Un Chien Andalou (1929)

Un Chien Andalou

Un Chien Andalou (1929) French : Luis Buñuel ♥♥♥♥

กาลครั้งหนึ่ง มีผู้กำกับนาม Luis Buñuel ตั้งคำถามกับสื่อภาพยนตร์ ว่ามันจำเป็นต้องมีเนื้อเรื่อง มีความหมาย อยู่ในกฎระเบียบ กรอบเกณฑ์ขนาดนั้นเลยเหรอ? สิ่งที่เขาทำกับหนังสั้นเรื่อง An Andalusian Dog เป็นสิ่งที่เรียกว่า Surrealist สุดบ้าคลั่งเรื่องแรกของโลก, ถ้าคุณเรียกตัวเองว่าศิลปิน ชื่นชอบสไตล์ Surrealism และรู้จัก Salvador Dalí ไม่ควรพลาดเลย

‘For the first time in the history of the cinema,’ นักวิจารณ์ Ado Kyrou เริ่มต้นประโยคกับในบทความของเขา ‘ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ที่ผู้กำกับไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมเกิดความพึงพอใจในสิ่งที่ได้รับชม แต่ได้นำเสนอทุกสิ่งอย่างในทุกความเป็นไปได้ออกมา’

จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นขณะ Luis Buñuel วัยละอ่อน เดินทางมาแสวงโชคยังกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศส ได้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Jean Epstein หนึ่งในผู้กำกับชื่อดังของฝรั่งเศสสมัยนั้น หลังจากได้ร่วมงานกันสักพัก Buñuel รู้สึกไม่พึงพอใจแนวทางของ Epstein ที่ทุกสิ่งอย่างต้องมีที่มาที่ไป มีเหตุมีผล ไม่ปล่อยให้ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นโดยโอกาส (Chance) ครั้งหนึ่งทั้งสองโต้เถียงเกิดปากเสียงอย่างรุนแรง ทำให้ Buñuel ถูกไล่ออก, วันหนึ่ง Buñuel ได้พบกับ Salvador Dalí ศิลปิน Surrealist ชื่อดังสัญชาติ Spanish (Buñuel ก็เป็นคน Spanish) ได้พูดคุยกันในร้านอาหารและต่างเล่าความฝันของตนให้ฟัง เริ่มจาก Buñuel ‘ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ก้อนเมฆเคลื่อนพาดผ่านดวงจันทร์เหลือเพียงครึ่งดวง มันเหมือนขณะใบมีดโกนกรีดผ่านดวงตา’ (a cloud sliced the moon in half like a razor blade slicing through an eye) ขณะเดียวกัน Dalí ก็เล่าความฝันของเขาให้ฟัง ‘มือข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยมดคลานออกมา’ (a hand crawling with ants) ก็ไม่รู้ทั้งสองเห็นอะไรกันซึ่งกันและกันนะครับ (เหมือนว่าพวกเขาคุยภาษาเดียวกัน) Buñuel รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ชักชวน Dalí ว่า ‘นี่เหมือนพล็อต เอามาทำหนังได้เลย’ (There’s the film, let’s go and make it.) นี่คือจุดเริ่มต้นของหนัง ที่ก็ไม่รู้ว่าเริ่มไปกันได้ยังไง

ขณะเขียนบทหนัง (ที่บ้านของ Dalí) Buñuel ตั้งข้อแม้ว่า ‘จะต้องไม่มีภาพหรือแนวคิด ที่สื่อความหมายอะไรทั้งนั้นในหนังเรื่องนี้’ (No idea or image that might lend itself to a rational explanation of any kind would be accepted.) นำเสนอภาพหรืออะไรก็ตามที่สร้างความตกตะลึง โดยไม่ต้องมีการอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เห็นได้ชัดเลยว่า Buñuel ต้องการพิสูจน์ต่อ Epstein ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่จำต้องมีเหตุมีผล หลายอย่างเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ก็สามารถออกมายอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ได้

ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ดูหนังเรื่องนี้ ‘พยายาม’ ที่จะคิดวิเคราะห์ มองหาเหตุผล ตีความสัญลักษณ์ วิเคราะห์ความหมายกันต่างๆนานา น้อยคนจริงๆที่จะเชื่อว่า หนังไม่ได้มีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่เลย เพราะมันดูเป็นไปไม่ได้ ที่หนังมันจะไม่แฝงอะไร สมองของมนุษย์มักจะมองหาความสัมพันธ์ของทุกสิ่งอย่าง มันต้องมีอะไรในกอไผ่สิ ไม่เช่นั้นจะออกมายอดเยี่ยมได้ขนาดนี้เชียวหรือ!, ส่วนตัวผมก็เชื่อเช่นนั้นนะครับ แต่จากประสบการณ์ที่ได้ดูหนังแนว Painter & Artist มาหลายเรื่อง และได้เคยศึกษาสไตล์งานภาพ Surrealist มาบ้าง ก็พบว่า ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานลักษณะนี้ พวกเขา ‘ไม่คิด’ จริงๆนะครับ ทุกสิ่งที่เราเห็นจากผลงานล้วน ‘ออกมาจากตัวตนข้างใน’

ลองไปหาหนังเรื่อง Pollack (2000) หรือ Frida (2002) มาดูนะครับ จิตรกรทั้งสองคนนี้ ถือว่าโด่งดังมากในผลงานศิลปะสไตล์ Abstraction และ Surrealist, จะมีช่วงเวลาที่ตัวละครหนึ่งในหนังทั้งสองเรื่อง พยายามคิด ตีความ หาเหตุผลให้ภาพวาดนั้นๆ แต่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานกลับบอกว่า วาดออกมาโดยไม่ได้ใช้ความคิดอะไร เป็นสันชาติญาณ ความรู้สึกที่สะบัดปลายพู่กันให้เคลื่อนไหวได้เอง, ว่ากันตามตรง กับผลงานที่ออกมาจากการธรรมชาติ ตัวตนของศิลปิน แล้วมีความยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นี่คือระดับ ‘อัจฉริยะ’ นะครับ

และมันคงเป็นเรื่องน่าตลก หัวเราะเยาะจริงๆ เวลาพวกเขาเห็นคนทั้งโลก นักวิจารณ์พยายามคิดหาเหตุผล ความหมายของผลงานตน ทั้งๆที่ไม่ได้มีความหมาย สื่อถึงอะไรเลย (เป็นผมก็หัวเราะเยาะนะครับ เพราะมันแปลว่า คุณไม่ได้เข้าใจผลงานนั้นเลยสักนิด) ผมแนะนำ วิธีที่ถ้าคุณอยากเข้าใจ Surrealist ที่ถูกต้อง คือ ต้องไม่คิดอะไรเลยแบบศิลปินผู้สร้างสรรค์ ใช้จิตวิญญาณสัมผัส รับรู้ซึมซับเข้ามาในจิตใจของคุณ ที่ถ้าสามารถทำได้ รู้สึกได้ เข้าใจได้ โดยไม่ต้องคิดวิเคราะห์อะไร นั่นแปลว่า คุณเข้าใจผลงานศิลปะนั้นโดยถ่องแท้ (ยิ่งกว่าพวกที่คิดวิเคราะห์ หาเหตุผลของทุกสิ่งอย่างเสียอีก)

ครั้งหนึ่ง Buñuel ให้สัมภาษณ์เพิ่มว่า ‘วิธีเดียวที่สามารถทำความเข้าใจหนังเรื่องนี้ คงจะต้องใช้ จิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) เท่านั้น’ ต้องบอกว่านี่ใช่เลยละครับ วิธีที่คุณจะสามารถสัมผัสและเข้าใจผลงาน Surrealist ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องรู้จักตัวตนของศิลปิน เข้าใจความคิด ทัศนคติ อุดมการณ์ จิตวิญญาณ ถึงระดับที่ว่าสามารถตอบคำถามแทนเขาได้ เช่น ขณะกำลังเดินอยู่ หมาเห่าไล่ คนอย่าง Luis Buñuel จะทำตัวอย่างไร 1) เดินหนี ทำเป็นไม่สนใจ 2) ไล่เตะ (ผมตอบแทน Buñuel ได้เลยว่า สิ่งที่เขาจะทำคือข้อ 2 นะครับ), อาจมีคนสงสัยผมรู้ได้ยังไง ไม่เคยเจอตัวจริง (Buñuel เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 1983) คำตอบคือ จากการดูหนังของ Buñuel หลายๆเรื่อง ที่ทำให้ผมเข้าใจตัวตน ความคิด นิสัยของเขา โดยที่ไม่ต้องพบเจอตัวจริงก็สามารถเข้าใจได้, นี่เป็นวิธีที่นักดูหนังสมัยใหม่สามารถใช้ทำเป็นแบบอย่างได้เลยนะครับ เพื่อศึกษาเตรียมทำความเข้าใจก่อนดูหนังเรื่องนี้ (แนะนำคือ ให้ดูหนังเรื่องอื่นๆของ Buñuel มาก่อน จนเห็นสไตล์ ลายเซ็นต์ เข้าใจตัวตนของผู้กำกับ เวลามาดูหนังเรื่องนี้ก็จะเข้าใจได้เลยว่า ว่าสิ่งที่เขาทำมีความหมายอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า โดยไม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ตีความให้ปวดหัว)

มีนักวิจารณ์น้อยคนมากๆที่อธิบายหนังในลักษณะนี้นะครับ คือบอกว่า คุณไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรหนังหรอก แค่รู้สึก สัมผัส ซึมซับ จะไปเสียเวลาตีความมันทำไม ทั้งๆที่ผู้กำกับยังไม่คิดเลย จะไปคิดแทนผู้สร้างทำไมให้ปวดหัว, ลองหาดูนะครับ นักวิจารณ์คนไหนพูดแบบนี้ แสดงว่าคนผู้นั้นเข้าใจมิติของหนังเรื่องนี้ลึกซึ้งจริงๆ ไม่ได้อวดรู้

ผมไปเจอบทวิเคราะห์หลายที่ ที่พูดถึงหนังเรื่องนี้ มันไม่ผิดนะครับถ้าคุณดูหนังแล้วอยากคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดให้เข้าใจ แต่คุณจะเป็นนักดูหนังประเภท เข้าใจงานศิลปะได้แค่ลึกซึ้งไหน อยู่ที่ตัวคุณเองนะครับ

LINK: http://pantip.com/topic/33764753
LINK: http://www.public.asu.edu/~aarios/resourcebank/andalusiandog/

ขอย้อนท้าวความถึง Luis Buñuel สักนิด เขาเกิดใน Calanda จังหวัด Teruel ประเทศ Spain พ่อเป็นเกษตรกรเพาะปลูก มีฐานะค่อนข้างดี มีพี่น้องอีก 6 คน, ช่วงชีวิตวัยเยาว์ Buñuel เป็นคนเคร่งศาสนามาก เข้าร่วมมิสซาแทบจะทุกวัน จนกระทั่งตอนอายุได้ 16 เขาเริ่มที่จะต่อต้าน แสดงความรังเกียจคริสตจักรออกมา ด้วยความคอรัปชั่นในเงินและอำนาจ หาได้มีความบริสุทธิ์จริงใจไม่ (นี่ทำให้หนังทุกเรื่องของ Buñuel จะต้องมีบาทหลวงทำอะไรเxยๆปรากฎอยู่ด้วย), มีช่วงหนึ่งตอนวัยรุ่น Buñuel ได้กลายเป็นผู้ช่วยของนักสะกดจิต เขาเองเคยอ้างว่าตัวเองเคยสามารถสะกดจิตโสเภณีคนหนึ่งสำเร็จด้วย หลังจากนั้นเขาได้รู้จักกับสื่อภาพยนตร์ และเห็นว่า ‘ภาพยนตร์ มีลักษณะเหมือนการสะกดจิตผู้ชมประเภทหนึ่ง’ สำหรับภาพยนตร์เรื่องโปรดของ Buñuel คือ Destiny (1921) ของผู้กำกับ Fritz Lang ที่หลังจากดูจบออกมา Buñuel บอกว่าทำให้เขาเปลี่ยนชีวิตไปเลย ตัดสินใจอุทิศตนสู่วงการภาพยนตร์ และเดินทางไปแสวงโชคยัง Paris เพื่อกลายเป็นผู้กำกับหนัง

ทุนสร้างหนังเรื่องนี้ ได้จากแม่ของ Buñuel เอง ที่ส่งเงินมาให้จากสเปน ใช้เวลาถ่ายทำ 10 วันในช่วงเดือนมีนาคม 1928 ด้วยฟีล์มขาวดำ 35mm ความยาว 430 เมตร (=24 นาที ถ้าฉายที่ 14 fps) หลังถ่ายเสร็จเงินหมดพอดี ทำให้ไม่สามารถทำ post-production ในสถานที่เหมาะสมได้ (สมัยนั้นจะมีเครื่องตัดต่อที่ชื่อ Moviola ที่ใช้ตัดและต่อฟีล์มได้) Buñuel จึงต้องทำการตัดต่อหนังเองในห้องครัวที่บ้านด้วยความลำบากทุลักทุเล

ในการฉายรอบปฐมทัศน์ จัดฉายที่สตูดิโอ des Ursulines, Paris มีผู้ชมกิตติมศักดิ์ อย่าง Pablo Picasso, Le Corbusier, Jean Cocteau, Christian Bérard, George Auric และกลุ่มของ André Breton, Buñuel ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเตรียมก้อนหินใส่ไว้ในกระเป๋า เผื่อว่าถ้าหนังฉายจบแล้วเกิดการจราจลจะใช้หยุดสถานการณ์ได้ (เป็นที่เลื่องลือกันสมัยก่อน กับหนังอย่าง Battleship Potemkin ที่พอผู้ชมดูจบแต่อารมณ์ไม่จบ ออกจากโรงหนังทุบทำลายถนนหนทาง สร้างเครื่องกีดขวาง เพราะคิดว่าทหารรัสเซียเป็นแบบในหนัง) แต่ผิดคาด หนังจบแล้วไม่มีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นเลย, Dalí กลับรู้สึกผิดหวัง ที่ผมชมในรอบนั้นดูไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรสักเท่าไหร่ (less exciting), แต่หลังจากวันนั้น ชื่อเสียงของหนังได้แพร่กระจายปากต่อปาก นักวิจารณ์ก็ชื่นชมในความกล้าบ้าบิ่นไม่เหมือนใคร กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ยืนโรงฉายนาน 8 เดือน!

Roger Ebert ตั้งคำถามกับ Un Chien Andalou ได้น่าสนใจมาก เมื่อเราชมภาพยนตร์ ทุกคนจะสมมติว่ามี ‘เรื่องราว’ บางอย่างเกิดขึ้น จากตัวละคร สถานการณ์ เหตุการณ์ ภาพการเคลื่อนไหว แล้วมันจะเป็นยังไงถ้าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ มีสถานะเป็นเพียง Models ที่ประกอบขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มีเรื่องราวหรืออะไรเกิดขึ้น ผู้ชมจะยอมรับได้ไหมว่านั่นคือ ‘ภาพยนตร์’

สำหรับชื่อหนัง An Andalusian Dog บอกตามตรงจนปัญญาหาคำตอบจริงๆ ไม่รู้มีความหมายว่าอะไร ที่ค้นเจอ Andalusian เป็นชื่อแคว้นหนึ่งทางตอนใต้ของสเปน นี่อาจหมายถือชาติพันธุ์ หรือสายพันธุ์อะไรสักอย่าง แต่หมาพันธุ์ Andalusian ไม่มีแน่นอนนะครับ, สรุปว่าเป็นชื่อไร้สาระที่ไม่มีความหมายนะครับ

เกร็ด: ตาที่เห็นตอนต้นเรื่อง เป็นตาของ Calf (ลูกวัว) นะครับ ไม่ใช่ของมนุษย์

แนะนำหนังกับหมอ จิตแพทย์ นักปรัชญา ผู้ชื่นชอบการหาความหมาย สัญลักษณ์ที่แฝงอยู่ในภาพยนตร์ นี่อาจจะแย้งกับที่ผมพูดไป แต่พวกคุณคือกลุ่มคนที่ ควรจะต้องลองสื่อสารกับหนังให้เข้าใจ ว่าสุดท้ายแล้วมีอะไรใน  Luis Buñuel หรือ Salvador Dalí หรือเปล่า

แนะนำกับคอหนังเงียบและหนัง Cult มีภาพบ้าๆ และการกระทำโหดๆ ให้คุณได้รู้สึกสะใจแบบเต็มที่, แฟนหนัง Luis Buñuel, Salvador Dalí, โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับศิลปินทุกแขนง ที่รู้จักงานศิลปะสไตล์ Surrealist อยากเห็นว่าถ้าเป็นสื่อภาพยนตร์ จะได้รับการถ่ายทอดออกมายังไง

จัดเรต 18+ มีภาพที่เสียวสยอง รุนแรงบ้าคลั่ง และไม่ได้มีสาระอะไรเท่าไหร่

TAGLINE | “Un Chien Andalou หนังสั้น Surrealist เรื่องแรกของโลก ที่สุดบ้าคลั่งของ Luis Buñuel และ Salvador Dalí มีความเฉพาะตัวสูงมากๆ ไม่เหมาะกับทุกคน”
QUALITY | RAREGENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of