Burnt by the Sun

Burnt by the Sun (1994) USSR : Nikita Mikhalkov ♥♥♥♥

Joseph Stalin ในช่วงปี ค.ศ. 1936-38 ได้ริเริ่มการกวาดล้างครั้งใหญ่ (Great Purge หรือ Great Terror) เป้าหมายคือกลุ่มแกนนำกองทัพแดง (Red Army) ที่เคยร่วมปฏิวัติรัสเซียด้วยกันมา เพราะความหวาดระแวง กลัวถูกโค่นล้มอำนาจ เลยตั้งข้อกล่าวหาสมคบคิด เพื่อควบรวมอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์ นั่นคือพื้นหลังของ Burnt by the Sun (1994) คว้ารางวัล Oscar: Best Foreign Language Film

Утомлённые солнцем อ่านว่า Utomlyonnye solntsem แปลตรงตัว Wearied by the sun ชื่อภาษาอังกฤษ Burnt by the Sun, ตามคำนิยามของผกก. Mikhalkov ทำการเปรียบเทียบ Joseph Stalin ดั่งพระอาทิตย์ ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) แม้มีความเจิดจรัส ให้แสงสว่างกับชีวิต แต่ไม่ว่าสาดส่องไปยังสถานที่แห่งหนไหน ล้วนเกิดการมอดไหม้ ทำลายล้าง แม้กระทั่งตัวตนเอง

The main image – the Sun – is Stalin. Totalitarian systems are governable or manageable only up to a certain point. Afterwards, they take on a life of their own, destroying not only those whom they were originally intended to destroy but their creators as well.

Rustam Ibrahimbeyov

Burnt by the Sun (1994) นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง กำลังพักผ่อน ณ บ้านชนบท ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ (หนังมีกลิ่นอาย Impressionist แต่สำหรับชาวรัสเซียจะเรียกว่าสไตล์ Chekhovian) แต่การมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า อดีตคนรักภรรยา เหมือนถ่านไฟเก่ายังคงคุกรุ่น ขณะเดียวกันนำพาเพลิงพิบัติของการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดถึง!

เกร็ด: Chekhovian คือคำเรียกสไตล์การเขียนของ Anton Chekhov (1860-1904) นายแพทย์ นักเขียนบทละคอน/เรื่องสั้นคนสำคัญชาวรัสเซีย มักมีลักษณะ ‘Slice of Life” นำเสนอเรื่องราวในชีวิตประจำวันทั่วๆไป เน้นสร้างบรรยากาศ (Theatre of Mood) ฝังชีวิตลงในเนื้อหา (Submerged Life in the Text) ลงรายละเอียดจิตวิทยา (Psychological Depth) ดำเนินไปตามกระแสสำนึก (Stream of Consciousness) … มีคำเรียกวรรณกรรมสมัยใหม่ (Modernist Literature)

หลายคนอาจยอมแพ้ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก แม้งไม่เห็นมีอะไรนอกจากชีวิตดำเนินไปเรื่อยเปื่อย ‘Slice of Life’ บทสนทนาเยิ่นเย้อ ยืดยาวเหยียด ฟังไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ อ่านซับไตเติ้ลไม่ทันอีกต่างหาก! ผมแนะนำให้อดรนทนจนการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า ผู้เต็มไปด้วยลับลมคมใน ซึ่งถ้าคุณสามารถสังเกตอากัปกิริยา มุมมองสายตา (รวมถึงภาษาภาพยนตร์) โดยเฉพาะเรื่องเล่านิทานซุกซ่อนอะไรบางอย่าง จะเริ่มพบเห็นเงื่อนงำไม่ชอบมาพากล และเมื่อจุดประสงค์แท้จริงได้รับการเปิดเผย ภายในจักลุ่มร้อน มอดไหม้ ราวกับอยู่ในกองเพลิง

ผมโชคดีมากๆที่เพิ่งอ่านผ่านตาประวัติศาสตร์รัสเซียช่วงทศวรรษนั้น เลยทำให้การรับชม Burnt by the Sun (1994) บังเกิดความเข้าใจหนังได้โดยอัตโนมัติ! แต่สำหรับคนไม่เคยรับรู้อะไรมาก่อน อาจมีปัญหาในการสังเกตรายละเอียด แปะติดปะต่อเรื่องราว เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว(จุลภาค) และเหตุการณ์กวาดล้างครั้งใหญ่(มหภาค) … อ่านบทความนี้แล้วลองหวนกลับไปรับชมหนังอีกสักครั้ง จักพบเห็นว่าสลับซับซ้อนที่ซุกซ่อนไว้อย่างลึกล้ำ เรียกได้ว่ามาสเตอร์พีซ!


Nikita Sergeyevich Mikhalkov, Никита Сергеевич Михалков (เกิดปี 1945) นักแสดง/ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Moscow ในตระกูลผู้ดีเก่า Mikhalkov family, ปู่ทวดเคยปกครองแคว้น Yaroslavl, บิดา Sergey Mikhalkov เป็นนักเขียนวรรณกรรมเด็ก และประพันธ์เนื้อเพลงชาติรัสเซียที่ใช้ในปัจจุบัน, ส่วนพี่ชาย Andrei Konchalovsky คือนักเขียน/ผู้กำกับชื่อดัง (เพื่อนร่วมรุ่น Andrei Tarkovsky ช่วยกันพัฒนาบท Ivan’s Childhood (1962) และ Andrei Rublev (1966))

ตั้งแต่เด็ก Mikhalkov เข้าโรงเรียนการแสดง Moscow Art Theatre ต่อด้วย Shchukin School ของโรงละคอน Vakhtangov Theatre ระหว่างนั้นมีโอกาสแสดงภาพยนตร์ Walking the Streets of Moscow (1964), โตขึ้นเข้าศึกษาต่อ All-Union State Institute of Cinematography (VGIK) ร่ำเรียนการกำกับจาก Mikhail Romm, สรรค์สร้างหนังสั้นนักศึกษา ภาพยนตร์เรื่องแรก At Home Among Strangers (1974), เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ A Slave of Love (1976), An Unfinished Piece for Mechanical Piano (1977), โด่งดังระดับนานาชาติกับ Dark Eyes (1987), Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994), The Barber of Siberia (1998), 12 (2007) ฯ

หลังเสร็จจาก Close to Eden (1991), ผกก. Mikhalkov ได้ถ่ายทำสารคดีสองเรื่อง ประกอบด้วย

  • Remembering Chekhov (1993) สารคดีเกี่ยวกับนักเขียน Anton Chekhov
  • Anna: 6–18 (1993) มีลักษณะเป็น ‘diary film’ ร้อยเรียงภาพบุตรสาวคนโต Anna Mikhalkova บันทึกไว้ระหว่างอายุ 6-18 ปี ตัดต่อฟุตเทจสลับกับเหตุการณ์สำคัญๆต่างในสหภาพโซเวียตที่เกิดขึ้นช่วงระหว่าง ค.ศ. 1980-93

(โดยไม่รู้ตัว! ทั้งสองผลงานต่างกลายเป็นอิทธิพล/แรงบันดาลใจผกก. Mikhalkov สรรค์สร้าง Burnt of the Sun (1994) ในสไตล์ Chekhovian และบันทึกช่วงเวลาวัยเด็กของบุตรสาวคนเล็ก Nadezhda Mikhalkova)

การล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1991 ทำให้ผกก. Mikhalkov เริ่มครุ่นคิดหาเหตุผล เพราะอะไร? ทำไม? สหภาพโซเวียตถึงกาลล่มสลาย? ซึ่งเขาได้ค้นพบช่วงเวลาที่ถือเป็น ‘มุมมืด’ อันเกิดจากอดีตผู้นำ Joseph Stalin ทำให้ตระหนักว่า “Bolshevism did not bring happiness to our country”.

