Three Outlaw Samurai (1964)

Three Outlaw Samurai

Three Outlaw Samurai (1964) Japanese : Hideo Gosha ♥♥♥

หนังเรื่องนี้คือส่วนผสมของ Seven Samurai (1954) กับ Yojimbo (1961) เจ็ดคนมากไป คนเดียวน้อยเกิน เลือกโรนินสามคนกำลังพอดิบพอดี รวมกลุ่มเพื่อเพิ่มโอกาสต่อสู้เอาชนะผู้พิพากษาของรัฐ ที่ปกครองด้วยความเผด็จการคอรัปชั่น

ถ้าคุณยังไม่เคยรับชม Seven Samurai (1954) กับ Yojimbo (1961) ของผู้กำกับ Akira Kurosawa มาก่อน อาจรู้สึกว่า Three Outlaw Samurai ก็ไม่ได้มีความเลวร้ายอะไร ดูสนุกเพลิดเพลิน สะท้อนเสียดสีสังคมการเมืองได้อย่างเจ็บแสบ แต่สำหรับคนที่เคยผ่านตาหรือดูแนว Samurai มาหลายเรื่องติดๆ อาจถึงขั้นส่ายหัวกุมขมับ นึกถึงใบหน้าของ Toshirô Mifune ในฉากตะขาบ ‘Centipede Scene’ ของ Sanjuro (1962) หนังเรื่องนี้เล่นเดินตามตูดมาติดๆแบบนั้นเลยนะ

จริงๆแล้ว Three Outlaw Samurai ถือเป็นภาพยนตร์แนว Chambara (Samurai Sword-Fighting) ที่สดใหม่มากๆในทศวรรษนั้น แต่สาเหตุที่ผู้ชมสมัยนี้ไม่รู้สึกถึงความ ‘Original’ แม้แต่น้อย เพราะผู้กำกับ Hideo Gosha ได้สร้างสิ่งที่กลายเป็นแม่แบบ (Archetype หรือ Stock Characters) ให้กับจักรวาลของซามูไร มีความเป็นมาตรฐานสากล จึงพบเจอทั่วไปเกลื่อนกลาดในปัจจุบัน

กระนั้น Hideo Gosha กลับไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ในวงการภาพยนตร์โลก คงเพราะเขาอาศัยหลบอยู่ภายใต้ร่มเงาของผู้เริ่มต้นแนวนี้ตัวจริง Akira Kurosawa ลูกไม้ตกไม่ไกลต้น ทำให้ถูกเงาของต้นไม้ใหญ่บดบังแสงแดด เลยมิอาจเจริญเติบโตขึ้นสูงกว่าได้

Hideo Gosha (1929 – 1992) ผู้กำกับสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Tokyo สมัครเป็นทหารเรือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลดประจำการออกมาเข้าเรียน Meji University จบมาเป็นนักข่าวให้กับ Nippon Television ก่อนย้ายมา Fuji Television ไต่เต้าจนกลายเป็นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับ หนึ่งในรายการ/ละครซีรีย์ ที่ประสบความสำเร็จล้นหลาม Three Outlaw Samurai ออกฉายซีซันแรก ถูกใจสตูดิโอ Shochiku มอบโอกาสให้กำกับสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก

(น่าเสียดายที่จนถึงปัจจุบัน ละครซีรีย์ฉบับดั้งเดิมของ Three Outlaw Samurai ยังไม่มีการทำเป็นไฟล์ Digital บ้างว่าสงสัยสูญหายสิ้นไปหมดแล้ว)

ผลงานของ Gosha ส่วนใหญ่เป็นแนว Chambara หรือ Jidai-geki ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง เลือด และ Sex โด่งดังกับ Sword of the Beast (1965), Goyokin (1969), Hitokiri (1969), The Wolves (1971), Onimasa (1982), The Geisha (1983) ฯ

