Close to Eden

Close to Eden (1991) USSR, French : Nikita Mikhalkov ♥♥♥♡

ถ่ายทำยังท้องทุ่งกว้าง พื้นที่ราบในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia) ช่างมีความงดงาม ราวกับสรวงสวรรค์ (Close to Eden) ดินแดนแห่งอิสรภาพที่กำลังเลือนลาง ถูกคุกคามโดยสังคมเมืองใหญ่, คว้ารางวัล Golden Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice

ชื่อหนังภาษาอังกฤษ Close to Eden เป็นการแปลที่ไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่ У́рга — территория любви อ่านว่า Urga — territoriya lyobvi แปลว่า Urga — Territory of Love, ซึ่งความหมายของ Urga นอกจากเป็นชื่อเดิมของ Ulaanbaatar เมืองหลวงประเทศ Mongolia, ยังคือท่อนไม้ยาวๆที่มีบ่วงบาศตรงปลาย สำหรับคล้องม้า จับสัตว์ รวมถึงผูกมัดสตรี/ภรรยา ปักเอาไว้กลางทุ่งเพื่อประกาศอาณาเขต ไม่ให้ใครอื่นมาเข้าใกล้ เพราะฉันกำลังพรอดรัก ร่วมเพศสัมพันธ์ … ถึงสรวงสวรรค์เหมือนกันกระมัง!

ตอนผมเห็นรายละเอียดคร่าวๆของ Close to Eden (1991) ถ่ายทำยังพื้นที่ราบ Inner Mongolia (ไม่ใช่ประเทศมองโกเลียนะครับ คือเขตปกครองตนเองของสาธารณรัฐประชาชนจีน) ก็แอบคาดหวังว่าคงละม้ายคล้าย The Horse Thief (1986) ครึ่งแรกต้องชมเลยว่าทิวทัศนธรรมชาติมีความงดงาม สร้างความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย ล่องลอยสู่สรวงสวรรค์ ไฮไลท์คือความสัมพันธ์ต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา แม้จีน-รัสเซียสื่อสารไม่เข้าใจ แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณ

น่าเสียดายที่ครึ่งหลัง ผกก. Mikhalkov ดันทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก ใส่ความติสต์แตกของตนเอง เพื่อรำพันสถานการณ์ไม่สงบในสหภาพโซเวียต (ที่ใกล้ถึงวันล่มสลาย ค.ศ. 1991), วิพากย์วิจารณ์นโยบายลูกคนเดียวของสาธารณรัฐประชาชนจีน, รวมถึงพยายามเลือนลางระหว่างสรวงสวรรค์กับโลกความจริง (พบเห็นภาพในจอโทรทัศน์ ซ้อนทับโลกความจริง), นอกจากรางวัลสิงโตทองคำ ยังได้เข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film ไปถึงห้าเรื่องสุดท้าย!


Nikita Sergeyevich Mikhalkov, Никита Сергеевич Михалков (เกิดปี 1945) นักแสดง/ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Moscow ในตระกูลผู้ดีเก่า Mikhalkov family, ปู่ทวดเคยปกครองแคว้น Yaroslavl, บิดา Sergey Mikhalkov เป็นนักเขียนวรรณกรรมเด็ก และประพันธ์เนื้อเพลงชาติรัสเซียที่ใช้ในปัจจุบัน, ส่วนพี่ชาย Andrei Konchalovsky คือนักเขียน/ผู้กำกับชื่อดัง (เพื่อนร่วมรุ่น Andrei Tarkovsky ช่วยกันพัฒนาบท Ivan’s Childhood (1962) และ Andrei Rublev (1966))

ตั้งแต่เด็ก Mikhalkov เข้าโรงเรียนการแสดง Moscow Art Theatre ต่อด้วย Shchukin School ของโรงละคอน Vakhtangov Theatre ระหว่างนั้นมีโอกาสแสดงภาพยนตร์ Walking the Streets of Moscow (1964), โตขึ้นเข้าศึกษาต่อ All-Union State Institute of Cinematography (VGIK) ร่ำเรียนการกำกับจาก Mikhail Romm, สรรค์สร้างหนังสั้นนักศึกษา ภาพยนตร์เรื่องแรก At Home Among Strangers (1974), เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ A Slave of Love (1976), An Unfinished Piece for Mechanical Piano (1977), โด่งดังระดับนานาชาติกับ Dark Eyes (1987), Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994), The Barber of Siberia (1998), 12 (2007) ฯ

ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 80s สถานการณ์การเมืองในสหภาพโซเวียตกำลังมีความโกลาหล ใกล้ถึงจุดล่มสลาย ผกก. Mikhalkov จึงเริ่มมองช่องทางออกของตนเองตั้งแต่ Dark Eyes (1987) ร่วมทุนสร้าง Italian & Soviet เพื่อหลบหลีกหนีความวุ่นๆวายๆที่กำลังจะบังเกิดขึ้น

It not only avoids the complicated and chaotic situation in the country, but also uses the movie to accomplish another heavy contemplation about the nation and history.