ร่วมพัฒนาบทกับเพื่อนนักเขียน Rustam Ibragimbekov (1939-2022) สัญชาติ Azerbaijani, โดยตัวละคร Comdiv Sergei Petrovich Kotov (ที่รับบทโดยผกก. Mikhalkov) คาดว่านำแรงบันดาลจาก Sergei Kirov หนึ่งในแกนนำ Bolshevik ระหว่างการปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution 1917) และ(เคยเป็น)เพื่อนสนิทของ Joseph Stalin ก่อนที่จู่ๆจะถูกฆ่าปิดปากโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อปี ค.ศ. 1934 อันเป็นการอารัมบทนำสู่การกวาดล้างครั้งใหญ่

เกร็ด: สำหรับชื่อหนัง Burnt by the Sun ผกก. Mikhalkov เล่าว่าขโมยไอเดียมาจากภาพยนตร์ของพี่ชาย Siberiade (1979) นำแรงบันดาลใจบทเพลง Tango Polish ชื่อว่า To ostatnia niedziela (1935) แปลว่า The Last Sunday แต่งทำนองโดย Jerzy Petersburski, คำร้องโดย Zenon Friedwald, ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในสหภาพโซเวียต จึงมีการแปลคำร้องเป็นภาษารัสเซีย Утомлённые солнцем, Burnt by the Sun เมื่อปี ค.ศ. 1937 โดย Iosif Alvek, ขับร้องโดย Pavel Mikhailov … บทเพลงนี้ได้กลายเป็น Main Theme ของหนัง

วันหนึ่งในช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 1936, Komdiv Sergei Kotov (รับบทโดย Nikita Mikhalkov) ใช้เวลาหยุดพักผ่อนยังบ้านพักชนบท (มีคำเรียก Dacha) ร่วมกับภรรยายังสาว Maroussia (รับบทโดย Ingeborga Dapkūnaitė), บุตรสาววัยหกขวบ Nadia (รับบทโดย Nadezhda Mikhalkova) และบรรดาเครือญาติพี่น้อง ในสไตล์ผู้ดีมีสกุล Chekhovian

จนกระทั่งการมาถึงของชายหนุ่มแปลกหน้า Mitya (รับบทโดย Oleg Menshikov) อดีตคู่หมั้น Maroussia ขาดการติดต่อ สูญหายตัวไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 การกลับมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้สร้างความดีอกดีใจให้กับบรรดาเครือญาติพี่น้อง แต่จุดประสงค์แท้จริงเหมือนมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง


ผกก. Mikhalkov รับบท Komdiv (ยศทหาร Commanding Officer) Sergei Petrovich Kotov (เคยเป็น)เพื่อนสนิทของ Joseph Stalin หนึ่งในแกนนำ Bolshevik ระหว่างการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 ปัจจุบันแต่งงานกับ Maroussia ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย สุขสบาย ด้วยความเย่อหยิ่ง ทะนงตน ลุ่มหลงตัวเอง ไม่เคยหวาดกลัวเกรงสิ่งใด จนกระทั่งการหวนกลับมาของ Mitya แรกๆครุ่นคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่ไม่นานก็เริ่มเกิดความระแวง และหลังถูกควบคุมตัวค่อยตระหนักถึงหายนะที่คาดไม่ถึง

เหตุผลที่ผกก. Mikhalkov ตัดสินใจรับบทบาทนี้ ก็เพื่อช่วยการแสดงของบุตรสาว Nadia ให้เธอรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก เพราะมีความมักคุ้นชินกับบิดา สามารถทำตามโน่นนี่นั่นโดยไม่งอแง ไม่ร่ำร้องไห้ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผู้ชมสามารถสัมผัสถึงสายใยพ่อ-ลูก สนิทสนมแน่นแฟ้น … กลายเป็นหนังครอบครัวไปซะงั้น!

I decided to play this role for the unique reason of helping the performance of my daughter, Nadia… certain scenes being especially delicate on an emotional level. I shot this film very quickly because I wanted my six year old daughter to play the role… Children grow quickly and lose the tenderness, the simplicity, and the charm their youth carries.

Nikita Mikhalkov

ก่อนจะมาทำงานผู้กำกับ Mikhalkov เคยเป็นนักแสดงมาก่อน (ขณะนั้นก็ยังมีผลงานแสดงประปราย) จึงไม่มีปัญหาสำหรับการปรับตัวใดๆ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ อาจแค่เล็มหนวดนิดๆหน่อยๆ แสดงท่าทางสง่าผ่าเผย ราวกับพระอาทิตย์สาดส่องแสงเจิดจรัสจร้า เชื่อมั่นใจเต็มร้อยถึงจะถูกควบคุมตัว ฉันคงไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งโดนต่อยจนเลือดอาบหน้า แสดงความตึงเครียด ซีเรียส หน้านิ่วคิ้วขมวดโดยพลัน

สำหรับบุตรสาวคนเล็ก Nadezhda Mikhalkova (เกิดปี 1986) ขณะนั้นอายุเพียง 6 ขวบ ยังไม่รับรู้ประสีประสาอะไร บิดาบอกให้ทำอะไรก็ทำ มีความน่ารัก อ่อนโยน สดใส บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ใครต่อใครตกหลุมรัก ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม แค่ครุ่นคิดว่าเธอต้องพบเจอเหตุการณ์อะไรหลังจากนี้ ก็สร้างความลุ่มร้อนทรวงใน มอดไหม้จิตวิญญาณ


Oleg Evgenyevich Menshikov, Оле́г Евге́ньевич Ме́ньшиков (เกิดปี 1960) นักแสดงสัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Serpukhov, Moscow Oblast วัยเด็กมีความสนใจด้านดนตรี ฝึกฝนเปียโน ไวโอลิน ก่อนตัดสินใจเลือกเรียนต่อการแสดง Mikhail Shchepkin Higher Theatre School เป็นลูกศิษย์ของ Vladimir Monakhov, จากนั้นมีผลงานโทรทัศน์ แจ้งเกิดกับภาพยนตร์ Family Relations (1981), ผลงานเด่นๆ อาทิ Moonzund (1988), Burnt by the Sun (1994), Prisoner of the Mountains (1996), The Barber of Siberia (1998), East/West (1999), มินิซีรีย์ Doktor Zhivago (2006) ฯ

รับบท Dimitri ‘Mitya’ Arsentyev ชายหนุ่มผู้เคยมีอุดมการณ์มุ่งมั่น ช่วงการปฏิวัติรัสเซียเข้าร่วมขบวนการขาว (White Army) แต่ความพ่ายแพ้ต่อ Bolshevik (Red Army) ทำให้เขาต้องอพยพหลบหนีสู่ฝรั่งเศส ไม่สามารถหวนกลับหาคู่หมั้น จนกระทั่งได้รับมอบหมายภารกิจจากตำรวจลับ NKVD (People’s Commissariat for Internal Affairs) ให้ปลอมตัวมาจับกุม Comdiv Sergei Kotov ทีแรกก็สองจิตสองใจ ไม่อยากหวนกลับบ้านเก่า เลยวัดดวงด้วยเกม Russian Roulette ถ้ารอดตายถึงยินยอมตอบรับภารกิจ

เมื่อหวนกลับมา Mitya ยังคงโหยหาอดีตคนรัก พยายามรื้อฟื้นความหลัง อธิบายเหตุผลด้วยเรื่องเล่านิทาน แต่เพราะความเคียดแค้นบดบังทุกสิ่งอย่าง เป้าหมายแท้จริงคือ Comdiv Sergei Kotov เฝ้ารอคอยเวลานัดหมาย หลังทำภารกิจสำเร็จก็ตัดสินใจกรีดข้อมือ ฆ่าตัวตาย

ตัวละครนี้ถือว่ามีลับลมคมในมาตั้งแต่แรกเริ่มต้น ทำไมจู่ๆถึงพยายามจะฆ่าตัวตาย? แล้วช่วงกลางเรื่องปลอมตัวเข้ามาทักทายเด็กสาว Nadia สวมวิก ติดหนวด พอเปิดเผยตัวตน ก็พยายามสร้างภาพสนุกสนาน ครื้นเครง มันช่างขัดย้อนแย้ง(กับตอนพยายามจะฆ่าตัวตาย)อย่างสิ้นเชิง!