Sakon Shiba (รับบทโดย Tetsuro Tamba) โรนินหนุ่ม เดินทางผ่านกระท่อมหลังน้อย พบเจอกลุ่มชาวนาที่ลักพาตัวลูกสาวของผู้พิพากษารัฐ (Magistrate) เพื่อเรียกร้องต่อรองขอลดหย่อนภาษีเงินได้, ในตอนแรกพยายามวางตัวเป็นกลาง แต่ก็อดรนทนไม่ได้ถ้าต้องเกิดความสูญเสีย จึงเลือกฝั่งสามัญชนต่อสู้เจ้าหน้าที่รัฐผู้คอรัปชั่น ไม่นานนักได้สหายเพิ่มอีกสอง Kyojuro Sakura (รับบทโดย Isamu Nagato) และ Einosuke Kikyo (รับบทโดย Mikijirō Hira) ที่ก็ต่างทนไม่ได้กับความอยุติธรรมเช่นกัน

สามนักแสดงหลักของหนัง ขณะนั้นยังไม่มีชื่อเสียงนัก แต่เป็นชุดเดียวจากฉบับละครซีรีย์ฉายโทรทัศน์ หลังจากนี้พวกเขาก็ดังพลุแตกเลยละ

Tiger Tanaka หรือ Tetsurō Tamba (1922 – 2006) นักแสดงชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Tokyo มีชื่อเสียงโด่งดังจาก Harakiri (1962), Kwaidan (1965), Under the Flag of the Rising Sun (1972), Battles Without Honor and Humanity: Proxy War (1973) ฯ โกอินเตอร์กับหนัง James Bond เรื่อง You Only Live Twice (1967)

รับบท Sakon Shiba (Wild Samurai) โรนินหนุ่มหน้าละอ่อน เต็มเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ ช่วยเหลือผู้ตกยาก ปกป้องคนดี ขจัดภัยพาล ต่อสู้กับความคอรัปชั่น แต่เพราะความไว้วางใจคนมากเกินไป เป็นเหตุให้ต้องถูกหักหลังทรมานปางตาย จดจำบทเรียน ‘อย่าไว้ใจคนพาล’ น่าจะจนวันตาย

ไม่จำเป็นต้องเทียบกันหมัดต่อหมัด ใครๆก็สามารถรับรู้ได้ว่า Tetsurō Tamba ห่างชั้นกับ Toshirô Mifune อยู่หลายขุม เจ้าตัวคงรู้อยู่ จึงพยายามใส่ความเป็นตัวของตนเองลงไป มากกว่าจะเลียนแบบการแสดงใคร แต่ก็นะ … หาได้ไม่มีอะไรโดดเด่นมากพอให้พูดถึง

Isamu Nagato (1932 – 2013) นักแสดงสัญชาติญี่ปุ่น เกิดนที่ Kurashiki ผลงานเด่นอาทิ Three Outlaw Samurai (1964), Samurai from Nowhere (1964), Crimson Bat, the Blind Swordswoman (1969) ฯ

รับบท Kyojuro Sakura (Passionate Samurai)โรนินร่างท้วม เพราะความพลั้งพลาดฆ่าคนโดยไม่ได้ตั้งใจ รู้ตัวว่าเลือกข้างผิด พยายามแก้ไขปรับเปลี่ยนตนเอง ต้องการกระทำสิ่งชดใช้ความผิด แต่หลายครั้งก็มิอาจยึดถือมั่นในอุดมการณ์ตั้งใจของตนเอง เพราะความเชื่อที่ว่าการมี’ชีวิต’เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ผู้ชมจะรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับสถานการณ์ของตัวละครนี้ ใจร้อนคงไม่ใช่ ถือว่าโชคชะตาเสียมากกว่าที่เล่นตลก สีหน้าของ Nagato สะท้อนความสับสนว้าวุ่นใจออกมาได้อย่างสมจริงทีเดียว

Mikijirō Hira (1933 – 2016) นักแสดงภาพยนตร์/ละครเวที สัญชาติญี่ปุ่น ได้รับการยกย่องว่า ‘Japan’s best Shakespearean Actor’ เกิดที่ Hiroshima โตขึ้นเข้าเรียนต่อมาร่วมเป็นหนึ่งในคณะ Haiyuza Theatre Company สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกแจ้งเกิดโด่งดังกับ Three Outlaw Samurai (1964), Sword of the Beast (1965), The Face of Another (1966), 13 Assassins (2010) ฯ

รับบท Einosuke Kikyo (Mysterious Samurai) ซามูไรที่สังกัดอยู่กับผู้พิพากษา แต่มักวางตัวเป็นกลาง ไม่ค่อยชอบอยากทำงานสกปรกให้เจ้านายเท่าไหร่ มองดู Shiba แล้วแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ (สะท้อนเข้ากับตัวเองอย่างยิ่ง) เมื่อครั้นถูกหักหลังจากเจ้านาย เลยแปรพักตร์เข้าร่วมกลายเป็นโรนิน

การแสดงของ Hira โดดเด่นเกินหน้าเกินตาโรนินทั้งสองอย่างยิ่ง สงบนิ่ง ลุ่มลึก เฝ้ามองดู สังเกตการณ์อยู่ในเงามืด สร้างภาพลักษณ์ตัวละครได้คล้ายคลึงกับ Tatsuya Nakadai ใน Yojimbo แค่ไม่โหดเหี้ยมดุร้ายเท่า เพราะเมื่อถึงจุดๆหนึ่งต้องแปรพักตร์จากศัตรูกลายเป็นพันธมิตร

สามตัวละครหลัก ไม่ได้มีมิติลึกลับซับซ้อนระดับ Yojimbo ที่ผู้ชมต้องครุ่นคิดหาว่าพระเอกมีจุดประสงค์ อุดมการณ์ เป้าหมายอะไร?, สิ่งที่หนังนำเสนอเป็นลักษณะของ Archetypes หรือ Stock Character พบเจอทั่วๆไป บางทีแค่เห็นหน้าก็บ่งบอกได้แล้วว่าดีชั่ว คิดอ่านต้องการทำอะไร

สำหรับตัวร้าย Hisashi Igawa (เกิดปี 1936) นักแสดงตัวประกอบผู้โด่งดัง ตั้งแต่ Harakiri (1962), The Face of Another (1966), Dodes’ka-den (1970), Ran (1985) ฯ

รับบทผู้พิพากษา (Magistrate) ความคอรัปชั่นเกิดจากอาการเย่อหยิ่งทะนงตน เหยียดชนชั้น มองตัวเองว่าสูงศักดินากว่าชาวนาคนชั้นต่ำ จึงปฏิเสธที่จะช่วยเหลือให้โอกาส ทั้งยังกะล่อนปลิ้นปล้อน วาจาไร้ซึ่งสัจจะ หาได้ควรค่าแก่การเป็นซามูไรไม่

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละคร Archetypes แค่เห็นหน้าทำปากย่นๆ (เหมือน Bulldog) ก็สัมผัสได้ถึงความชั่วร้าย ตอนได้เปรียบเป็นต่อก็เชิดหน้าชูคอ พอพ่ายแพ้สิ้นรูปก็ดิ้นรนร้องขอไว้ชีวิตทำตัวเหมือนหมาจนตรอก โชคดีได้ลูกสาวปกป้องไว้ พระเอกเลยทำการแค่ตัดหางปล่อยวัด ให้เลือกตัดสินตัวเอง อยากจะมีชีวิตอับอายขายขี้หน้าประชาชี หรือ… คว้านท้องฆ่าตัวตาย?

ถ่ายภาพโดย Tadashi Sakai ใช้ระบบ Shochiku Grandscope ขนาด 2.35:1 ได้ภาพ Anamorphic Widescreen กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา,

ผู้กำกับ Gosha เติบโตมีชื่อเสียงจากการสร้างละครซีรีย์ฉายโทรทัศน์ ซึ่งจำเป็นต้อง Crop ภาพถ่ายให้มีขนาดอัตราส่วน 4:3 (นึกถึงโทรทัศน์จอนูนสมัยก่อน จอภาพเป็นสี่เหลี่ยม) นี่ถือเป็นครั้งแรกกับการเปิดแห่งอิสรภาพ ไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบอีกต่อไป ใช้ประโยชน์จาก Widescreen อาทิ จัดวางตัวละครให้อยู่ตำแหน่งซ้ายขวา ไม่จำเป็นต้องอยู่กึ่งกลางเท่านั้นอีกต่อไป ฯ

โดดเด่นมากๆกับแสง-เงา บางตัวละครมักหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด เมื่อใคร่สนใจเปิดเผยตัวตนก็จักค่อยเดินออกมาสู่แสงสว่าง ฯ นี่ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์การถ่ายงานภาพขาว-ดำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากทีเดียว

การซูมเข้า-ออก นักแสดงเดิน/วิ่งเข้าหากล้อง เป็นภาษาภาพของการต่อสู้ ประจัน เผชิญหน้า ทั้งยังสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร เช่น ซูมเร็วๆแปลว่าหงุดหงิด โกรธเคือง รีบเร็วเร่ง ฯ (มันจะมีช็อตที่ ค่อยๆซูมเข้า แล้วเร่งความเร็ว ถึงมันจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่สะท้อนความต้องการของตัวละครได้ทันควัน)

ฉากการต่อสู้ หลายครั้งนิยมใช้ Long-Take กล้องเคลื่อนหมุนตามติดตัวละคร วิ่งหนี จับจ้องมอง ฟาดฟัน โดยเฉพาะการดวลดาบช่วงท้ายของคู่เอก ผู้ชมอาจได้ลุ้นระทึกจนต้องกลั้นหายใจ มีผลแพ้ชนะขึ้นเมื่อไหร่ถึงตัดต่อเปลี่ยนมุมกล้อง

ตัดต่อโดย Kazuo Ota, เริ่มต้นเล่าเรื่องจากมุมมองของ Sakon Shiba แต่หลังจากนั้นก็จะมีสลับไปมาระหว่างสายตาของ Kyojuro Sakura และ Einosuke Kikyo ถือว่าใช้ครบทั้งสามตัวละครหลัก พอถึงตอนจบพวกเขาก็พร้อมใจกันออกเดินทาง

แค่ฉากเปิดเรื่อง ก็อาจชวนให้หลายๆคนครุ่นคิดนึกถึง Yojimbo ขึ้นมาแล้ว จงใจทำในทิศทางตรงกันข้าม กล่าวคือ
– Yojimbo ถ่ายมุมเงยเห็นศีรษะและท้องฟ้า
– Three Outlaw Samurai ถ่ายมุมก้มเห็นเท้าและโคลนเลน

มีอีกเยอะในหนังที่สามารถเทียบเคียงกันได้จากทั้ง Seven Samurai และ Yojimbo อาทิ ชาวนาต้องการต่อสู้ปกป้องผลผลิตของตนเอง (Seven Samurai), พระเอกถูกทรมานปางตาย (Yojimbo), หนีเอาตัวรอดจากการมุดใต้พื้นบ้าน (Yojimbo) ฯ

เพลงประกอบโดย Toshiaki Tsushima (1936 – 2013) นักแต่งเพลงสัญชาติญี่ปุ่น ผลงานดัง อาทิ Battles Without Honor and Humanity (1973), Graveyard of Honor (1975), Shogun’s Samurai (1978), The Fall of Ako Castle (1978) ฯ

ทั้งหมดใช้เครื่องดนตรีคลาสสิกพื้นบ้านของญี่ปุ่น ให้สัมผัสเหมือนการทดลอง Experimental เพื่อเติมเต็มสร้างบรรยากาศให้กับฉากนั้นๆ และสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกออกมานิดๆ, ส่วนตัวรู้สึกว่า บทเพลงของหนังค่อนข้างมีความแปลกประหลาดพิศดารพอสมควร เน้นเครื่องดนตรีที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก (แต่อาจเฉพาะกับผู้ชมที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น) มันเลยขาดความไพเราะรื่นหู ทำให้หนังไม่ค่อยลื่นไหลต่อเนื่องเสียเท่าไหร่

แต่ที่โดดเด่นกว่าเพลงประกอบคือ Sound Effect ฝีเท้า เกือกม้า หมาเห่า อีกา ดังขึ้นเด่นชัดมาก โดยเฉพาะขณะต่อสู้ฟันดาบ ต้องถือว่ามีความสมจริงอย่างยิ่ง (แต่มันไม่ใช่เสียงจริงๆของการต่อสู้นะครับ) เท่าที่พอสังเกตได้ อาทิ ไม้เรียวตวัด เขย่าโซ่ เหล็กกระทบ ฯ นี่อาจกลายเป็นต้นแบบให้กับหนัง Wuxia ของ Shaw Brothers ในทศวรรษถัดๆมาก็เป็นได้

สิ่งที่เป็นสามประเด็นหลักของ Three Outlaw Samurai ประกอบด้วย เกียรติ (Honor), ความจงรักภักดี (Loyalty) และการตายที่สมศักดิ์ศรี (Noble Death)

Shiba คือตัวแทนของเกียรติ มีความเชื่อมั่นในสัจจะวาจา พูดคำไหนคำนั้นไม่ตระบัดสัตย์ แต่เมื่อเขาถูกทรยศหักหลังโดยผู้พิพากษา นี่จึงเป็นสิ่งมิอาจยินยอมรับได้

สำหรับ Sakura เป็นตัวแทนของความจงรักภักดี แต่ทั้งๆที่ตัวเขาเปลี่ยนสลับข้างไปมา ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เคยทรยศหักหลังผู้อื่น ก็ยังมีความซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตนเอง ละทิ้งหญิงสาวคนรัก หวนกลับไปต่อสู้เสี่ยงตาย เคียงบ่าเคียงใหล่กับเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์

ช่วงแรกๆที่อยู่ฝั่งผู้พิพากษา Kikyo พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำงานสกปรกให้ ทำไมต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในเรื่องโง่ๆไร้สาระ? จนกระทั่งเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ได้เรียนรู้จนค้นพบเจอคำตอบความต้องการของตนเอง ต่อสู้เพื่อคนอื่น ร่วมกันคนที่ตนชื่นชอบประทับใจ (มีพูดบอกชอบ Shiba ด้วยนะ) ต่อให้ถูกฆ่าตายก็คงไม่เสียดายอะไร

มนุษย์/ซามูไรที่ดี (ในทัศนะของผู้กำกับ Gosha) ควรต้องมีสามสิ่งนี้ไว้เชิดหน้าชูตา สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนอิสระภาพของโรนินทั้งสาม ที่ถือว่าเติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว อุดมการณ์ที่คงมีเหมือนๆกัน คือยึดถือมั่นในคุณธรรม ต่อสู้กำจัดภัยพาล และช่วยเหลือผู้ที่ขวนขวายแสวงหา ไม่ใช่บุคคลที่ก้มหน้าหลับหูปิดตา โอกาสวางอยู่ข้างหน้ากลับเลือกที่จะไม่สนใจ

ช่วงท้ายของหนังกับการกระทำของชาวบ้านทั้งหลาย จริงๆเราจะไปโทษว่ากล่าวพวกเขาก็ไม่ได้ที่แสดงออกมาเช่นนั้น เพราะใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะดั่งเป็นบัวพ้นน้ำ ส่วนใหญ่ยังคงจมลึกอยู่ในโคลนตมมิได้งอกเงยขึ้นมา นี่เรียกว่า ‘กรรมบัง’ แต่อย่าไปเดือดเนื้อร้อนใจแทนเลยนะครับ สักวันเดี๋ยวพวกเขาก็มีโอกาสเริ่มครุ่นคิดเข้าใจได้เอง

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะความคล้ายคลึง Seven Samurai กับ Yojimbo ทำให้เกิดความเอือมละอา เหนื่อยหน่าย มิสามารถแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันได้, กระนั้นผมก็มีความประทับใจในไดเรคชั่นของผู้กำกับ Hideo Gosha พอสมควร เพราะนี่เป็นผลงานแรกจึงมีแนวโน้มที่เรื่องถัดๆไป จะได้รับการพัฒนาขึ้นจนมีความโดดเด่น แบบที่ไม่ใช่คัดลอกหนังของ Kurosawa มาตรงๆแบบนี้

แนะนำกับคอหนังซามูไร ต่อสู้ฟันดาบ, แฝงอุดมการณ์ชีวิต สะท้อนเสียดสีสังคมการเมือง, แฟนๆผู้กำกับ Hideo Gosha และนักแสดง Tetsuro Tamba, Isamu Nagato, Mikijirō Hira ไม่ควรพลาด

จัดเรต 15+ กับความรุนแรง เลือด การตาย

TAGLINE | “Three Outlaw Samurai คัดลอกหนังของ Akira Kurosawa เยอะไปนิด แต่ก็ยังเห็นสไตล์ลายเซ็นต์ของผู้กำกับ Hideo Gosha พอสมควรอยู่”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of