Nikita Mikhalkov

เมื่อปี ค.ศ. 1987 ตัดสินใจก่อตั้งสตูดิโอโปรดักชั่นของตนเอง Студия ТриТэ, Studio Trite (แปลว่า Three T ในภาษารัสเซีย Товарищество, Творчество, Труд ประกอบด้วย Companionship, Creation, Labour) สำหรับระดุมทุนนานาชาติ สรรค์สร้างโปรเจคใหม่ๆ โดยไม่ต้องยุ่งวุ่นวาย เฝ้ารอคอยทางการรัสเซียคอยสนับสนุนงบประมาณให้

ความสำเร็จของ Dark Eyes (1987) ทำให้ผกก. Mikhalkov สามารถนำเสนอโปรเจคถ่ายทำยังพื้นที่ราบ Hulunbuir Prairie, Inner Mongolia (ติดชายแดนรัสเซีย-มองโกเลีย) รวบรวมทุนสร้างจากสตูดิโอ Camera One, Hachette Première, UGC Images, Arion Productions รวมถึงกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส (Ministère de la Culture et de la Communication) และสถาบัน Centre national du cinéma et de l’image animée (CNC)

สำหรับบทภาพยนตร์ผกก. Mikhalkov ร่วมพัฒนากับ Rustam Ibragimbekov (1939-2022) นักเขียนชาว Azerbaijani เห็นว่าได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากวรรณกรรมซีรีย์สำหรับเด็ก The Black Stallion (1941) ของ Walter Farley (1915-89) นักเขียนชาวอเมริกัน (เรื่องเล่าเกี่ยวกับม้าที่เหมาะสำหรับเด็ก)

เกร็ด: หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ผกก. Mikhalkov ยังได้ร่วมงานกับนักเขียน Rustam Ibragimbekov อีกสองครั้ง Burnt by the Sun (1994) และ The Barber of Siberia (1998)


Gombo คนเลี้ยงแกะอาศัยอยู่ยังพื้นที่ราบ/ทุ่งหญ้า Inner Mongolia มีความระริกระรี้ อยากร่วมเพศสัมพันธ์กับภรรยา Pagma แต่เธอกลับต่อต้านขัดขืน เรียกร้องขอให้สามีไปซื้อถุงยางอนามัย ไม่รู้หรือไรประเทศจีนมีการประกาศนโยบายลูกคนเดียว (ขณะนั้นพวกเขามีบุตรกันแล้วสามคน!)

ระหว่างนั้นคนขับรถบรรทุกชาวรัสเซีย Sergei กำลึงง่วงหงาวหาวนอน โดยไม่รู้ตัวเกือบขับรถตกแม่น้ำ ตะโกนโหวกเหวกขอความช่วยเหลือ พอดิบดี Gombo อาศัยอยู่ละแวกนั้น เลยชักชวนมาพักค้างแรมยังกระโจมชั่วคราว (มีคำเรียก Yurt หรือ Ger) รับประอาหารเย็น ดื่มด่ำเมามาย วันถัดมาจึงอาสาขับรถพาเข้าเมือง แต่ก็ยังสองจิตสองใจ จะซื้อถุงยางอนามัยดีหรือไม่?


ในส่วนของนักแสดง หลายคนอาจครุ่นคิดว่า Gombo และ Pagma คือสามี-ภรรยาชาวจีน/มองโกเลียใน ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ราบ Inner Mongolia น่าจะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดง แต่แท้จริงแล้วทั้งคู่ต่างเป็นนักแสดงอาชีพ เลยไม่มีความกระอักกระอ่วน เก้ๆกังๆต่อหน้ากล้อง เข้าถึงบทบาทตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ (พวกเขาไม่ได้เป็นสามี-ภรรยากันนะครับ)