จนเมื่อพูดอธิบายอะไรบางอย่างกับ Comdiv Sergei Kotov ความจริงก็ค่อยๆเปิดเผยว่าทั้งหมดคือการแสดง เสแสร้ง เล่นละคอนตบตา ซึ่งจากนั้นเขาก็เริ่มพบเห็นอาการสั่นๆ สีหน้าเคร่งเครียด ท่าทางเร่งรีบ สูบบุหรี่ระบายอารมณ์ กำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป! … ส่วนเหตุผลที่ตัวละครตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตตอนจบ ไม่ใช่เพราะความแค้นสิ้นสุด แต่คือมิอาจอดรนทนต่อการทรยศหญิงสาวคนรัก (รวมถึงประเทศชาติด้วยกระมัง)

แซว: ด้วยความที่ Oleg Menshikov เคยฝึกฝนเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าได้มีโอกาสแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ (มีการพูดแซวตัวเองด้วยว่าเคยฝันอยากเป็นนักดนตรี แต่ชีวิตก็ผันเปลี่ยนอย่างคาดไม่ถึง)


Ingeborga Dapkūnaitė (เกิดปี 1963) นักแสดงสัญชาติ Lithuanian เกิดที่ Vilnius, Lithuanian SSR บิดาเป็นนักการทูตอยู่ Moscow จึงไม่ค่อยมีโอกาสพบเจอหน้าบุตรสาว อาศัยอยู่กับลุง-ป้า ทำงานเป็นนักดนตรีประจำโรงละคอนใกล้บ้าน นั่นทำให้เธอมีโอกาสขึ้นเวทีตั้งแต่อายุสี่ขวบ ถึงอย่างนั้นช่วงวัยรุ่นกลับมีความสนใจด้านกีฬา สเก็ตลีลา บาสเกตบอล แต่สุดท้ายตัดสินใจร่ำเรียนการแสดง Lithuanian Academy of Music and Theatre แล้วเข้าร่วม Kaunas State Drama Theatre, แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ Burnt by the Sun (1994), เคยมีบทบาทตัวประกอบเล็กๆ Mission: Impossible (1996), Seven Years in Tibet (1997), Hannibal Rising (2007) ฯ

รับบท Maroussia เคยเป็นคู่หมั้น Mitya แต่หลังจากเขาสูญหายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอย ตกอยู่ในความท้อแท้สิ้นหวัง เคยครุ่นคิดสั้น พยายามกรีดข้อมืออยู่หลายครั้ง จนกระทั่งยินยอมแต่งงานกับ Comdiv Sergei Kotov มีบุตรสาว Nadia ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สงบสุข จนกระทั่งอดีตคนรักหวนกลับคืนมา ถ่านไฟเก่าระหว่างพวกเขายังคงคุกรุ่น ถึงอย่างนั้นเธอตัดสินใจร่วมรักกับสามี เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าจะไม่รื้อฟื้นความหลัง

มองผิวเผิน Maroussia ก็ดูเหมือนผู้หญิงปกติทั่วๆไป แต่การหวนกลับมาของ Mitya ใครช่างสังเกตจะเริ่มพบเห็นอาการผิดปกติ น้ำเสียงสั่นๆ ท่าทางลุกลี้ร้อนรน เทน้ำล้น นั่งโยกตัว มือเคาะแก้ว หรือตอนนอนอาบแดดริมแม่น้ำ พูดขับไล่บุตรสาวให้ไปล่องเรือกับบิดา (เพื่อตนเองจะได้มีเวลาสองต่อสองกับ Mitya) ฯ ปฏิกิริยาภาษากายเหล่านี้ ซุกซ่อนความรู้สึก ลับลมคมใน โหยหาอาลัย โล้เล้ลังเลใจ ถือว่ายังมีใจให้อดีตคนรัก พอเขาเล่านิทานจบ เธอก็มิอาจควบคุมตนเองอีกต่อไป

การแสดงของ Dapkūnaitė ถือเป็นอีกไฮไลท์ (รองจากเด็กสาว Nadezhda) เพราะรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ค่อยๆเปิดเผยออกมาทีละนิด ชักชวนให้ผู้ชมขบครุ่นคิด ค้นหาความรู้สึกแท้จริงตัวละคร แม้หลังจากยินยอมร่วมเพศสัมพันธ์กับสามี จะเลิกสับสน หายจากอาการกระวนกระวาย แต่เธอก็ไม่รับรู้ตัวเองหลังจากนี้จักต้องพบเจออะไร นั่นร่วมสร้างความรู้สึกหายนะ ถูกอดีตคนรักทรยศหักหลังอีกครั้งหนึ่ง!


ถ่ายภาพโดย Vilen Aleksandrovich Kalyuta, Вілен Олександрович Калюта (1930-99) ตากล้องชาว Ukrainian เกิดที่ Huliaipole, Zaporizhzhia Oblast (ปัจจุบันคือประเทศ Ukraine) ฝึกฝนการถ่ายภาพจาก Dovzhenko Film Studios มีผลงานขาประจำ Studio Trite (Russia) และ Camera One (France) อาทิ Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994) ฯ

Burnt by the Sun ชื่อหนังแอบบอกใบ้ถึงลักษณะการถ่ายภาพ ที่มักอาบฉาบด้วยแสงอาทิตย์ มีความเจิดจร้า ระยิบระยับ หลายครั้งถ่ายย้อนแสงให้ออกมาฟุ้งๆ ดูล่องลอย ชวนฝัน กลิ่นอาย Impressionist … เรื่องราวเกิดขึ้นในระยะเวลาหนึ่งวัน ตั้งแต่เช้า-บ่าย-ค่ำ (รัสเซียช่วงหน้าร้อน พระอาทิตย์ตกดินตอนดึกดื่น 4-5 ทุ่ม) และใช้เพียงแสงธรรมชาติเท่านั้น

นอกจากความโดดเด่นเรื่องแสงธรรมชาติ ยังมีการใช้โทนสีอ่อน (Pastel Color) สวมใส่เสื้อผ้าวินเทจ (Vintage) เน้นความเรียบง่าย สไตล์ชนชั้นสูง/ผู้ดีเก่ารัสเซีย (aristocrat) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 30s

(ผกก. Mikhalkov มาจากตระกูลผู้ดีเก่า รายล้อมด้วยญาติพี่น้อง จึงมีความเข้าใจวิถีชนชั้นสูงเป็นอย่างดี)

หนังปักหลักถ่ายทำอยู่ยังบ้านชนบท ณ Nizhny Novgorod (เดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของอดีตนายกเทศมนตรี Dmitry Bednyakov) ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 4 เดือน ระหว่างกรกฎาคม – พฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆของผกก. Mikhalkov (โดยเฉลี่ยคือ 6 เดือนขึ้นไป) สาเหตุที่ต้องเร่งรีบเพราะกลัวบุตรสาวจะเติบโตเร็วเกินไป


แม้ว่าหนังจะชื่อ Burnt by the Sun แต่ภาพแรกกลับถ่ายดาวแดง (สัญลักษณ์ของ Red Army) แล้วกล้องค่อยๆซูมถอยหลัง (Zoom-Out) พบเห็นท้องถนนว่างเปล่าในกรุง Moscow จากนั้นเคลื่อนเลื่อนลงใต้สะพาน พนักงานกำลังฉีดพ่นน้ำทำความสะอาด (แฝงนัยยะตรงๆถึงการกวาดล้างครั้งใหญ่ Great Purge)

มันช่างเป็นความ ‘Ironic’ ที่ตัวละคร Mitya ตัดสินใจวัดดวง เสี่ยงโชคชะตา รับหรือไม่รับโทรศัพท์ด้วยการเล่นเกม Russian Roulette (แต่เกมนี้มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัสเซียเลยนะครับ!) นำกระสุนนัดเดียวใส่ลงในปืนลูกโม่ แล้วทำการหมุนรอก นำมาจ่อศีรษะ รอดหรือไม่รอด โอกาสเพียงหนึ่งในหก!

บุคคลที่กล้าเล่นเกมนี้ ย่อมต้องมีความสิ้นหวังอย่างมากๆ บางสิ่งอย่างทำให้สภาพจิตใจเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ไม่อยากมีชีวิต ไม่อยากรับภารกิจ บังเกิดความขัดแย้งภายใน ไม่กล้าตัดสินใจ เลยปล่อยให้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาฟ้าลิขิต

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Banya, баня หรือก็คือห้องซาวน่า (Steam Bath) ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมรัสเซียมาตั้งแต่ยุคกลาง (เก่าแก่สุดที่มีการจดบันทึกคือ ค.ศ. 945) มีลักษณะห้องเล็กๆ หรือแยกออกมาจากตัวบ้าน (หรือเปิดสาธารณะก็มี) สำหรับอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายในช่วงฤดูหนาว และจะมีการใช้กิ่งใบไม้ Birch Besom สำหรับขัดขี้ไคล (มั้งนะ)

นี่คือช่วงเวลาแห่งความสุขเล็กๆของ Comdiv Kotov ภาพถ่ายสถานที่แห่งนี้จึงมีความฟุ้งๆ เบลอๆ ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ แม้ถูกบุตรสาวทุบตีด้วยกิ่งใบ้ไม้ แต่มันก็แค่การนวดผ่อนคลาย สบายหฤทัย

เรื่องวุ่นๆวายๆของหน่วยรถถังซ้อมรบ ขัดจังหวะช่วงเวลาอาศัยอยู่บนสรวงสวรรค์ นี่เป็นการอารัมบทสิ่งที่ Comdiv Kotov กำลังจะต้องประสบพบเจอในอนาคต ครั้งนี้อาจยังสามารถใช้อำนาจบารมีของตนเองแก้ไขปัญหา แต่คราหลังจะไม่มีใคร ผู้ใด ช่วยให้เขาเอาตัวรอดจากการถูกกวาดล้างครั้งใหญ่

บางคนอาจมองว่า Mitya ต้องการสร้างความประหลาดใจให้กับญาติๆพี่น้อง เลยจงใจปลอมตัว สวมวิก ติดหนวด แต่มันก็เคลือบแฝงนัยยะของการเป็นตำรวจลับ กรมการราษฎรฝ่ายกิจการภายใน NKVD (People’s Commissariat for Internal Affairs) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1934 มีบทบาทในการกดขี่ทางการเมือง และการกวาดล้างใหญ่ภายใต้การนำของ Joseph Stalin … ภายหลัง NKVD ก็ได้แปรสภาพเป็นคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ (KGB) ปัจจุบันคือหน่วยความมั่นคงกลาง (FSB)

การบุกรุกเข้ามาของชายแปลกหน้า สร้างความฉงนสงสัยให้กับสมาชิกภายในบ้าน หมอนี่เป็นใคร? เข้ามาได้อย่างไร? สังเกตว่าเมื่อเดินเข้าไปนั่งบรรเลงเปียโนที่มุมห้อง กล้องค่อยๆเคลื่อนถอยหลัง ยกสูงเหนือศีรษะแล้วถ่ายมุมก้มลงมา ให้แลดูราวกับบุคคลนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน!

และหลังจากฉีกกระชากหน้ากาก ดึงหนวดเครา เปิดเผยใบหน้าแท้จริง หลายช็อตถัดมา Mitya ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ สูงกว่าคนอื่น กลายเป็นบุคคลสร้างความสนใจให้กับทุกคน … ลองอ่านดีๆ มันคนละความหมายกันนะครับ

จากเคยเป็นเก้าอี้ประจำของ Comdiv Kotov ถูกแก่งแย่งที่นั่งโดยผู้มาใหม่ Mitya อดีตคู่หมั้น Maroussia แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ต้องสูญเสียตำแหน่งนั้นให้คนอื่น … ทีแรกผมคาดเดาว่า Mitya อาจต้องการทวงคืนตำแหน่งนั้น เลยแก่งแย่งที่นั่งของ Comdiv Kotov แต่นี่เป็นการล่อหลอก ‘misdirection’ ให้เกิดความเข้าใจอะไรผิดๆ

ในขณะที่สองพ่อ-ลูกพากันล่องเรือไปตามแม่น้ำลำคลอง แสงสว่างสาดส่อง ไม่มีอะไรให้ต้องปกปิดบังความรักของพวกเขา, Mitya กับอดีตคู่หมั้น Maroussia ดำผุดดำว่าย หลบซ่อนอยู่ตามแมกไม้ ไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ แม้เขาพยายามทำให้เธอหวนระลึกความหลัง แต่กลับถูกปฏิเสธต่อต้าน (ทั้งๆภาษากายของเธอ แสดงออกอย่างลุกรี้ร้อนรน กระวนกระวาย แทบมิอาจหักห้ามใจตนเอง)

สังเกตจากภาษาภาพยนตร์ที่ทำการตัดสลับไปมาระหว่างใบหน้าของ Mitya กับเศษขวดที่วางทิ้งอยู่ข้างๆ Comdiv Kotov หวิดเหยียบเฉียดไปเฉียดมา ราวกับว่าเขาพยายามอธิษฐาน สาปแช่ง ให้ศัตรูหัวใจพลั้งพลาดก้าวเหยียบ ได้รับบาดเจ็บ ต้องกลับไปปฐมพยาบาลที่บ้าน หลงเหลือเพียงเขาและอดีตคู่หมั้นอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

แต่ภายหลังท่าทางเหมือนไม่ได้ตั้งใจ (แต่จะมองว่าจงใจก็ได้เช่นกัน) พอกลับขึ้นฝั่งพลั้งพลาดเหยียดเศษขวดที่ตนเองเคยโยนทิ้งไว้ นี่สอดคล้องเข้ากับนัยยะชื่อหนัง Burnt by the Sun คล้ายๆสำนวนกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมหวนกลับคืนสนอง

มันไม่ใช่ว่า Comdiv Kotov หิวกระหายมื้อเย็น เลยไม่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเต้นรำ Can-Can แต่เพราะเขามีความละอายในตนเอง ก่อนหน้านี้ตอนพายเรือกลับเข้าฝั่ง ไม่เห็นใครเฝ้ารอคอยอยู่ริมแม่น้ำ ก็รีบอุ้มบุตรสาว วิ่งแจ้นกลับบ้าน เกิดอาการอิจฉาริษยา เลือดขึ้นหน้า กลัวว่าจะถูกภรรยานอกใจ (กับอดีตชายคนรัก) ก่อนค้นพบว่าทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิดๆ ค่อยรู้สึกผ่อนคลายกังวล … แต่ก็ยังไม่รู้สึกปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

นี่ถือเป็นอีก ‘misdirection’ ที่ล่อหลอกผู้ชมให้เกิดความเข้าใจผิดๆแบบเดียวกับตัวละคร ซึ่งการพบเห็นสถานการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ หลายๆครั้ง มันจักสร้างความชะล่าใจ (เหมือนเด็กเลี้ยงแกะที่เคยโกหกหลายครั้ง พอถึงวันที่โจรมาขโมยแกะจริงๆ กลับไม่มีใครเชื่อใจรับฟัง)

ผมคงไม่สปอยเรื่องเล่านิทานหลังอาหารเย็นของ Mitya แค่จะบอกใบ้ว่าสิ่งที่เขาปรุงแต่งขึ้น คือคำอธิบายเหตุผลการสูญหาย จากไป ทำไมไม่เคยหวนกลับมาของตนเอง แน่นอนว่าเด็กหญิง Nadia ย่อมไม่สามารถทำความใจเรื่องราวลึกซึ้ง แต่บรรดาผู้ใหญ่นั่งอยู่หลังกล้อง (โต๊ะอาหาร) ล้วนเฉลียวฉลาดเพียงพอเข้าใจรายละเอียดแท้จริง!

ระหว่างที่ Mitya กำลังเล่านิทานให้กับ Nadia จะมีการแทรกภาพลูกไฟที่ดูเหมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็กๆ กำลังค่อยๆเคลื่อนคล้อยเข้ามาในห้อง พานผ่านสถานที่ต่างๆ ผกก. Mikhalkov ให้คำอธิบายว่าถึงสัญลักษณ์ของการทำลายล้าง ไม่ว่าเจ้าสิ่งนี้(พระอาทิตย์)ดำเนินไปแห่งหนไหน ทุกสิ่งอย่างรอบข้างจักมอดไหม้ วอดวาย ชิบหายวายป่วน … จบซีเควนซ์นี้ด้วยการระเบิด ไฟลุกไหม้ต้นไม้

การมาถึงของดวงอาทิตย์ซีเควนซ์นี้ เป็นการบอกใบ้ถึงหายนะกำลังจะบังเกิดขึ้นกับ Comdiv Kotov และบรรดาสมาชิกทุกคนในครอบครัว กำลังจะถูกกวาดล้าง ทำลายล้าง มอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน

Sex Scene บนสรวงสวรรค์ (ชั้นบนของบ้าน) ระหว่าง Comdiv Kotov และ Maroussia เป็นการพิสูจน์ความเชื่อมั่น ตอกย้ำความสัมพันธ์ ว่าจะไม่คบชู้นอกใจ และยิ่งท่วงท่า Woman-on-Top ฝ่ายหญิงเป็นผู้กำหนดท่าทาง หรือคือการตัดสินใจด้วยตนเอง (ไม่ได้ถูกฝ่ายชายบีบบังคับให้ตกหลุมรัก/ร่วมเพศสัมพันธ์ครั้งนี้)

แซว: การจัดแสงของซีเควนซ์นี้ก็จะฟุ้งๆ ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

เอาจริงๆผมแยกแยะ Tap Dance ไม่ออกหรอกว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร? แต่พบเจอว่าท่าทางของ Mitya คือ American Tap Dance ส่วนของ Comdiv Kotov มาจาก Russian Folk Dance ลองสังเกตกันดูเองนะครับ … สถานที่เต้นของพวกเขา ชั้นบน vs. กลางบันได ก็แอบเคลือบแฝงนัยยะ/ทัศนคติผู้สร้างต่อลีลาการเต้นนี้ด้วยเช่นกัน

กีฬาฟุตบอล (บางซับไตเติ้ลขึ้นว่า Soccer อาจเพราะคนแปลเป็นชาวอเมริกันกระมัง) คือการแข่งขันระหว่างผู้เล่นสองฝั่ง จะว่าไปก็ละม้ายคล้ายสงคราม การสู้รบ ขั้วการเมืองซ้าย-ขวา แต่ยังไม่ทันรับรู้ผลการแข่งขัน ลูกฟุตบอลก็สูญหายไปในพงหญ้า ทำให้หลงเหลือการเผชิญหน้าระหว่าง Comdiv Kotov vs. Mitya

ตลอดทั้งเรื่องเด็กสาว Nadia ถูกลวงล่อหลอกโดยผู้ใหญ่ ไม่มีใครพูดบอกความจริง เอาแต่ปกปิด ซุกซ่อนเร้น เพราะยังละอ่อนเยาว์วัย ไร้เดียงสาเกินกว่าจะสังเกตเห็น แต่เมื่อลงรถครานี้ โดยไม่รู้ตัวคือจากลาบิดาครั้งสุดท้าย เพราะอาจไม่มีโอกาสพบเจอหน้ากันอีก ผมขอเรียกว่า ‘ทิวทัศน์แห่งความสิ้นหวัง’ ที่จักติดตราฝังอยู่ในความทรงจำของเธอชั่วนิรันดร์

ตั้งแต่ต้นเรื่องที่ชายคนนี้พยายามสอบถามทาง Zagorianka หรือ Zagorienka แต่กลับไม่ใครรับรู้จัก สามารถบอกเส้นทาง สงสัยจะพลัดหลงมาตั้งแต่ต้น? จนกระทั่งช่วงท้ายพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า (แต่เวลาน่าจะประมาณ 2-3 ทุ่ม) จอดรถเสียขวางทางตำรวจลับ NKVD ทั้งๆไม่ได้กระทำอะไรผิด แค่เพียงทำตัวน่าสงสัย เลยถูกฆ่าปิดปากอย่างไร้เยื่อใย … ชายคนนี้คือตัวแทนผู้บริสุทธิ์ ไม่รู้อิโน่อิเหน่ เพียงพลัดหลงทาง กลับถูกกวาดล้างด้วยเหตุผลเพียงจอดรถขวางทาง = Joseph Stalin กำจัดบุคคลครุ่นคิดเห็นต่าง/ขวางทางสู่อำนาจของตนเอง

นี่ก็พบเห็นมาตั้งแต่ต้นเรื่อง อ้างว่าเป็นภารกิจลับสำหรับก่อสร้างอะไรสักอย่าง ก่อนเปิดเผยว่าคือแท่นปล่อยบอลลูนสำหรับนำผืนภาพวาด Joseph Stalin ล่องลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า ด้วยขนาดใหญ่โตทำให้มองเห็นจากระยะไกลๆ ใครพบเห็นต้องให้ความเคารพ แสดงถึงความยิ่งใหญ่ เจิดจรัส ไม่ต่างจากพระอาทิตย์

ปัจฉิมบท, ลูกไฟพระอาทิตย์หวนกลับมาอีกครั้ง เคลื่อนเข้าในอพาร์ทเม้นท์ของ Mitya หลังจากกรีดข้อมือ นอนรอความตายอยู่ในอ่างอาบน้ำ (สื่อถึงตัวของเขาที่กำลังมอดไหม้ อิทธิพลจากแสงอาทิตย์) จากนั้นกล้องเคลื่อนไหล ล่องลอยออกไปทางโบสถ์ วิหาร ดาวสีแดง (สัญลักษณ์ของ Red Army) ที่ใกล้ถึงกาลวินาศ วอดวาย เฉกเช่นเดียวกัน!

ตัดต่อโดย Enzo Meniconi ร่วมงานขาประจำผกก. Nikita Mikhalkov ตั้งแต่ Burnt by the Sun (1994), The Barber of Siberia (1998) จนถึงภาพยนตร์ 12 (2007)

นอกจากอารัมบท-ปัจฉิมบท (ในอพาร์ทเม้นท์ของ Mitya ที่กรุง Moscow) หนังดำเนินเรื่องโดยใช้บ้านชนบท ณ Nizhny Novgorod คือจุดหมุนเรื่องราว ร้อยเรียงวิถีชีวิต กิจวัตรประจำวันหยุด ‘Slice of Life’ เหตุการณ์วุ่นๆวายๆตามประสาเครือญาติพี่น้อง Comdiv Sergei Kotov กับภรรยา Maroussia (จริงๆจะมองว่าเด็กหญิง Nadia คือจุดศูนย์กลางของหนังก็ได้เช่นกัน) และการมาถึงของอดีตคนรัก Mitya นำพาหายนะที่ไม่มีใครคาดคิดถึง

  • อารัมบท, Mitya กลับมายังอพาร์ทเม้นท์ ได้ยินโทรศัพท์ดัง หยิบปืนลูกโม่ขึ้นมาวัดดวง Russian Roulette
  • เช้าวันหยุดของ Comdiv Sergei Kotov
    • Comdiv Kotov กับภรรยา Maroussia และบุตรสาว Nadia ในห้องอาบน้ำ (มีคำเรียก Banya)
    • จู่ๆรถถังขับเคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้ Comdiv Kotov จำต้องออกหน้าไปพูดคุยต่อรอง
    • กลับมาที่บ้าน รวมญาติมิตร รับประทานอาหารกลางวัน
    • การมาถึงของชายแปลกหน้า ก่อนเปิดเผยว่าคืออดีตคนรัก Mitya
  • บ่ายเล่นน้ำ
    • ทุกคนออกเดินทางไปเล่นน้ำ พายเรือ
    • Mitya พยายามหวนระลึกความทรงจำกับ Maroussia
    • การมาถึงของหน่วยฝึกซ้อม ทำให้กิจกรรมยามบ่ายจบสิ้นลงพลัน
    • Comdiv Kotov กลับมาถึงฝั่ง แต่ทุกคนกลับหายตัว จึงเร่งรีบกลับบ้าน
  • รับประทานอาหารเย็น
    • กลับมาถึงบ้าน เล่นเปียโน ร้องรำทำเพลง
    • หลังจากรับประทานอาหารเย็น Mitya เล่านิทานชีวิตตนเองให้กับ Nadia
    • ช่วงเวลาพักผ่อนหลังมื้อเย็น
      • Comdiv Kotav ร่วมรักกับภรรยา Maroussia
      • Mitya ชักชวน Nadia ฝึกเต้นแท็บ
      • Mitya พูดบอกภารกิจตนเองให้กับ Comdiv Kotav
  • กิจกรรมช่วงค่ำ ช่วงเวลาแห่งการจากลา
    • พากันไปเตะฟุตบอล
    • Comdiv Kotav แต่งตัวเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
    • Comdiv Kotav ร่ำลาจากครอบครัว
    • ระหว่างการเดินทาง Comdiv Kotav ตระหนักถึงหายนะที่กำลังจะบังเกิดขึ้น
  • ปัจฉิมบท, Mitya ตัดสินใจเชือดข้อมือ ฆ่าตัวตาย

แม้ลีลาการดำเนินเรื่องของหนัง ชวนให้ผมนึกถึงหลายๆผลงานของ Jean Renoir และ Federico Fellini ที่มักนำเสนอความวุ่นๆวายๆของครอบครัว เต็มไปด้วยรายละเอียด และบางสิ่งอย่างซุกซ่อนเร้น … เมื่อตอนผกก. Mikhalkov ขึ้นรับรางวัล Oscar ก็มีการกล่าวถึง 8½ (1963) ด้วยเช่นกัน!


เพลงประกอบโดย Eduard Nikolayevich Artemyev, Эдуа́рд Никола́евич Арте́мьев (1937-2022) นักแต่งเพลง สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Novosibirsk, สำเร็จการศึกษาจาก Moscow Conservatory เป็นลูกศิษย์ของ Yuri Shaporin, มีความสนใจในดนตรีไฟฟ้า (Electronic) และเครื่องสังเคราะห์ (Synthesizer) ออกอัลบัม ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ ขาประจำผู้กำกับ Andrei Tarkovsky, Andrei Konchalovsky และ Nikita Mikhalkov อาทิ Solaris (1972), A Slave of Love (1976), An Unfinished Piece for Mechanical Piano (1977), Stalker (1979), Siberiade (1979), Close to Eden (1991), Burnt by the Sun (1994), The Barber of Siberia (1998), 12 (2007), The Postman’s White Nights (2014) ฯ

ผมแอบแปลกใจเล็กๆที่ Artemyev ไม่ได้เลือกใช้ดนตรีไฟฟ้าและเครื่องสังเคราะห์เสียงทำเพลงประกอบ (นั่นคือลายเซ็นต์ของพี่แกก็ว่าได้) แต่ต้องถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง นั่นเพราะ Burnt by the Sun (1994) จัดเป็นหนังย้อนยุค (Period) ต้องการดนตรีคลาสสิกที่มอบสัมผัส Impressionist สร้างความประทับใจ และถ่ายทอดความรู้สึกภายใน

สำหรับ Main Theme บทเพลง Burnt by the Sun ฉบับของหนังมีการบันทึกเสียงใหม่ ขับร้องโดย Mark Simkin (มารับเชิญระหว่าง Opening Credit) ร่วมกับไวโอลิน กีตาร์ และ Bayan (แอคคอร์เดียนของรัสเซีย) ท่วงทำนอง Tango จุดเด่นคือความมั่นคง พริ้วไหว เร่าร้อนทรวงใน เอ่อล้นด้วยแพชั่น (Passion) … สไตล์ดนตรีที่มอบสัมผัสพระอาทิตย์

คำร้องรัสเซียคำอ่านรัสเซียคำแปลอังกฤษ
Утомлённое солнце
Нежно с морем прощалось.
В этот час ты призналась,
Что нет любви.
Расстаемся я не в силах злиться

Виноваты в этом ты и я
Утомленное солнце нежно с морем прощалось
В этот час ты признался что нет любви

Мне немного взгрустнулось.
Без тоски, без печали
В этот час прозвучали
Слова твои

Расстаемся я не в силах злиться
Виноваты в этом ты и я
Утомленное солнце нежно с морем прощалось
В этот час ты признался что нет любви
Utomlyonnoye solntse
Nezhno s morem proshchalosʹ.
V etot chas ty priznalasʹ,
Chto net lyubvi.

Rasstayemsya ya ne v silakh zlitʹsya
Vinovaty v etom ty i ya
Utomlennoye solntse nezhno s morem proshchalosʹ
V etot chas ty priznalsya chto net lyubvi

Mne nemnogo vzgrustnulosʹ.
Bez toski, bez pechali
V etot chas prozvuchali
Slova tvoi
Rasstayemsya ya ne v silakh zlitʹsya

Vinovaty v etom ty i ya
Utomlennoye solntse nezhno s morem proshchalosʹ
V etot chas ty priznalsya chto net lyubvi
The weary sun
Gently bade farewell to the sea.
At this hour you confessed
That there is no love

When we part, I can’t bear to be angry.
You and I are to blame
The weary sun said a gentle goodbye to the sea.
At this hour you confessed that there is no love.

I’m a little sad.
No sadness, no sorrow
At this hour
Your words

We’re parting, I can’t be angry.
You and I are to blame
The weary sun said farewell to the sea.
At this hour you confessed that there is no love

เมื่อตอนต้นเรื่อง จังหวะแทงโก้ของ Burnt by the Sun สร้างความสนุกสนาน ครื้นเครง อยากลุกขึ้นมาโยกเต้น แต่พอมาถึง Epilogue ดัดแปลงเป็นออร์เคสตรา โดยเฉพาะเสียงขับร้องคอรัส ฟังแล้วรู้สึกลุ่มร้อนทรวงใน เหมือนโลกทั้งใบกำลังมอดไหม้ ใกล้พังทลาย จิตวิญญาณสูญสลาย กลายเป็นเศษซากปรักหักพัง

ในบรรดาสารพัดบทเพลงที่ Mitya/Oleg Menshikov โชว์การเล่นเปียโน Johann Strauss II: The Blue Danube, Jacques Offenbach: Can Can, Franz Liszt: Liebestraum No. 3 ครั้งแรกสุดตอนปลอมตัวเข้ามาในบ้าน ขับร้อง-บรรเลงบทเพลง Vesti la Giuba (แปลว่า Put on the Costume) จากอุปรากร Pagliacci (1892) ประพันธ์โดย Ruggero Leoncavallo

Vesti la giubba ดังขึ้นในบทสรุปองก์แรก หลังจากตัวละคร Canio ค้นพบว่าภรรยาคบชู้นอกใจ แต่ก็ยังตัดสินใจสวมใส่ชุดตัวละครสำหรับเตรียมเล่นละคอนบทต่อไป “the show must go on” … ช่างสอดคล้องเหตุการณ์ขณะนั้นอย่างน่าตกตะลึง

คำร้องอิตาเลี่ยนคำแปลอังกฤษ
Recitar! Mentre preso dal delirio,
non so più quel che dico,
e quel che faccio!
Eppur è d’uopo, sforzati!
Bah! Sei tu forse un uom?
Tu se’ Pagliaccio!

Vesti la giubba e la faccia infarina.
La gente paga, e rider vuole qua.
E se Arlecchin t’invola Colombina,
ridi, Pagliaccio, e ognun applaudirà!
Tramuta in lazzi lo spasmo ed il pianto
in una smorfia il singhiozzo e ‘l dolor, Ah!

Ridi, Pagliaccio,
sul tuo amore infranto!
Ridi del duol, che t’avvelena il cor!
Act! While in delirium,
I no longer know what I say,
or what I do!
And yet it’s necessary. Force yourself!
Bah! Are you even a man?
You are a clown!

Put on your costume and powder your face.
The people are paying, and they want to laugh here.
And if Harlequin steals away your Columbina,
laugh, clown, and all will applaud!
Turn your distress and tears into jokes,
your pain and sobs into a smirk, Ah!

Laugh, clown,
at your broken love!
Laugh at the grief that poisons your heart!

บทเพลงแห่งการร่ำจากลา สาวๆขับร้องให้กับ Comdiv Kotav และ Mitya มีชื่อว่า Evening Bell, Вечерний звон (1828) ต้นฉบับภาษาอังกฤษของ Thomas Moore (แต่งขึ้นเมื่อปี 1818) ก่อนถูกแปลเป็นภาษารัสเซียโดย Ivan Kozlov, Alexander Alyabyev,

ต้นฉบับของ Thomas Mooreฉบับรัสเซียของ Ivan Kozlovคำแปลกลับอังกฤษใหม่
Those evening bells! Those evening bells!
How many a tale their music tells,
Of youth, and home, and those sweet time,
When last I heard their soothing chime.
Вечерний звон, вечерний звон!
Как много дум наводит он
О юных днях в краю родном,
Где я любил, где отчий дом,
И как я, с ним навек простясь,
Там слушал звон в последний раз!
Evening bell, evening bell!
How many a thought it inspires.
Of youth days in my native land,
Where I loved, where my father’s house is.
And also of the moment when leaving it forever,
I was hearing the bell there for the last time!

วันหยุดพักผ่อนของครอบครัวหนึ่ง ญาติพี่น้องอาศัยอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า ใช้ชีวิตด้วยความสนุกสนาน สังสรรค์เฮฮา แต่การมาถึงชายแปลกหน้า อดีตคนรักภรรยา ถ่านไฟเก่ายังคงคุกรุ่น โดยไม่รู้ตัวกำลังจะก่อให้เกิดเพลิงพิบัติ ทำลายล้างทุกสิ่งอย่าง มอดไหม้ วอดวาย

สำหรับผู้ชมที่ไม่เคยรับรู้จักเหตุการณ์กวาดล้างครั้งใหญ่ อาจมองในมุมเด็กสาว Nadia ภาพยนตร์ที่ทำการหวนระลึกความทรงจำ โหยหาช่วงเวลาแห่งความสุข ครั้งสุดท้ายที่ครอบครัว-ญาติพี่น้องอาศัยอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า ก่อนทุกสิ่งอย่างจะพังทลาย สูญสลาย อดีตไม่มีวันหวนกลับคืนมา … เปรียบดั่งไดอารี่ ไทม์แคปซูล ที่บิดา/ผกก. Mikhalkov เก็บบันทึกไว้บุตรสาวคนเล็ก Nadezhda Mikhalkova

การขึ้นมาเรืองอำนาจของ Joseph Stalin ต้องการปรับเปลี่ยนระบอบการปกครองจาก Marxism–Leninism ให้กลายเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ! เริ่มต้นด้วยการกวาดล้างบุคคลครุ่นคิดเห็นต่างทางการเมือง โดยเฉพาะอดีตแกนนำ Bolshevik (ขณะนั้นมีคำเรียก Old Bolshevik) ที่เคยร่วมการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 เพื่อไม่เกิดการโต้ตอบกลับ (Counter-Revolution) มอบหมายหน้าที่แก่หน่วยตำรวจพิเศษ NKVD คอยยัดข้อกล่าวหา ‘ศัตรูประชาชน’ ใครก็ตามทำตัวน่าสงสัย อย่างไร้เหตุผล จับมาทัณฑ์ทรมาน รับสารภาพผิดที่ไม่ได้ก่อ แล้วถูกปลดจากตำแหน่ง ขับไล่ออกจากพรรค เกณฑ์ไปใช้แรงงานหนักยังค่าย GULAG โชคร้ายก็ประหารชีวิตโดนพลัน!

