในความหล่อเหลา) พอได้พูดคุยก็เกิดความลุ่มหลง ตกหลุมรักใคร่ เลยต้องการมอบโอกาส วาดฝันอนาคตสวยหรู เมื่อเขาประสบความสำเร็จ กลายเป็นผู้พิพากษา มีหน้ามีตาในสังคม เธอจักสามารถเลิกอาชีพที่โดนดูถูกเหยียดหยาม (นักแสดงเป็นอาชีพที่สังคม(ญี่ปุ่นสมัยนั้น)ไม่ให้การยินยอมรับสักเท่าไหร่) และครองคู่อยู่ร่วมตราบจนวันตาย

จริงอยู่มันอาจฟังดูไม่บริสุทธิ์ใจ แถมหนังมีฉากชี้นำว่าเธอได้ร่วมรักกับเขา (นั่นคือลักษณะของแม่ยก/ทรงซ้อสายเปย์ และฝ่ายชายกลายเป็นแมงดา) แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อหญิงสาวตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย พลั้งพลาดฆ่าคนตาย อนาคตวาดฝันไว้พังทลาย ถึงอย่างนั้นพอพบเห็นคนรักได้ดิบได้ดี กลายเป็นผู้พิพากษาสมดั่งความตั้งใจ เกิดความอิ่มอุ่น ชุ่มชื่นหฤทัย ชีวิตไม่ต้องการอะไรอื่น สามารถจากไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ … นั่นราวกับการชำระล้าง กลายเป็นจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ ความเสียสละที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

(มันก็ไม่เชิงว่าหญิงไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ ความอิ่มอุ่น ชุ่มชื่นหฤทัย หลังได้รับรู้ว่าเขามีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี นั่นคือค่าตอบแทนในเชิงนามธรรม ความสุขทางใจอาจจับต้องไม่ได้ แต่มีพลานุภาพสุดยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งข้าวของใดๆ)

ญี่ปุ่นเป็นประเทศอนุรักษ์นิยม ปิตาธิปไตย (Patriarchy) บุรุษคือช้างเท้าหน้า ยิ่งเกิดในครอบครัวซามูไร โดยปกติแล้วต้องมีความเย่อหยิ่ง ทะนงตน ยึดถือมั่นในเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่ยินยอมรับความช่วยเหลือจากสตรีเพศ โดยเฉพาะหญิงสาวอายุน้อยกว่าตน แต่เรื่องราวของ The Water Magician (1933) ได้หักดิบ แหกคอ ฉีกกฎเกณฑ์ดังกล่าว ทำไมจะทำไม่ได้? กลืนเลือดตนเองแล้วไง? ขายวิญญาณให้ปีศาจ เพื่อโอกาสแห่งความสำเร็จ เติมเต็มความใฝ่ฝัน หวนกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

ผกก. Mizoguchi เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง ฐานะมั่งมี คุณปู่เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง แต่พอบิดาวางแผนรวยทางลัด แล้วขาดทุนย่อยยับ หนี้สินท่วมหัว จำต้องขายบ้าน ขายพี่สาวเป็นเกอิชา นี่คือสถานะเทวดาตกสวรรค์ … แบบเดียวกับตัวละคร Kinya Murakoshi

ไม่เพียงเท่านั้นบิดายังส่งเด็กชายไปอยู่กับพี่สาว กลายเป็นภาระให้เธอต้องรับงานขายบริการทางเพศ ส่งเสียน้องชายให้มีโอกาสร่ำเรียนหนังสือ วาดฝันอนาคตสวยหรู โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ … นั่นคือเรื่องราวของ Tomo Mizushima ส่งเสียให้ Kinya Murakoshi มีโอกาสร่ำเรียนหนังสือ

ในขณะที่สังคม(ญี่ปุ่น)ตีตราว่าร้าย ทั้งอาชีพนักแสดง เกอิชา ผู้หญิงขายบริการมีความต่ำตม โสมม แต่ผกก. Mizoguchi เติบโตขึ้นจากการเสียสละของพี่สาว จึงพยายามสรรค์สร้างภาพยนตร์หลายๆเรื่อง เพื่อชักชวนให้ผู้ชมครุ่นคิดพิจารณา เหมือนองก์สามของหนังเรื่องนี้ทำการพิพากษาตัดสินสิ่งที่เธอกระทำ มีความถูก-ผิด ดี-ชั่วประการใด?

แต่ผมค่อนข้างมีปัญหากับการทำอัตวินิบาตของ Kinya Murakoshi เพราะรู้สึกเหมือนทำให้การเสียสละของ Tomo Mizushima สูญเปล่าลงโดยสิ้นเชิง! ถึงกระนั้นในมุมของชายหนุ่ม คงจะรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่น ผมเคยเขียนอธิบายไว้ในภาพยนตร์ Double Suicide (1969) คือการสำแดงความหัวขบถ ต่อต้านสังคม และพิสูจน์ความรักอันบริสุทธิ์


ผกก. Mizoguchi มีผลงานในยุคหนังเงียบประมาณ 60-70 เรื่อง ส่วนใหญ่ล้วนสูญหาย (Lost Film) แต่เหตุผลที่ The Water Magician (1933) หลงรอดมาถึงปัจจุบันเพราะนักพากย์ Shunsui Matsuda โปรดปรานหนังเรื่องนี้ ลงทุนก่อตั้งบริษัท Matsuda Film Productions เพื่อรวบรวมเก็บฟีล์มหนังเก่าๆมาบูรณะซ่อมแซม และรื้อฟื้นอาชีพ Benshi ให้คนรุ่นหลังๆมีโอกาสชื่นเชยชม

ด้วยความที่หนังอายุเกือบร้อยปี กลายเป็นสมบัติสาธารณะไปนานแล้ว จึงสามารถหารับชมทาง Youtube มีทั้งฉบับของ Shunsui Matsuda (ผู้ชาย) และ Midori Sawato (ผู้หญิง) ก็ต้องชื่นชมว่าฉบับของ Matsuda ยอดเยี่ยมกว่าจริงๆ มีลีลาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชอบแทรกใส่รายละเอียดโน่นนี่นั่น ช่วยเสริมสร้างอรรถรสในการรับชมได้อย่างน่าประทับใจ

ส่วนตัวแม้ไม่ชมชอบตอนจบที่ Kinya ตัดสินใจกระทำอัตวินิบาต เพราะมันเป็นการทำลายทุกสิ่งอย่างที่ Tomo อุตส่าห์เสียสละตนเองเพื่อเขา! แต่ก็ต้องยอมรับลีลาการเล่าเรื่องของผกก. Mizoguchi ทำออกมาได้รันทด หดหู่ และแอบสอดแทรกเรื่องราวกึ่งอัตชีวประวัติของตนเองได้อย่างแนบเนียน

ในมุมของผู้ชมสมัยใหม่ นักมายากลสาวอาจถูกมองเป็นแม่ยก ทรงซ้อ สายเปย์ เลี้ยงดูแมงดา ฯ แต่นั่นหาใช่ความต้องการของผกก. Mizoguchi นำเสนอจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของหญิงสาว และความจงรักภักดีของฝ่ายชาย นั่นคือสิ่งงดงาม ทรงคุณค่า น่ายกย่องสรรเสริญ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

จัดเรต pg กับความชอกช้ำในรัก และความเห็นแก่ตัวของมนุษย์

คำโปรย | The Water Magician มายากลของผู้กำกับ Kenji Mizoguchi งดงามวิจิตรศิลป์
คุณภาพ |


MEAT Category: , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

raremeat.blog

ยินดีต้อนรับสู่ raremeat.blog แห่งการรีวิว-วิเคราะห์-วิจารณ์ อะไรก็ตามที่เป็นภาพและเคลื่อนไหว หาดูยากในเมืองไทย หลบซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ดูท่าโปรเจคแบ็กอัพคงจะล้มเหลวเพราะถูกบ็อท(AI)ของ Wordpress มองว่าเป็นสแปม (Spam) เลยโดนแบนเรียบ แถมลุกลามมายัง Jetpack อ้างว่า raremeat.blog มีภาพโป๊เปลือย เนื้อหา Mature (18+) เลยทำให้หลายๆสิ่งในเว็บใช้งานไม่ได้ ผมก็หมดอารมณ์ จนปัญญา เดี๋ยวค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอะไรต่อไป

ณ.คอน ลับแล (8-March-2026)

raremeat’s Archive

  • 2026 (29)
  • 2025 (135)
  • 2024 (131)
  • 2023 (131)
  • 2022 (127)
  • 2021 (56)
  • 2020 (57)
  • 2019 (214)
  • 2018 (321)
  • 2017 (350)
  • 2016 (354)
  • 2015 (30)