  • Gombo รับบทโดย Bayaertu ผมหาข้อมูลได้แค่เป็นนักแสดงละคอนเวที
  • Pagma รับบทโดย Badema เป็นนักร้อง/นักแสดง มาจากครอบครัวศิลปิน/นักร้อง Traditional Mongolian Folk Song, สำเร็จการศึกษาจาก Central Conservatory of Music (ที่ Beijing) ก่อนหน้านี้เคยแสดงนำภาพยนตร์ Joan of Arc of Mongolia (1988), และหลังจากนี้ Norjmaa (2013) คว้ารางวัล Golden Rooster Award: Best Actress

สำหรับนักแสดงรัสเซีย Vladimir Vasilyevich Gostyukhin, Влади́мир Васи́льевич Гостю́хин (เกิดปี 1946) เกิดที่ Sverdlovsk, Sverdlovsk Oblast โตขึ้นเรียนจบเทคนิค ทำงานวิศวกรช่างไฟ ก่อนค้นพบความสนใจด้านภาพยนตร์ มุ่งสู่ Moscow เข้าศึกษา Russian State Institute of Performing Arts (GITIS) หลังกลับจากเกณฑ์ทหาร กลายเป็นนักแสดงละคอนเวที มีผลงานภาพยนตร์ อาทิ The Ascent (1977), Close to Eden (1991) ฯ

รับบท Sergei คนขับรถบรรทุก สำหรับบุกเบิกเส้นทางถนนยัง Inner Mongolia เกิดอาการหลับใน จนเกือบพลัดตกแม่น้ำ ได้รับความช่วยเหลือจาก Gombo แม้พูดคุยสื่อสารไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่บังเกิดมิตรภาพผองเพื่อน อาสาขับรถพาเข้าเมือง ค่ำคืนนั้นดื่มด่ำเมามาย ระบายความอึดอัดอั้นถึงชีวิตครอบครัว โหยหาอิสรภาพแบบชาวเพื่อนรักชาวมองโกเลียใน

การแสดงของ Gostyukhin อาจดูลุกรี้ร้อนรน สติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เอาแต่พูดพร่ำเพ้อไม่เคยหยุดหย่อน (แม้สื่อสารไม่รู้เรื่องก็ตามเถอะ) อาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ แต่หนังพยายามแสดงให้เห็นความแตกต่างกับ Gombo & Pagma ที่ดูสงบเสงี่ยม พูดน้อย เน้นแสดงออกภาษากาย เพียงมองตาก็สามารถรับรู้ความต้องการอีกฝ่าย … สะท้อนถึงชีวิตที่สงบสุข vs. วุ่นๆวายๆ

แน่นอนว่าตัวละคร Sergei ย่อมสะท้อนถึงผกก. Mikhalkov ชาวรัสเซียเดินทางมายังต่างที่ต่างถิ่น ทีแรกก็เต็มไปด้วยอคติ รับไม่ได้กับวิถีชีวิต ไม่สามารถพูดคุยสื่อสาร แต่โดยไม่รู้ตัวพวกเขากลับสามารถเข้าใจกันและกัน เหมือนได้รับการปลดปล่อย ผ่อนคลายจากความวุ่นๆวายๆ … ฉากขึ้นร้องเพลงบนเวที (แล้วถูกจับกุม) นั่นสะท้อนความรักชาตินิยมของผกก. Mikhalkov ได้อย่างชัดเจน!


ถ่ายภาพโดย Vilen Aleksandrovich Kalyuta, Вілен Олександрович Калюта (1930-99) ตากล้องชาว Ukrainian เกิดที่ Huliaipole, Zaporizhzhia Oblast (ปัจจุบันคือประเทศ Ukraine) ฝึกฝนการถ่ายภาพจาก Dovzhenko Film Studios มีผลงานขาประจำ Studio Trite (Russia) และ Camera One (France) อาทิ Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994) ฯ

สถานที่สวยๆทำให้การถ่ายภาพมีชัยไปกว่าครึ่ง! พื้นที่ราบ Hulunbuir Prairie, Inner Mongolia เป็นดินแดนที่มีความกว้างใหญ่ไพศาล ท้องทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา ทิวเขาลิบๆ เมฆหมอกเต็มท้องฟ้า ทำให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบาย ราวกับจิตวิญญาณได้รับการปลดปล่อยสู่อิสรภาพ, ผิดแผกแตกต่างจากครึ่งหลังเมื่อเข้าไปถ่ายทำในเมืองใหญ่ เต็มไปด้วยแสงสีสัน ความว้าวุ่นวาย ผู้คนมากมาย เหม่อมองไปทางไหนพบเห็นตึกรามบ้านช่อง กฎกรอบห้อมล้อมรอบ ไม่ต่างจากการถูกควบคุมขัง