ความตั้งใจของผกก. Mikhalkov ต้องการเปรียบเทียบ Joseph Stalin ดั่งพระอาทิตย์ที่แม้เปร่งประกาย สาดส่องแสง เจิดจรัสไปทั่วสหภาพโซเวียต แต่อานุภาพทำลายล้างกลับมากมายมหาศาล แม้คนใกล้ชิดยังถูกแผดเผา มอดไหม้ กลายเป็นเถ้าถ่าน … นี่เป็นการสื่อถึงช่วงเวลาที่แม้แต่บุคคลใกล้ตัวยังโดนกวาดล้าง ถูกทรยศหักหลัง กำจัดให้พ้นภัยทาง

ในบริบทของหนัง ไม่ใช่แค่การเปรียบเปรียบถึง Stalin เท่านั้นนะครับ, Comdiv Kotov อดีตเคยเป็นแกนนำ Bolshevik เข้าร่วมการปฏิวัติรัสเซีย โค่นล้มอำนาจพระเจ้าซาห์ ถือว่ากระทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อประเทศชาติ สามารถเปรียบดั่งพระอาทิตย์ได้เช่นกัน! สาดส่องแสง เจิดจรัสจร้า ผู้คนนับหน้าถือตา จึงไร้ความหวาดกลัวเกรง อีกทั้งยัง(เคย)สนิทสนม Joseph Stalin เลยไม่ครุ่นคิดว่าจะมีใครกล้ากระทำการอันใด แต่สุดท้ายกลับถูกหักเหลี่ยมโหดโดยคนใกล้ตัว … ส่องสว่าง เจิดจรัสเกินไป จนทำให้มองไม่เห็นจุดมืดมิดรอบข้าง

สำหรับ Mitya อาจไม่ได้มีความเจิดจรัสเหมือน Comdiv Kotov แต่การหวนกลับมาครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ ใครต่อใครต่างปลื้มปีติยินดีที่ได้มีโอกาสพบเจอหน้ากันอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นทั้งหมดล้วนเพียงการเล่นละคอนตบตา (ไม่ต่างจาก Joseph Stalin) แท้จริงแล้วเป็นบุคคลคิดคดทรยศหักหลังพวกพ้อง แม้แต่อดีตคนรัก (รวมถึงเด็กหญิงผู้ไร้เดียงสา) ยังลวงหลอกกันได้ลง

นอกจากนี้ผมยังครุ่นคิดว่าเด็กหญิง Nadia ก็เปรียบดั่งพระอาทิตย์ได้ด้วยเช่นกัน! แต่อานุภาพของเธอทำให้คนรอบข้าง (รวมถึงผู้ชม) ตกหลุมรักในความบริสุทธิ์ อ่อนเยาว์วัย ไร้เดียงสา อยากเข้าไปหยิกแก้มเล่น เอ็นดู ทะนุถนอม ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม และเหตุการณ์กำลังจะบังเกิดขึ้นต่อมา สามารถทำให้ทุกคนรู้สึกลุ่มร้อนทรวงใน มอดไหม้จิตวิญญาณ

ที่สุดก็คือสหภาพโซเวียต ประเทศที่มีความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร แผ่แสนยานุภาพไปทั่วหล้า แต่ด้วยรากฐานสร้างโดยการทรยศหักหลัง สายน้ำนองเป็นเลือดของ Vladimir Lenin และ Joseph Stalin ท้ายที่สุดย่อมถึงแก่กาลล่มสลาย พังทลาย มอดไหม้ด้วยตนเอง Burnt by the Sun เฉกเช่นเดียวกัน! … นี่คือข้อสรุปของผกก. Mikhalkov ต่อการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และยินดีต้อนรับการเริ่มต้นใหม่ของสหพันธรัฐรัสเซีย

เกร็ด: ผกก. Mikhalkov เป็นคนที่มีความชาตินิยมสุดโต่ง! ประกาศให้การสนับสนุน Vladimir Putin เคยกำกับรายการโทรทัศน์ครบรอบวันเกิด 55 ปี, ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกขอไม่ให้ก้าวลงจากตำแหน่ง และไม่นานมานี้ยังแสดงความเห็นด้วยต่อสงครามยูเครน ค.ศ. 2022


เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes เป็นปีที่ถือว่าอัดแน่นด้วยภาพยนตร์ Pulp Fiction (Quentin Tarantino), To Live (Zhang Yimou), Three Colours: Red (Krzysztof Kieślowski), Through the Olive Trees (Abbas Kiarostami) แต่ยังสามารถคว้ามาสองรางวัล

  • Grand Jury Prize (ที่สอง) เคียงคู่กับ To Live (1994)
  • Prize of the Ecumenical Jury เคียงคู่กับ To Live (1994) เช่นเดียวกัน

สำหรับชัยชนะรางวัล Oscar: Best Foreign Language Film ถือว่าเต็มไปด้วยข้อครหา เพราะผู้จัดจำหน่ายจงใจไม่ให้ Burnt by the Sun (1994) ออกฉายวงกว้าง เพียงจำกัดแค่คณะกรรมการมีสิทธิ์โหวตบางคน (สมัยนั้นบุคคลจะลงคะแนนโหวตสาขานี้ ต้องรับชมให้ครบทุกเรื่องเข้าชิง) ซึ่งสามารถล็อบบี้/เลือกพวกพ้องที่พร้อมลงคะแนนโหวตเชิญมารับชม

As the only one of the nominees not in theatrical release, it was seen only by those who came to its Academy preview screenings. They, by definition, then became the only voters who had seen all five films and were eligible to vote. This strategy – of keeping a nominee out of theaters in hopes that its private screening audiences will sway the outcome – has worked before, and it worked again this time.

นักวิจารณ์ Roger Ebert ตำหนิชัยชนะของ Burnt by the Sun (1994)

เกร็ด: เมื่อตอนขึ้นรับรางวัล Oscar: Best Foreign Language Film ผกก. Nikita Mikhalkov พาบุตรสาวนำโชค Nadezhda Mikhalkova ขึ้นเวทีไปด้วย เห็นว่าตอนให้สัมภาษณ์หลังเวที เธอพูดตอบนักข่าว “Well, I hope, at last, that they’ll buy me a bike!”

ผมค่อนข้างใจสนใจ Before the Rain (1994) ภาพยนตร์สัญชาติ Macedonian ที่นักวิจารณ์ Roger Ebert แนะนำว่ายอดเยี่ยม/สมควรค่าแก่รางวัล Oscar มากกว่า Burnt by the Sun (1994) ไว้เมื่อมีโอกาสต้องลองหามารับชมให้จงได้!

น่าแปลกประหลาดที่จนถึงปัจจุบัน Burnt By the Sun (1994) ยังไม่พบเห็นจัดจำหน่ายแผ่น Blu-Ray (มีแต่ DVD) ทั้งๆสองภาคต่อ Burnt by the Sun 2 (2010) และ Burnt by the Sun 3: The Citadel (2011) กลับสามารถหาซื้อแผ่น Blu-Ray ได้ทั่วๆไป ไฉนเป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน

โดยส่วนตัวแม้ไม่ค่อยชอบสไตล์ผกก. Mikhalkov รู้สึกว่ามันขาดๆเกินๆ ยัดโน่นนี่นั่น เดี๋ยวสั้น เดี๋ยวยาว หาความพอดิบพอดีไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมมิอาจละสายตาจากหนัง คือเด็กสาวตัวน้อย Nadezhda Mikhalkova ดวงตาอันบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ไม่รับรู้หายนะคืบคลานเข้ามา นั่นสร้างความเดือดพล่าน ฟุ้งซ่าน หัวใจสั่นสะท้าน ดูจบหลงเหลือเพียงเถ้าถ่าน

รับชม Burnt by the Sun (1994) ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ที่สร้างความลุ่มร้อนทรวงใน มอดไหม้จิตวิญญาณ อาทิ Forbidden Games (1952), Come and See (1985) และโดยเฉพาะ Burning (2018)

จัดเรต 15+ กับความมักม่วนเรื่องเพศ ความรุนแรงคาดไม่ถึง

คำโปรย | Burnt by the Sun แสงอาทิตย์ที่มอดไหม้จิตวิญญาณของผู้กำกับ Nikita Mikhalkov
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | มอดไหม้

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: