The Young Girls of Rochefort (1967)

The Young Girls of Rochefort

The Young Girls of Rochefort (1967) French : Jacques Demy ♥♥♥♥♡

ณ เมืองติดทะเล Rochefort ตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ชายหญิง พบเจอ พลัดพราก พลาดโอกาส จับพลัดจับพลู ในหนึ่งสัปดาห์แห่งความสุขสันต์ ร้องเล่นเต้นอย่างเพลิดเพลิน เพื่อตามหารักแท้, หนังเพลงสุดสวยคุณภาพขึ้นหิ้งของ Jacques Demy ที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก คลั่งไคล้ หลงใหล ทั้งอิ่มเอิบและเศร้าเสียใจ หลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียว

ถ้าคุณเพิ่งรับชม La La Land (2016) มาไม่นาน จะสัมผัสได้ถึงความละม้ายคล้ายคลึงในสไตล์เพลงและลีลาท่าเต้นกับหนังเรื่องนี้ (ก็แน่ละ นี่คือหนึ่งในเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับ) ซึ่งนี่จะไม่ทำให้คุณชอบหนังทั้งสองเรื่องน้อยลงนะครับ มีแต่จะยิ่งหลงใหลคลั่งไคล้มากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้กำกับ Jacques Demy หนึ่งใน French New Wave หลังความสำเร็จของ The Umbrellas of Cherbourg ทำให้ได้รับโอกาสจากสตูดิโอทั้งหลายที่เคยบอกปัด สามารถหาทุนสร้างหนังเยอะขึ้นกว่าเดิม แถมได้นักแสดงระดับนานาชาติชื่อดังมาสมทบอย่าง Gene Kelly, George Chakiris ฯ ตอนแรกตั้งชื่อหนังว่า Boubou ชื่อน้องชายคนเล็กของสองแฝดสาว สุดท้ายจะเปลี่ยนเป็น Les Demoiselles de Rochefort ที่แปลว่า หญิงสาวในเมือง Rochefort

เมือง Rochefort, จังหวัด Charente-Maritime ได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางของหนัง เพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรม (military architecture, rigorous, beautiful,) ตัวเลือกเมืองอื่น อาทิ Saumur, La Roche-sur-Yon, Hyères ฯ, Bernard Evein ผู้เป็น Art Direction ได้ทาสีตึกรามบ้านช่องถนนหนทางใหม่ทั้งหมด ให้เข้ากับสีที่ผู้กำกับต้องการ รวมถึง Colbert Square (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นจตุรัส Françoise Dorléac) ที่เป็นใจกลางของเมือง ศูนย์กลางของหนัง

นำแสดงโดย Catherine Deneuve หรือชื่อเต็มๆ Catherine Fabienne Dorléac (เคยร่วมงานกับ Demy มาใน The Umbrellas of Cherbourg) กับพี่สาวแท้ๆ Françoise Dorléac ทั้งสองรับบทเป็นแฝดสาว Delphine กับ Solange Garnier (แต่ตัวจริงทั้งคู่ไม่ใช่แฝดกันนะ เกิดห่างกันปีหนึ่ง), สองพี่น้องมีใบหน้าคล้ายกันมาก แถมเป็นนักแสดงเหมือนกันด้วย น่าเสียดายที่ Françoise อายุสั้นไปหน่อย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปี 1967 ตอนอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น (เสียชีวิตหลังหนังฉาย)

การแสดงของทั้งคู่ไม่ได้มีความโดดเด่นเท่าไหร่ แต่ใบหน้าตาที่สวยสะคราญทำให้ไม่ว่าทำอะไรออกมามีความน่ารักน่าชัง และการเล่นเต้นประสาน ทำได้อย่างพร้อมเพียงเคียงคู่กันสุดๆ, ซึ่งบทเพลง Chanson Des Jumelles (A Pair of Twins, Germini) ขับร้องโดย Anne Germain (Delphine) กับ Claude Parent (Solange) [ทั้งสองพากย์แทน Catherine กับ Françoise] มีความโดดเด่น ตราตรึง ติดหู อธิบายพื้นหลัง ตัวตน ความสัมพันธ์ของแฝดสาวได้ตรงตัวที่สุด

Delphine ชอบสีชมพู มีความสามารถด้านการเต้น ตกหลุมรักกับชายหนุ่มที่วาดรูปเหมือนของเธอในจินตนาการ (ทั้งเรื่องไม่ได้พบเจอกันเลย จนตอนจบ…) มีชายหนุ่มที่เป็นจิตรกรตามตื้ออย่างน่ารำคาญ (ที่ชอบยิงปืนใส่ถุงสี ทำภาพ Avant-Garde)

Solange ชอบสีเหลือง มีความสามารถด้านการเล่นดนตรี หลงใหลกับชายหนุ่มที่เป็นนักดนตรีมีชื่อเสียง (ได้พบเจอกับเขาโดยบังเอิญ ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม) มีชายสูงวัยที่เปิดร้านดนตรีแอบหลงใหล ให้กำลังใจอยู่ห่างๆ

แฝดสาวมีความคล้ายแต่ก็แตกต่างกัน (แบบตรงข้าม) เพลงเริ่มจากเสียงทรัมเป็ต จากนั้นเริ่มต้นขับร้องประสานเสียง ครึ่งแรกเต้นคู่กันอย่างพร้อมเพียง ตอนนั่งไขว่ห้างสังเกตดีๆเหมือนรูปหัวใจ แต่หลังจากนั้นทั้งสองจะแยกจากกัน คนหนึ่งนั่งลงเล่นเปียโน อีกคนเดินไปที่กระจกยกขาขึ้นซ้อมบัลเล่ต์

ตอนเพลงนี้ดังขึ้น ผมเกิดความหลงใหลในหนังทันที (ก่อนหน้าที่เป็นการเต้นของหนุ่มๆ ยังไม่ตราตรึงเท่ากับวินาทีนี้) ถึงจะไม่รู้ว่าทั้งสองร้องอะไร แต่ถ้าตั้งใจฟังจะได้ยินคำร้อง มี ฟา ซอล ลา มี เร, เร มี ฟา ซอล ซอล ซอล เร โด่ (เสียงโน๊ตดนตรี) และคำว่า Gemini (ราศีเมถุน) ที่เป็นหนึ่งในจักรราศี แปลว่าหญิงคู่/ฝาแฝด

สำหรับหนุ่มๆมีหลายคนทีเดียว ขอเริ่มจากสองหนุ่มยิปซี (คนที่เดินทางพร้อมคณะแสดงทัวร์) Étienne รับบทโดย George Chakiris กับ Bill รับบทโดย Grover Dale ทั้งสองเป็นนักแสดงสมทบจากหนังเพลง hollywood เรื่อง West Side Story (1961), บทเพลงที่อธิบายเรื่องราวของคู่หนุ่มได้ดีที่สุดคือ Nous voyageons de ville en ville (แปลว่า We travel from city to city.)

สองหนุ่มเป็นนักเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อยๆ จากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง ด้วยเรือ/รถ มีถนนเหมือนบ้าน ชีวิตอิสระไม่ยึดติดกับอะไร, Étienne ชอบสีแดงส้ม ส่วน Bill ชอบสีน้ำเงินฟ้า

เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า Delphine กับ Solange คงได้คู่ Étienne กับ Bill แต่สุดท้ายจะเป็นเช่นนั้นไหมผมไม่ขอสปอย แค่บอกว่าชีวิตมันไม่จำเป็นต้องเหมือนดังฝัน

Gene Kelly รับบท Andy Miller นักดนตรีชาวอเมริกาที่ชีวิตประสบความสำเร็จแต่เหมือนยังขาดอะไรสักอย่าง วันหนึ่งเดินทางมาหาเพื่อนเก่าที่ Rochefort ได้พบหญิงสาว (Solange) เกิดตกหลุมรัก, การปรากฎตัวของ Kelly ทำให้ผมอมยิ้มตลอดทั้งเรื่อง เพราะเขามาด้วยรอยยิ้มและท่าเต้นที่ใครเป็นแฟนของเขาคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนท้ายที่เมื่อตัวละคร Andy ได้พบ Solange อีกครั้ง การเต้นเกี้ยวพาราสีของทั้งคู่ ให้สัมผัสคล้ายๆกับ An American in Paris (1951), Singin’ in the Rain (1952) อย่างมาก

ผมชอบสีขาวโพลนของฉากนี้อย่างมาก ตัดกับสีไม้ (น้ำตาล) ของโต๊ะเก้าอี้และเครื่องดนตรีที่วางเป็นอุปกรณ์ฉาก ให้ความรู้สึกหรูหรา (Grande) เริ่มต้นจากหญิงสาวเดินเข้ามาในร้าน Andy กำลังเล่นเปียโนพลงที่ Solange แต่งขึ้นแล้วลืมทิ้งไว้ เมื่อทั้งสองเห็นหน้า จดจำกันและกันได้ Andy ลุกขึ้นจากเปียโน เสียงเพลงกลายเป็นออเครสต้า ทั้งสองออกลีลาเกี้ยวพาหยอกเย้า ยอมรับดีไหม … ยอมสิ, รักกันได้ไหม… รักสิ

คงมีหลายคนที่รู้สึก Kelly ดูผิดที่ผิดทาง ไม่ค่อยเข้ากับหนังยังไงชอบกล คือเขากลายเป็นชายวัยกลางคน เต็มไปด้วยริ้วรอยตีนกาเหี่ยวย่น แล้วจะให้ตกหลุมหลงรักหญิงสาวอายุ 20 ต้นๆ มันออกจะเกินไปเสียหน่อย และเสียงพากย์ (สำหรับคนฟังฉบับภาษาฝรั่งเศส) นั่นไม่ใช่เสียงของ Kelly นะครับ พากย์ทับโดย Donald Burke

นี่ถือเป็นหนังเรื่องท้ายๆของ Kelly แล้วนะครับ เพราะยุคทองของหนังเพลง hollywood ได้ถึงกาลสิ้นสุดลงแล้ว ไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป ซึ่ง Kelly ก็ไม่สามารถปรับตัวเปลี่ยนแปลงเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้ ทำให้ชื่อเสียงที่เคยมีค่อยๆเลือนลางและจางหายไป

สำหรับนักแสดงสมทบอื่นๆ อาทิ
– Danielle Darrieux นักแสดงในตำนานอมตะของฝรั่งเศส รับบท Yvonne แม่ของแฝดสาวและ Boubou เปิดร้านขายอาหารที่มีลักษณะเหมือนตู้ปลา (กระจกรอบด้าน) ตั้งอยู่ในจตุรัสของเมือง Rochefort, อดีตแฟนหนุ่มของเธอ Simon Dame รักกันมาก แต่เพราะนามสกุลของเขาทำให้เธอไม่อยากแต่งงานด้วย (เพราะจะกลายเป็น Madame Dame) เมื่อสิบปีก่อนจึงหาข้ออ้างแยกจาก แต่ปัจจุบันยังรักและคิดถึงอยู่เรื่อยมา
– Michel Piccoli อีกหนึ่งนักแสดงในตำนานอมตะของฝรั่งเศส รับบท Simon Dame ชายกลางคนเพื่อนของ Andy เปิดร้านขายเครื่องดนตรีอยู่ในเมือง Rochefort เขาถูกแฟนสาวชื่อ Yvonne ทิ้งไป มาลงเอยเมืองแห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่ที่พบรักครั้งแรกกับเธอ
– Jacques Perrin รับบท Maxence ทหารเรือประจำการชั่วคราวอยู่เมือง Rochefort เป็นคนมีความเพ้อฝันและเป็นศิลปินวาดรูปเก่ง เขาสามารถวาดหญิงสาวในจินตาการออกมาเป็นภาพสุดสวยงาม ซึ่งรูปที่วาดดันไปคล้ายกับ Delphine แต่ทั้งสองจะมีโอกาสได้พบเจอกันไหม?
– สำหรับ Boubou รับบทโดย Patrick Jeantet ที่ก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย แต่น่าฉงนไม่น้อยทำไมถึงเป็น Working Title แรกของหนัง

ถ่ายภาพโดย Ghislain Cloquet ชาว Belgian-French เจ้าของรางวัล Oscar: Best Cinematography จากเรื่อง Tess (1979), หนังถ่ายทำ 2 ครั้ง เป็นฉบับพูด(ขยับปาก)ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ผมได้รับชมฉบับภาษาฝรั่งเศส ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแตกต่างกันแค่ไหน

ความโดดเด่นของงานภาพ คือสีสันที่สดใสและมีความกลมกลืนเข้ากัน เน้นโทนสว่าง ขาวล้วน แดงเหลืองน้ำเงิน แทบจะไม่มีลูกเล่นลวดลายอะไร เป็นสีโทนธรรมดาเรียบง่าย เทรนด์แฟชั่นของโลกในยุค 50s-60s ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ฉากหลัง ให้กลิ่นอายเมืองริมทะเล แม้จะเห็นแค่แม่น้ำไม่ได้เห็นทะเลก็เถอะ

งานภาพลักษณะนี้ รับชมในปัจจุบันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน จินตนาการ แฟนตาซีที่สวยงามจับต้องได้เหนือกาลเวลา และการร้องเล่นเต้นของผู้คนตามท้องถนน มีชีวิตชีวาราวกับว่าที่นี่คือดินแดนสรวงสวรรค์ เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนานสำเริงราญ

อีกสิ่งที่โดดเด่นคือ ลีลาการเคลื่อนกล้องและการจัดตำแหน่ง ต้องถือว่ามีการวางแผนตระเตรียมซักซ้อมไว้เป็นอย่างดี ทำให้หลายครั้งเห็นความสมมาตรที่ลงตัวระหว่างนักแสดง นักเต้น และฉากพื้นหลัง ที่มีความงดงามอย่างยิ่ง

ตัดต่อโดย Jean Hamon ช่วงแรกของหนังแทบจะไม่มีบทสนทนา ใช้ภาพและท่าเต้นเป็นภาษาเล่าเรื่อง, มุมมองของหนังคือเมือง Rochefort เริ่มต้นจากคณะแสดงทัวร์กลุ่มหนึ่งเดินทางข้ามแม่น้ำ ตรงเข้ามาที่จตุรัสใจกลางเมืองเพื่อเตรียมงานเทศกาล ตอนจบคือเมื่องานเลี้ยงเทศกาลเลิกรา 1 สัปดาห์ถัดไปจึงเดินทางออกนอกเมือง

ซึ่งศูนย์กลางความรักของหนังคือ แฝดสาว ที่มี
– ชายสองคนชอบ/แอบชอบ แต่พวกเธอไม่ชอบตอบ
– ชายสองคนที่เพิ่งเข้ามาในเมือง ชอบแบบมีข้อแลกเปลี่ยนไม่ได้ด้วยใจ
– ชายสองคนในฝัน ที่พวกเธอชอบตอบ
– มีอีกคู่หนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวกับแฝดสาว คือคู่ที่เคยรักกันแล้วแยกจาก

บทเพลง De Hambourg à Rochefort (From Hamburg to Rochefort) จะมีการตัดต่อที่นำเสนอครบทุกตัวละคร ใส่มาแวบๆให้เห็นว่าพวกเขากำลังคิดรู้สึก ทำอะไรอยู่, เพลงนี้จะอยู่กึ่งกลางหนังพอดี หลังจากแนะนำครบทุกตัวละคร ซึ่งเพลงที่ร้องจะทำการ replay ที่ตัวละครนั้นเคยร้อง (ประมาณว่าอารมณ์ค้างต่อเนื่องมา) ก่อนที่จะเริ่มครึ่งหลัง เหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป…

เพลงประกอบโดย Michel Legrand คำร้องโดย Jaques Demy ที่คราวนี้ประสบการณ์มากขึ้น จึงสามารถเขียนเพลงได้เร็วขึ้น เอาเวลาที่เหลือไปสร้างสรรค์กับท่าเต้น ออกแบบ Choreographer โดย Norman Maen เว้นท่าเต้นของ Gene Kelly นั่นเขาสร้างสรรค์ได้ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งพาใคร

ส่วนตัวคิดว่าคำร้องของหนังเรื่องนี้โดดเด่นมาก (คงเพราะมีการแบ่งเป็นเพลงชัดเจน ไม่ได้ต่อเนื่องยาวไปเรื่อยๆ) แต่ทำนองเพลงของ The Umbrellas of Cherbourg ทรงพลังมากกว่า กระนั้นส่วนตัวไม่ได้ชื่นชอบฟังเพลงประเภทเศร้าๆโหยหวนบ่อยครั้งนัก คือชอบมากกว่ากับทำนองสนุกสนานติดหูแบบหนังเรื่องนี้ เปิดฟังซ้ำได้เรื่อยๆไม่เบื่อ

ผมเลือกอีกเพลงหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงขณะหนังฉาย คือ Chanson de Maxence (แปลว่า You Must Believe in Spring) ขับร้องโดย Jacques Revaux เป็นเพลงที่ชายหนุ่มวาดฝันถึงหญิงสาวในจินตนาการ เธออยู่แห่งหนไหน ฉันออกตามหาตั้งแต่เวนิส มะนิลา ยันอังกอร์วัด (นครวัด) ก็ยังหาไม่พบ แต่ฉันจะไม่ท้อแท้เพราะรู้ว่าเธอมีจริง

ผมไปเจอคลิปของ Joe Hisaishi ร่วมกับ New Japan Philharmonic World Dream Orchestra ที่เลือก Main Theme ของหนังเรื่องนี้มาเรียบเรียงบรรเลงในคอนเสิร์ตประจำปี ต้องบอกว่าไพเราะ อลังการ ยิ่งใหญ่มาก ลองคลิกฟังดูนะครับ

ใจความของหนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของชายหญิง หนุ่มสาว สูงวัยกลางคน ที่ได้พบเจอ พลัดพราก พลาดโอกาส จับพลัดจับพลู ในหนึ่งสัปดาห์แห่งความพิศวงที่เมื่อง Rochefort เพื่อเติมเต็มจินตนาการ ความฝัน ค้นหาสิ่งที่ทุกคนเรียกว่ารักแท้

หนังดูค่อนข้างสับสน วุ่นวาย อลม่านพอสมควร ในเหตุการณ์จับพลัดจับพลู ผู้ชมจะลุ้นเอาใจช่วย ให้ทุกตัวละครที่มีความรัก ลงเอยตอนจบได้เข้าคู่สุขสมหวัง แต่ชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป นี่คือความแตกต่างของหนัง hollywood กับหนังส่วนอื่นของโลก ที่กล้าทำในสิ่งแตกต่าง เพื่อให้ผู้ชมตราตรึงกับผลลัพท์ จดจำเพราะมันไม่เหมือนสิ่งที่เคยเห็นมาก่อน

ตอนจบของหนัง ผมคงไม่สรุปให้ฟังว่าใครได้คู่กับใคร ให้ไปลุ้นเอาเองดีกว่า แต่ให้ข้อสังเกตว่า จะมีการสลับที่คิดแล้วก็มึนเหมือนกัน คนที่ตั้งใจจะไปปารีสกลับไม่ได้ไป คนที่ไม่ได้มีแววว่าจะไปกลับได้ไป เรียกว่ามีทั้งที่สร้างเซอร์ไพรส์ และคู่ที่เหมือนจะสมหวัง (แต่ไม่สมหวัง) เราก็จะผิดหวังแบบสุดๆ อาจถึงขั้นน้ำตาคลอเศร้าเสียใจ

มีนักวิจารณ์ฝรั่งเศสคนหนึ่ง Paul Vecchiali แสดงความเห็นว่า นี่เป็น ‘a tragic movie’

“The day of the premiere of Les Demoiselles de Rochefort , Jacques was so surrounded and I had just been able to make him a little wave. I phoned him a few days later to tell him how annoyed I was because everybody said, “Demy’s film is happiness.” I came out almost in tears and it was to tell him that I found his film shattering that I called him. Jacques then told me that in the first version of the film, Jacques Perrin was crushed by trucks fairground. This is the basis of James’ work. The showcase is sparkling, daring by its colors, but in the back shop hides a raw, tragic look on life and characters. ”

– Paul Vecchiali, ตีพิมพ์บทความใน Cahiers du Cinema

ความเศร้าสลดที่ Vecchiali พูดถึงคือ ชีวิตมันไม่ได้สวยงามเหมือนในหนัง ซึ่งตอนจบในความตั้งใจแรกของ Demy วางแผนให้ตัวละครหนึ่งถูกรถบรรทุกชนตาย ถ้าจบเช่นนั้นผู้ชมจะตื่นขึ้นจากความฝันทันที (ซึ่งผมก็ชอบมากกว่า ถ้าจะจบแบบนี้นะ)

หนังถือว่าประสบความสำเร็จในฝรั่งเศส มียอดจำหน่ายตั๋ว 1.3 ล้านใบ (ไม่มีรายงานรายรับ) แต่นอกฝรั่งเศสถือว่าเงียบเหงา ไม่ได้รับการพูดถึงเท่าไหร่, เข้าชิง Oscar 1 สาขา Best Original Score แต่ไม่ได้รางวัล

ส่วนตัวชื่นชอบหลงใหลในหนังเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะบทเพลง Chanson Des Jumelles ที่ฟังซ้ำหลายรอบยังไม่เบื่อเลย และ Catherine Deneuve เฉิดฉายสดใสมาก (ใน The Umbrellas of Cherbourg ยังไม่เจิดจรัสเท่านี้ เพราะหนังค่อนข้างเศร้าๆหดหู่)

ระหว่าง The Umbrellas of Cherbourg กับ The Young Girls of Rochefort ผมยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะชอบเรื่องไหนมากกว่า แต่ชอบสองเรื่องนี้มากกว่า La La Land (2016) เป็นไหนๆ คือเรื่องนั้นนำอะไรๆจากสองเรื่องนี้ไปใช้มากเกินไปหน่อย จนรู้สึกขาดความเป็นตัวของตนเอง

แนะนำกับคอหนังเพลงร้องเล่นเต้น ชื่นชอบดนตรีแจ๊ส เรื่องราวรักโรแมนติกน่ารักจับพลัดจับพลู, แฟนหนัง Jacques Demy เพลงเพราะๆของ Michel Legrand และหลงใหลใน Catherine Deneuve,  Françoise Dorléac, Gene Kelly ไม่ควรพลาดเลย

จัดเรตทั่วไป ดูได้ทั้งบ้าน

TAGLINE | “The Young Girls of Rochefort จะทำให้คุณตกหลุมรัก คลั่งไคล้ หลงใหล ทั้งอิ่มเอิบและเศร้าเสียใจ หลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียว”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of