จากนั้นพอเข้าสู่องก์สามของหนัง ความติสต์แตกของผกก. Mikhalkov คือพยายามซ้อนทับระหว่างอดีต-ปัจจุบัน ความจริง-เพ้อฝัน (หลังฝันถึงเจงกีสข่าน) พบเห็นภาพในจอโทรทัศน์ ซ้อนทับโลกความจริง! นั่นอาจสร้างความสับสน มึนงงให้กับผู้ชมทั่วไป แต่ถ้าสามารถขบครุ่นคิดตามได้ ก็อาจเข้าใจคำพยากรณ์อนาคต จุดจบของสรวงสวรรค์อยู่อีกไม่ไกล


โปสเตอร์ภาพยนตร์ Cobra (1986) นำแสดงโดย Sylvester Stallone, ผมเคยรับชมเมื่อนานมากๆแล้ว เน้นเอามันส์อย่างเดียว จดจำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ แต่ก็พยายามหาอ่านเรื่องย่อเพื่อมองหาสัมพันธ์ แล้วพบว่ากลุ่มก่อการร้ายที่มือปราบกระดูกเหล็กต้องเผชิญหน้ามีชื่อว่า “New World” น่าจะพอเชื่อมโยงกับหนังเรื่องนี้ได้อยู่กระมัง

แทนที่เด็กหญิงจะฝึกฝนเครื่องดนตรีพื้นบ้านมองโกเลียใน เพื่อธำรงรักษาวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น กลับไปฝึกฝนแอคคอร์เดียนที่เป็นเครื่องดนตรีประจำชาติฝรั่งเศส! นี่แฝงนัยยะถึงการค่อยๆถูกแทรกซึม กลืนกิน วัฒนธรรมท้องถิ่นกำลังใกล้สูญหาย คนรุ่นใหม่ไม่เห็นคุณค่าความสำคัญของประวัติศาสตร์

ถ้าไม่เพราะผมเพิ่งรับชม Burnt by the Sun (1994) ก็คงไม่สามารถจดจำผกก. Mikhalkov แอบมาปรากฎตัว (Cameo) ปั่นจักรยานตัดหน้ากล้อง (สวมเสื้อสีเขียว)

ระหว่างที่อยู่ในเมือง Gombo เตร็ดเตร่เร่ร่อนอยู๋ในเมืองใหญ่ เดินไปเดินมาถึงสวนสนุก จ่ายเงินขึ้นนั่งเครื่องบินเด็กเล่น นี่ไม่ได้สื่อถึงชีวิตอันโลดโผน หรือเคว้งคว้างล่องลอยอย่างไร้แก่นสาร แต่นัยยะคล้ายๆการไต่รถถังของ The 400 Blows (1959) สะท้อนชีวิตชาวเมืองที่เวียนวนไปวนมา เหมือนได้รับอิสรภาพโบยบิน แต่กลับถูกยึดเหนื่ยวรั้งด้วยบางสิ่งอย่าง

ข้อดีของโทรทัศน์/สื่อสารมวลชน ทำให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แม้จากสถานที่ทุรกันดารห่างไกล แต่ขณะเดียวกันมันก็ค่อยๆบ่อนทำลายอัตลักษณ์ สูญเสียวัฒนธรรม ผู้ชมได้รับอิทธิพลจากสิ่งต่างๆพบเห็น ค่อยถูกชวนเชื่อ ล้างสมอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วสักวันในอนาคต สิ่งเคยพบเห็นในชีวิตจริง ก็จักหลงเหลือเพียงภาพ(ยนตร์) ประวัติศาสตร์ ฉายผ่านจอตู้สี่เหลี่ยม … รวมถึงเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ภาพสุดท้ายของหนังเป็นสิ่งที่น่าหวาดสะพรึงกลัวยิ่งนัก! จากทุ่งหญ้าเคยเขียวขจี มีท่อนไม้ Urga ปักอยู่กลางท้องทุ่ง เปลี่ยนแปลงสภาพกลายเป็นปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรม ผืนดินแปรสภาพลูกรัง นั่นคือภาพสะท้อนอนาคต (หรือปัจจุบันนั้น-นี้) อิทธิพลโลกภายนอกทำให้ชนพื้นเมือง Inner Mongolia สูญเสียวิถีชีวิต ถูกกลืนกินวัฒนธรรม ไม่หลงเหลือภาพสรวงสวรรค์อีกต่อไป

ตัดต่อโดย Joëlle Hache, เรื่องราวของหนังเวียนวนอยู่กับสามตัวละคร Gombo, Pagma และชายชาวรัสเซีย Sergei ครึ่งแรกดำเนินเรื่องอยู่ยังพื้นที่ราบ Hulunbuir Prairie, Inner Mongolia ส่วนครึ่งหลัง Sergei ขับรถพา Gombo เดินทางเข้าไปในเมืองใหญ่ จากนั้นจะร้อยเรียงภาพของทั้งสาม ทำสิ่งแตกต่างกันไป

  • พื้นที่ราบ Hulunbuir Prairie, Inner Mongolia
    • Gombo พยายามใช้ Urga คล้องภรรยาเพื่อร่วมเพศสัมพันธ์ แต่เธอกลับต่อต้านขัดขืน เพราะไม่ต้องการทำผิดกฎหมายจากนโยบายลูกคนเดียว
    • การมาถึงของคนขับรถบรรทุก Sergei ในสภาพง่วงหงาวหาวนอน ครึ่งหลับครึ่งตื่น เกือบจะไม่ฟื้น อีกนิดเกือบพุ่งลงแม่น้ำ
    • Gombo ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของ Sergei แต่ตอนนี้เย็นแล้วจึงชักชวนมายังกระโจมบ้านพัก
    • ฆ่าแกะทำอาหารเย็น ดื่มสุราเมามาย ค่ำคืนนี้นอนหลับฝันดี
    • เช้าวันถัดมา Pagma พยายามโน้มน้าวให้ Gombo ซื้อโทรทัศน์และถุงยางอนามัย
  • เดินทางสู่เมืองใหญ่
    • Sergei อาสาพา Gombo เดินทางเข้าเมืองใหญ่
      • Gombo แวะเวียนเข้าร้านขายยา แต่ก็สองจิตสองใจ ไม่อยากซื้อถุงยางอนามัย จากนั้นล่องลอยเรื่อยเปื่อยในเมืองใหญ่ ซื้อของฝาก ขึ้นเครื่องบินสวนสนุก
      • ขณะที่ Sergei หวนกลับหาภรรยา ร่วมเพศสัมพันธ์
      • ตัดกลับมา Pagma และลูกๆ เฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีอย่างใจจดใจจ่อ
    • ค่ำคืนนั้น Sergei ชักชวน Gombo มาดื่มด่ำในผับบาร์ พอมึนเมามายขึ้นร้องเพลงบนเวที ถูกตำรวจจับกุม
    • Gombo ขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของภรรยา จนสามารถลากพา Sergei กลับออกมา
  • ระหว่างทางกลับบ้าน
    • เช้าวันถัดมา Gombo จึงซื้อสิ่งข้าวของฝาก แล้วออกเดินทางกลับบ้าน
    • ระหว่างทางกลับบ้าน Gombo แวะเวียนยังวัดแห่งหนึ่ง เหมือนต้องการอธิษฐานขอพรอะไรสักอย่าง
    • ช่วงพักทานอาหาร เหมือนจะนอนหลับฝันกลางวัน พบเห็นภรรยาควบขี่ม้ามากับเจงกิสข่าน
    • พอกลับมาถึงบ้าน ติดตั้งเสาสัญญาณ พบเห็นภาพในโทรทัศน์ซ้อนทับเหตุการณ์จริง
    • Sergei หวนกลับมาเยี่ยมเยียน เสียงบรรยายของบุตรชายกล่าวถึงอนาคต

ช่วงแรกของหนังดำเนินไปอย่างเรื่อยเปื่อย เอื่อยเฉื่อย ไม่เร่งรีบร้อน เพื่อให้ผู้ชมสามารถซึมซับความงดงามทิวทัศน์ท้องทุ่ง/พื้นที่ราบกว้างใหญ่ แต่พอเข้าสู่องก์สองและสาม การตัดต่อจะเริ่มมีความเร่งรีบ สลับมุมมองชวนให้สับสน ชีวิตเต็มไปด้วยความวุ่นๆวายๆ ซึ่งสะท้อนวิถีสังคมเมือง และทิศทางอนาคตที่ชนบทกำลังจะถูกกลืนกิน หมดสูญสิ้น


เพลงประกอบโดย Eduard Nikolayevich Artemyev, Эдуа́рд Никола́евич Арте́мьев (1937-2022) นักแต่งเพลง สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Novosibirsk, สำเร็จการศึกษาจาก Moscow Conservatory เป็นลูกศิษย์ของ Yuri Shaporin, มีความสนใจในดนตรีไฟฟ้า (Electronic) และเครื่องสังเคราะห์ (Synthesizer) ออกอัลบัม ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ ขาประจำผู้กำกับ Andrei Tarkovsky, Andrei Konchalovsky และ Nikita Mikhalkov. อาทิ Solaris (1972), A Slave of Love (1976), An Unfinished Piece for Mechanical Piano (1977), Stalker (1979), Siberiade (1979), Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994), The Barber of Siberia (1998), 12 (2007), The Postman’s White Nights (2014) ฯ

ผมแอบคาดหวังไว้พอสมควรว่าจะได้ยินบทเพลงพื้นบ้านมองโกเลียใน (Traditional Mongolian Folk Song) แต่ส่วนใหญ่กลับกลายเป็นเสียงขลุ่ย (Flute) มีความล่องลอยโหยหวน พัดพาจิตวิญญาณให้ล่องลอยไป พร้อมภาพทิวทัศน์กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ผสมผสานคลุกเคล้าเครื่องดนตรีไฟฟ้า/สังเคราะห์เสียง (สไตล์ถัดของ Artemyev) เพื่อสื่อถึงการแทรกซึม แทรกแซม อนาคตทุกสิ่งอย่างจะเลือนลางเข้าหากัน

ด้วยความที่นักแสดงนำหญิง Badema ในชีวิตจริงยังเป็นนักร้องเพลงพื้นบ้าน จึงมีหลายบทเพลงที่เธอทั้งแต่งและขับร้อง ถึงฟังความหมายไม่ออก แต่ผู้ฟังย่อมสามารถสัมผัสถึงจิตวิญญาณ บางสิ่งอย่างจากท่วงทำเพลง

Amtataig idsen chi, Garandaa shingeehgue
(Even if its delicious, it doesn’t soak into your hand/mouth)
Altin edend chi, Altan biend naaldahgue
(Even if its gold, it doesn’t stick on your body)
Amtataig idsen chi, Garandaa shingeehgue
(Even if its delicious, it doesn’t soak into your hand/mouth)
Hairtai chi mini alas yavad ireh shinjgue
(And my lovely dear whose gone far away, seems won’t come back)
Huils haa baivak suuder tendee shuu
(Where huils?.. there is shadow)
Hairtai nuhur mini haa baival setgel tendee shuu
(Where my lovely husband there is my heart/soul)

บทเพลงไพเราะสุดของหนังคือ Urga Love เริ่มต้นด้วยเสียงเป่าขลุ่ย มีความพริ้วไหว ราวกับจิตวิญญาณล่องลอยไป ก่อนค่อยๆแปรสภาพกลายเป็นเครื่องสังเคราะห์เสียง/ดนตรีไฟฟ้า บรรเลงท่วงทำนองเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการ ปัจจุบัน-อนาคต โลกกำลังปรับเปลี่ยนแปลง แต่เรื่องราวความรักไม่ว่ายุคสมัยนั้นก็ยังคงเดิมตลอดกาลนาน

บทเพลงของ Artemyev มักได้ยินในรูปแบบ Soundtrack (Non-Diegetic) คลอประกอบพื้นหลัง พร้อมๆภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ ท้องทุ่งกว้างใหญ่, แต่ก็ยังมีบทเพลงอื่นๆดังจากแหล่งกำเนิดเสียง (Diegetic Music) วิทยุ/โทรทัศน์, แสดงดนตรีสด/ขับร้องเพลงในผับบาร์, เดี่ยวเปียโน (Chopin: Nocturne Op.9 No.2), เดี่ยวแอคคอร์เดียน ฯ

สำหรับบทเพลงที่บุตรสาวโชว์เดี่ยวแอคคอร์เดียนหลังรับประทานอาหารเย็นชื่อว่า España cañí (แปลว่า Gypsy Spain) หรือ Spanish Gypsy Dance แต่งโดย Pascual Marquina Narro (1873–1948)

และบทเพลงที่อยู่บนแผ่นหลังของ Sergei ก็คือ On the Hills of Manchuria (1906) ชื่อเต็มๆ The Mokshansky Regiment on the Hills of Manchuria ท่วงทำนอง Waltz ประพันธ์โดย Ilya Alekseevich Shatrov (1879/85-1952) นักแต่งเพลงประจำกองทัพรัสเซีย ครุ่นคิดเขียนขึ้นจากประสบการณ์ Battle of Mukden (1905) ระหว่าง Russo-Japanese War (1904-05) อุทิศให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากไป

On the Hills of Manchuria เรียกได้ว่า ‘เพลงชาติ’ ประจำกองทัพรัสเซีย สำหรับปลุกใจทหารหาญ ให้พร้อมเสียสละชีพเพื่อชาติ ซึ่งการเลือกใช้บทเพลงนี้แสดงให้เห็นถึงอุดมการณ์รักชาตินิยม (Nationalism) ของผกก. Mikhalkov ไม่มีวันสั่นคลอน แม้สถานการณ์การเมืองในประเทศจะย่ำแย่ลงสักเพียงใด

คำร้องรัสเซียคำอ่านรัสเซียคำแปลอังกฤษ
Тихо вокруг, сопки покрыты мглой,
Вот из-за туч блеснула луна,
Могилы хранят покой.
Белеют кресты – это герои спят.
Прошлого тени кружат давно,
О жертвах боёв твердят.

Плачет, плачет мать родная,
Плачет молодая жена,
Плачут все, как один человек,
Злой рок и судьбу кляня!

Тихо вокруг, ветер туман унёс,
На сопках маньчжурских воины спят
И русских не слышат слёз.
Пусть гаолян вам навевает сны,
Спите герои русской земли,
Отчизны родной сыны.

Плачет, плачет мать родная,
Плачет молодая жена,
Плачут все, как один человек,
Злой рок и судьбу кляня!

Вы пали за Русь, погибли вы за Отчизну,
Поверьте, мы за вас отомстим
И справим кровавую тризну!
Tiho vokrug, sopki pokryty mgloj,
Vot iz-za tuč blesnula luna,
Mogily hranjat pokoj.
Belejut kresty – èto geroi spjat.
Prošlogo teni kružat davno,
O žertvah boëv tverdjat.

Plačet, plačet matʹ rodnaja,
Plačet molodaja žena,
Plačut vse, kak odin čelovek,
Zloj rok i sudʹbu kljanja!

Tiho vokrug, veter tuman unës,
Na sopkah manʹčžurskih voiny spjat
I russkih ne slyšat slëz.
Pustʹ gaoljan vam navevaet sny,
Spite geroi russkoj zemli,
Otčizny rodnoj syny.

Plačet, plačet matʹ rodnaja,
Plačet molodaja žena,
Plačut vse, kak odin čelovek,
Zloj rok i sudʹbu kljanja!

Vy pali za Rusʹ, pogibli vy za Otčiznu,
Poverʹte, my za vas otomstim
I spravim krovavuju triznu!
Around us, it is calm; Hills are covered by mist,
Suddenly, the moon shines through the clouds,
Graves hold their calm.
The white glow of the crosses – heroes are asleep.
The shadows of the past circle around,
Recalling the victims of battles.

Dear mother is shedding tears,
The young wife is weeping,
All like one are crying,
Cursing fate, cursing destiny!

Around us, it’s calm; The wind blew the fog away,
Warriors are asleep on the hills of Manchuria
And they cannot hear the Russian tears.
Let sorghum’s rustling lull you to sleep,
Sleep in peace, heroes of the Russian land,
Dear sons of the Fatherland.

Dear mother is shedding tears,
The young wife is weeping,
All like one are crying,
Cursing fate, cursing destiny!

You fell for Russia, perished for Fatherland,
Believe us, we shall avenge you
And celebrate a bloody wake!

ชายชาวรัสเซีย มีความอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ครึ่งหลับครึ่งตื่น เกือบจะไม่ฟื้นเพราะขับรถพุ่งลงแม่น้ำ โชคดีได้รับความช่วยเหลือจากคนพื้นเมือง Inner Mongolia แม้พูดคุยสื่อสารไม่รู้เรื่อง แต่แค่มองตา ภาษากาย ก็สามารถทำความเข้าใจ รับรู้ความต้องการ บังเกิดมิตรภาพคาดไม่ถึง

แต่สรวงสวรรค์แห่งนี้กำลังได้รับผลกระทบ อิทธิพลจากโลกภายนอกค่อยๆแทรกซึมเข้ามา อาหารการกิน, สิ่งอำนวยความสะดวก, ของเด็กเล่น, เครื่องดนตรี (แอคคอร์เดียน), เครื่องใช้ไฟฟ้า, โทรทัศน์, วิทยุ, โปสเตอร์ภาพยนตร์, ท้องถนนหนทาง, รวมถึงนโยบายลูกคนเดียวของสาธารณรัฐประชาชนจีน บีบบังคับให้ประชาชนใช้ถุงยางอนามัยในการคุมกำเนิด แต่นั่นเป็นการบ่อนทำลายวิถีชีวิต กลืนกินวัฒนธรรม กิจกรรมทางเพศมันหักห้ามกันได้เสียที่ไหน!

อิทธิพลภายนอกที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทำให้ผกก. Mikhalkov แสดงทัศนะถึงอนาคตอันใกล้ สรวงสวรรค์แห่งนี้จักค่อยๆเลือนลาง วัฒนธรรมเจือจางหาย วิถีชีวิตปรับเปลี่ยนแปลงไป จนในที่สุดอาจหลงเหลือเพียงภาพ(ยนตร์)ในจอโทรทัศน์ เก็บบันทึกประวัติศาสตร์ เจงกีสข่านไว้ให้คนรุ่นหลังได้เชยชม

ตัวละคร Sergei อย่างที่อธิบายไปแล้วว่าคือตัวแทนผกก. Mikhalkov พลัดหลงมายังดินแดนห่างไกล พบเห็นวิถีชีวิต วัฒนธรรมแปลกใหม่ ตกหลุมรักธรรมชาติงดงาม บังเกิดความสงบสุขขึ้นภายใน, ตอนรำพันถึงภรรยาขณะมึนเมามาย สามารถสะท้อนสถานการณ์ความไม่สงบในสหภาพโซเวียต นั่นคือเหตุผลของการออกเดินทาง สรรค์สร้างภาพยนตร์ยังต่างประเทศ นั่นไม่ได้แปลว่าตนเองทรยศต่อชาติบ้านเกิด ตรงกันข้ามกลับยิ่งโหยหา ครุ่นคิดถึง (เมาแล้ว)จึงขึ้นไปร่ำร้องเพลง ประกาศให้โลกรับรู้ถึงความรักต่อมาตุภูมิ …. รักชาตินิยม (Nationalism)


เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Venice เสียงตอบรับถือว่าดีเยี่ยม (ประธานกรรมการปีนั้น Gian Luigi Rondi คือนักเขียน/วิจารณ์ภาพยนตร์ ซึ่งยังได้เชิญเพื่อนนักวิจารณ์มาร่วมสังฆกรรมอีกสองคน) สามารถคว้ามาสามรางวัลรวมถึง Golden Lion โดยเอาชนะภาพยนตร์อย่าง Edward II, The Fisher King, Mississippi Masala, My Own Private Idaho, Raise the Red Lantern ฯ

  • Golden Lion
  • OCIC Award
  • Pasinetti Award – Best Film

ช่วงปลายปียังได้เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศจากหลากหลายสถาบัน แต่ส่วนใหญ่พ่ายให้กับ Indochine (1992) กำกับโดย Régis Wargnier ตัวแทนจากฝรั่งเศส

  • Academy Award: Best Foreign Language Film
  • César Awards: Best Foreign Film (Meilleur film étranger)
  • European Film Award: European Film of the Year ** คว้ารางวัล
  • Golden Globe Award: Best Foreign Language Film

หนังอาจหารับชมยากสักหน่อย มีจัดจำหน่ายเพียง DVD คุณภาพก็ตามมีตามเกิด หรือหาทางออนไลน์ใน Youtube ค้นชื่อภาษาอังกฤษไม่เจอก็ใช้ภาษารัสเซีย ไม่ต้องซับไตเติ้ลก็ยังพอดูรู้เรื่อง

ส่วนตัวชื่นชอบครึ่งแรกของหนังมากๆ เพลิดเพลินกับความงดงามของทิวทัศน์ท้องทุ่ง/พื้นที่ราบ และความสัมพันธ์ต่างเชื้อชาติ-ต่างภาษา น่าเสียดายความติสต์แตกของผกก. Mikhalkov ครึ่งหลังทำให้ผมหงุดหงิด หัวเสีย ทำไมต้องทำเรื่องง่ายๆให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ขึ้นสวรรค์อยู่ดีๆตกนรกโดยพลัน

จัดเรต pg ภาพการฆ่าสัตว์ ดื่มสุราเมามาย ระริกระรี้อยากมีเพศสัมพันธ์

คำโปรย | ความงดงามของพื้นที่ราบ Inner Mongola ราวกับสรวงสวรรค์ Close to Eden ถ้าไม่เพราะความติสต์แตกของผู้กำกับ Nikita Mikhalkov อาจสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้!
คุณภาพ | ค์ติสต์แตก
ส่วนตัว | ล่องลอย

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: